ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 774 เสียงไวโอลินแห่งสวรรค์

บทที่ 774 เสียงไวโอลินแห่งสวรรค์
โดย
Ink Stone_Fantasy
ฉินสือโอวหยิบไวโอลินออกมาพร้อมเคสหนัง วินนี่ยิ้มและพูดว่า “พระเจ้า คุณไปเอาของโบราณจากที่ไหนมาคะเนี่ย?”
เชอร์ลี่ย์เอามือก่ายหน้าผาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความจำใจ สู้เต็มที่เพื่อภรรยาและลูกจริงๆ เส้นทางศิลปะของตัวเองคงไม่ได้จะเริ่มจากไวโอลินเก่าๆ แบบนี้หรอกนะ?
ฉินสือโอวมองตาโลลิต้าแล้วพูด “อย่าคิดเกินตัวเกินไป ตอนนี้คุณให้ไวโอลินกับหนูไป หนูก็ยังสีมันไม่ได้ อันนี้แค่ให้หนู ทำความรู้จักไวโอลินกับพี่วินนี่ไปก่อน ใช่ไหมคะ พี่วินนี่?”
วินนี่ลูบไล้เคสหนังของไวโอลิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกับสงสัยอะไรบางอย่าง
เคสหนังเป็นหนังลูกวัวสีน้ำตาล แต่แช่อยู่ในน้ำนานเกินไปเลยกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทำให้ตัวอักษร WHH ทั้งสามที่ควรจะชัดเจนเลือนรางไป
อีกอย่าง ด้านล่างตัวอักษรทั้งสามยังมีตัวอักษรเล็กๆ ที่เลือนรางอยู่แถวหนึ่ง วินนี่ดูใกล้ๆ แล้วพึมพำ “มาเรียที่รัก คุณเป็นเหมือนเสียงไวโอลินที่จะอยู่กับผมตลอดไป”
“อะไรเหรอ?” ฉินสือโอวถาม
วินนี่มองเขาอย่างสงสัยแล้วพูด “ไวโอลินตัวนี้ได้มาจากไหนเหรอคะ?”
ฉินสือโอวยักไหล่ ก่อนจะเอาออกมาเขาได้คิดคำพูดไว้แล้ว “เก็บได้จากทะเล จำจดหมายของตระกูลสเตราส์ฉบับนั้นได้ไหม? มันติดมาด้วยกัน ไม่แน่ว่าพวกมันอาจเป็นของบนเรือไททานิก”
ไม่ต้องพูดว่าไม่แน่ใจ เขามั่นใจมากว่าไวโอลินตัวนี้เป็นวัตถุโบราณบนเรือไททานิก
“พระเจ้า นี่หรือว่าจะเป็นไวโอลินของวอลเลซ ฮาร์ตลีย์หรือเปล่า? ไวโอลินเสียงสวรรค์?” วินนี่พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“วอลเลซ ฮาร์ตลีย์? หัวหน้านักไวโอลินบนเรือไททานิกเหรอ?” ฉินสือโอวก็ประหลาดใจ “คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง? ตอนนั้นบนเรือก็มีนักไวโอลินอยู่ไม่น้อยนะ?”
วินนี่เปิดเคสหนังอย่างระวัง หยิบไวโอลินที่หลับใหลอยู่ด้านในเป็นร้อยปีออกมา ที่ด้ามจับมีป้ายทองแดงอยู่หนึ่งอัน ด้านบนมีตัวอักษรเขียนอยู่หนึ่งแถว ตัวอักษรแถวนี้ชัดเจนมาก เพื่อระลึกถึงการแต่งงานของเรา มอบให้วอลเลซ จากมาเรีย
ฉินสือโอวมองไปทางวินนี่แล้วแบมือ
วินนี่กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา เธอชี้ที่ไวโอลินแล้วพูด “นี่คือไวโอลินตัวนั้นของฮาร์ตลีย์จริงๆ พระเจ้า! ว่ากันว่าไวโอลินตัวนี้จมลงก้นมหาสมุทรแอตแลนติกและถูกน้ำทะเลพัดจนพังไปแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะเก็บรักษาไว้ได้อย่างดีแบบนี้!”
วอลเลซ ฮาร์ตลีย์ถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของเรือไททานิก ตอนที่เรือสำราญจมลงในน้ำ คนส่วนมากต่างเลือกเอาตัวรอด มีน้อยคนนักที่กล้าเผชิญกับความตาย และมีเพียงแค่สิบเอ็ดคนที่ตอนนั้นยังจำหน้าที่ที่ได้รับของตัวเองได้
สิบเอ็ดคนนั้นคือ กัปตัน สมิธ คนที่ส่งสัญญาณอยู่หน้าเครื่องส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือจนกระทั่งเสียชีวิต นักเทศน์จอห์น ฮาร์เปอร์ที่ได้รับการเชื้อเชิญจากคริสตจักรมูดี้ที่เมืองชิคาโกประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีวงไวโอลินอีกหนึ่งวง
วงดนตรีบรรเลงเพลงจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสงบความตื่นตระหนกของผู้โดยสาร พวกเขาเล่นเพลงเร็วตั้งแต่ต้นจนจบจนกระทั่งเรือจมและทุกคนเสียชีวิต
ผู้ควบคุมวงและหัวหน้าของวงดนตรีวงนี้ก็คือ วอลเลซ ฮาร์ตลีย์
ชาวคริสต์ชอบเอาของที่ตัวเองนับถือหรือหวาดกลัวไปเชื่อมโยงกับพระเจ้า ตัวอย่างเช่นตอนที่นีลเซ็นภาวนาขอชีวิตคนในเรือตอนอยู่ท่ามกลางมรสุม จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘สาวกของพระเจ้า’
ฮาร์ตลีย์ก็มีฉายาว่าเป็น ‘เสียงไวโอลินแห่งสวรรค์’ ในพิธีรำลึกครั้งใหญ่เมื่อร้อยปีก่อนเจ้าภาพเรียกดนตรีไวโอลินที่บรรเลงโดยวงดนตรีฮาร์ทลีย์ในเวลานั้นว่าเป็นเสียงเพลงที่เทวดาใช้มารับผู้ที่เสียชีวิต
ที่พิธีกรพูดแบบนี้เป็นเพราะตอนนั้นฮาร์ตลีย์บรรเลงทำนองไวโอลินที่ชื่อว่า ‘Nearer-My-God-To-Thee’ แปลว่าใกล้ชิดพระเจ้า ดังนั้นจึงได้มีการยกย่องว่าเป็นเสียงไวโอลินแห่งสวรรค์
ไวโอลินตัวนี้หายไปเป็นร้อยปีแล้ว หลังจากเรือไททานิกจมลงไปสิบวัน ก็ได้นำร่างของฮาร์ตลีย์ขึ้นมาจากน้ำ แต่กลับไม่มีใครเห็นไวโอลินตัวนั้นเลย
ตอนนั้นมีคนบอกว่าฮาร์ตลีย์เคยพูดไว้ว่าเขาพกไวโอลินติดตัวไว้ หวังว่าตอนที่คนพบร่างของเขาแล้วจะเอามันไปให้คู่หมั้นของเขา ดังนั้นภายหลังเมื่อหาไวโอลินตัวนั้นไม่เจอ หลายคนจึงคิดว่าไวโอลินถูกขโมยไปแล้ว
แต่มีคนที่นั่งเรือชูชีพที่ออกไปเป็นลำสุดท้ายพูดว่า ฮาร์ตลีย์เห็นว่าบนเรือไม่มีคนแล้ว ก็เลยเอาไวโอลินไปเก็บรักษาไว้อย่างระวัง
สุดท้ายก็ไม่มีบทสรุป เพราะไม่มีใครได้เห็นภาพสุดท้ายของฮาร์ตลีย์
อ้างอิงจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ฉินสือโอวคิดว่าฮาร์ตลีย์เอาไวโอลินใส่เคสหนังสองชั้นและใส่กล่องเก็บรักษาไว้ ดูเหมือนตอนนั้นเขาจะคิดว่าบนเรือวุ่นวายขนาดนั้นแล้ว แม้เขาจะพกติดตัวไว้ก็คงไม่สามารถเก็บรักษาไวโอลินไว้กับร่างได้
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ไวโอลินตัวนี้ก็ตกมาอยู่ในมือของฉินสือโอวแล้ว และก็ยังเก็บรักษามาอย่างดี
สำหรับไวโอลินที่จมอยู่ในน้ำลึกหลายพันเมตรมาเป็นร้อยปีแล้วยังไม่พังไปทั้งหมด ฉินสือโอวรู้สึกว่ามันแปลกมาก เคสหนังไม่ได้กันน้ำได้ทั้งหมด ไวโอลินแช่อยู่ในน้ำมาตลอด ดูจากสายไวโอลินที่เสียหายก็สามารถดูออกได้
แต่ตัวไวโอลินและคันชักกลับรักษาไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ได้ถูกทำลายไปเท่าไร
ได้ยินว่านี่คือ ‘เสียงไวโอลินแห่งสวรรค์’ ไวโอลินที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยปัจจุบันตัวนั้น เชอร์ลี่ย์เองก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาแล้วเข้ามาดูใกล้ๆ พอดูแล้วก็เสียดาย “ไม่ได้สวยเท่าไร”
วินนี่ลูบผมของเธออย่างอ่อนโยนแล้วพูด “ไม่จ๊ะ มันสวยมาก ไวโอลินตัวนี้มีจิตวิญญาณที่สวยงามมาก”
ฉินสือโอวได้ยินคำพูดนี้แล้วรู้สึกหนาวๆ ขึ้นมา ช่างเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันจริงๆ ถ้าเป็นคนจีนพูดว่าเครื่องดนตรีของตัวเองมีวิญญาณอยู่ ก็ไม่มีใครกล้าสีไวโอลินตัวนั้นแล้ว ไม่มีใครอยากสีไวโอลินที่หันไปแล้วเห็นดวงวิญญาณลอยอยู่ข้างๆ ตัวเองหรอก?
สำหรับชาวคริสต์แล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย หลายคนถึงขนาดชอบอยู่ข้างๆ สุสาน เพราะสุสานคือที่ที่อยู่ใกล้สวรรค์ที่สุด ดูจากการท่องเที่ยวสุสานของอเมริกาและแคนาดาก็รู้แล้ว ชาวคริสต์ไม่กลัวอะไรพวกนี้เลย
ในทางกลับกัน ในสายตาของชาวคริสต์ ของที่เหมือนกันถ้าสามารถเชื่อมโยงกับพระเจ้าและสวรรค์ หรือเชื่อมโยงกับวิญญาณที่ดีได้ก็จะเป็นของล้ำค่า
ได้ยินตำนานของไวโอลินแล้ว พวกชาวประมงก็รีบเข้าไปมุงดู ขอบคุณภาพยนตร์เรื่องไททานิกที่ทำให้ผู้คนรับรู้และจดจำเรื่องราวของฮาร์ตลีย์และไวโอลินตัวนี้ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้
เมื่อตรวจสอบตัวอักษรบนเคสไวโอลินและบนป้ายทองแดงแล้ว พวกชาวประมงก็พยักหน้ายอมรับตัวตนของมัน ไวโอลินตัวนี้เป็นสิ่งที่ มาเรีย โรบินสัน คู่หมั้นของฮาร์ตลีย์ ตอนที่เธออายุ 33 ปี ได้มอบให้แก่ฮาร์ตลีย์เป็นของขวัญเพื่อระลึกถึงการหมั้นกับเขาในปี 1910
เบิร์ดตรวจดูไวโอลินตัวนี้แล้วพูด “ไม่น่าแปลกใจเลยที่แช่อยู่ในน้ำนานขนาดนี้แล้วยังไม่เป็นอะไร ไวโอลินตัวนี้ทำมาจากไม้ประดู่ ไม้ประเภทนี้มีชื่อเสียงด้านความทนทานจริงๆ ถึงขนาดที่มีอายุเป็นร้อยปีก็ยังไม่พัง”
ไม้ประดู่เป็นไม้คุณภาพดี ความหนาแน่นสูง ตาไม้เล็ก เป็นไม้ยืนต้นที่มั่นคงมาก ไม่แตกง่าย เนื้อไม้แข็งเป็นพิเศษ เป็นไม้ที่มีมูลค่ามากชนิดหนึ่ง
…………………………………………..

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset