ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 587 อุปกรณ์ขั้นเทพ

กล้ากัญชาพวกนี้ฉินสือโอวเอาออกมาจากห้องที่ปลูกก่อนหน้านี้ เป็นเพียงกล้าต้นเล็กๆ ขุดออกมาก็ไม่มีใครสังเกตเห็นได้
ฉินสือโอวต้องการปลูกกัญชาไม่กี่ต้นนี้เพราะต้องใช้ตอนทำอาหารในภายหลัง กัญชาและฝิ่นออกผลเหมือนกันเปลือกผลที่บดแล้วใช้เป็นเครื่องปรุงบาร์บีคิวได้ดี
ตอนเอากล้าสิบกว่าต้นปลูกในโรงเรือน ฉินสือโอวทำไปหัวเราะพลางพูดกับนีลเซ็นไป “แบบนี้พวกเราถือว่าทำผิดกฎหมายด้วยไหม?”
นีลเซ็นยักไหล่พลางพูด “นี่ปกติมาก พวกเราบอกว่าเป็นไม้ประดับก็ได้ อันที่จริงถ้าบอสสนใจกัญชา ผมให้เพื่อนเอามาให้ลองหน่อยก็ได้ เป็นของดีของอ่าวเม็กซิโกแน่นอน”
ฉินสือโอวส่ายหัวเขาไม่สนใจของพวกนี้ เขาเป็นนักกิน สนใจแค่เรื่องกินเท่านั้น
หลังประสบกับเรื่องนี้แล้วฉินสือโอวก็สนใจอุตสาหกรรมการปลูก เขาดูปัญหาที่เกี่ยวข้องในอินเทอร์เน็ตพบว่าตอนนี้ที่ปลูกกัญชาในนิวฟันด์แลนด์นั้นมากล้น ปีที่แล้วเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดตรวจสอบพบกัญชาที่ปลูกในร่มถึงสองล้านต้น ซึ่งสามปีที่แล้วตรวจสอบพบสี่หมื่นต้น
ปีนี้ปัญหาการปลูกกัญชาในร่มรุนแรงขึ้นในเดือนเมษายนตำรวจปราบปรามยาเสพติดของนิวฟันด์แลนด์ตรวจพบสถานที่ปลูกกัญชาขนาดใหญ่ถึงสี่สิบแห่งมูลค่ากัญชาในตลาดมืดที่จับได้สูงถึงหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์แคนาดา
ทำไมการปลูกกัญชาในร่มที่นิวฟันด์แลนด์ถึงรุ่งเรืองได้ขนาดนี้? สาเหตุนั้นง่ายมากก็คือกำไรสูง ขนส่งสะดวกและขอบเขตกว้างง่ายต่อการปกปิด
ตามที่ฉินสือโอวเห็นถ้าคนคนหนึ่งเชี่ยวชาญในการปลูกกัญชากัญชาเพียงไม่กี่พันต้นก็ทำกำไรได้เป็นสิบล้านดอลลาร์ และหากส่งไปที่เพื่อนบ้านอย่างอเมริกากำไรก็ยิ่งสูง ราคากัญชาที่แคนาดาหนึ่งปอนด์สองพันดอลลาร์ ที่อเมริกาคือสามพันดอลลาร์
พอดีกับที่ทั้งสี่ทิศรอบนิวฟันด์แลนด์ติดทะเลการขนส่งของพวกนี้ผ่านทางทะเลทำได้อย่างสะดวก
อีกอย่างกัญชาไม่เหมือนยาเสพติดชนิดอื่นมันมีผลน้อยไม่อันตรายกับผู้คนมากขนาดพวกยาเสพติดอย่างโคเคน ถึงขนาดมีนักวิจัยคิดว่าผลเสียของกัญชาที่มีต่อร่างกายมนุษย์น้อยกว่านิโคตินเสียอีกการปลูกกัญชาจึงแบกรับความกดดันทางศีลธรรมไม่มากนัก
มีผู้ปลูกกัญชามากมายที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดจากเรื่องนี้และสนับสนุนให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายอย่างกระตือรือร้น
เห็นคำแนะนำที่เกี่ยวข้องแล้วฉินสือโอวก็ส่ายหน้าฝ่ายโฆษณาของนิวฟันด์แลนด์ทำอะไรกันอยู่โฆษณาพวกนี้แทนจะแทนที่จะเตือนไม่สู้เป็นการกระตุ้นเสียมากกว่าหลังเห็นผลกําไรที่เกี่ยวกับกัญชาทางเขาก็รู้สึกหวั่นไหว
แน่นอนว่าหวั่นไหวอยู่แค่ครู่เดียวฉินสือโอวไม่อยากไปแตะต้องกัญชาในตอนที่มันยังไม่ถูกกฎหมาย ตอนนี้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายจะหาเหาใส่หัวไม่ได้เด็ดขาด
กล้าองุ่นปลูกเสร็จแล้วผลกระทบของน้ำขึ้นน้ำลงยังคงมีอยู่แบบนี้ฉินสือโอวก็ยังออกทะเลจับปลาไม่ได้ เขาไม่มีอะไรทำเห็นอากาศอุ่นขึ้นแล้วก็พาพวกชาวประมงขึ้นไปเอาแผ่นพลาสติกที่คลุมโรงเรือนออก
ไม่กี่วันจากนั้นผลกระทบจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงเริ่มลดลงขนาดของน้ำลงเล็กลงบ้างแล้วเวลาน้ำขึ้นคลื่นก็ไม่รุนแรงขนาดนั้นแล้ว ในพลบค่ำของทุกวันคลื่นทะเลเล็กๆ ซัดไม่หยุดดูแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน
คลื่นแบบนี้เหมาะกับการโต้คลื่นและการเล่นสกีน้ำเหมาเหว่ยหลงให้ฉินสือโอวพาเขาไปซื้อสกีบอร์ดกะว่ารอน้ำขึ้นแล้วจะไปเล่น
ฉินสือโอวกลอกตายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วทำเป็นพูดอย่างเคร่งขรึม “แกแน่ใจนะว่าจะเล่นสกีน้ำ?นี่เป็นกีฬาที่ยากนะ แกจะเล่นได้หรือเปล่า”
เหมาเหว่ยหลงรู้จักเขาดีที่สุดพอเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเขาก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงเอ่ยปากเตือนเขา “คิดไม่ดีกับฉันให้น้อยๆ หน่อย ฝีมือสกีน้ำของฉันไม่มีปัญหาหรอกแกอย่างทำอะไรฉันก็พอ”
พอเห็นว่าแผนร้ายของตัวเองโดนมองออกฉินสือโอวก็พูดด้วยความโกรธ “แกเห็นฉันเป็นคนอย่างไรเนี่ย?ไปเถอะ ฉันจะพาแกไปซื้อสกีบอร์ด”
เขาพาเหมาเหว่ยหลงไปร้านอุปกรณ์ทางน้ำที่เขาซื้อสกีบอร์ดครั้งแรกตอนนี้ในเมืองร้านค้าประเภทนี้มีหลายร้านการมาของพวกนักท่องเที่ยวกระตุ้นให้ร้านค้าประเภทนี้ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด
คาร์สันเจ้าของร้านเห็นฉินสือโอวก็โผกอดพลางหัวเราะ “เราไม่เจอนายเสียนานเลย ช่วงนี้ทำอะไรล่ะ?ไม่ถือโอกาสตอนน้ำขึ้นเล่นสกีน้ำเหรอ?”
ฉินสือโอวพูด “เมื่อเร็วๆ นี้ที่ฟาร์มปลาต้องทำประมง ฉันไม่ค่อยมีเวลาเล่นเท่าไร แต่ตอนนี้เล่นได้แล้ว ฉันพาเพื่อนมาซื้อสกีบอร์ด แนะนำให้เขาหน่อยสิ”
คาร์สันจับมือกับเหมาเหว่ยหลงถามถึงงานอดิเรกของเขาและประวัติการเล่นสกีน้ำแล้วก็แนะนำให้เขา ‘ยี่ห้อบัฟฟาโล’ กระดานมาตรฐานยาวหนึ่งเมตรครึ่งทำจากไฟเบอร์กลาสสวยและใช้ดีด้วย
นอกจากสกีบอร์ดแล้วเหมาเหว่ยหลงยังซื้อกระดานโต้คลื่นที่ทำจากคาร์บอนเป็นงานฝีมือชิ้นเอกของคาร์สัน เพราะฉินสือโอวเลยขายให้เหมาเหว่ยหลงแบบกึ่งขายกึ่งให้
คิดเงินแล้วฉินสือโอวเตรียมจะไปแต่คาร์สันรั้งเขาไว้พลางขยิบตาแล้วยิ้ม “ฉันเพิ่งได้ของดีมา ไม่อยากดูเหรอพวก?”
ฉินสือโอวถามเขาว่าคืออะไร คาร์สันหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากตู้แล้วหยิบสกีบอร์ดสีแดงออกมา
เห็นสกีบอร์ดอันนี้แล้วฉินสือโอวก็ผิดหวัง “ฉันมีแล้วชุดหนึ่งและรูปร่างของสกีบอร์ดอันนี้ก็ดูกลางๆ เกินไปนะ? ไม่ค่อยเหมาะกับฉัน”
คาร์สันหยิบด้ามจับไร้สายออกมาจากกล่องพลางยิ้มแล้วพูด “ไม่ พวก นายมีสกีบอร์ดชุดหนึ่งแล้วแต่ไม่มีสกีบอร์ดชุดไหนมีสิ่งนี้ ฉันแนะนำให้นายฟังหน่อยแล้วกัน สกีบอร์ดไฟฟ้าอันนี้ไม่ต้องใช้แรงจากภายนอกก็สามารถพานายเพลิดเพลินอยู่บนน้ำได้ เป็นของดีที่ไวต่อแรงกระเพื่อมของน้ำด้วย”
ได้ยินคาร์สันพูดฉินสือโอวก็ตาเป็นประกายเขายังไม่เคยสัมผัสสกีบอร์ดไฟฟ้ามาก่อนเลยสนใจเจ้าสิ่งจริงๆ จึงเข้าไปดูใกล้ๆ
คาร์สันบอกเขาว่าสกีบอร์ดไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยมเพราะเหตุผลเรื่องราคา เห็นได้บ่อยในเมืองใหญ่ๆ ของอเมริกาอย่างไมอามี ลอสแอนเจลิส และซานฟรานซิสโกเท่านั้น ทั้งเมืองเซนต์จอห์นมีอยู่แค่ไม่กี่ชิ้น
สกีบอร์ดประเภทนี้ให้นักเล่นสกียืนอยู่บนบอร์ดใช้รีโมตในการกำหนดความเร็วแรงขับเคลื่อนเป็นใบพัดกันน้ำแบบพ่นอาศัยแรงอัดของอากาศดันสกีบอร์ดไปข้างหน้าแม้ไม่มีคลื่นก็สามารถไถลไปได้และความเร็วก็เร็วมากสามารถไปได้ถึงห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ฉินสือโอวเสมอกันมองดูสกีบอร์ดอันนี้ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ยาวประมาณสองเมตร กว้างครึ่งเมตร ส่วนล่างมีใบพัดกันน้ำแบบพ่นกระจายอยู่เสมอกันดูแข็งแรงมาก ลองยกขึ้นมาแล้วหนักมาก ต้องมีน้ำหนักประมาณสามสิบกิโลกรัมได้
ใบพัดกันน้ำแบบพ่นใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการจ่ายไฟตัวแบตเตอรี่อยู่ในแคปซูลกันน้ำตอนชาร์จไฟสามารถถอดออกได้ติดตั้งแบตเตอรีทั้งหมดห้าก้อน ชาร์จไฟเต็มทั้งหมดสามารถไถลอยู่บนน้ำต่อเนื่องได้นานสองชั่วโมงครึ่ง
คุยกับคาร์สันเรื่องสกีบอร์ดอันนี้สักพักฉินสือโอวก็ซื้อมา
มิน่าเจ้าสิ่งนี้ถึงไม่เป็นที่นิยมราคาแพงเหลือเกิน สกีบอร์ดทั่วไปก็เป็นร้อยดอลลาร์แล้ว ส่วนสกีบอร์ดไฟฟ้าอันนี้หนึ่งหมื่นแปดพันดอลลาร์แคนาดา แปลงเป็นเงินหยวนก็คือเก้าหมื่น สามารถซื้อรถเก๋งที่ผลิตในประเทศได้เลย
…………………………………………….

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset