ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 317 สวมผ้าแพรเดินเหินยามราตรี

ฉินสือโอวมองดูด้วยความสนุกสนาน เขาวางตัวออกห่าง ไม่เข้าไปยุ่งกับพวกมัน ปล่อยให้งูเหลือมทะเลเหล่าทหารองครักษ์ขู่ให้พวกมันกลัวเสียก่อน ถึงจะพาพวกมันทั้งสามตัวออกมา
ได้รับบทเรียนจากเหล่าทหารองครักษ์อย่างงูเหลือมทะเล พวกมันทั้งสามตัวก็ทำตัวสงบเสงี่ยมขึ้น ต่อมาพอเห็นปลาแสงอาทิตย์ตัวใหญ่บึกบึนหลายตัวอยู่ในดงสาหร่ายสีน้ำตาล พวกมันก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
สำหรับพวกฉลามแล้ว ปลาแสงอาทิตย์ที่มีลำตัวขนาดมหึมาทั้งยังมีท่าทางงุ่มง่ามเชื่องช้าก็ย่อมถือว่าเป็นอาหารอันโอชะอยู่แล้ว มันสามารถอดทนอดกลั้นเอาไว้ได้ จึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคราวนี้เฮยป้าหวังได้เรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาแล้ว
เริ่มสำรวจตั้งแต่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะมาจนถึงมุมฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ฉินสือโอวหว่านพลังของจิตสำนึกแห่งโพไซดอนอย่างต่อเนื่อง การถ่ายทอดพลังในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งไปยังสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น เพื่อให้สาหร่ายทะเลและแพลงก์ตอนสามารถเติบโตได้ดีขึ้นกว่าเดิม
จัดการเรื่องพวกนี้เรียบร้อยแล้ว ฉินสือโอวก็ผายมือสั่งให้เฮยป้าหวังว่ายน้ำลงไปในมหาสมุทรลึก เขาต้องทำการสำรวจมหาสมุทรรอบที่สองแล้ว ครั้งนี้เป็นคราวของฉลามขาวยักษ์เฮยป้าหวังกับฉลามขาวที่ต้องออกไปปฏิบัติการ มันทั้งสองต่างก็เป็นสัตว์ที่มีร่างกายขนาดใหญ่
หลายวันที่เหลืออยู่ ฉินสือโอวก็เกาะติดอยู่กับวินนี่ด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง เก็บกลั้นมาแล้วตั้งยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดปี ความต้องการของฉินสือโอวนั้นน่าตกใจมาก เมื่อได้ปลดปล่อยออกมาแล้วแม้กระทั่งเขาก็ยังรู้สึกกลัวตัวเอง
ผู้หญิงย่อมมีเหตุผลมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว วินนี่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่จริงจังมาก เธอไม่อนุญาตให้ฉินสือโอวเอาแต่หมกมุ่นเรื่องนี้ ในบางคืนเธอถึงกับพาพวกฉงต้า หู่จือ เป้าจือขึ้นมานอนด้วย
ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว ฉินสือโอวต้องกลับจีน เขาวางแผนไว้ว่าจะพาวินนี่กลับไปด้วย
วินนี่เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอพูดกับเขาว่า “ที่รักคะ ฉันอยากไปเจอที่บ้านคุณมากเลย แต่ว่าอย่างแรกเลยคือก่อนหน้านี้ฉันลางานบ่อยเกินไป ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นไกด์ของเมืองนี้อยู่ อีกอย่างถ้าพวกเราไม่อยู่ทั้งคู่ แล้วใครจะดูแลเด็กๆ ล่ะคะ?”
หู่จือเป้าจือฉงต้านั่งเรียงกันเป็นแถว พวกมันเงยหน้ามองมาที่ฉินสือโอวด้วยใบหน้าไร้เดียงสา มีทั้งความเชื่อใจและอาลัยอาวรณ์ในสายตา
ฉินสือโอวทำได้เพียงกลับประเทศจีนไปตัวคนเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร ครั้งนี้เขาคิดไว้แล้วว่าจะพาพ่อแม่มาที่นี่ด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นวินนี่ก็แค่ได้พบพ่อแม่สามีช้ากว่าเดิมไม่กี่วันเท่านั้น
ยังเป็นเออร์บักที่ช่วยเขาจองตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้เขามีเงินถุงเงินถัง จึงไม่ต้องปล่อยให้ตัวเองต้องลำบากแล้ว ตลอดการเดินทางเป็นที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสทั้งหมด วินนี่เตรียมตำราเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินไว้ให้เขาเอาไว้อ่านตอนอยู่บนเครื่องบินจะได้ไม่ต้องเล่นเกม
พอมาถึงสนามบินโทรอนโตแล้ว ขณะที่ฉินสือโอวกำลังรอเครื่องบินอยู่ เบลคก็โทรศัพท์มาหาเขา พูดอย่างปิดความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่มิด “สำเร็จแล้ว เพื่อน ของของพวกเราถูกขายออกไปหมดแล้ว รายได้จากการประมูลทั้งหมดสามสิบสี่ล้านกับอีกห้าแสน ได้ทองคำทั้งหมดคิดเป็นยี่สิบเก้าล้านกับอีกแปดแสน! ไปได้สวย ไปได้สวยจริงๆ!”
เบลคอยู่ด้วยกันกับแบรนดอน แบรนดอนรับเอาโทรศัพท์ไปคุยต่อ เขาบอกฉินสือโอวให้เตรียมบัตรธนาคารเอาไว้ “บัตรธนาคารของนายกำลังจะมีเงินก้อนโตเพิ่มขึ้นอีกก้อนแล้ว พระเจ้า ฉันอิจฉานายจริงๆ นายเป็นสุดยอดมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาเลย…”
เมื่อพูดอย่างตื่นเต้นแล้ว ทั้งสองคนก็ถามว่าจะจัดปาร์ตี้ฉลองได้ตอนไหน ให้ฉินสือโอวรีบไปอเมริกา พร้อมทั้งบอกกับเขาว่าปาร์ตี้ที่อเมริกาถึงจะสนุกสุดยอด
ฉินสือโอวรอจนพวกเขาพูดจบ แล้วจึงตอบกลับไปว่า “ขอโทษจริงๆ เพื่อน ตอนนี้ฉันอยู่ที่โทรอนโต กำลังจะบินกลับบ้านเกิด เพราะอย่างนั้นฉันคงจะไม่มีโอกาสได้ไปปาร์ตี้ด้วย”
เมื่อถามจนรู้แน่ชัดแล้วว่าฉินสือโอวต้องกลับไปฉลองเทศกาล แบรนดอนก็ทำได้แค่อวยพรเขา จากนั้นก็พูดกับเขาว่า “นายกำลังรอเครื่องบินอะไรอยู่ที่โทรอนโต? ฉันไม่เข้าใจเลย น้องชาย นายมีบัตรแบล็ก อาเม็กซ์ ระดับแอลวี 2 ถ้าเป็นฉัน ฉันจะจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยแล้วเช่าเครื่องบินส่วนตัวสักลำ”
ให้ตาย ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? ฉินสือโอวลองถามดู แบรนดอนอธิบายให้เขาฟังว่าบัตรแบล็ก อาเม็กซ์ของเขาใบนี้มีการใช้งานที่สุดยอดมาก ทั้งยังมีส่วนลดสำหรับการเช่าซื้อสินค้าที่มีความหรูหราอีกด้วย
คนทั่วไปเช่าเครื่องบินส่วนตัวหนึ่งลำบินจากนครเซนต์จอห์นไปปักกิ่งต้องใช้ประมาณเงินสามสี่แสนดอลลาร์แคนาดา แต่ถ้าเป็นเขา ก็จะใช้เงินแค่สองแสนดอลลาร์เท่านั้น
เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสินค้าลักชัวรี่ที่ไหน ต่างก็อยากจะติดต่อกับมหาเศรษฐีอายุน้อยอย่างเขากันทั้งนั้น ขอแค่กลายมาเป็นมิตร ต่อให้มีค่าใช้จ่ายที่ต้องแลกเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร
ก็เหมือนกับตอนที่ซื้อเครื่องบินจากสกายซิตี้เมื่อก่อนหน้านี้ ที่โอเมอร์ใช้เครื่องบินเที่ยวบินพิเศษในการรับ-ส่งฉินสือโอว อีกทั้งยังให้สิทธิพิเศษกับเขาตั้งหลายอย่าง
มูลค่าในการค้าทั้งหมดหนึ่งล้านสามแสนดอลลาร์ สกายซิตี้จะทำเงินได้เท่าไรกัน ทำไมถึงให้ความสำคัญกับเขาขนาดนั้น? ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าทั่วไปถึงแม้จะไปซื้อเฮลิคอปเตอร์หลายเครื่องยนต์ราคาหลายล้านดอลลาร์ ทว่าสกายซิตี้กรุปก็ไม่ได้ดูแลไปรับไปส่ง
ที่ฉินสือโอวได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติบัตรแบล็ก อาเม็กซ์ สกายซิตี้กรุปเชื่อมั่นว่า มหาเศรษฐีอายุน้อยที่ครอบครองบัตรใบนี้ ตลอดทั้งชีวิตไม่มีทางซื้อเครื่องบินเพื่อการเกษตรกับเฮลิคอปเตอร์แค่อย่างละลำ ขอเพียงแค่สร้างความสัมพันธ์ให้มั่นคง ต่อไปเขาต้องซื้อเครื่องบินส่วนตัวลำหรูอย่างแน่นอน
แล้วเครื่องบินส่วนตัวลำหรูมีราคาเท่าไรน่ะเหรอ? เริ่มต้นที่สิบล้าน ไม่ต่ำกว่านี้!
หลังจากวางสาย ฉินสือโอวก็ทอดถอนใจเล็กน้อย ย้อนกลับไปครึ่งปี ทุกครั้งที่กลับบ้านเขาก็มักจะลังเลระหว่างรถไฟความเร็วปกติเบาะแข็งกับรถไฟความเร็วสูง ตอนนี้เขาก็ยังลังเลอยู่ แต่เป็นความลังเลว่าจะจ้างเครื่องบินส่วนตัวหรือนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสดี
แน่นอนล่ะ เขาแค่ลังเลนิดหน่อย ต่อจากนั้นสายการบินก็เริ่มเปลี่ยนบอร์ดดิ้งพาส เขาสามารถเตรียมตัวขึ้นเครื่องได้แล้ว
เที่ยวบินระยะเวลากว่าสิบชั่วโมง ฉินสือโอวอ่านหนังสือไปได้ไม่เท่าไรก็หลับไป ลืมตาขึ้นมาอีกที ก็ตอนที่แอร์โฮสเตสสาวสวยท่าทางอ่อนหวานมาปลุกเขาให้เตรียมตัวลงจากเครื่องบิน
ปักกิ่ง มาถึงแล้ว
ตอนที่มาถึงปักกิ่งเพิ่งจะเป็นเวลาย่ำค่ำ เหมาเหว่ยหลงก็เลิกงานพอดี จากนั้นก็ค่อยขับรถมารับเขา
ฉินสือโอวสะพายกระเป๋าเป้อย่างง่ายๆ หนึ่งใบ พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทาง เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ยังเป็นเสื้อทีเชิ้ตตัวเดียวกันกับที่เขาซื้อตอนไปเดินเล่นกับเหมาเหว่ยหลงที่ห้างสรรพสินค้าเซนต์จอห์นโคสท์ที่เขียนว่า จุดไฟเผาภูเขา รอวันเข้าคุก
เหมาเหว่ยหลงขับรถมารับเขา แล้วพูดหยอกขึ้นมาว่า “ลูกพี่เศรษฐีบ้านนอกนี่ติดดินจังเลยนะ เลือกกลับมาถึงบ้านเกิดตอนกลางคืน นี่หมายความว่ายังไงเหรอ?”
ฉินสือโอวกลอกตาใส่เขาแล้วตอบกลับไปว่า “จะมีความหมายบ้าอะไรล่ะ ไฟล์ทบินที่มาถึงตอนเย็นมันถูกไง”
“จุ๊ๆ พี่ชายเศรษฐีบ้านนอกนี่ปลอบใจพวกขี้แพ้อย่างฉันได้ดีจริงๆ ใครจะไม่รู้ทันจุดประสงค์ของแก แกคิดจะสวมผ้าแพรเดินเหินยามราตรี[1]ล่ะสิ”
“เหอะๆ แกฉลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? โคโกโร่เพื่อนรัก ดูท่าว่าพรรคคอมมิวนิสต์คงไม่ได้เลี้ยงแกเสียข้าวสุกแล้วล่ะ”
ทั้งสองคนคุยกันมาตลอดทาง รถยนต์ขับเข้ามาถึงใจกลางเมือง เหมาเหว่ยหลงใช้โอกาสช่วงรถติดไฟแดง ถามเขาแบบคลุมๆ เครือๆ ว่า “เอ่อ ฉินโซ่ว คุณนางฟ้าของฉันเป็นยังไงบ้าง?”
“นางฟ้าของแกคนไหน?” ฉินสือโอวถามอย่างไม่ได้ใส่ใจ
“อยากทุบแกให้ตายจริงๆ ก็ต้องเป็นนางฟ้าสาวแว่นหน้าอกบึ้มของฉันน่ะสิ คุณครูคนสวย เชอร์ริลไง!” เหมาเหว่ยหลงทำหน้าบึ้งตึง
“ฉันไม่ได้สนใจอะไรหรอกนะ ยังไงธุระสำคัญของฉันก็คลี่คลายแล้ว ช่วงนี้ฉันมีความสุขสุดๆ เลยล่ะ” ฉินสือโอว พยายามพูดแหย่เหมาเหว่ยหลงทุกทาง
“ฉันชอบเวลาที่แกเกลียดฉันแต่ทำอะไรฉันไม่ได้จริงๆ ถ้าแกกล้ากัดฉัน หรือไม่เคารพฉันพอกลับไป ฉันจะรีบไปจีบเชอร์ริลเลย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน ยิ่งตอนนี้เชอร์ริลเป็นคุณครูที่ปรึกษาของเชอร์ลี่ย์กับพาวลิสอยู่ด้วย”
ในบรรดาเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของทั้งคู่ ถึงแม้จะมีหลายคนที่อยู่ที่ปักกิ่ง ทว่าความสัมพันธ์ตอนที่ยังเรียนอยู่ก็แค่ทั่วๆ ไป คืนวันนั้นทุกๆ คนก็มาทานข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ วันต่อมาฉินสือโอวก็ขับรถฉางอันคันเก่าของเหมาเหว่ยหลงกลับบ้านไป
เหมาเหว่ยหลงทายถูกแล้ว ฉินสือโอวอยากจะสวมชุดแพรเดินเหินยามราตรีจริงๆ อาจจะเป็นเพราะเขาอยู่ที่ดินแดนในอุดมคติอย่างเมืองแฟร์เวลมานานเกินไป ทำให้นับวันเขาก็ยิ่งชอบชีวิตที่สงบสุขและเรียบง่ายแบบนั้น
……………………………………………

[1] สวมผ้าแพรเดินเหินยามราตรี หมายถึงคนที่ประสบความสำเร็จแล้วแต่เมื่อกลับบ้านเดิมก็ไม่ได้ทำตัวโอ้อวด

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset