ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 289 เพาะเลี้ยงกุ้งมังกร

เมื่อเทียบกันกับเบล-47 เฮลิคอปเตอร์ AC-310 มีขนาดสั้นกว่า มันมีความยาวอยู่ที่เก้าเมตรครึ่ง และมีความสูงราวๆ สองเมตรครึ่ง เส้นผ่าศูนย์กลางใบพัดของมันอยู่ที่ 8.18 เมตร มีความกว้างมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ของเบลและซาฟารีอยู่นิดหน่อย
จากรูปทรงภายนอกแล้ว เฮลิคอปเตอร์ AC-310 มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ส่วนประกอบหลักทำมาจากกระจกนิรภัย ขอบของห้องเคบินใช้วัสดุโลหะผสมอะลูมิเนียมไทเทเนียม ทาสีขาวและสีแดงเป็นลายเมฆ ดูแล้วเท่มาก
ส่วนความรู้เฉพาะทาง ฉินสือโอวก็ไม่เข้าใจแล้ว จึงต้องพึ่งการแนะนำของโอเมอร์ “เฮลิคอปเตอร์ AC310 เป็นเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ขนาดเบาที่เพิ่งถูกเปิดตัวเร็วๆ นี้ ผลิตจากเอวิเอชั่น อินดัสทรีส์ในประเทศจีนเพื่อตีตลาดของยุโรปและอเมริกา มีพื้นฐานเทคนิคมาจากเฮลิคอปเตอร์ S300C ของบริษัทซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์ ทดลองบินครั้งแรกเมื่อสี่ปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะเข้าสู่ตลาดของอเมริกาเหนือเมื่อปีนี้”
“น้ำหนักมากที่สุดที่สามารถขึ้นบินได้ของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้อยู่ที่ 930 กิโลกรัม มีน้ำหนักเครื่องเปล่าอยู่ที่ 505 กิโลกรัม สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 425 กิโลกรัม สามารถบรรทุกคนได้ประมาณสองถึงสามคน และมีความเร็วสูงสุดในการบินลาดตระเวนอยู่ที่ 159 กิโลเมตรต่อชั่วโมง”
“มันใช้โรเตอร์เดี่ยวดั้งเดิมพร้อมใบพัดที่หาง ติดตั้งเครื่องยนต์สี่สูบที่ได้มาตรฐาน มีใบพัดที่ประกบไว้สามแผ่นและมีใบพัดหางที่มีโครงสร้างแบบไม้กระดานหกจำนวนสองแผ่น ห้องเคบินทั้งหมดถูกออกแบบอย่างมีสไตล์ เครื่องยนต์ถูกติดตั้งอยู่ตำแหน่งด้านล่าง มีการดูดซับแรงกระแทกและการลื่นไถล มีที่นั่งที่ทำจากท่ออะลูมิเนียมและพลาสติกเปลี่ยนรูป โครงของเครื่องบินสามารถรองรับแรงกระแทกได้ มีการออกแบบการป้องกันการกระแทกของถังน้ำมันและความปลอดภัยด้านต่างๆ ถ้าพูดถึงความปลอดภัยแล้ว มันสามารถทำได้ดีมากครับ”
“นอกจากนี้ ห้องบังคับการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ยังมีทัศนวิสัยที่เปิดกว้าง เหลือพื้นที่ว่างสำหรับการติดตั้งเครื่องยนต์ สามารถติดตั้งเรดาห์และระบบถ่ายภาพเข้าไปเพิ่มได้ สำหรับเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนแล้ว นี่เป็นทางเลือกที่เยี่ยมยอดมาก…”
ฉินสือโอวลองเข้ามานั่งในเฮลิคอปเตอร์ ด้านในมีที่ว่างกว้างขวาง ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ยักษ์อย่างอีวิลสันก็สามารถเหยียดขาทั้งสองข้าง และยืดเหยียดตัวได้สบายๆ สำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่เป็นที่รู้จักว่ามีขนาดเล็กกะทัดรัดแล้ว สามารถขยายที่ว่างได้ขนาดนี้ จะดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ
อย่างที่โอเมอร์ได้บอกไว้ เฮลิคอปเตอร์ลำนี้มีทัศนวิสัยที่กว้างมาก ทั่วทุกด้านล้วนแต่เป็นกระจกนิรภัย แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับ ‘เฮลิคอปเตอร์โดมแก้ว’ อย่างเฮลิคอปเตอร์ของซาฟารีแล้วก็ถือว่ายังด้อยกว่า ทว่าสิ่งที่ฉินสือโอวไม่ชอบใจเกี่ยวกับซาฟารีก็คือการปรับแต่งที่แย่เกิดไป
เนื่องจากนี่เป็นเฮลิคอปเตอร์ AC-310 ล็อตแรกที่เข้ามาในตลาดอเมริกาเหนือ ยืนยันแล้วว่าเป็นรุ่น AC-310NA ดังนั้นจึงมีราคาที่ค่อนข้างต่ำ ว่ากันว่าราคาขายในประเทศอยู่ที่ สามล้านห้าแสนหยวน ที่สกายซิตี้มีราคาเพียงห้าแสนห้าหมื่นดอลลาร์แคนาดาเท่านั้น เมื่อแปลงค่าเงินและคำนวณดูแล้วก็ยังถูกกว่าราคาในจีนอยู่ตั้งแปดแสนกว่า
ในจุดนี้ นอกจากส่ายหัวแล้วฉินสือโอวก็ไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอย่างไรดี
สินค้าขายในต่างประเทศได้ราคาถูกกว่าในประเทศที่ผลิต สำหรับประเทศจีนแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ตอนนี้เขาเองก็เป็นเหมือนชาวต่างชาติ แล้วจะพูดมากไปทำไมกันล่ะ?
ตามที่ได้ปรึกษาหารือร่วมกัน สกายซิตี้กรุปจะดำเนินการปรับแต่งเฮลิคอปเตอร์ AC-310 ให้ ส่วนการติดตั้งเรดาห์ตรวจจับแสงเย็นและอุปกรณ์ถ่ายภาพ สองสิ่งนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมูลค่าห้าหมื่นดอลลาร์
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกชุดนี้ เมื่อเครื่องบินขึ้นบินแล้วมันจะสามารถติดตามดูเขตทะเลขนาดสองร้อยกิโลเมตรที่มีใจกลางเป็นเกาะแฟร์เวลได้อย่างใกล้ชิด สะดวกสบายมาก ไม่ต้องออกเรือไปลาดตระเวนทุกวันแล้ว
ลำหนึ่งเจ็ดแสนส่วนอีกลำราคาหกแสน ฉินสือโอวใช้เงินหนึ่งล้านสามแสนไปในครั้งเดียว เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์สองลำนี้ก็กลายเป็นของเขาแล้ว
สกายซิตี้กรุปต้องดำเนินการปรับแต่งก่อน ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ถึงจะสามารถนำเครื่องบินส่งไปให้เขาได้ เมื่อฉินสือโอวชำระเงินเรียบร้อยแล้วก็พาเออร์บักและสุนัขทั้งสองตัวกลับไปยังเกาะแฟร์เวล โดยเครื่องบินส่วนตัวเหมือนเดิม
ซื้อเครื่องบินแล้ว เมื่อฉินสือโอวกลับมาถึงฟาร์มปลาก็เรียกให้นีลเซ็นกับชาร์คมาประชุม เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการพัฒนาฟาร์มปลาในอีกเดือนสองเดือนที่กำลังจะมาถึง
เนื่องจากพวกเขามีเครื่องบินแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้พื้นที่ในการโปรยอาหารและยาก็จะขยายกว้างไปถึงทุกส่วนของฟาร์มปลา ฉินสือโอวตัดสินใจที่จะเพาะพันธุ์เมนล็อบสเตอร์ ฟาร์มปลาที่ใหญ่ขนาดนี้แต่กลับไม่มีกุ้งมังกรที่ล้ำค่าชนิดนี้ นับว่าเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยแท้
คิดแล้วก็ลงมือทำทันที วันต่อมาฉินสือโอวก็โทรศัพท์ไปหาบิล ซาทชี่ เพื่อให้เขาส่งลูกพันธุ์กุ้งมังกรมูลค่าห้าแสนดอลลาร์จำนวนเก้าแสนตัวจากบริษัท ดิค พันธุ์พืชน้ำทะเลเข้ามาที่ฟาร์มปลา
วินนี่กลับมาถึงฟาร์มปลา เธอกอดจูบกับฉินสือโอวอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดอย่างเนือยๆ ว่า “สาวๆ พวกนั้นอยากจะพากันกลับแล้วล่ะค่ะ รับมือกับพวกเธอได้ยากจริงๆ สามีในอนาคตของพวกเธอคงจะต้องลำบากแล้วล่ะ”
พูดจบ เธอก็มองไปที่ฉินสือโอว
ฉินสือโอวเล่นกับหูของฉงต้าที่มีขนปุกปุย เขาพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณมองผมทำไมกันครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับพวกเธอเลยสักนิด คุณดูสิ ทุกวันนี้ผมเคยเข้าไปใกล้พวกเธอที่ไหนกัน?”
วินนี่พูดกับเข้าด้วยรอยยิ้ม “โอเคค่ะ เด็กดี ฉันเข้าใจคุณผิดไปเอง”
ฉินสือโอวไม่ถือสา ครู่ต่อมาเขาก็ฟุบเข้าไปในอ้อมกอดของวินนี่ เขาพูดกับเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำ “แม่ครับ ลูกอยากกินนมแล้วครับ”
เขาเพียงแค่ทำท่าทำทางไปอย่างนั้น วินนี่ขัดขืนอยู่สักครู่ แต่แล้วก็ยินยอมให้ฉินสือโอวได้ทำตามใจ เธอพูดพร้อมกับหน้าแดงๆ ว่า “นี่เป็นรางวัลของคุณที่ช่วงนี้ทำตัวดีนะคะ ต่อไปต้องเป็นเด็กดีกว่านี้นะ”
ฉินสือโอวรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่ว่าวินนี่จะพูดยังไง เลือดของฉินสือโอวก็สูบฉีดไปทั่วทั้งตัวแล้ว
ฉงต้ามองฉินสือโอวกับวินนี่อยู่ด้วยกันอย่างหวานซึ้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงงงวย หลังจากนั้นมันก็รู้สึกสนใจขึ้นมา มันจึงกระดกก้นขึ้นไปแย่งที่ของฉินสือโอว
ราวกับแย่งอาหารจากปากเสือโดยแท้ ฉินสือโอวหันกลับไปพร้อมลูกเตะลมกรด ฉงต้าร้องฮือๆ แล้วตกลงมาจากบนโซฟา
บุชกำลังหดคอเพื่อพักผ่อน พอลืมตาขึ้น เห็นก้อนเนื้ออ้วนๆ ตกลงมาใกล้ๆ ก็ตกใจกลัวจนตัวสั่นขนกระจาย มันร้องแควกๆ แล้ววิ่งแจ้นออกไป ถึงได้ไม่โดนทับจนกลายเป็นอึนกหนึ่งก้อน
สองวันต่อมา สาวๆ พวกนั้นก็ต้องกลับแล้ว พวกเธอเจาะจงให้ฉินสือโอวไปส่งที่สนามบิน
ฉินสือโอวไม่ติดปัญหาอะไร เขาจึงขับเรือไปส่งพวกเธอที่นครเซนต์จอห์นด้วยตัวเอง พวกสาวๆ ยังคงตัดอกตัดใจจากฉินสือโอวไม่ได้ ดังนั้นจึงขอแลกช่องทางการติดต่ออีกครั้ง ทั้งยังลากเขาเข้าไปพูดคุยกระซิบกระซาบกันอีก
จนทำให้เขารู้สึกว่าสาวๆ พวกนี้คือดราม่าควีนโดยแท้ ระหว่างพวกเขามีเรื่องอะไรที่ไหนกัน? ก็แค่ไปรับพวกเธอที่สนามบินกับพาพวกเธอไปงานเลี้ยงหนึ่งครั้ง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว แต่ดูท่าทางพวกเธอทำเหมือนเขาเคยร่วมเป็นร่วมตายด้วยซะอย่างนั้น
ในตอนสุดท้ายที่สนามบิน อยู่ดีๆ สาวโลลิต้าปลอมจงฉูฉู่ก็เข้ามากอดฉินสือโอวเอาไว้ เธอมุดเข้าอ้อมอกของเขาพร้อมตาแดงๆ อยู่หนึ่งนาที จากนั้นก็พึมๆ พำๆ กระซิบกระซาบไม่รู้ว่าพูดอะไรอยู่ข้างๆ หูเขา อย่างกับภาษาต่างดาว ฟังไม่รู้เรื่องเลยซักประโยค
เดิมทีฉินสือโอวไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ว่าทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า แม่สาวจงฉูฉู่คนนี้ทำร้ายเขาเข้าแล้ว เธอกระซิบกระซาบข้างหูเขาอยู่พักหนึ่ง ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วเขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าในสายตาของคนอื่นโดยเฉพาะวินนี่แล้ว ก็น่ากลัวว่าจะไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ
ทำให้เขานึกถึงหนังเรื่อง ดาบมังกรหยก ตัวละครอินซู่ซู่ที่แสดงโดยจางหมิ่นฉากที่หยอกล้อกับพระวัดเส้าหลิน ทำให้เขานึกคำพูดประโยคหนึ่งของเธอขึ้นมาได้ “ลูกเอ๋ย เมื่อเจ้าเติบใหญ่แล้ว ต้องระวังไม่ให้ผู้หญิงมาหลอก ยิ่งเป็นผู้หญิงสวยๆ ยิ่งหลอกคนได้ง่าย…”
ก่อนขึ้นเครื่อง ซ่งไป๋ลู่สาวขายาวคนสวยที่แสนเพียบพร้อมก็เดินจากไปเป็นคนสุดท้าย เธอมองฉินสือโอวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แล้วพูดกับฉินสือโอวว่า “ถ้าฉันได้เจอกับคุณเร็วกว่านี้ ก็คงจะดีนะคะ พวกเรามารู้จักกันตอนนี้ก็สายไปแล้ว ใช่ไหมคะ?”
ฉินสือโอวยิ้มเจื่อน เขาตอบเธอไปว่า “ถ้าได้เจอผมเร็วกว่านี้ คุณคงไม่แม้แต่ชายตามองผมแน่ๆ  ตอนที่ผมยังอยู่ที่จีนผมก็เป็นพวกขี้แพ้ดีๆ นี่เอง เช่าห้องพักเดือนละพันหยวน เวลาจะกินข้าวก็มื้อหนึ่งก็ไม่เคยเกินยี่สิบหยวน เทียบกับสาวสวยที่แสนเพียบพร้อมอย่างคุณแล้ว ไม่มีอะไรเข้ากันสักนิด”
ซ่งป๋ายลู่แย้มยิ้ม เธอพูดกับเขาว่า “ไม่หรอกค่ะ คุณท่องกลอน ‘น้ำค้างร่วงหล่นในยามฟ้ายังไม่เปลี่ยนสี น้ำค้างแรกฤดูใบไม้ร่วงเกาะกลุ่มบนยอดเขา’ ออกมาได้ ฉันก็คงไม่อาจไม่สนใจคุณ”
ทั้งสองคนบอกลากัน รอจนสาวๆ พวกนั้นขึ้นเครื่องจนหมดแล้วทุกคน ฉินสือโอวก็ถอนหายใจออกมา เตรียมตัวพาวินนี่กลับ
คราวนี้ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา เมื่อมองดู ก็เห็นว่าเป็นซ่งไป๋ลู่ที่ส่งข้อความเข้ามา
………………………………………..

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset