ผมแค่อยากอ่านหนังสือ แต่ดันกลายเป็นหญิงในต่างโลกซะงั้น – ตอนที่ 34

บทที่ 34 – One Punch Girl

 

ลมหายใจมันคือคลื่นพลังเวทมนตร์ในร่างกาย มันเป็นทักษะเฉพาะของชั้นเลยไม่เสียมานามากแต่ความรุนแรงของมันค่อนข้างน่ากลัวแฮะ

ชั้นไม่คิดจะใช้มันอีกแน่ๆ มองลงไปหลุมกว้างขนาดสิบกว่าเมตรห้องโถงนี่แทบจะดับดิ้นเลยทีเดียว ชั้นหมายถึงเกือบพังเลยดีนะที่ไม่ธรรมดา

หลุมลึกมองลงไปเห็นก้นชั้นสงสัยจริงว่ามันจะลึกไปถึงไหน จะว่าไปใต้ดินอาจมีแร่ดีๆ ก็ได้นะ คิดได้แบบนั้นชั้นก็ทุบมือตัวเอง

“จริงสิ.. ไหนๆ ก็ขุดหลุมแล้วหาทองมาโยนให้เจ้าของปราสาทแห่งนี้แทนหนังสือดีกว่า!”

นี่มันค่อนข้างจะยอดเยี่ยมการหาแร่ไม่ยากเพราะมีทักษะตรวจสอบสามารถตรวจจับพลังเวทผิดปกติจากพื้นที่อื่นได้..

แต่ขอฟาร์มมานาเพิ่มก่อนแล้วกัน ถึงมานาชั้นจะแกร่งมากแต่จำนวนมันน้อยเกินไปถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนบ่อลาวาเล็กๆ

กับยักษ์ แม้ลาวาจะร้อนแรงสามารถเผาผิวหนังยักษ์ได้แน่ๆ แต่บ่อมันเล็กเกินไปเลยทำอะไรยักษ์ไม่ได้ นี่แหละที่ชั้นจะบอกหวังว่าคงเข้าใจกันนะ

คิดแล้วก็ปีกงอกออกมาจากข้างหลังนี่คือทักษะของชั้น ปีกมังกร สามารถงอกปีกมังกรออกมาจากหลังและใช้บินได้ชั้นนี่เหมือนสไลม์แถวนี้จริงๆ

ชั้นบินลงไปตามหลุมที่ลมหายใจมังกรสร้างขึ้นลงมาจนถึงร้อยเมตรก็เห็นโพลงหนึ่งเป็นทางเดินเข้าไปข้างในมืดสนิท

แต่สำหรับชั้นมันก็ปกติชั้นเข้าไปในโพลงหลุมปีกก็หดกลับเข้ามาก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ นี่มันคงเป็นดันเจี้ยนหรือเปล่า

เดินมาสักพักก็พ้นจากโพลงทางเดินชั้นก้าวไปข้างหน้าเสียงก็ดังก้องกังวานกว่าเดิมเห็นชัดว่านี่เป็นห้องใหญ่ ชั้นกวาดสายตาไปทั่ว

นี่เป็นห้องสี่เหลี่ยมกล่อง กว้างราวๆ 50 เมตร ยาวราวๆ 50 เมตร สูงราวๆ 50 เมตร..

ข้างหน้าชั้นไปประมาณห้าเมตรด้านซ้ายและขวามีเสาหลายต้นตั้งเรียงกันจนไปสุดห้องทางด้านตรงข้ามกับชั้น นี่ล่ะที่เป็นเป้าหมายชั้นคิดว่านะ

ในตอนนั้นเองพลันมีไฟลุกโชติขึ้นบนยอดเสา เริ่มแรดจากต้นแรกทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะถูกติดเรียงไปเรื่อยๆ เหมือนฉากในคิริ***

เมื่อชั้นก้าวเข้ามาไฟมันก็ติดเองนี่มันคงจะเป็นอาร์ติแฟ็คชนิดหนึ่ง แถมนานมาแล้วด้วย ในตอนนั้นเอง

“โฮกกกกกกกกกกก!!!”

เสียงคำรามก็ดังขึ้นมาชั้นหันไปข้างหน้าก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ร้องคำรามออกมามันตัวยาวเหมือนจระเข้ ลำตัวเป็นสีแดงแต่ดูเหมือนกับแดงหม่นๆ

ที่หางมีไฟสีแดงลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง สายตาจดจ้องมาที่ชั้นเหมือนไร้สติ.. นี่ไม่ต้องถามว่ามันคือตัวอะไรนอกจาก ซาลาแมนเดอร์ปิ้ง!

ชั้นหมายถึงซาลาแมนเดอร์ไฟ มันไม่เหมือนซาลาแมนเดอร์ที่โลกเดิมรู้จักนะมันมีเกล็ดเหมือนมังกรขนาดตัวยาวหลายสิบเมตร

ขาทั้งสี่มันใหญ่พอจะบดขยี้คนคนหนึ่งได้สบาย ชั้นคิดว่าเจ้าหมอนี่น่าจะเก่งน่าดู เพราะสายตามันคมมาก คงไม่เกี่ยวสินะ ที่จะบอกก็คือ

มันเหมือนกับไม่ได้มีชีวิตอยู่ สงสัยเลยใช้เนตรเทพระบบตรวจสอบมันซะเลยข้อมูลเลยปรากฏเป็น ซากศพซาลาแมนเดอร์นั่นเอง!

คือไม่เข้าใจจะอธิบายให้ชั้นรู้จักมาจากหนังสือซากศพที่สามารถคำรามได้คือซากศพที่ถูกพลังบางอย่างควบคุม ให้มันฟื้นคืนมาจากความตาย

แต่ไม่ใช่การคืนชีพถ้าจะให้พูดก็เหมือนอันเดต แต่มันไม่มีหัวใจไม่มีอะไรทั้งสิ้น ฆ่าไม่ตายดีๆ นี่เองแต่ชั้นรู้วิธีฆ่ามันดี

มันเหมือนซอมบี้นั่นล่ะแต่ไม่ใช่คน เป็นซอมบี้ซาลาแมนเดอร์นั่นเอง น่าจะเก่งเลยนะตัวนี้.. ชั้นคิดว่านะ…

แต่น่าจะช่วยชั้นเลื่อนระดับได้ไม่กี่ระดับละมั้งก็แบบสเตตัสชั้นสูงลิบขนาดนั้นการเลื่อนระดับน่าจะยากขึ้นด้วย ก็แหมถ้าไม่ยากนี่มันบัคชัดๆ เลยนะ

มันจ้องมาทางชั้นก่อนจะคำรามเสียงใส่ชั้นในพริบตานั้นเอง พลันมีไฟสีดำทมิฬพุ่งออกมาใส่ชั้นอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่ไฟธรรมดาแน่ๆ

ชั้นโดดหลบออก ถึงจะบอกว่าต้านทานได้ใครจะไปอยากให้ไฟไหม้ชุดกันละ! ถึงร่างกายจะไม่เป็นไรแต่ชุดนี่สิจะแย่เอาได้ ยิ่งมีๆ ม่กี่ชุดเองนะ! (ไม่ซื้อละหนู..)

เพลิงสีดำทมิฬปะทะใส่จุดที่ชั้นเคยอยู่มันลุกพรึบทีเดียวก่อนจะหายวับไปจุดที่ชั้นยืนอยู่พลันกลายเป็นหลุมไม่เห็นก้น

“…นี่.. มันโกงไปหน่อยไหม…”

ชั้นสงสัยจริงๆ เลยใช้เนตรเทพระบบ [1] ตรวจสอบดูสเตตัสและระดับของมันชั้นต้องผงะไปนิดหน่อย… ระดับมันทะลุหนึ่งร้อยไปแล้ว

ระดับ 101! บ้าไปแล้ว สเตตัสไหนดูสิ.. ชั้นมองไปที่สเตตัสก็ต้องยืนงงไปพักหนึ่ง.. สเตตัสขอบอกไม่ใช่เล่นๆ เลยนะหลักพันเกือบถึงหมื่น

นี่มันเกือบพอๆ กับลิลิซตอนถือหอกเลยนะ มันมองมาที่ชั้นก่อนจะคำรามเสียง “โฮก!” ใส่หนึ่งครั้งศรเพลิงสีเลือดพลันปรากฏขึ้น

“เมื่อกี้สีดำ คราวนี้สีแดงเรอะ!?”

ชั้นตบมุขศรนับสิบเล่มพุ่งมาทางชั้นด้วยความเร็วหลายสิบมัคอย่างแน่นอน มันรวดเร็วเกินไปในสายตาของคนปกตินะ

แต่สำหรับชั้นมันก็ปกติ เพลิงคราวนี้เป็นศรไม่ใช่กลุ่มชั้นจึงไม่คิดที่จะหลบหนีแบบครั้งแรกเพราะแบบนั้นมันเผาชุดชั้นได้แต่ศรแบบนี้ทำไม่ได้

เพราะขนาดมันเล็กหวังทะลุทะลวง มันพุ่งมาใส่ชั้นอย่างรวดเร็วชั้นยื่นมือไปขวาจับศรเพลิงสีเลือดก่อนจะจับศรฟาดปะทะกับศรดอกอื่นๆ

แต่ทันทีที่ฟาดปะทะศรในมือของชั้นก็พังศรที่ถูกฟาดก็สลายชั้นจึงต้องเปลี่ยนดอกทุกครั้งที่ฟาด นี่จึงเป็นมหกรรมฟาดเหวี่ยงอย่างรวดเร็ว

มองอยู่ไกลจะมองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเร็วเกินไป จนศรดอกสุดท้ายชั้นคว้ามาได้ยัดลงช่องเก็บของทันที

นี่เพราะจะนำไปศึกษา โชคดีที่ในช่องเก็บของหลังจากถูกโยนเข้าไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดลงเป็นมิติที่ตัดขาดจากกาลเวลา (space-time) โดยสิ้นเชิง

จึงทำให้ไม่มีสิ่งใดเข้าถึง.. ก็แหมไฟหลากสีนี่น่าสนใจซาลาแมนเดอร์มันราวกับไร้ความคิดใดๆ ทันทีที่ศรถูกทำลายมันคำรามลั่น

“โฮกกกกกกกก!”

หนึ่งครั้งพริบตานั้นพลันมีบอลเพลิงสีดำและเพลิงสีเลือดปรากฏขึ้นเหนือหัวมันเส้นผ่าศูนย์กลางหลายเมตรก่อตัวขึ้นทำเอาห้องเริ่มหลอมละลายด้วยความร้อน

ชั้นสัมผัสถึงความร้อนได้เนื่องเพราะมีทักษะรับรู้พลังเวท หรือทักษะตรวจสอบทำให้ชั้นจำแนกได้ว่าเวทมนตร์กำลังหนาแน่นขึ้นภายในบอลเพลิงสองสี

สว่างจ้าตา ชั้นยังรู้ว่าความร้อนระดับนี้มันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ .. เรื่อยๆ ในชั่วพริบตาก็ร้อนในระดับที่เทียบเคียงผิวของดวงอาทิตย์

ห้องหินหลอมละลายโดยสิ้นเชิง แม้มันจะไร้สมองแต่ซาลาแมนเดอร์แม้จะตายยังมีสัญชาตญาณ มันรู้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งต้องตอบโต้ด้วยทุกอย่างที่มี

ความร้อนเหนือกว่าผิวของดวงอาทิตย์ขึ้นไปเรื่อยๆ ห้องหินละลายเป็นของเหลวทุกแห่งเริ่มยุบตัว ชั้นตกใจเล็กน้อยมองไปที่การแสดงของมัน

“โฮกกกกก!!!”

ความร้อนไต่สูงถึงแกนกลางดวงอาทิตย์ในพริบตานั้นมันก็คำรามหนึ่งครั้งเพลิงสองสีต่างบีบอัดเล็กย่อขนาดลงเหลือขนาดแค่หัวเด็กทารก!

เพลิงสองสีดูดเข้าหากันในเสี้ยวพริบตานั้นเอง “ตูม ตูม ตูม ตูม!!” ความร้อนแผดเผาทำให้ชั้นค่อนข้างตะลึงความร้อนมันคูณผสมเข้าอีกเป็นสองเท่า

“น่าสนใจ!!”

ชั้นคิดว่าทักษะนี่ค่อนข้างน่าสนใจเหมาะจะสร้างดวงอาทิตย์จำลองได้เลยหากมีทักษะแบบนี้.. ก็คิดแบบนั้นในพริบตาที่สองอย่างหลอมรวม

ความร้อนหายวับไปทันทีขั้นแปลกใจก่อนที่จะปรากฏก้อนพลังงานบางอย่างสีฟ้าไม่มีกลิ่นอายพลังเวทมนตร์ใดๆ ไม่มีความร้อนใดๆ ทั้งสิ้น

เนตรเทพระบบทำงานชั้นต้องผงะไปเล็กน้อย.. มันคือบอลพลังงานที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยความร้อนมากกว่าแกนกลางดวงอาทิตย์ถึงสิบเท่า!

และภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังงานมวลของความร้อนที่อัดแน่นเหมือนบีบเอาความร้อนไปกักเก็บไส้ในนั้นมากสุดจะบรรยาย

นี่หากมันระเบิดออก.. ชั้นคิดว่าหายไปเกินครึ่งแน่ๆ .. ทวีปเนี่ยล่ะ แบบนั้นไม่ดีแน่ๆ หนังสือเจ้าผู้หญิงอกใหญ่นั่นยังติดหนังสือชั้นอยู่เลยนะ

หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านอีกด้วย นี่มันแย่มากๆ! ชั้นต้องหยุดมันคิดได้แล้วก็พุ่งเข้าใส่ซาลาแมนเดอร์ด้วยความเร็วเหนือล้ำคิดว่านะ

ก็มันตอบสนองไม่ทัน ชั้นง้างหมัดก่อนจะต่อยเสยขึ้นข้างบนหวังจะกระแทกร่างมันใส่พลังพอดี.. แต่ลืมควบคุมพลัง.. โชคดีที่ชั้นควบคุมพลังให้เหลือหนึ่งในร้อยจนชินแล้ว

แต่ชั้นลืมควบคุมให้มันน้อยลงกว่านั้น… หนึ่งในร้อยเชียวตั้งแต่มาสเตตัสสูงไม่เคยต่อยแบบนี้สักทีคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..

ทันทีที่หมดชั้นต่อยใส่ร่างของซาลาแมนเดอร์ร่างมันหายไปเลย.. ไม่ลอยขึ้นหรือกระเด็นแต่กลายเป็นหมอกเลือดไปเลย.. ไม่สิ หมอกเลือดยังมองไม่เห็น

ก้อนพลังงานเมื่อเสียคนควบคุมมันเลยกำลังจะแตก แต่โชคร้ายเมื่ออยู่ต่อหน้าหมัดหนึ่งในร้อยของชั้นไฟดับก่อนจะได้แง้มตาดูโลก

“….”

ขอไม่บอกได้ไหมอ่ะ.. ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีกนอกจากที่พูดไป… ก็มันออกจะน่าอายไปหน่อยนี้น่า

เมื่อกี้อยู่ใต้ดินแน่ๆ แต่ตอนนี้มองเห็นท้องฟ้าแล้ว.. แถมกว้างมากเหมือนยืนอยู่บนพื้นที่โล่งกว้างอีกตั้งหาก.. ก้อนเมฆมองไม่เห็นเลยเพราะถูกแรงอะไรไม่รู้ผลักออกเป็นวงกว้าง

ขนาดท้องฟ้าสีแดงยังหายไป…

ก็… ประมาณนี้แหละ…

 

…….

ผมแค่อยากอ่านหนังสือ แต่ดันกลายเป็นหญิงในต่างโลกซะงั้น

ผมแค่อยากอ่านหนังสือ แต่ดันกลายเป็นหญิงในต่างโลกซะงั้น

Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง ผมแค่อยากอ่านหนังสือ แต่ดันกลายเป็นหญิงในต่างโลกซะงั้นชั้นชื่อ เลกซ์ เป็นแค่คนธรรมดาสามัญประจำบทตัวประกอบละนะ ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ตอนนี้ก็เป็นตัวเอกอยู่ ชั้นอายุ 38 ปี ถึงจะมีอายุขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้มีสิ่งที่น่าจดจำในการใช้ชีวิตหรอกนะ ไม่ใช่ว่าชั้นไม่มีอะไรเลยนะ เพราะที่น่าจดจำที่สุดของชั้นคือเนื้อหาในหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราว สมัยมัธยมต้นมัธยมปลายชั้นเป็นถึงบรรณารักษ์ห้องสมุดถึงตลอดเลยล่ะ ถึงจะดูโม้ไปหน่อยแต่เรื่องไหนที่ชั้นอ่านผ่านตาและคิดที่จะจดจำมันก็บันทึกลงแบบไม่มีทางลืมเลย สุดยอดใช่ไหมล่ะ.. นี่แค่เบาะๆนะ ชั้นจบป.เอก แต่มีงานหาเช้ากินค่ำเท่านั้นคงจะสงสัยว่าทำไมละสิ .. แน่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset