ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 606 การต่อสู้ ณ ทุ่งหญ้า

ฉงต้าวิ่งเข้าไปยังที่อยู่ของฝูงห่านอย่างกล้าหาญ หญ้าสีเขียวชอุ่มปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณเนินเขาขนาดเล็ก เมื่อฉงต้าพุ่งเข้าไปหาฝูงห่านแล้ว หลังจากนั้นมันก็สะบัดหัวไปมา กระดูกส่วนคอและสันหลังทำงานสัมพันธ์กันอย่างคล่องแคล่ว มันเตรียมเข้าไปขโมยไข่ห่านแล้ว
คำว่า ‘ขโมย’ คำนี้ นอกจากจะไม่เหมาะสมแล้ว ในมุมมองของฉงต้าตอนนี้ ไข่ห่านพวกนี้เป็นเหมือนอาหารว่างของมัน มันจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นเนื้อแห้ง ผลไม้แช่อิ่ม เป็นฟรุตสลัดที่เปรียบเหมือนเงินทอง ใช่แล้ว ในหัวของมันนั้นคิดว่าของเหล่านี้เป็นของมันทั้งหมด
ห่านไท่หูตามหลังฉงต้าไป พวกมันเดินส่ายก้นไปมาตามฉงต้าไปจนถึงที่อยู่ของห่านหัวสิงโต ที่พวกมันเดินส่ายก้นตามฉงต้าไปก็เพราะต้องการสังเกตการณ์ดูเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้ พวกมันต้องการดูว่าห่านหัวสิงโตพวกนั้นจะมีจิตสำนึกที่จะทำเพื่อความอยู่รอดของลูกหลานตนเองหรือไม่
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากห่านไท่หูกล้าบุกเข้าไปในที่อยู่ของห่านหัวสิงโตล่ะก็ แบบนั้นคงเกิดความวุ่นวายเป็นแน่ และจะต้องโดนห่านขาวพวกนั้นโจมตีกลับแน่นอน พื้นที่อาศัยของพวกมันทั้งสองสายพันธุ์แบ่งอาณาเขตกันอย่างชัดเจน ใครกล้าบุกไปยังเขตของอีกฝ่ายรับรองได้ว่าเกิดสงครามแน่นอน
แต่การเป็นศัตรูกันนั้นไม่ยั่งยืนเท่ากับการมีศัตรูคนเดียวกันอย่างฉงต้า ตอนนี้ศัตรูทั้งสองได้เป็นพันธมิตรกันแล้ว ตอนนี้ห่านทั้งสองสายพันธุ์มีศัตรูคนเดียวกันก็คือฉงต้า ดังนั้นพอฉงต้าปรากฏตัวขึ้น ห่านหัวสิงโตก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที พวกมันไม่สนใจศัตรูของตัวเองที่อยู่ด้านหลังของฉงต้า แต่กลับจ้องมองไปที่ฉงต้าและร้องออกมาเสียงดัง
เมื่อห่านปุกปุยทั้งสองร้องคำรามใส่ฉงต้า หูกลมๆ ทั้งสองข้างของมันก็ขยับไปมา มันหันไปมองฝูงห่านหัวสิงโต จากนั้นก็พุ่งกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหลายสิบเมตร
เมื่อฝูงห่านสิงโตที่อยู่ด้านหน้าถูกฉงต้าพุ่งเข้ามาหา พวกมันก็กระพือปีกหนีไป พวกห่านหัวสิงโตที่อยู่ด้านหลังกระพือปีกตัวเองขยับมาข้างหน้าเพื่อจะสนับสนุนเพื่อนของพวกมัน แต่ฉงต้ากลับกางกรงเล็บออกและตะปบเข้ายังพื้นดินอย่างรุนแรง มันอ้าปากใหญ่โตอันน่ากลัวและคำรามออกมาด้วยความโมโห “โฮกกกก!”
สองสามวันมานี้ฉงต้ามักจะคำรามใส่ห่านไท่หูเสมอ ดูเหมือนว่าจากประสบการณ์การขู่คำรามของมันแล้ว หลังจากที่มันอ้าปากเสียงอันหนาและทรงพลังของมันก็จะถูกเปล่งออกมา เสียงของมันทุ่มต่ำและฟังดูแข็งแรงจนทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของราชาแห่งป่าเขาที่แสดงออกมา
ห่านหัวสิงโตมีความกล้าน้อยกว่าศัตรูของมันอย่างห่านไท่หูที่อยู่ด้านหลังเสียอีก เดิมทีพวกมันไม่มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับฉงต้าเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เสียงคำรามที่ฉงต้าร้องออกมาจึงทำให้พวกมันกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ฝูงห่านวิ่งแตกไปทั่วทิศอย่างอลหม่านจนทำให้ทุ่งหญ้าแห่งนี้นั้นว่างเปล่า
ดวงตากลมโตสีดำขลับฉายแววฉลาดของเสี่ยวหลัวปอที่อยู่ในอ้อมกอดของฉินสือโอวจ้องมองไปยังฉงต้า สีหน้าที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความอิจฉา นี่คงไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแรงของมนุษย์หรอก แต่เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งของพวกห่านต่างหาก ถ้ามันแข็งแกร่งได้ขนาดนี้จะดีแค่ไหนกันนะ
มันมองไปยังฉงต้าที่เดินฝ่าวัชพืชเข้าไปทั่วทุ่งหญ้าที่ไม่มีใครอยู่ ในที่สุดเสี่ยวหลัวปอก็มีความกล้าขึ้นมาบ้าง มันดิ้นไปมาในอ้อมกอดของฉินสือโอวแล้วกระโดดออกมา จากนั้นก็วิ่งพุ่งเข้าไปยังฝูงห่านที่อยู่รอบๆ ทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนสีขาวตั้งตรง จากนั้นมันก็เห่าหอนออกมา
ช่วยไม่ได้ เสียงของเสี่ยวหลัวปอยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เสียงร้องแหลมสูงของมันเหมือนเสียงเด็กร้อง ไม่ได้ทุ้มหนาเหมือนฉงต้า
ฝูงห่านที่อยู่รอบๆ วิ่งหนีกันอย่างชุลมุน เสี่ยวหลัวปอวิ่งไล่ตามพวกมันจากด้านหลังพลางร้องคำรามออกมาจนทำให้ห่านหัวสิงโตผู้หวาดกลัววิ่งหนีเร็วขึ้น
ผลปรากฏว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เสี่ยวหลัวปอรู้สึกมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในที่สุดมันก็ค้นพบความมั่นใจจากการกลั่นแกล้งคนอื่น มันวิ่งไปรอบๆ พลางเห่าหอนออกมาไม่หยุด ท่าทางของมันในตอนนี้ดูดุร้ายขึ้น นี่มันสุดยอดไปเลย
ฉินสือโอวมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นี่หมายความว่ายังไงกัน? หมาป่าเลียนแบบอำนาจของหมี? หมาป่าแข่งกับหมี?
แต่เขาไม่สามารถทำลายความมั่นใจของเสี่ยวหลัวปอได้ ไม่ง่ายเลยที่เด็กคนนี้จะรวบรวมความกล้าและเข้าไปเผชิญหน้ากับฝูงห่าน แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าห่านหัวสิงโตนั้นตัวใหญ่กว่าเสี่ยวหลัวปอหลายเท่าตัว ทว่าผลลัพธ์แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉินสือโอวภาคภูมิใจแล้ว
ดังนั้นเขาจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วรีบอัดวิดีโอทันที พอตอนเย็นเขาก็จะให้วินนี่ดูวิดีโอนี้เพื่อเป็นหลักฐานว่าตัวเองฝึกเสี่ยวหลัวปอสำเร็จแล้ว
ฉินสือโอวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก หึหึ ทำไมเขาถึงได้ฉลาดขนาดนี้นะ
เสี่ยวหลัวปอวิ่งไล่ฝูงห่านที่หนีหัวซุกหัวซุนอย่างมีความสุข แต่ฉงต้าที่อยู่ในทุ่งหญ้ากลับรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นที่สุด
มันก้มหัวหาไข่บนกอหญ้า วัชพืชขึ้นทั่วทุ่งหญ้าเต็มไปหมด อีกทั้งหญ้าพวกนั้นยังเต็มไปด้วยใบหญ้าแห้งตั้งแต่ปีก่อนๆ ที่ทับถมกันมา ใบหญ้าและรากของหญ้าพันกันอีนุงตุงนังกลายเป็นก้อนกลมๆ ยุ่งเหยิง ไข่ห่านถูกห่ออยู่ในกอหญ้าพวกนั้น ฉงต้าจึงไม่สามารถนำไข่ออกมาได้
มันเอื้อมมือออกไปและพยายามที่จะเอาไข่ห่านพวกนั้นออกมา แต่ดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออก หากออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยอาจจะทำให้ไข่ห่านใบนั้นแตกออกได้ แบบนั้นฉงต้าก็ไม่มีความสุข มันมองไปยังฉินสือโอวที่อยู่ไกลออกไปด้วยสายตากังวล นั่นก็เพราะพ่อของมันไม่อนุญาตให้ทำลายไข่ห่าน ไข่เป็ดและไข่ไก่ทุกชนิด
เมื่อมันรู้สึกหดหู่ ฉงต้าก็ร้องครวญครางออกมา “อะวู่ววว!”
ห่านขาวตัวใหญ่เกิดอาการตื่นตระหนกและพือปีกหนีอีกครั้ง เสี่ยวหลัวปอร้องตามฉงต้าออกมาอีกสองสามครั้ง หลังจากนั้นมันก็วิ่งไล่พวกห่านไปอย่างมีความสุข มันวิ่งไล่ฝูงห่านอย่างโหดร้ายจนทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่ว
ฉงต้าที่ไม่สามารถนำไข่ห่านออกมาได้เดินออกมาจากทุ่งหญ้าอย่างไม่มีความสุข มันเดินไปหาฉินสือโอวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย หลังจากที่ขึ้นมาจากทุ่งหญ้ามันก็ทำหน้าตาน่ารักเพื่ออ้อนฉินสือโอวให้ปลอบใจตัวเอง
ฉินสือโอวลูบหูกลมๆ ของมัน หลังจากที่ให้เนื้อแห้งมันไปหนึ่งคำเขาก็เตรียมพามันกลับ ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็ผิวปากเรียกเสี่ยวหลัวปอให้มาหา
เสี่ยวหลัวปอกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะให้มันตามฉินสือโอวกลับได้อย่างไร?
มันเงยหน้าขึ้นมองฉินสือโอวอย่างไม่พอใจ เจ้านี่ช่างวุ่นวายจริงๆ ไม่เห็นเหรอว่าราชาหมาป่าอย่างเรากำลังทำอะไรอยู่? ไม่สนแล้ว แสดงพลังต่อไปดีกว่า เราจะต้องทำให้เหยื่อผู้น่าสงสารพวกนี้รับรู้ถึงความร้ายกาจที่แท้จริงของราชาหมาป่าให้ได้
ห่านไท่หูที่อยู่ไม่ไกลมองไปยังฉงต้าเขม็ง พวกมันเห็นว่าฉงต้าหาไข่ห่านอยู่ในทุ่งหญ้าเป็นเวลานานแต่สุดท้ายก็หมุนตัวกลับไปโดยไม่ได้ไข่ออกไปสักใบ ทันใดนั้นพวกมันก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
สัตว์ป่าประเภทสัตว์ปีกจะมีสัญชาตญาณในการสืบพันธุ์แตกต่างจากสัตว์ประเภทอื่นๆ พวกมันสามารถหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผสมพันธุ์เพื่อสร้างรังได้ แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกมันคือการปกป้องลูกหลานของตัวเอง เห็นได้ชัดว่าตอนนี่ห่านไท่หูเข้าใจแล้วว่าชายหาดที่โล่งโจ้งของพวกมันไม่เหมาะจะสร้างรัง พื้นที่ทุ่งหญ้าตรงนี้ต่างหากที่เหมาะสม!
เมื่อเห็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการสร้างรัง เป้าหมายเดียวของพวกมันก็คือไข่ของพวกมันจะต้องไม่ถูกฉงต้าพบและขโมยไป
เมื่อเข้าใจถึงจุดประสงค์นี้แล้ว ห่านไท่หูก็เริ่มส่งหน่วยทหารของตัวเองเข้าไป พวกมันวิ่งกลับไปยังรังของตัวเองแล้วร้องโวยวายออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับต้องการเรียกร้องฝูงทหารของพวกตน
นอกจากห่านที่ต้องปกป้องห่านตัวเมียแล้ว ภายใต้การนำของห่านพวกนั้น ห่านโตเต็มวัยส่วนใหญ่ที่อยู่รอบๆ นับร้อยตัวก็วิ่งไปยังทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ทั่วฟาร์มปลา
การจากไปของฉงต้าทำให้ฝูงห่านหัวสิงโตที่ตื่นตระหนกสงบลง ผลปรากฏว่าพวกมันจิตใจสงบลงได้ไม่นาน ห่านไท่หูจำนวนมากก็บุกเข้ามาอีก….
ห่านไท่หูไม่กล้าจัดการกับฉงต้า เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติด้านสายพันธุ์ หมีสีน้ำตาลและนกอินทรีคือศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน เมื่อเผชิญหน้าต่อศัตรูต่างสายพันธุ์ทางธรรมชาติ พวกมันจึงทำได้เพียงหลบหนีไปเท่านั้น นี่เป็นแนวทางการหลบหนีที่อยู่ในสายเลือดของพวกมัน
แต่ถ้าหากพวกมันต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตามธรรมชาติของพวกมันแล้วเลือกที่จะต่อสู้แทนที่จะหลบหนี หากเป็นแบบนั้นพวกมันคงถูกธรรมชาติตัดออกจากระบบห่วงโซ่อาหารไปนานแล้ว
แต่ห่านไท่หูไม่ใช่ศัตรูของห่านหัวสิงโต โดยเฉพาะในสายตาของพวกห่านหัวสิงโต ห่านไท่หูพวกนี้ถือว่าด้อยกว่าพวกมัน และเห็นพวกมันเป็นเพียงฝูงเด็กน้อยเท่านั้น
ห่านไท่หูนั้นคิดไม่เหมือนกัน พวกมันคิดว่าพวกห่านหัวสิงโตตัวใหญ่กว่าแล้วเกี่ยวอะไรด้วย? เจ้าพวกห่านโง่! ความสามารถในการต่อสู้ของพวกมันจะสู้กับพวกตนได้เหรอ? ตลกน่า แน่นอนว่าสู้ไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกมันไม่รู้สึกกดดันอะไรเลยแม้แต่น้อย
ฉินสือโอวเตรียมตัวกลับบ้านแล้ว เมื่อเขาและฉงต้าเดินไปได้ครึ่งทางก็เจอห่านไท่หูฝูงใหญ่กำลังวิ่งเข้ามา เพราะไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นพวกเขาจึงตามฝูงห่านกลับไปยังทุ่งหญ้าอีกครั้ง
ห่านหัวสิงโตกำลังรอคอยการต่อสู้อยู่แล้ว เมื่อพวกห่านไท่หูมาถึง พวกมันก็รีบพุ่งเข้าหาทันที
ห่านขาวตัวใหญ่ทุกตัวต่างพากันอ้าปากส่งเสียงร้องโวยวายเสียงดังออกมา การเผชิญหน้าของพวกนั้นเหมือนกับสงครามสมัยโบราณที่เอาแต่ด่าทอกันไปมา
หงอนของห่านตัวผู้ที่เดิมทีเป็นสีส้มก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเลือดที่ขึ้นไปสูบฉีด พวกมันพุ่งไปข้างหน้า ใช้สายตาอันดุดันมองไปยังคู่ต่อสู้ เมื่อทั้งสองฝั่งเข้าใกล้กัน สงครามก็ระเบิดขึ้นทันที!
สงครามในครั้งนี้กลายเป็นสงครามกลางทุ่งหญ้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วฟาร์มปลาต้าฉิน…
…………………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset