ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 578 ของที่ระลึกจากน้ำลง

พวกเด็กๆ ทำเรื่องพวกนี้ได้กระตือรือร้นที่สุด ในมือของพวกเขาลากกล่องพลาสติกเอาปลาใหญ่ปลาเล็กใส่เข้าไป
ใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์มปลาตามสบายพวกเขายังรู้จักฟาร์มปลาไม่มากดังนั้นพอเจอพวกปลาเล็กๆ สีสันฉูดฉาดรูปล่างแปลกประหลาดก็โวยวายด้วยความตกใจ
“มาดูเร็ว นี่คือปลาอะไร? ฉันเดาว่ามันชื่อปลาสายรุ้ง มันดูสวยดีจัง!”
“ฉันว่าตัวนี้มันไหม้แล้วหรือเปล่า? ทำมันถึงแดงไปทั้งตัวขนาดนี้?”
“ปลาไหลตัวนี้แปลกจริงๆ! มันมุ่นเข้าไปในทรายแล้ว รวดเร็วจริง ดวงตาของมันล่ะ? ไม่มีตายังเร็วได้ขนาดนี้?”
ฉินสือโอวหัวเราะไปกับเด็กๆ พอเจอปลาที่พวกเขาไม่รู้จักก็อธิบายให้ฟัง มีปลาจำพวกหนึ่งที่ไม่สามารถเอาไปกินหรือขายได้เช่นปลานกแก้วพวกนั้นขอแค่ยังไม่ตายก็จะโยนกลับไปในทะเล
เริ่มแรกตั๋วตั่วไปกล้าแตะปลาที่ยังมีชีวิตและดีดดิ้นพวกนี้ต่อมาพบว่าปลาพวกนี้กัดคนไม่ได้พวกพี่สาวพี่ชายต่างจับขึ้นมากันตามใจชอบก็เลยเรียนรู้ที่จะยื่นมือไปแตะปลาเพิร์ชตัวอ้วน
ปลาเพิร์ชสะบัดหางเต็มที่อ้าปากพะงาบๆ ตั๋วตั่วเห็นว่ามันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงอะไรก็จับมือไว้ในมืออย่างเบาๆ จากนั้นจ้องมองอย่างประหลาดใจครู่หนึ่งแล้ววิ่งเอากลับมาให้เหมาเหว่ยหลงและหลิวซูเหยียนด้วยความดีใจ
เหมาเหว่ยหลงลูบตั๋วตั่วอย่างอ่อนโยนและยกนิ้วโป้งให้เธอ ปากเล็กๆ ของตั๋วตั่วยิ้มอย่างชอบใจหลิวซูเหยียนหยิบปลานกแก้วแล้วพูด “ปลาพวกนี้ออกจากฝั่งนานเท่าไรแล้ว? ตอนนี้ยังไม่ตาย พละกำลังแข็งแรงจริงๆ ”
วินนี่อธิบาย “ศัตรูตามธรรมชาติของปลาทะเลมีมากมายการดำรงชีวิตอยู่ไม่ง่าย พละกำลังของพวกมันเลยค่อนข้างแข็งแรง”
ฉินสือโอวเห็นพวกเขาคุยกันเลยถามว่าคุยอะไร เหมาเหว่ยหลงตอบว่าไม่มีอะไรแกพาเด็กๆ ไปเล่นก็พอแล้ว ฉินสือโอวยกนิ้วกลางให้เขาเหมาเหว่ยหลงรีบส่งสัญญาณให้เขาเอามือลง มองบนพลางพูด “ทำอะไรส่งเดช เด็กๆ เยอะขนาดนี้!”
ฉินสือโอวหันกลับไปมอง พวกเด็กๆ มีใครสนใจเขาล่ะ? ล้วนลากกล่องไปจับปลากันทั้งนั้น
จะว่าไปแล้วครั้งนี้ฉินสือโอวรู้สึกว่าเหมาเหว่ยหลงโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องดูแลตั๋วตั่วหรือเปล่า เขาเปลี่ยนจากเพื่อนติ้งต๊องเป็นชายชาตรีได้สักพักแล้ว
ทรัพยากรประมงของน่านน้ำชายฝั่งฟาร์มปลาอุดมสมบูรณ์มากเลยมีปลามากมายที่ตามช่วงน้ำลงกลับไปไม่ทันหลงเหลืออยู่ที่พื้นกลายเป็นเหยื่อของพวกเด็กๆ
ปลาแฮดดัคและปลาค็อดแอตแลนติกตัวใหญ่ๆ ก็จะยาวถึงหนึ่งเมตรกล่องพลาสติกพวกนี้ใส่จนเต็มไปครึ่งกล่องพวกเด็กๆ ก็ลากไม่ไหวแล้วจึงตะโกนเรียกฉินสือโอว “ฉิน ฉิน มาเร็ว ช่วยพวกเราเปลี่ยนกล่องหน่อย”
รถกระบะไม่สามารถใช้ได้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ชาร์คเปลี่ยนเป็นรถเอทีวีพอกล่องเต็มแล้วก็เอาวางข้างบน
พาวลิสเห็นเช่นนี้ก็รีบวิ่งกลับไปขับซีบิสกิตที่รักของตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วตะโกนจะไกลๆ “เอามาที่กระบะรถฉัน ซีบิสกิตจะพาพวกมันไปส่งที่น้ำแข็ง!”
ชาร์คน้อยเห็นพาสลิสขับซีบิสกิตไปมาอยู่รอบๆ ก็อิจฉา วิ่งไปหาพ่อแล้วพูดอย่างแน่วแน่ “พ่อ ผมคิดว่าต่อไปผมจะกลายเป็นนักแข่งรถF1ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง…”
“พูดอะไร ฉันไม่ซื้อรถเอทีวีให้แกหรอก!” ชาร์คเห็นลูกชายก้มโค้งไปทางนั้นก็รู้เลยว่าเขาต้องการอะไร
ชาร์คน้อยรีบตะโกนทันที “ทำไม? พ่อต้องสนับสนุนความสนใจของผมสิ! พ่อจะมาทำลายพรสวรรค์ของมไม่ได้นะ! ผมอาจจะกลายเป็นนักแข่งรถที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง!”
ชาร์คพูด “โอเค อย่างนั้นฉันจะบอกแกให้ นักแข่งรถต่างก็เป็นนักกีฬาระดับต้นๆ ของโลก พวกเขาไม่สามารถกินอาหารที่มีแคลอรีสูงได้เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันสะสม เช่น สเต๊ก เนื้อสันในหรือไส้กรอกก็ล้วนกินไม่ได้!”
“เหมือนตกนรกเลยนะ ใช้ชีวิตแบบนั้นจะมีความหมายอะไร?” ชาร์คน้อยล้มเลิกความคิดที่จะเป็นนักแข่งรถของตัวเองทันที
นอกจากพื้นที่ตรงทะเลแล้วบนชายหาดยังมีพวกปลาดาวและหอยเม่นอยู่จำนวนหนึ่ง เต่ามะเฟืองไม่กี่ตัวก็โชคร้ายเกยตื้นอยู่เหมือนกันแต่พวกมันไม่ได้ใส่ใจอะไรเที่ยวเดินเตร่ไปบนชายหาด
เต่ามะเฟืองตัวที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางกระดองอยู่ที่หนึ่งเมตรยี่สิบสามเซนติเมตรเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา เชอร์ลี่ย์อุ้มตั๋วตั่วขึ้นไปให้เธอนั่งบนกระดองเต่า
เต่าตัวใหญ่ที่น่าสงสารตื่นตกใจรีบหดขาทั้งสี่และหัวเข้ากระดองขดคว่ำอยู่บนชายหาดไม่ขยับเขยื้อน
เชอร์ลี่ย์เห็นว่าไม่สนุกก็พาตั๋วตั่วจากไปอย่างท้อแท้ ต้าป๋ายเดินขึ้นไปอย่างสง่ามันมองเต่ามะเฟืองตัวใหญ่แล้วกระโดดขึ้นไปขย่มเหมือนมันกลายเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง
เจ้าเต่าตัวใหญ่รู้สึกว่ารอบๆ ไม่มีอันตรายแล้วก็ยื่นหัวและขาทั้งสี่แล้วเริ่มคืบคลาน
ต้าป๋ายกระโดดด้วยความตกใจก้นนั่งอยู่บนกระดองเต่ามันมองไปรอบๆ อย่างงงงวยพอรู้สึกว่านี่เหมือนกับการนั่งรถก็นั่งอยู่ข้างบนอย่างสุขใจ
หู่จือมองอยู่สักครู่มันก็รู้สึกว่าน่าสนุกเลยวิ่งกระโดดขึ้นไปบนกระดองเต่าอย่างรวดเร็วเบียดต้าป๋ายตกลงไป
เจ้าเต่ามะเฟืองตัวใหญ่พบว่าเจ้าพวกตัวแสบรอบๆ ที่น่ากลัวนั้นที่จังไม่ได้มีอันตรายเลยก้มหน้าก้มตาคลานพร้อมแบกหู่จือไปอย่างไม่เดือดร้อนอะไร
เป้าจือก็วิ่งมาด้วยความตื่นเต้น พอหู่จือขยับที่ว่างให้ครึ่งหนึ่งมันก็ขึ้นไปนั่ง
วินนี่หัวเราะชอบใจพร้อมถ่ายรูป
ฉินสือโอวอุทาน “มิน่าล่ะเต่าในตำนานสัตว์ป้าเซี่ยที่บรรพบุรุษของพวกเราเล่าถึงสามารถแบกภูเขาได้ พละกำลังของพวกมันมีมากจริงๆ”
ฉงต้าที่กินอิ่มแล้วในที่สุดก็ปล่อยปลาแซลมอนชัมพวกนั้นแล้วเริ่มของของจากนั้นตาของมันก็จ้องไปที่เจ้าตัวมะเฟืองตัวใหญ่ตัวนั้น
ฉงต้าเลียอุ้งเท้าอ้วนๆ ปีนขึ้นไปแล้ววิ่งเหยาะๆ มาข้างๆ เจ้าเต่ามะเฟือง ต้าป๋ายมาอยู่ข้างๆ มันอย่างน้อยใจเต่าตัวนี้เป็นพาหนะของมันนะ
ฉงต้าเริ่มออกหน้าให้น้องชายพอตะปบขึ้นไปหู่จือและเป้าจือก็ถูกดึงกลิ้งเหมือนลูกโบว์ลิ่งลงมาอยู่บนหาด ฉงต้าจัดการให้มีที่ว่างแล้วก็กระโดดขึ้นมานั่งบนตัวเต่ามะเฟืองอย่างสุขใจ
‘งุ่มง่าม’เจ้าเต่ามะเฟืองตัวใหญ่ยังคงไม่รู้เรื่องอะไรจนถูกกดเข้าไปในหาดทรายแล้ว!
เหมาเหว่ยหลงหัวเราะฉินสือโอวพลางพูด “พูดเสียดิบดีว่าพละกำลังมากมายไงล่ะ? ไหนว่าเป็นสัตว์ในตำนานป้าเซี่ยไง?”
ฉินสือโอวเมินเขา สอนให้พวกเด็กๆ เก็บปลาเข้ากล่อง
บนชายฝั่งที่ไกลออกไปอีกหน่อยพวกห่านขาวและนกจมูกหลอดหางสั้นกำลังหาอาหารกันอย่างสบายใจนี่ง่ายกว่าการที่พวกมันต้องหาปลากินในเวลาปกติมากแถมปลาที่เหลืออยู่บนหาดส่วนมากก็เป็นปลาเล็กซึ่งถูกปากพวกมันพอดี
เห็นพวกเด็กๆ เอาปลากุ้งปูเข้ากล่องพลาสติกกันอย่างกระตือรือร้น ฉินสือโอวยิ้มแล้วพูดกับพวกเขา “ทำไมพวกเธอไม่มีความเห็นใจเลย? ครั้งก่อนพวกเธอยังเอาปลาคาพีลินที่เกยตื้นโยนกลับไปในทะเลอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
มิเชลพูดอย่างตั้งใจ “ปลาพวกนั้นพวกเราไม่กินไม่ขายและพี่วินนี่ก็เคยบอกว่าพวกมันเป็นสัตว์ในธรรมชาติขึ้นฝั่งมาเพื่อสืบพันธุ์มีลูก แต่ปลาพวกนี้ล้วนเป็นปลาที่คุณเลี้ยง ปลาแฮร์ริ่ง ปลาซาบะ ปลาแซลมอนชัม ปลาค็อด พวกมันเป็นของคุณ”
ตั๋วตั่วมองทั้งสองคนอยู่ข้างๆ อย่างสับสน เห็นเชอร์ลี่ย์พยักหน้าก็พยักหน้าตาม
ฉินสือโอวได้แต่ชื่นชมว่าพวกเขามีความคิดแต่เห็นพวกเด็กๆ จับแต่ปลาเขาก็แนะนำ “สาหร่ายและของทะเลบนแนวหินพวกนี้ก็เก็บได้พวกมันกินได้เหมือนกัน ไว้ตอนเที่ยงจะทำสาหร่ายย่างให้พวกเธอกินกัน”
เชอร์ลี่ย์ถาม “สาหร่ายที่พวกเรากินกันทำมาจากสาหร่ายทะเลนี่เหรอ?”
ฉินสือโอวยิ้มพลางพยักหน้าส่วนพวกเด็กๆ ก็เริ่มไชโยโห่ร้องพลางเก็บสาหร่ายทะเลที่อยู่บนแนวหินขึ้นมา
……………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset