ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 396 ความเข้าใจผิดที่ทำให้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

หอคอยอวกาศของนิวยอร์กไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันกับหอคอยสเปซนีดเดิลของเมืองซีแอตเทิล นี่เป็นเพียงอาคารสูงๆ เท่านั้น และเนื่องจากอาณาเขตที่อยู่ติดกันกับเซ็นทรัลพาร์กที่มีชื่อเสียง ทำให้หอคอยแห่งนี้มีชื่อเสียงกระฉ่อนตามไปด้วย
ตอนที่ฉินสือโอวขึ้นมายืนอยู่บนลิฟต์นอกอาคารเขายังพอจะมีความรู้สึกฮึกเหิมอยู่บ้าง แต่เมื่อต่อมาพอมันค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น สีหน้าของเขาก็ยิ่งซีดลงเรื่อยๆ…
บิลลี่ไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีที่แปลกออกไปของเขา ยังคงพูดกับเขาอย่างน้ำไหลไฟดับ บรรยายถึงความยอดเยี่ยมของร้านอาหารแห่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจ “เพอร์-เซ เป็นหนึ่งในสิบร้านอาหารชั้นยอดของนิวยอร์ก ภัตตาคารมิชลิน 3 ดาว นายรู้ไหมว่าใครคือเชฟของที่นี่? เขาได้รับการยกย่องให้เป็นเชฟที่ดีที่สุดในอเมริกาติดต่อกันถึงสิบสองครั้ง โธมัส เคลเลอร์!”
“ถึงพื้นที่ของร้านเพอร์-เซไม่ใช่พื้นที่เล็กๆ แต่ถ้าจะมากินอาหารที่นี่จะต้องจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนสิบวัน โชคดีมาก ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่จองโต๊ะไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่อย่างนั้น เฮ้ย ฉิน นายเป็นอะไรน่ะ?”
เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองขายหน้า ฉินสือโอวจึงเงยหน้าขึ้นไปมองด้านอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นบิลลี่จึงไม่เห็นท่าทางผิดปกติของเขา
ตอนนี้ ในที่สุดลิฟต์ก็หยุดแล้ว ทุกๆ คนจึงเดินไปทางร้านอาหาร ฉินสือโอวเผลอมองทาง ปรากฏว่าพอมองลงไป เป้ากางเกงของเขาก็เริ่มชื้นขึ้นมานิดหน่อยแล้ว!
น่ากลัวจังเลย ทำไมถึงได้สูงขนาดนี้ล่ะ ฉันมึนหัวมากๆ เลย ใครก็ได้ช่วยเข้ามาจับฉันไว้หน่อยได้ไหม? หลังจากฉินสือโอวจับมือของเบิร์ดไว้แล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยอีกเลย ร่างกายของเขาแทบจะแนบกับตัวของเบิร์ดทุกส่วนอยู่แล้ว
“บอส?” เบิร์ดเรียกถามด้วยความประหลาดใจ
ฉินสือโอวโบกมืออย่างน่าเวทนา เขาพูดขึ้นมาว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเข้าไปข้างในก็โอเคแล้ว ให้ฉันพิงแป๊บหนึ่งนะ”
บิลลี่รู้ได้ทันทีว่าฉินสือโอวเป็นโรคกลัวความสูง เขากำลังจะเปลี่ยนร้านอาหาร แต่ฉินสือโอวไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้น จึงบอกว่าค่อยๆ พักอยู่ตรงทางเข้าเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว
หลังจากลิฟต์โดยสารกลับลงไปแล้ว ต่อจากนั้นมันก็ขึ้นมาที่ชั้นนี้อีกครั้ง ชายหญิงกลุ่มหนึ่งเดินพูดคุยหัวเราะกันขณะออกมาจากลิฟต์ หนุ่มหล่อสาวสวย ท่าทางน่าจะไม่ใช่คนธรรมดา
“เฮ้ ดูนั่นสิ นั่นอาวริล ราชินีเพลงป๊อปพังก์ของแคนาดาล่ะ” บิลลี่ใช้แขนกระทุ้งเขาพร้อมตาที่กะพริบปริบๆ
พอได้ยินว่าอาวริลอยู่ที่นี่ เขาก็รีบหันไปดูทันที ครั้งที่แล้วที่ไปร่วมงานปาร์ตี้ในตึกเล็กๆ ที่โทรอนโตกับเบลคเขาก็ได้พบกับราชินีคนดังมาแล้ว น่าเสียดายที่ตอนนั้นเขาไม่ทันได้สังเกต
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ในหมู่คนกลุ่มนั้นมีสาวสวยตัวเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มอยู่หนึ่งคน แค่เห็นผมสีบลอนด์ที่เคลียคลออยู่บนไหล่ กับใบหน้างดงามที่แต่งหน้าแบบสโมกกี้อาย ขณะก้าวเดินก็คล้ายกับว่ามีลมพัดมาจากทั่วทุกทิศ สามารถสัมผัสความดุดันและดื้อรั้นได้แม้จะอยู่ไกลออกไป
ทางฝั่งอาวริลก็เดินผ่านฉินสือโอวไป เธอชินกับการถูกคนมอง ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรแต่ขณะที่กำลังเดินผ่านไป เธอก็เห็นฉินสือโอวที่กำลังจับมือและยืนพิงเบิร์ดอยู่ ทันใดนั้นบนใบหน้างดงามก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทันที
“ขออวยพรให้พวกคุณมีความสุขนะคะ หวังว่าพวกคุณจะรักกันตลอดไป ขอให้พวกคุณมีความสุขอยู่เสมอ” อาวริลหันหน้ามาพูดขณะที่กำลังเดินผ่านฉินสือโอว
ฉินสือโอวก็อึ้งไปในทันที เหลือเชื่อเลย เทพธิดาคนนั้นพูดกับฉันด้วยล่ะ… แต่ที่เธอพูดมามันหมายความว่ายังไงกัน?!
เขากำลังจะแก้ตัว แต่บิลลี่ที่น่าชิงชังก็พยักหน้าแทนเขาแล้วตอบเธอกลับไปว่า “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ อาวริล คุณช่างเอาใจใส่จริงๆ”
อาวริลโบกมือแล้วเดินจากไป ฉินสือโอวตกอยู่ในความทุกข์ระทม เขาจับคอเสื้อของบิลลี่เอาไว้แล้วร้องขึ้นมาว่า “เดี๋ยวฉันจะช่วยเอาใจใส่นายให้! นายรู้ไหมว่าที่เธอพูดมันหมายความว่ายังไง?”
บิลลี่อธิบายให้เขาฟังว่า “ซื่อบื้อ ฉันช่วยกู้หน้าให้นายต่างหาก อาวริลเป็นถึงราชินีนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์ ทำไมอยู่ดีๆ เธอถึงได้ทักทายนายน่ะเหรอ? เพราะเธอว่างมากอย่างนั้นน่ะเหรอ? ไม่เลย เธอไม่ได้ว่าง หรือเพราะเธอไม่มีอะไรทำ? ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าไม่ใช่อย่างนั้น…”
“เข้าเรื่องสักที ฉันเคืองนายจะตายอยู่แล้ว!”
“โอเค ฉันเดาว่าในกลุ่มพวกเธอน่าจะมีนักข่าวอยู่ด้วยบางส่วน นิวยอร์กไม่เหมือนกันกับที่อื่นๆ ที่นี่เรื่องคู่รักเพศเดียวกันเป็นประเด็นที่จริงจังมาก ถ้านายแสดงออกว่าไม่เคารพคู่รักเพศเดียวกันล่ะก็ นายต้องมีปัญหาแน่ๆ โดยเฉพาะถ้าถูกสื่อมวลชนจับได้ด้วยแล้ว ที่อาวริลทักทายนาย ก็เพื่อแสดงออกว่าตัวเองเป็นคนเข้าถึงง่ายและไม่ดูถูกคนอื่น เธอกังวลว่านักข่าวที่ตามเธอมาจะเอาเรื่องนี้ไปพูดมั่วๆ ทีหลังน่ะสิ”
“เหลวไหล เป็นไปได้ด้วยเหรอ? ตามที่นายพูดมา ถ้าอยากจะพูดคุยกับดาราดังในนิวยอร์ก ก็แค่แกล้งทำเป็นคู่รักเพศเดียวกันก็ได้แล้วใช่ไหม?”
“ฉิน ทำไมนายถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กเลยล่ะ? ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว โลกนี้มันก็ไม่มีเหตุผลแบบนี้นั่นแหละ เรื่องที่ไร้สาระกว่านี้ก็ยังมีอีกนะ แกล้งทำเป็นคนชอบเพศเดียวกันมันไม่ง่ายหรอก ผู้ชายแท้ๆ ทั่วไป มีไม่กี่คนหรอกที่จะจับมือกันได้แนบชิดสนิทกันแบบเบิร์ดกับนาย”
“ให้ตาย! เอามือของนายออกไปสิเบิร์ด!”
เบิร์ดก็ถึงกับงงงวย  “…”
พอเจอเรื่องน่าหัวร่อแบบนี้ ฉินสือโอวก็รู้สึกดีขึ้นมาเยอะแล้ว พอเข้ามาในร้านก็ไม่ต้องมองลงไปด้านล่าง เขาจึงไม่เป็นอะไรแล้ว
บิลลี่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เนื่องจากจุดขายของห้องอาหารแห่งนี้นอกจากอาหารแล้ว ก็ยังมีเซ็นทรัลพาร์กของนิวยอร์ก ที่อยู่ข้างๆ กัน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะระดับแนวหน้าของโลก
ฉินสือโอวรู้สึกเสียดายยิ่งกว่า เขาได้ยินชื่อของเซ็นทรัลพาร์กมานานแล้ว พูดได้ว่าสวนสาธารณะแห่งนี้ก็คือนามบัตรของนิวยอร์ก นั่นเอง ก็เหมือนกันกับสะพานโกลเดนเกตของซานฟรานซิสโก กับหอคอยสเปซนีดเดิลของซีแอตเทิล
สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก มีเนื้อที่ประมาณแปดร้อยสี่สิบสามเอเคอร์ ทอดตัวยาวห้าสิบสามช่วงถนน และกว้างถึงสามช่วงถนน เต็มไปด้วยสีสันของเรื่องราวโรแมนติก ด้านในมีจุดทัศนียภาพที่มีชื่อเสียงอยู่หลายจุด ทั้งสวนสัตว์ โรงหนังกลางแจ้งเดลาคอร์ธ น้ำพุเบเธสด้า ทุ่งหญ้าเลี้ยงแกะและปราสาทเบลเวอเดียร์เป็นต้น
“รอกินเสร็จแล้วค่อยลงไปเดินเล่นแล้วกัน” ฉินสือโอวตัดสินใจอย่างมีความสุข
ร้านอาหารน่าจะมีพื้นที่กว่าพันตารางเมตร ทว่าก็มีโต๊ะที่นั่งสำหรับทานอาหารอยู่ไม่มากนัก จึงมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมที่ใหญ่มาก
บังเอิญมากจริงๆ โต๊ะของพวกเขาอยู่ข้างๆ กันกับโต๊ะของพวกอาวริลนั่นเอง ตอนที่เขานั่งลงอาวริลก็มองเห็นเขาเข้าพอดี เธอจึงส่งยิ้มอย่างมีมารยาทให้เขาอีกหนึ่งครั้ง
ฉินสือโอวถอนหายใจออกมา เขาอยากเข้าไปอธิบายให้เธอฟังว่าเขาเป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่ใช่เกย์ แต่พอคิดไปคิดมาแล้วก็ไม่เห็นความจำเป็น ยังไงพวกเขาก็ไม่ได้รู้จักกันอยู่แล้ว
นั่งลงได้สักพัก บริกรก็เริ่มเอาอาหารเรียกน้ำย่อยมาเสิร์ฟ อาหารพวกนี้เป็นอาหารที่พบได้เป็นประจำ เช่นโรลปลาเทราต์ หอยเชลล์เคียงดอกกะหล่ำผัดคาราเมลกับลูกเกดดองอะไรพวกนั้น
อาหารเมนูทั่วๆ ไป แต่วิธีทำไม่ได้พบได้บ่อยๆ หอยเชลล์กับดอกกะหล่ำคาราเมลหนึ่งจาน ข้างบนหอยเชลล์ทุกตัวมีกะหล่ำดอกวางไว้หนึ่งชิ้น ไม่ว่าจะเป็นหอยเชลล์หรือดอกกะหล่ำ ล้วนแต่มีขนาดเท่าๆ กันทั้งสิ้น
ฉินสือโอวลองชิมดู หอยเชลล์ย่างได้อย่างกำลังดี ดอกกะหล่ำถูกผัดด้วยคาราเมลมาแล้ว ทั้งยังหยดซอสรสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ ไว้ด้านบน เมื่อทานเข้าไปพร้อมกันรสชาติของอาหารไม่ได้ปนเปกันไปหมด แต่กลับมีการเรียงลำดับก่อนหลัง น่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนของหวานก่อนอาหารหลักก็ประกอบไปด้วยขนมปังทรัฟเฟิล พัฟฟ์บอลชีสกรุยแยร์กับปลาเทราต์นิวซีแลนด์มินิสติ๊ก ฉินสือโอวทานพัฟฟ์บอลชีสไปบ้างแล้ว ชีสบอลหอมเข้มข้น กรอบนอกนุ่มใน ผิวด้านนอกของพัฟฟ์บอลกรอบกำลังดี ขับความนุ่มนวลของชีสรสเค็มที่อยู่ด้านในได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกๆ คนทานเข้าไปแล้วก็ชมออกมาอย่างไม่ขาดปาก
ส่วนเมนูหลักก็เป็นการจัดคู่กันของอาหารทะเลกับเนื้ออย่าง เช่น กุ้งมังกรเห็ดทรัฟเฟิลกับซี่โครงแกะย่างด้วยไม้แอปเปิลเป็นต้น
อีกทั้งบิลลี่ยังได้สั่งปลาแลมป์เพรย์ผัดซอสมาอีกหนึ่งจาน แต่ปรากฏว่าไม่นานหลังจากนั้น บริกรคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา แล้วอธิบายอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าตอนนี้เหลือปลาแลมป์เพรย์สำหรับอาหารหนึ่งจานเท่านั้น อีกทั้งโต๊ะของอาวริลก็สั่งเมนูนี้เช่นกัน
บริกรอีกคนหนึ่งก็ไปที่โต๊ะของอาวริลเพื่ออธิบายเรื่องนี้เช่นกัน ฉินสือโอวจึงแย้มยิ้มแล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรพวกเขาไม่สั่งแล้ว บริกรคนนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วรีบบอกกับพวกเขาว่าพวกเขามีความเป็นสุภาพบุรุษมาก
บิลลี่ยักไหล่น้อยๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า “ไม่ได้กินปลาแลมป์เพรย์ก็น่าเสียดายอยู่นิดหน่อย นี่เป็นผลงานชิ้นสำคัญของนายเลยนะ”
ฉินสือโอวเข้าใจได้ในทันที เขาจึงถามขึ้นมาว่า “เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ปลาแลมป์เพรย์ของร้านนี้มาจากฟาร์มปลาของฉันอย่างนั้นน่ะเหรอ?”
บิลลี่พยักหน้า ตอนที่เขาโทรมาจองร้านอาหารบริกรยืนยันกับเขาว่า อาหารทะเลในร้านอาหารของพวกเขาล้วนแต่เป็นวัตถุดิบที่รับมาจากชายผิวสีไว้หนวดที่ชื่อว่าบัตเลอร์ทั้งสิ้น อีกทั้งปลาแลมป์เพรย์ที่บัตเลอร์มีอยู่ในตอนนี้ก็เป็นปลาที่มาจากฟาร์มปลาของฉินสือโอวทั้งนั้น
ขณะที่ฉินสือโอวกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง อาวริลก็กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขา
………………………….…………………………..

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset