ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 719 แฟนคลับที่บ้าคลั่ง

การมาเยือนเกาะน้ำแข็งอัคคีในครั้งนี้ จุดประสงค์ก็คือการมาเยี่ยมชมรอบเกาะเล็กๆ เกาะนี้ กับฟาร์มปลาของที่นี่
พาลี ลาร์คได้เตรียมรถชมเมืองมาห้าคัน เป็นรถไฟฟ้าแบบที่มีหลังคา หลังจากนั่งลงแล้วสามารถนั่งรับลมได้รอบทิศ สะดวกต่อการชมวิวด้วย
รถชมเมืองล้วนเป็นรถรุ่นเดียวกันหมด การดูแลรักษาค่อนข้างดี แต่น่าจะเป็นรถรุ่นเก่าพอสมควรแล้ว
ตอนที่ฉินสือโอวซื้อรถเอทีวีก็เคยหาข้อมูลของรถชมเมืองมาก่อนบ้าง ปัจจุบันรถประเภทนี้ต่างก็ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับเลี้ยวและความมั่นคงของพวงมาลัย ส่วนระบบตัวถังนั้นจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับตัวถังของรถไมโครคาร์ที่มีระบบเบรกไฟฟ้าทั้งหน้าและหลังที่เป็นระบบแบบเก่า ซึ่งรถทั้งห้าคันนี้ยังใช้งานอยู่
หลังแมทธิว จินมองดูรถแล้วก็ถามขึ้นมาว่า “นี่คือรถประจำเมืองหรือเปล่าครับ?”
พาลีเข้าใจว่าท่านประธานสภากำลังสงสัยอะไร จึงยิ้มอย่างขมขื่นแล้วอธิบายกลับไปว่า “ใช่ครับ ซื้อมาเมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่ฟาร์มปลาทรุดโทรมลง พวกเราคิดอยากจะพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแทน แต่ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาเที่ยวเลย”
เขาไม่พูดอะไรอีก เพียงยักไหล่เท่านั้น ใครก็รู้ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์เป็นยังไง
 “การจะเปลี่ยนรูปแบบระบบเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ” ฮับเบิลตบบ่าพาลีเบาๆ อย่างเห็นใจ เขาทำงานด้านการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้เขาย่อมเข้าใจดีกว่าใคร
พาลีพูดว่า “แม้จะยาก แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะสำเร็จนะครับ เมื่อต้นปีผมได้ข่าวว่าเกาะแฟร์เวลที่อยู่ทางใต้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนรูปแบบระบบเศรษฐกิจแล้ว พวกเขากับบริษัทท่องเที่ยวของจีนทำสัญญาที่ดีต่อกันเลยทีเดียว เฮ้อ ช่างน่าอิจฉาเสียจริง”
หลังพูดจบ คนทั้งกลุ่มรวมถึงแมทธิว จินก็จ้องไปที่ฉินสือโอวที่นั่งอยู่บนรถอย่างสงสัย พวกเขาเป็นคนเซนต์จอห์น ดังนั้นจึงรู้ถึงสถานการณ์ของการพัฒนาการท่องเที่ยวของเกาะแฟร์เวลเป็นอย่างดี
พาลีเองก็จับจ้องไปที่ฉินสือโอวเหมือนกับคนอื่นๆ ด้วย จากนั้นก็กะพริบตาด้วยความสงสัย แล้วถามออกไปว่า  “เจ้าของฟาร์มปลาตะวันออกคุณฉินสือโอวใช่ไหมครับ?”
ฉินสือโอวที่ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถแล้ว พอเจอแบบนี้ก็จำเป็นต้องลงรถมา ยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “สวัสดีครับ ท่านนายกเทศมนตรี คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ?”
หลังได้ฟังคำพูดนี้แล้ว ใบหน้าของพาลีก็เผยความดีใจออกมาทันที เขารีบยื่นมือออกไปทางฉินสือโอวอย่างกระตือรือร้น แล้วพูดว่า “ใช่ครับ คุณฉิน ผมรู้จักคุณ หรือจะพูดว่าผมเป็นแฟนคลับของคุณก็ได้ครับ แน่นอนว่า เป็นเพียงการรู้จักคุณผ่านทางข่าวสารเท่านั้น เป็นเกียรติมากจริงๆ ที่ได้พบคุณที่เกาะน้ำแข็งอัคคีนี้!”
ฉินสือโอวจับมือกับเขา พาลีเริ่มพูดไม่หยุดปากว่า “สถานการณ์ของเกาะแฟร์เวลนั้นผมทราบดี พวกเขาก็เหมือนกับพวกผม ต่างก็อยู่ในแผนการโยกย้ายที่ของรัฐบาลเหมือนกัน ผมกับแฮมเล็ตนายกเทศมนตรีของพวกคุณสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเลย เมื่อครึ่งปีก่อนตอนที่ผมได้รู้เรื่องการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของเมืองพวกคุณ ตอนนั้นผมตกใจมากจริงๆ ครับ”
 “ผมคิดอยากจะไปที่เกาะคุณเพื่อทำการสำรวจและเก็บข้อมูลมาตลอด แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสสักที การได้มาเจอกับคุณที่นี่ช่างดีจริงๆ ครับ ผมมีหลายคำถามเลยที่อยากจะขอคำปรึกษา เผื่อว่าคุณจะพอช่วยชี้แนะแนวทางให้ได้ครับ”
 “อ่อ พวกคุณอยากจะไปสำรวจเก็บข้อมูลที่ฟาร์มปลาในเมืองของเราใช่ไหมครับ? เชิญเลยครับ เดี๋ยวผมจะเป็นไกด์ให้พวกคุณเอง ความจริงแล้วเมืองของเรานั้นมีเอกลักษณ์มากเลยนะครับ ก่อนหน้านี้ตอนที่ทรัพยากรปลาค็อดยังไม่ได้ทรุดโทรมลง ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพที่ดีที่สุดของฟาร์มปลานิวฟันด์แลนด์เลยทีเดียว”
พาลีเองก็ไม่ได้พูดเกินจริงเช่นกัน เขาพาเหล่าเจ้าของฟาร์มปลาไปที่สภานายกเทศมนตรีของเมือง เป็นตึกเล็กสามชั้นสไตล์กอทิก สีนอกตึกเต็มไปด้วยรอยด่าง เป็นการบอกให้กับผู้มาเยือนถึงประวัติศาสตร์ที่มันผ่านพ้นมา
มีเจ้าของฟาร์มปลาคนหนึ่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสี เขารู้เรื่องสีเป็นอย่างดี จึงถามออกมาด้วยความสงสัยว่า “พวกคุณใช่สีคุณภาพต่ำเหรอครับ? แค่ไม่กี่ปีสีไม่น่าจะลอกขนาดนี้ได้นะครับ”
พาลีพูดพร้อมรอยยิ้มที่สดใสว่า “เหอๆ พวกเราจงใจเลือกใช้สีแบบนี้เองครับ เพราะอยากจะสร้างความรู้สึกเหมือนผ่านร้อนผ่านฝนมามากมาย แบบนี้จะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีกว่า”
ฉินสือโอวหมดคำจะพูด เพื่อจะเปิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เกาะน้ำแข็งอัคคีเองก็ทุ่มสุดตัวเหมือนกันนะ
ในสภานายกเทศมนตรีมีบ้านหลังหนึ่งที่แขวนรูปเก่าๆ ไว้บนผนัง รูปมีตั้งแต่ภาพสีขาวดำที่นิยมใช้กันในยุคเจ็ดแปดศูนย์จนถึงภาพถ่ายสีที่ใช้กันในปัจจุบัน
ดูจากภาพถ่ายพวกนั้นแล้ว เมื่อก่อนเกาะน้ำแข็งอัคคีถือว่ารุ่งเรืองจริงๆ หลายภาพเป็นภาพที่ถ่ายทางอากาศ เมืองเล็กๆ ถูกถ่ายออกมาดูเหมือนกับเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งเลย คาดว่าน่าจะมีถึงหลักพันครัวเรือนมาก่อน มีเรือหาปลาน้ำลึกขนาดหมื่นตันหลายลำเคยจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือด้วย
ฉินสือโอวเห็นภาพถ่ายปลายักษ์ใหญ่หลายใบ เป็นภาพแห่งความทรงจำของเหล่าชาวประมงที่จับปลาตัวใหญ่ยักษ์ได้ ในนั้นกว่าครึ่งเป็นภาพของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ล้วนแล้วแต่เป็นปลาใหญ่ขนาดมากกว่าสามเมตรครึ่งทั้งนั้น หากเป็นตอนนี้แค่หนึ่งตัวก็สามารถขายได้ในราคาถึงหลักล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
พาลีเดินมาข้างเขา มองไปที่รูปปลาทูน่าพวกนั้น เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “ตอนนั้นปลาแบบนี้ไม่มีค่าเลย มีหลายคนจับได้ก็เอาไปเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ใครจะคาดคิดว่าตอนนี้พวกมันจะมีมูลค่าถึงหลายแสนกัน?”
ฉินสือโอวถามว่า “ดูจากภาพถ่ายแล้ว ที่ฟาร์มปลาของพวกคุณน่าจะมีปลาทูน่าครีบน้ำเงินอยู่ไม่น้อยเลย ถึงแม้จะพึ่งแค่การจับปลาชนิดนี้อย่างเดียว จำนวนปลาที่ชาวประมงหาได้ก็น่าจะไม่น้อยเลยทีเดียว ใช่หรือเปล่าครับ?”
พาลียิ้มขมขื่นแล้วพูดว่า “เคยมีจำนวนมากครับ อย่างที่คุณเห็น ทางฝั่งตะวันตกของฟาร์มปลาของเราเชื่อมต่อกับอ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์ ที่นั่นก็เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของปลาทูน่าด้วย แต่เสียดายที่ก็ถูกจับจนสูญพันธุ์แล้วเช่นกัน”
ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพยากรปลาค็อดร่อยหรอแล้วล่ะก็ สถานการณ์ของเกาะน้ำแข็งอัคคีต้องดีกว่าเกาะแฟร์เวลหลายเท่าอย่างแน่นอน เพราะตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองนั้นไม่เหมือนกัน
เกาะแฟร์เวลตั้งอยู่ทางทิศใต้ของฟาร์มปลานิวฟันด์แลนด์ พึ่งพาปลาจากกระแสน้ำเย็นของแลบราดอร์กับกระแสน้ำอุ่นของเม็กซิโก แต่เกาะน้ำแข็งอัคคีกลับตั้งอยู่ในตำแหน่งทองของฟาร์มปลา นั่นก็คือมีฟาร์มปลากรีนแลนด์อยู่ทางทิศเหนือ และฟาร์มปลานิวฟันด์แลนด์อยู่ทางทิศใต้ ทางทิศตะวันตกเป็นอ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์ เรียกได้ว่าเป็นตำแหน่งที่อยู่ใจกลางขุมสมบัติก็ว่าได้
แต่น่าเสียดาย ที่พอทรัพยากรอุตสาหกรรมการประมงร่อยหรอลง ที่แบบนี้แหละกลับเป็นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะว่าเหล่าผู้คนคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตที่ครึกครื้นสุขสบายไปแล้ว เมื่อที่นี่กลายเป็นเมืองที่เงียบเหงาราวกับป่าช้า ทำให้พวกเขาทนไม่ไหวและพากันย้ายออกไปจากที่นี่
สุดท้ายก็อย่างที่รู้ๆ กัน หลังจากบ้านเมืองตกต่ำลงอย่างรวดเร็วแล้วก็ยังคงตกต่ำลงเรื่อยๆ พวกคนหนุ่มสาวต่างก็พากันออกไปจากเกาะนี้กันหมด คนที่เหลือก็แทบจะมีแต่พวกคนสูงอายุ จากที่พาลีบอก อายุเฉลี่ยของประชากรในเมืองคือ 65 ปีขึ้นไป
ฉินสือโอวแอบยิ้มมุมปาก ที่นี่อาการร้ายแรงกว่าเกาะแฟร์เวลมากจริงๆ ก่อนหน้านี้เหล่าคนหนุ่มสาวในเกาะแฟร์เวลก็เลือกที่จะย้ายออกไปเหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่ร้ายแรงเท่าที่นี่ ยังคงมีชาวประมงวัยกลางคนหลายคนที่เลือกที่จะอยู่ต่อ
ที่นี่ค่อนข้างคล้ายกับหมู่บ้านควีน ถนนทั้งสองฝั่งของเมืองมีบ้านเรือนอยู่ประปราย ยังมีบางจุดที่บ้านทั้งแถวล้วนเป็นบ้านเก่าผุพังไม่มีคนอาศัยอยู่
พาลีเล่าว่า จุดที่ว่างเปล่าพวกนี้ก็คือบ้านที่ย้ายออกไปทั้งหลังไม่ก็ถูกรื้อทิ้งทั้งนั้น ตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว ทางรัฐบาลของเขตนิวฟันด์แลนด์กับแลบราดอร์ก็ออกแผนการ ‘ย้ายบ้าน’ มาแล้ว หากว่าผู้คนบนเกาะนี้ยอมที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น ทางรัฐบาลเขตสามารถให้ค่าชดเชยได้
การทำแบบนี้ รัฐบาลสามารถหยุดการให้บริการจากทางรัฐทั้งหมดให้กับผู้คนบนเกาะ เป็นการลดค่าใช้จ่ายไปด้วย
การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่ไปหมู่บ้านชาวประมง ครั้งนี้เป็นการเยี่ยมชมตามอัธยาศัยไม่ใช่แบบหมู่คณะ หลังจากที่ฟังพาลีพูดแนะนำตอนอยู่ที่สภานายกเทศมนตรีแล้ว พวกเจ้าของฟาร์มปลาก็ถูกบอกให้แยกย้ายกันได้ พวกเขาต้องอยู่บนเกาะต่ออีกสามวัน ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถพักผ่อนตามอัธยาศัยได้
ครั้งนี้ทางกรมประมงไม่ได้จัดสรรที่พักให้พวกเขา เหล่าเจ้าของฟาร์มปลาจึงจำเป็นต้องไปขอพักอาศัยกับครอบครัวชาวประมงแทน ในเมืองมีโรงแรมเล็กๆ อยู่สองที่ เป็นโรงแรมแบบที่เล็กมากๆ สามารถพักได้แค่ยี่สิบห้าคนเท่านั้น จึงเต็มไปตั้งนานแล้ว
ฉินสือโอวลากกระเป๋าเพื่อจะไปหาที่พัก พาลีดึงตัวเขาไว้ บอกเขาว่าจะอาสาพาเขาไปเยี่ยมชมรอบเกาะ แล้วให้เขาช่วยออกความเห็นกับข้อเสนอแนะให้ อย่างไรเสียเขาก็ยังอยากจะพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองนี้อยู่
ฉินสือโอวจะไปมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง? จึงรีบบอกกลับไปว่าเขายังต้องไปหาที่พักอีก
พาลีพูดอย่างดีอกดีใจว่า “คุณยังไม่มีที่พักเหรอครับ? งั้นก็เยี่ยมเลย”
ฉินสือโอวรู้สึกว่าคำพูดนี้ทะแม่งๆ ถ้าเป็นเซอร์จิโอหรือบัคเคอร์เป็นคนพูดแล้วล่ะก็ เขาคงจะฟาดมือออกไปเต็มแรงแล้ว
แต่คำพูดถัดมาได้ปรากฏให้เห็นแล้วว่าความใจร้อนคือปีศาจ เพราะพาลีพูดต่อออกมาด้วยความดีใจว่า “งั้นคุณก็มาพักที่บ้านผมแล้วกันนะครับ พอดีเลย กลางคืนพวกเราจะได้หารือกันเรื่องการจะเปิดการท่องเที่ยวของเกาะนี้ด้วย”
ฉินสือโอวหัวเราะตาม เขารู้สึกว่าตัวเลือกนี้ดูเหมือนจะสู้ให้เขาไปกางเต็นท์นอนกลางแจ้งไม่ได้ยังไงไม่รู้?
……………………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset