ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 916 ปูสูตรลับจานหนึ่ง

งมหม้อปูขึ้นมาฉินสือโอวก็สั่งการให้เรือฮาวิซทวนรอบหนึ่งเพื่อหาปลาโอแถบต่อ
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานบนเรือก็มีหิมะหนาปกคลุม พวกชาวประมงเลยได้แต่ผลัดกันกวาดเอาหิมะลงทะเลไป
ตอนบ่าย ฉินสือโอวเรียกเหมาเหว่ยหลงไปที่ห้องอาหารเล็กๆ บนโต๊ะมีปูตัวโตวางเรียงกันอยู่ ปูพวกนี้ตัวใหญ่กว่าปูหิมะหลายเท่า แล้วยังดูพองมากด้วย นั่นคือปูสีน้ำตาลกรีนแลนด์นั่นเอง
“เรียกฉันมาทำไม?” เหมาเหว่ยหลงถาม
ฉินสือโอวตบลงไปที่ปูสีน้ำตาลที่มัดไว้แล้วพูดว่า “อยากกินน้ำชายามบ่ายไหม? ถ้าอยากละก็มาช่วยฉันล้างหน่อย ฉันจะทำกับข้าวเลิศรสให้ชิมเอง”
เหมาเหว่ยหลงไม่ค่อยสนใจเรื่องกินเท่าไร แต่มีให้กินก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนนี้ที่ข้างนอกมีหิมะตก ทำอะไรก็ไม่ได้
การล้างปูสีน้ำตาลเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ปูชนิดนี้ขนาดตัวใหญ่และขี้หงุดหงิด ถ้าไม่ระวังอาจจะบาดเจ็บได้ บนตัวพวกมันมีขน ตอนที่ล้างก็ต้องถือโอกาสตัดขนพวกนั้นทิ้ง ไม่อย่างนั้นจะมีพยาธิ
ฉินสือโอวเตรียมแปรง เดิมทีเอาไว้แปรงกุ้งมังกร ถ้าเอามาแปรงปูสีน้ำตาลก็ดีเหมือนกัน
เหมาเหว่ยหลงทำงานละเอียดมาก เขาขัดปูสีน้ำตาลจนสะอาดตั้งแต่หัวจรดหาง จากนั้นก็วางไว้บนโต๊ะเตรียมเปลี่ยนเป็นอีกตัว เห็นฉินสือโอวนั่งเล่นโทรศัพท์ เขาก็เลยพูดแบบไม่พอใจ “แกให้ฉันมาขัดปู แล้วแกทำอะไร?”
ฉินสือโอวพูดแบบสบายอารมณ์ “เดี๋ยวฉันก็ทำ แกล้างฉันทำกับข้าว มีปัญหาอะไรเหรอ?”
เหมาเหว่ยหลงคิดไปคิดมา แล้วพูดแบบหงุดหงิด “ไม่มีอะไร” หลังจากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอีกพักหนึ่ง รู้สึกว่ามีบางอย่างตงิดๆ “บ้านแกสิ แกเป็นคนอยากกินปู ฉันน่ะไม่ได้อยากกิน ฉันไม่ได้สนใจอะไรไอ้นี่!”
ไร้กิเลสจึงแข็งแกร่ง พอฉินสือโอวได้ฟังเหตุผลนี้ก็ปวดหัว ได้แต่ลงไพ่ความเป็นเพื่อน ให้เหมาเหว่ยหลงรีบล้างให้เสร็จ เมื่อทำกับข้าวเรียบร้อยทั้งสองคนจะได้คุยกันถึงเรื่องสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
คนก็แบบนี้ มักจะลืมเรื่องที่ผ่านไปได้ยาก พอเหมาเหว่ยหลงได้ยินว่าเดี๋ยวจะคุยกันเรื่องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยกระตือรือร้นเต็มที่
ฉินสือโอวมองดูเหมาเหว่ยหลงที่ทำงานอย่างไฟลุก เขาบ่นเสียงต่ำ “ช่างเป็นเจ้าทึ่มที่น่ารักจริงๆ”
“แกพูดว่าอะไรนะ?”
เหมาเหว่ยหลงเป็นคนหูดีมาก ได้ยินถึงสิ่งที่เขาพูด
ฉินสือโอวเดินเข้ามาหยิบปูที่วางราบอยู่บนโต๊ะพลิกขึ้นมา แล้วพูดว่า “แกนี่มันเก็บปูไม่เป็นจริงๆ ปูที่ล้างเสร็จแล้วจะวางราบได้อย่างไร? แกต้องเอามันพลิกกลับมา แบบนี้ไข่ปูถึงจะอยู่ตัว”
เหมาเหว่ยหลงเบ้ปากแบบไม่สบอารมณ์แล้วกล่าวว่า “ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะว่าเมื่อกี้แกพูดว่าอะไร”
ฉินสือโอวพูดขึ้น “ให้แกจัดการปูหน่อยเดียวเรื่องเยอะจริง ฉันว่าซูซูก็ชอบกินปูออก แกไม่เรียนรู้จากฉันหน่อยเหรอว่าจะทำปูให้เธอกินอย่างไร? แล้วไหนจะตั๋วตั่ว ตั๋วตั่วก็ชอบกิน”
พอได้ยินแบบนั้น เหมาเหว่ยหลงก็เงียบ สำหรับฝีมือทำอาหารของฉินสือโอวเขาก็อิจฉาอยู่
ปูสีน้ำตาลเป็นปูที่ค่อนข้างอ้วน แต่รสชาติไม่ได้อร่อยไปกว่าปูหิมะ ที่ฉินสือโอวเลือกกินปูชนิดนี้ก็เพราะเขาไม่ได้จะนึ่งกิน แต่จะใช้วิธีแบบที่บ้านเกิดทำปูสูตรลับ
เลือกปูสองตัวที่อวบอิ่มมาได้ ฉินสือโอวก็ยัดเข้าหม้อนึ่งจนสุก หลังจากนั้นก็ใช้มีดทำอาหารคมๆ สับเป็นแปดชิ้น เสร็จแล้วก็ตั้งน้ำมัน เอาปูลงไปทอดจนเหลืองแล้วค่อยเอาออกมา
เหมาเหว่ยหลงก็ยืนดูอยู่ข้างๆ จริงๆ ฉินสือโอวแปลกใจนิดหน่อย เขาอุทานออกมา “แกนี่รักหลิวซูเหยียนกับตั๋วตั่วจริงๆ เลย”
เหมาเหว่ยหลงกลอกตาแล้วพูดขึ้น “นี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล แน่นอนว่ารักจริง!”
เนื้อปูเป็นอาหารทะเลที่สุกง่ายที่สุด การเอาเนื้อปูนึ่งสุกมาทอดผ่านน้ำมันจะกักน้ำปูข้างในไม่ให้ออกมาได้ แต่การทอดปูก็ต้องระวังความแรงของไฟ นานเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพอเนื้อสุกเกินไปต่อให้มีน้ำปูก็ไม่อร่อย
เอาปูขึ้นมา ฉินสือโอวก็เริ่มผัด ใช้ต้นหอม ขิง กระเทียม พริกมาผัด ใส่ชวงเจียกำโต กลิ่นของน้ำมันเปลี่ยนเป็นเผ็ดชาในพริบตา เหมาเหว่ยหลงโดนรมจนน้ำหูน้ำตาไหล ฉินสือโอวปรายตามองเขาแล้วเอ่ยขึ้น “ทำไมตาแดงแล้วล่ะ? ไม่ใช่ว่าลูกผู้ชายหลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตาหรอกเหรอ?”
เหมาเหว่ยหลงยื่นนิ้วโป้งให้เขาอย่างอับจนคำพูด ปิดจมูกแล้วถอยไป
ฉินสือโอวดึงหน้ากากอนามัยบนหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มภูมิใจ
ทอดเครื่องเทศจวนพอดีแล้ว ฉินสือโอวก็ใส่ซีอิ๊วกับน้ำมันหอย แล้วก็ผัดต่ออีกสักหน่อย เขาใส่ปูสิบหกชิ้นลงไปแล้วเริ่มผัดไปจนเนื้อปูมีสีแดงถึงหยุดมือ
พอตักลงจานโรยด้วยต้นหอมหั่นซอย ฉินสือโอวก็ยกออกมาพลางหยิบเบียร์มาด้วยสองกระป๋อง เขาโยนให้เหมาเหว่ยหลงกระป๋องหนึ่งแล้วพูดขึ้น “มา มาชิมฝีมือเพื่อนแกหน่อย อร่อยแน่นอน!”
เนื้อของปูสีน้ำตาลค่อนข้างร่วน มีรสชาติของเครื่องเทศข้างในเนื้อ แถมกลิ่นเนื้อปูที่มีอยู่เดิมก็ไม่แรงเท่าปูหิมะกับปูจักรพรรดิ เหมาะจะทำกับข้าวแบบนี้ที่สุด
ฉินสือโอวดื่มเบียร์ไปอึกหนึ่ง รู้สึกว่าดื่มไอ้เจ้านี่ตอนฤดูหนาวก็ไม่อร่อยเลยโยนทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นเหล้าขาวขวดหนึ่งแทน เอ้อกัวโถว หนึ่งในแบรนด์เหล้าขาวจีนชื่อดังที่ตีตลาดนิวฟันด์แลนด์สำเร็จ
แกะเปลือกปูสีน้ำตาลเอาเนื้ออกมา ผิวนอกของเนื้อปูเป็นสีแดงเข้ม ด้านในเป็นสีขาวหิมะ เนื้อเด้งมาก ฉินสือโอวเอาเข้าปาก รสชาติหม่าล่าแผ่ซ่านไปบนต่อมรับรส เนื้อปูของฟาร์มปลาก็อร่อยแบบนี้ล่ะ!
ที่จริงแล้วกับข้าวนี้ไม่เหมาะกับปูที่สดมากๆ เพราะอาหารทะเลก็กินเพื่อเอาความสดของทะเล วิธีทำปูสูตรลับแบบบ้านเกิดฉินสือโอวเอาไว้สำหรับปูที่ไม่สด
แต่ก่อนนี้บ้านเกิดของเขาค่อนข้างยากจน ไม่ว่าปูน้ำจืดหรือปูทะเลทั้งปีก็ได้กินไม่เท่าไร อีกอย่างระหว่างทางที่เอากลับมาก็มักจะทำให้กลิ่นเปลี่ยน ใช้เครื่องเทศเยอะๆ มากลบกลิ่นที่เพี้ยนไปของปู แบบนี้ก็อร่อยได้เหมือนกัน
ฉินสือโอวแกะปูกินอย่างเอร็ดอร่อย เหมาเหว่ยหลงชิมไปชิ้นหนึ่ง รสชาติอร่อยจริงๆ เขาเองก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยบ้าง
“แต่ก่อนก็เคยกินปูสีน้ำตาล รู้สึกว่าเนื้อก็ธรรมดา นึกไม่ถึงว่าตอนนี้ได้มากินอีกครั้งรสชาติจะอร่อยกว่าเดิมมาก” เหมาเหว่ยหลงอุทานออกมา “พอคนแก่ลงก็ใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำจริงๆ ด้วย”
ฉินสือโอวพูดแบบไม่ใส่ใจ “อย่างแกน่ะพอเถอะ ฉันทำอร่อย ถ้าแกกลับไปซื้อปูมาทำกินเอง หลิวซูเหยียนกับตั๋วตั่วกินแล้วคงท้องเสียแน่! อย่างเมื่อตอนปีหนึ่งที่เราไปปิกนิกกัน แกเกือบจะฆ่าคนทั้งห้องไปแล้ว!”
“ไปไกลๆ เลยไป เดี๋ยวฉันไปทำเอง แกคิดว่าฝีมือทำอาหารของฉันจะหยุดอยู่แค่ทักษะเมื่อตอนมหาวิทยาลัยเหรอ?” เหมาเหว่ยหลงพูดอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้…”
“ตอนนี้คงแย่กว่าเดิมสินะ? เรื่องแบบนี้เป็นพรสวรรค์ แกก็อย่าใส่ใจมากเลย ฮะๆ”
รสหม่าล่ากระตุ้นความอยากอาหารได้มากที่สุด ปูสีน้ำตาลสองตัวตามปกติก็พอให้สี่ห้าคนกิน ทั้งสองคนกินเหล้าพลางคุยกันจนกินกับข้าวหมดทั้งจาน
ปกติฉินสือโอวไม่ค่อยดื่มเหล้าขาว พอกินเข้าไปก็หนักไปหน่อย จากนั้นก็เดินโซเซออกไป มองดูท้องฟ้าหิมะก็อดฮึกเหิมไม่ได้ ประคองตัวไปตามราวแล้วตะโกน “ทิวทัศน์เมืองเหนือ น้ำแข็งพันลี้ หิมะหมื่นลี้…”
นีลเซ็นกับชาร์คพาชาวประมงวิ่งมาแล้วตะโกน “เร็วๆๆ หามบอสลงมา เขาเมาแล้วใช่ไหม? ให้ตายอากาศแบบนี้ ตกลงไปไม่จมน้ำก็คงหนาวตายก่อน!”
…………………………………………………..

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset