ผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา) – บทที่ 65 เสิ่นเจียเหวินมอบร่างกายตัวเองให้ฉินเฟย(1)

ผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา) บทที่ 65 เสิ่นเจียเหวินมอบร่างกายตัวเองให้ฉินเฟย(1)
“เธอจะยืมให้ฉันยังไงเหรอ?”

“เรื่องนี้ค่อยพูดกันทีหลัง ค่อยพูดกันทีหลัง”ฉินเฟยรีบดึงความคิดของตัวเองกลับมา ถ้ายังสนทนาต่อไปคงเกิดเรื่องอย่างแน่นอน เขาพูดอย่างเคร่งขรึม:”เธอออกไปและเรียกเหอฉิงเข้ามา เรื่องดึงตัวหลิวจงเหลียงมาทำงานนั้น เธอไม่ต้องไปแล้ว สำหรับการใช้แผนสาวงามนั้น มันไม่จำเป็นเลย!”

“ทำไม? ประธานฉินทนไม่ได้เหรอ? กลัวฉันโดนแต๊ะอั๋งเหรอ?”เสิ่นเจียเหวินลุกขึ้นมาและเดินไปที่หน้าโต๊ะทำงานของฉินเฟย สองมือของเธอจับโต๊ะเอาไว้และก้มลงไปมองหน้าฉินเฟย

ฉินเฟยกลัวจนรีบถอยหลังทันที แต่เขาควบคุมสายตาตัวเองไม่ได้ มองไปยังหน้าอกที่เปิดอยู่ ทำให้ฉินเฟยมองจนกลืนน้ำลายตัวเองไปหลายครั้ง

“มันง่ายมากๆ เธอเป็นรองประธานของว่านเซียง ถ้าเธอไปเองคงจะไม่เหมาะสม ถ้าโดนรังแกจะทำยังไง? เธอรีบออกไปและเรียกเหอฉิงเข้ามา”

“อืม……”เสิ่นเจียเหวินค่อยๆยืนตัวตรง เธอมองฉินเฟยที่มีใบหน้าแดงก่ำ ทำให้เธอมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเกิดขึ้นในจิตใจ

เสิ่นเจียเหวินก็คิดไม่ถึงจริงๆว่าประธานจาง(จางจงเยว่)จะส่งเด็กหนุ่มแบบนี้มาเป็นประธาน แต่คิดไม่ถึงจริงๆว่าฉินเฟยจะทำงานได้อย่างจริงจัง เป็นคนที่ฉลาด แต่ก็เป็นเด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสามากๆ เป็นเด็กหนุ่มที่กล้าคิดลามกแต่ไม่กล้าลงมือ

ผู้หญิงมีสัมผัสที่หกที่ไว้มากๆ ทุกครั้งที่ฉินเฟยแอบมองเธอ เธอสัมผัสได้อยู่แล้ว

เด็กหนุ่มอ่อนหัด!

“โอเค งั้นก็ทำตามคำสั่งของประธานฉินก็แล้วกัน ประธานฉินพูดถูกแล้ว ฉันเป็นถึงรองประธาน คนที่สามารถรังแกฉันได้ มีเพียงแค่ท่านประธานเท่านั้น!”

แม่งเอ๊ย!

ในที่สุดสาวสวยอย่างเสิ่นเจียเหวินก็จากไป ตอนนี้ฉินเฟยถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ ทำไมเธอถึงชอบแซวตัวเองอย่างนี้

แน่นอนว่าฉินเฟยรู้ดีว่าเสิ่นเจียเหวินไม่ได้เป็นผู้หญิงสำส่อน เพียงแต่เธอมีนิสัยเปิดเผยเท่านั้น มิฉะนั้น ด้วยความสวยและความสามารถของเธอ แค่กวักมือเรียก ก็มีผู้ชายจำนวนมากยอมทำทุกอย่างเพื่อเธออยู่แล้ว

และผู้ชายพวกนั้นก็คงยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอได้

“ก๊อกๆๆๆ……”เสิ่นเจียเหวินออกไปได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“เชิญเข้ามาได้”ฉินเฟยพูดไปด้วยและเงยหน้าขึ้นด้วย

เหอฉิงที่มีรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามา สีหน้าของเธอจริงจังและเคร่งขรึมมากๆ เส้นฉันสีดำถักเปียอยู่ เธอแต่งตัวได้สะอาดสะอ้านมากๆ

“มีเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้เธอไปทำ……”ฉินเฟยหยิบเอกสารขึ้นมาและอธิบายทันที

“อืม แสดงความเป็นมิตรหน่อย อย่าทำหน้าเย็นชาตลอดเวลา ต้องใช้คุณธรรมชนะใจคนอื่น!”ฉินเฟยพูดไปด้วยและหัวเราะไปด้วย:”เอาเลย ยิ้มให้ฉันดูหน่อยสิ”

เหอฉิง:”……”

……

เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

กลางวันฉินเฟยยุ่งอยู่กับการทำงาน กลางคืนเขาแบกดาบเสวี่ยอิ่นไว้ด้านหลังและวิ่งออกกำลังกาย แม้แต่ตอนกลางคืนเขายังกอดดาบเสวี่ยอิ่นนอนด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นชัดเจนมากๆ ฉินเฟยสัมผัสได้ทันทีว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ การเคลื่อนไหวและการตอบสนองก็เร็วกว่าเมื่อก่อน สิ่งที่ผิดหวังมีเพียงเรื่องเดียวก็คือ เขาฝึกฝน

เจียงเยว่ถงขอบริษัทฉีแยคืนมา พูดกันตามตรงคือซุนเย่าเหวินให้เธอมาฟรีๆ ตอนนั้นซื้อไปในราคาสามล้านหยวน แต่ตอนที่ส่งมอบนั้น อีกฝ่ายไม่รับเงินจากเธอเลย ฉินเฟยรู้ดีว่าซุนเย่าเหวินทำแบบนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณของเขา

สำหรับเรื่องที่ซุนเย่าเหวินค้นหาเสิ่นเสี่ยเหมยนั้น เขาคงค้นหาเสิ่นเสี่ยเหมยในระยะเวลาสั้นๆไม่เจออยู่แล้ว เพราะซงไห่มีประชากรสิบห้าล้านคน การค้นหาคนๆหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้เขาจะค้นหาเสิ่นเสี่ยเหมยจนเจอ เสิ่นเสี่ยเหมยอาจจะไม่ยอมรับเขาก็ได้ ช่วงหลายวันมานี้เจียงเยว่ถงยุ่งมากๆ หลังจากได้บริษัทฉีแยคืนมาแล้ว เธอก็โทรศัพท์ไปหาพนักงานเก่าๆและเรียกพวกเขากลับมาทำงาน และเมื่อวานเธอก็ได้เซ็นสัญญากับว่านเซียงมูวีแล้ว

เจียงเยว่ถงดีใจมากๆและมั่นใจมากๆ ตอนนี้เธอซาบซึ้งในตัวฉินเฟยมากๆเช่นกัน สำหรับเรื่องที่ฉินเฟยแบกดาบเสวี่ยอิ่นกลับบ้านทุกคืนนั้น เขาอธิบายว่าตัวเองกำลังฝึกฝนร่างกายอยู่ เพื่อทำให้ตัวเองมีพลังที่แข็งแกร่งและเอาไว้ปกป้องภรรยาของตัวเองในอนาคต เจียงเยว่ถงยิ้มด้วยความดีใจ สายตาที่มองฉินเฟยก็อ่อนโยนมากขึ้น

แต่น่าเสียดาย การโอบกอดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นอีก

ตอนเย็นหกโมงกว่าๆของวันนี้ ฉินเฟยแบกดาบเสวี่ยอิ่นและออกมาจากบริษัททันที เขามาถึงสวนสาธารณะหยุนซานเว่ยที่อยู่ใกล้ๆบริษัทเพื่อฝึกฝนร่างกาย

ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่พึ่งเริ่มพัฒนา ทำให้อุปกรณ์ต่างๆมีไม่ค่อยครบ โดยเฉพาะสวนสาธารณะหยุนซานเว่ยแห่งนี้ เมื่อถึงตอนกลางคืนจะเงียบมากๆและแทบจะไม่มีคนเลย

ฉินเฟยวิ่งอยู่บนถนนสายเล็กๆ เขาหายใจเร็วด้วยความเหน็ดเหนื่อย บางทีเขาก็จะได้เสียงผู้หญิงหายใจเร็วและได้ยินเสียงครางเบาๆจากในพุ่มไม้ มันได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ในเวลากลางคืนจะไม่ค่อยมีคนมา ทำให้วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ทำงานอยู่ใกล้ๆมาออกเดตกันในสถานที่แห่งนี้ เพราะพวกเขาต้องการสร้างความตื่นเต้นให้ตัวเอง

เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ท้องฟ้าได้มืดสนิทแล้ว

ฉินเฟยวิ่งออกมาจากสวนสาธารณะ เขาคิดจะหาที่ทานอาหารก่อน แต่เขากลับมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟ

เสิ่นเจียเหวินเหรอ?

ฉินเฟยอึ้งไปเลย นอกจากเสิ่นเจียเหวินแล้ว ด้านหลังของเธอยังมีผู้ชายอ้วนๆคนหนึ่ง

ฉินเฟยขมวดคิ้วทันที พวกเขากำลังออกเดตกันเหรอ?

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทำให้ฉินเฟยรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ถึงแม้เขารู้ดีว่าตัวเองกับสาวสวยอย่างเสิ่นเจียเหวินไม่มีทางเป็นแฟนกันได้ แต่เมื่อมองเห็นสาวโสดที่อยู่ข้างๆตัวเองมีแฟนหนุ่มแล้ว ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจ

เพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้ากัน ฉินเฟยไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉินเฟยรอให้พวกเขาจากไปก่อน ตัวเองค่อยอ้อมไปอีกทางหนึ่ง

ภายใต้แสงไฟ เสิ่นเจียเหวินยังคงใส่กระโปรงรัดรูปตัวเดิม ถึงแม้กระโปรงรัดรูปจะไม่ได้ถูกดีไซน์เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังรูปร่างอันเซ็กซี่ของเธอได้เลย ภายใต้แสงไฟ ขาวอันเรียวยาวของเธอที่ใส่ถุงน่องอยู่ มันดูเซ็กซี่และดึงดูดสายตามากๆ

เสิ่นเจียเหวินใส่ส้นสูงและรีบเดินไปข้างหน้า มีเสียงส้นสูงกระแทกพื้น‘ก๊อกๆ’ดังขึ้นตลอดเวลา ใบหน้าอันสวยของเธอเย็นชามากๆ ผู้ชายร่างอ้วนที่อยู่ด้านหลังไล่ตามด้วยความเหน็ดเหนื่อย

เขากำลังพูดบางอย่างอยู่ แต่เสิ่นเจียเหวินที่อยู่ข้างหน้าไม่สนใจคำพูดของเขาเลย และเสิ่นเจียเหวินรีบเดินไปข้างหน้าทันที

“เสิ่นเจียเหวิน อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย!”ชายร่างอ้วนโกรธมากๆและวิ่งเข้ามา และจับไหล่ของเสิ่นเจียเหวินเอาไว้

“แกคิดจะทำอะไร แกระวังการกระทำและคำพูดของแกด้วย”เสิ่นเจียเหวินโกรธมากๆและสะบัดมือของผู้ชายออกไป

“ฮ่าๆ แกประเมินตัวเองสูงไปหรือเปล่า แกก็เป็นแค่รองประธานของว่านเซียงกรุ๊ปเท่านั้น แกได้เงินเดือนเท่าไหร่เหรอ? คงได้ปีละสามแสนถึงห้าแสนเองมั้ง? ทำงานสิบปีก็ซื้อบ้านในซงไห่ได้แค่หลังเดียวเท่านั้น แกกล้าดียังไงมาดูถูกฉันแบบนี้?”ผู้ชายพูดด้วยความดูถูก

“ฉันไม่ได้คิดจะดูถูกแกเลย ฉันคิดว่าพวกเราไม่เหมาะสมกัน อย่ามาระรานกับฉันอีกเลย”เสิ่นเจียเหวินหายใจเข้าลึกๆและพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าชื่อหลิวป๋อหุ่ย เขาเป็นคุณชายสามของตระกูลหลิวที่เป็นตระกูลระดับสองของซงไห่

ตระกูลหลิวเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในซงไห่ พวกเขาทำธุรกิจด้านอาหาร มีร้านแฟรนไชส์มากกว่าร้อยแห่ง พวกเขามีสวนผักและโรงเลี้ยงเป็ดไก่ของตัวเอง มีห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ มีทรัพย์สินมากกว่าพันล้าน ตระกูลนี้ก็ถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมากๆ

แม่ของเสิ่นเจียเหวินแนะนำให้เธอรู้จักกับหลิวป๋อหุ่ย ให้พวกเขาสองคนนัดบอดกัน ถ้ารู้สึกว่าอีกฝ่ายโอเคก็แต่งงานกันได้เลย ตอนนี้เสิ่นเจียเหวินอายุสามสิบปีแล้ว ถ้าอายุของผู้หญิงเข้าสู่สี่สิบปีก็คงหาคู่ครองไม่ได้อีก เรื่องนี้ทำให้แม่ของเธอกังวลมากๆ

แม่ของเสิ่นเจียเหวินก็เป็นคนที่เก่งมากๆ ตอนแรกเธอทำงานในร้านอาหารของตระกูลหลิว ใช้ความสามารถของตัวเอง จากพนักงานเล็กๆคนหนึ่ง สุดท้ายกลายเป็นผู้จัดการสาขาแห่งหนึ่ง ตอนนี้เธอเกษียณแล้ว

ตระกูลหลิวก็เป็นตระกูลใหญ่ในซงไห่และเสิ่นเจียเหวินก็เป็นรองประธานของว่านเซียงกรุ๊ป ความสามารถของเธอก็เหมาะสมกับอีกฝ่ายเช่นกัน ถ้าเสิ่นเจียเหวินสามารถแต่งเข้าตระกูลหลิวได้ เธอก็จะสุขสบายไปตลอดชีวิต

สำหรับคำอ้อนวอนของแม่นั้น ถึงเสิ่นเจียเหวินจะไม่ยินยอมแต่ก็ต้องทำตาม พวกเขาเคยเจอหน้ากันเมื่อสามวันก่อน เสิ่นเจียเหวินมองผู้ชายแค่ครั้งเดียว เธอก็รู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายเลย เพราะนี่คือสังคมที่มองคนจากรูปร่างหน้าตา มันเป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว!

ยังไงซะ สำหรับผู้ชายนั้น หน้าตาเป็นแค่เรื่องรอง ถ้าเป็นคนที่มีความสามารถ มีเงินทองก็พอแล้ว

แต่น่าเสียดายจริง เนื่องจากเสิ่นเจียเหวินสวยมากๆ เมื่อหลิวป๋อหุ่ยมองเห็นเธอก็ตกลงรักเลย การทานข้าวในคืนนั้น สายตาลามกของเขาไม่เคยออกห่างจากร่างกายของเสิ่นเจียเหวินเลย

เนื่องจากฐานะของตระกูลค่อนข้างร่ำรวย ทำให้หลิวป๋อหุ่ยแสดงท่าทีอวดดีมากๆออกมา

ตอนที่ทานอาหารนั้น เขาหยิบสร้อยคอราคาสิบล้านให้เสิ่นเจียเหวิน และใช้โอกาสนี้ไปจับมือของเสิ่นเจียเหวินเอาไว้ หลังจากเสิ่นเจียเหวินหลบได้แล้ว เธอก็รู้สึกไม่พอใจผู้ชายคนนี้มากๆ สุดท้ายแล้ว หลิวป๋อหุ่ยใช้มือมาจับน่องของเธอ ทำให้เสิ่นเจียเหวินหมดความอดทนทันที เธอเดินออกจากร้านอาหารเลย

วันนี้ตอนเย็น เสิ่นเจียเหวินรับโทรศัพท์จากแม่ของเธอ บอกให้เธอไปพบหน้าหลิวป๋อหุ่ยอีกครั้ง และด่าเธอด้วย บอกว่าเธอบ้าไปแล้วเหรอ อีกฝ่ายแค่อ้วนไปหน่อยเท่านั้น แต่เขาก็ดีกับเธอและยอมทุ่มเทให้เธอไม่ใช่เหรอ

เมื่อแม่ร้องไห้ออกมา ทำให้เสิ่นเจียเหวินต้องฝืนใจมาพบหน้าอีกฝ่าย

หลังจากเจอกันในวันนี้แล้ว เสิ่นเจียเหวินคิดไม่ถึงจริงๆว่าหลิวป๋อหุ่ยจะพูดจาลวนลามและดูถูกเธอแบบนี้ เธอโกรธมากๆและเดินออกมา หลิวป๋อหุ่ยก็เลยรีบไล่ตามออกมาด้วย

“ระรานแก? แกคิดว่าข้ามาระรานแกเหรอ?”หลิวป๋อหุ่ยหัวเราะออกมา:”แกรู้ไหมว่าข้านอนกับผู้หญิงมาแล้วกี่คน? ผู้หญิงพวกนั้นต่างเป็นสาวงาม รูปร่างไม่ได้ด้อยไปกว่าแกเลย ฉันคิดว่าแกมีหน้าตาที่ไม่เลวเลย และตรวจสอบข้อมูลของแกและพบว่าแกไม่ได้เป็นผู้หญิงที่สำมะเลเทเมา และเป็นผู้หญิงก็มีความสามารถอยู่บ้างก็เท่านั้น”

“ขอบคุณที่ชื่อชอบในตัวฉัน ฉันคิดว่าพวกเราไม่เหมาะสมกันจริงๆ”เสิ่นเจียเหวินพยายามอดทนและพูด

“ไม่เหมาะสมกันตรงไหน? ข้ามองออกว่าเธออายุสามสิบแล้ว ผู้หญิงอายุขนาดนี้ ถ้าไม่มีแฟนก็คงไม่ได้แต่งอีกแล้ว ฉันก็อยากจะได้ผู้หญิงที่ชื่อฟังคนหนึ่ง พวกเราอยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว ฉันมีเงินทองมากมาย สิ่งที่เธออยากได้ ฉันซื้อให้เธอได้ทั้งหมด เธอรอจนถึงตอนนี้ยังไม่แต่งงาน เพราะอยากจะหาสามีรวยๆไม่ใช่เหรอ เธอจะรออะไรอีก?”หลิวป๋อหุ่ยยืดหน้าท้องออกมาและพูด เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจเสิ่นเจียเหวินมากๆ

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ พวกเราไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน พวกเราจบกันแค่นี้เถอะ ขอโทษจริงๆ และขอบคุณมากๆที่ชื่นชมในตัวฉัน”เสิ่นเจียเหวินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“นางเพศยา แกคิดว่าแกเป็นใคร ผู้หญิงอย่างแก ฉันเจอมาเยอะแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทและคิดว่าตัวเองเก่งมากเหรอ? แกเชื่อไหม ฉันโทรศัพท์แค่สายเดียวก็ทำให้แกตกงานได้เลย แกก็เป็นได้แค่นางเพศยาเท่านั้น!”หลิวป๋อหุ่ยโดนปฏิเสธไปหลายครั้ง ทำให้เขาโกรธมากๆ

เขาเคยนอนผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ขอแค่เขาให้เงิน ผู้หญิงพวกนั้นก็ยอมถอดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างง่ายดาย ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมถอดเสื้อผ้า มันแปลว่าเงินที่ให้ยังไม่พอ

ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้

ในสายตาของเขา เสิ่นเจียเหวินที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นผู้หญิงแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่เธอเล่นตัวเท่านั้น

ผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา)

ผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา)

ผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา)
Status: Ongoing
อ่านนิยายผมเป็นเขย(ผู้ไม่ธรรมดา)ฉินเฟยเป็นเขยแต่งเข้าแห่งตระกูลอันดับรอง แต่งงานมาสามปีเมียไม่เคยให้แตะเลย พอชีวิตถูกบีบมาจนถึงขีดสุด หลังเผยตัวจนที่แท้จริงเท่านั้นแหละ เธออดใจไม่ไหวแล้ว…………

Comment

Options

not work with dark mode
Reset