ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 464 ครอบครัวพร้อมหน้า

เรือฮาวิซทเทียบเข้าท่า หู่จือ เป้าจือเห่าโฮ่งๆ พลางวิ่งเข้ามา ชาร์คกระโดดลงจากเรือแล้วกางแขนออก ปรากฏว่าเจ้าสองตัวก็ทำอย่างกับเจอดินถล่ม แยกกันวิ่งซ้ายขวาอ้อมตัวเขาไป จากนั้นก็พุ่งเข้าอกของฉินสือโอวแล้วแลบลิ้นเลียมือและหน้าเขาอย่างกระตือรือร้น
ชาวประมงบนเรือผิวปากหัวเราะเยาะชาร์ค บูลยังชูนิ้วกลางให้แล้วพูดว่า “นายถ่อมตัวไปแล้ว ชาร์ค”
วินนี่และเออร์บักพาเด็กทั้งสี่รออยู่ที่ท่าเรือ ฉงต้าวิ่งมาอย่างเชื่องช้า แล้วก็เป็นฉินสือโอวที่ต้องเข้าไปกอดมันไว้ ปอหลัวเข้ามาใช้เขาคลอเคลียไหล่เขาอย่างใกล้ชิด แล้วยังแลบลิ้นออกมาเลียฝ่ามือของฉินสือโอวด้วย
ฉงต้าที่อายุหนึ่งปีตัวยาวถึงหนึ่งเมตรหนึ่งเซนติเมตรแล้ว รอบอก รอบเอว และสะโพกคงจะถึงหนึ่งเมตรหนึ่งแล้ว อ้วนจนไม่เป็นท่าเลย
ฉินสือโอวอุ้มฉงต้าสุดแรงแล้วยิ้มให้วินนี่ “ดูสิ เจ้านี่อ้วนอีกแล้ว คุณอยู่บ้านไม่ได้กระตุ้นให้มันลดน้ำหนักแน่ๆ ”
“เปล่านะ ฉันพามันลดแล้ว” วินนี่ตอบด้วยรอยยิ้มบาง เธอยืนอยู่หน้าฉินสือโอว ทั้งสองคนกอดกันแน่น
“ผมคิดถึงคุณ”
“ฉันก็เหมือนกัน ที่รัก คิดถึงทุกวันทุกคืนเลย”
เสี่ยวหมิงกับกระรอกดินทั้งบ้านกระโดดโลดเต้นขึ้นมาบนท่าเรือ ฉินสือโอวดีดนิ้วให้พวกมัน เสี่ยวหมิงวิ่งมาอย่างรวดเร็ว คว้ากางเกงเขาแล้วพุ่งขึ้นไหล่ พูดได้ว่าว่องไวมาก
บุชร้องกาๆ กระโดดโลดเต้นไปตลอดทาง ปีกทั้งสองข้างตีผึ่บผับ ใกล้จะบินได้แล้ว ขนาดกระโดดแล้วบินจากแค่อาศัยอากาศก็ยังได้ประมาณเมตรกว่า ฉินสือโอวยื่นมือไปรับมันแล้วเอามาไว้บนไหล่
“ดูสิ บ้านเราพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว” ฉินสือโอวยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ
วินนี่พูดขึ้น “จะพร้อมหน้าได้ยังไง? ลูกสาวตัวน้อยของพวกเรายังไม่มาเลย”
หมาป่าขาวน้อยหลัวปอนั่งอยู่ท้ายท่าเรือตัวเดียว มันมองฉินสือโอวแล้วก้มหน้าถอนหายใจอย่างกับวันดีๆ จบสิ้นแล้ว
ไม่ได้เจอเกือบเดือน เสี่ยวหลัวปอโตขึ้นกว่าเดิมหน่อย ไม่ได้ผอมแห้งเป็นก้าง แต่อ้วนท้วน ขนสีขาวทั้งตัวก็ฟูฟ่อง วินนี่โบกมือให้มัน มันชูหางส่ายก้นวิ่งมาราวกับบอลที่กำลังกลิ้ง
ฉินสือโอวหิ้วเสี่ยวหลัวปอไว้ในมือ เขามองตามันแล้วถาม “ไม่ได้เจอหลายวัน แกยังจำฉันได้ไหม?”
เสี่ยวหลัวปอรีบแลบลิ้นออกมาเลียนิ้วของฉินสือโอวอย่างประจบด้วยสีหน้าประจบประแจง เหลือแค่พูดออกมาว่าอย่างนายน่ะต่อให้กลายเป็นขี้เถ้าก็จำได้
เล่นกับเจ้าตัวน้อยเสร็จ ฉินสือโอวกอดเชอร์ลี่ย์และเด็กๆ ทั้งสี่ เขาเอาของขวัญที่เตรียมไว้ให้เด็กๆ ล้วนแล้วแต่เป็นหอยสังข์หรือไม่ก็พวกเปลือกหอยสวยงามที่เขางมเอง
ครอบครัวของชาร์คกับแลนซ์และชาวประมงคนอื่นๆ ก็มาต้อนรับพวกเขา ภาพที่ครอบครัวกลับมาเจอหน้าพร้อมหน้าพร้อมตามักจะมีความสุขเป็นพิเศษ เหล่าชาวประมงกอดภรรยา พวกเขาฝ่าลมฝนกระทั่งเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตออกทะเล ไม่ใช่เพื่อที่คนพวกนี้จะได้อยู่อย่างมีความสุขเหรอ?
ฉินสือโอวกับเชอร์ลี่ย์เด็กทั้งสี่กำลังคุยเล่นกัน เล่าให้พวกเขาฟังถึงเหตุการณ์น่ากลัวตอนที่เรือเจอพายุคราเคน 18 ในตอนนั้นผู้หญิงผมสีน้ำตาลอมเหลืองอ่อนๆ ก็มาตรงหน้าเขาอย่างเขินอายก่อนจะถามแบบลองเชิง “สวัสดีค่ะ ฉันขอถามอะไรหน่อยสิคะ คุณเป็นกัปตันเหรอ?”
“ใช่ครับ คุณคือ?” ฉินสือโอวไม่รู้จักเธอ
“ฉันชื่อว่าแอนนา สตาเซีย อาเลฟ ไม่ทราบว่าเวเบอร์อยู่ที่ไหนคะ? เขาอยู่บนเรือคุณใช่ไหม? เวเบอร์ เบนจามิน” หญิงสาวถามอย่างคาดหวัง
ฉินสือโอวขมวดคิ้ว เขาคิดๆ ดูแล้วส่ายหน้า “เวเบอร์ เบนจามิน? ไม่ ไม่มีนะ บนเรือเราไม่มีคนนามสกุลเบนจามินนะ”
“ก็คือบูลไง” วินนี่พูดอย่างจนใจ เธอยังจำฉายาและชื่อนามสกุลของทุกคนบนเรือได้เลย ฉินสือโอวนี่สอบตกด้านการเป็นกัปตันจริงๆ
ฉินสือโอวอักอ่วน “เอ่อ คุณหมายถึงบูล? สมควรตายเอ๊ย ชื่อของบูลคือเวเบอร์เหรอ? พระเจ้า ฉันไม่รู้เลยสักนิด ช่วยอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นได้ไหม ฉันพยายามจำชื่อของทุกคนและครอบครัวแล้วนะ โอเค?”
เพื่อที่จะแก้สถานการณ์อักอ่วน ฉินสือโอวหันไปตะโกนคุยกับแลนซ์ “เพื่อน ไอ้บูลมันไปไหน?”
“ชื่อผมคืออะไร คุณกัปตัน? ! อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้!” แลนซ์ก็ตะโกน
“โอเค เฮอร์แมน รูเพิร์ต โอเค? พวกนายคิดว่าฉันเป็นไอ้งั่งหรือไง? เมื่อกี้ฉันแค่คิดไม่ทัน!” ฉินสือโอวพูดอย่างน่าสงสาร
เหล่าชาวประมงยิ้มออกมา แลนซ์กะพริบตาให้ฉินสือโอว ฉินสือโอวเดินไปหา เขาพูดเสียงค่อย “ไอ้เจ้าบูลซ่อนอยู่ในห้องในเรือ เพราะเขาไม่อยากเห็นภาพพวกเรารวมตัวกับครอบครัว”
“ครอบครัวเขาล่ะ?”
“เอ่อ ความสัมพันธ์ของเขากับพ่อแม่ไม่ค่อยดี ส่วนแอนนาเพิ่งหย่ากับเขา โอ้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของบูล ไม่มีใครรู้หรอกว่าบูลเป็นคนยังไง พวกเขาแต่งงานกันแค่ครึ่งปีก็หย่ากันแล้ว!”
ฉินสือโอวเพิ่งจะรู้ว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนจะเป็นภรรยาเก่าของบูล “งั้นเธอมาทำอะไร? พวกนายได้บอกที่บ้านไหมว่าครั้งนี้ออกทะเลได้เงินเท่าไร?”
เขาคิดว่าแอนนาเป็นคนประเภทที่ก่อนนี้รังเกียจที่บูลไม่มีเงิน พอได้ข่าวมาว่าพวกเขาออกทะเลได้เงินมาเยอะก็วิ่งกลับมาหา
แลนซ์เข้าใจความหมายของเขา “ไม่ กัปตัน ไม่ใช่แบบนั้น แอนนาเป็นคนดี เธอเป็นห่วงบูลมากๆ! นิสัยของบูลแย่มาก กระทั่งเคยตบตีแอนนา ผมเป็นคนไปเคลียร์ให้ทุกครั้ง…”
“อะไรนะ? ไอ้หนุ่มนั่นมันขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันดูไม่ออกเลย” ฉินสือโอวทำหน้าคาดไม่ถึง ต่อหน้าเขาบูลทำตัวเชื่องราววัวที่ถูกตอน
แลนซ์ชี้ไปที่อีวิลสันที่กำลังรังแกฉงต้า “ขอร้องล่ะกัปตัน มีไอ้นั่นอยู่ ใครกล้าระเบิดอารมณ์ต่อหน้าคุณบ้าง?”
พอเข้าใจที่มาที่ไป ฉินสือโอวก็เข้าไปถามถึงจุดประสงค์ที่แอนนามา แอนนากัดริมฝีปากก่อนจะตอบ “ฉันเคยเห็นข่าวของพวกคุณ เวเบอร์ทำได้ดีมากตอนเกิดพายุ เขาเป็นคนดี ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำเขาเจ็บก็เลยมาขอโทษ”
“ไม่ แอนนา ผมรู้ว่าเป็นบูลที่ควรจะขอโทษคุณ คุณรออยู่นี่ครู่หนึ่งนะ”
พูดจบเขาก็พาอีวิลสันขึ้นเรือแล้วตรงเข้าไปในห้องพักในเรือ
ตอนนี้บูลกำลังอ่านนิตยสารอยู่ในห้อง มือพลิกไปแบบมั่วๆ สีหน้าเหงาหงอย
“ไฮ กัปตัน คุณมาได้ไง?” บูลที่เห็นฉินสือโอวถามด้วยความประหลาดใจ
ฉินสือโอวชี้ไปที่นอกเรือ “ผู้หญิงของนายมาหา บอกว่ามาขอโทษ แต่ฉันคิดว่านายต่างหากที่ควรขอโทษเธอ”
“แอนนา?” บูลถามอย่างอึ้งๆ “เธอ เธอมาเหรอ?”
พอได้สติเขาก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ๆ กัปตัน คุณไม่เข้าใจเรื่องระหว่างเรา เฮ้อ ผมไม่ลงไปหรอก ผมยังต้องอ่านนิตยสาร…”
“กฎลูกเรือข้อแรก ข้อสอง ข้อสาม นายจำไม่ได้หรือไง?” ฉินสือโอวถามด้วยรอยยิ้ม
บูลกำลังจะอธิบาย ฉินสือโอวโบกมือแล้วพูดขึ้น “ฉันไม่อยากจะพูดมาก นายมีสองทางเลือก หนึ่ง นายฟังคำสั่งกัปตันแล้วลงเรือไป…”
“ไม่ กัปตัน! ผมเคารพคุณ แต่ผมเลือกทางที่สอง…” บูลตะคอก
“สอง อีวิลสันเตะนายลงเรือ!” ฉินสือโอวยิ้มพลางปรบมือ อีวิลสันก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
………………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset