ผู้รักษาสุดแกร่ง – ตอนที่ 244 การรักษาแบบพื้นบ้าน

หลินเยวี่ยเหยาตกใจ “แบบนี้จะไม่เป็นไรใช่ไหม? ถ้าผู้ป่วยชักขึ้นมาจะทำยังไง?”

“ไม่ต้องห่วง ขยับไม่ได้หรอก”

ฉินจุนใช้เข็มเงินปิดผนึกจุดฝังเข็มขนาดใหญ่สองจุดของเขาไว้แล้ว ตั้งแต่ส่วนเหนือคอขึ้นมาก็จะไม่สามารถขยับได้

จากนั้นหลินเยวี่ยเหยาก็เตรียมกรรไกรและคีมสำหรับการผ่าตัดต่างๆเสร็จแล้ว และทั้งสองก็เริ่มผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดนั้นง่ายมากๆ คือการถอนฟันที่ผุนั้นออกมา เพราะมันทำลายเส้นประสาทด้านใน และปิดกั้นทางเดินของเลือดลม ส่วนที่เกี่ยวข้องด้านล่างก็จะหาย

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการผ่าตัดทั้งหมดก็คือ ผู้ป่วยไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ พวกเขาไม่สามารถใช้วิธีผ่าตัดแบบปกติได้ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงไม่กล้าทำอะไร

แต่คิดไม่ถึงว่าฉินจุนใช้แค่เข็มเงินเพียงสองเล่มก็ทำให้ผู้ป่วยนิ่งได้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่แพทย์แผนจีนทั่วไปจะสามารถทำได้

จุดฝังเข็มที่เคยเห็นในทีวีเมื่อก่อนนั้นล้วนแต่เป็นของปลอมทั้งนั้น มันเกินจริงเกินไป

จุดฝังเข็มในศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงคือจุดสำคัญที่ทำให้คนสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งไม่ได้เกินจริงเลยที่จะบอกว่ามันสามารถทำให้ร่างกายแข็งทื่ออยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

แต่เข็มเงินสองเข็มของฉินจุนทำอย่างนั้นได้ ซึ่งทำให้หลินเยวี่ยเหยาต้องมองเขาใหม่

“นี่คือวิธีการรักษาแบบพื้นบ้านเหรอ?”

ฉินจุนยิ้ม “ใช่”

“นี่…ฝึกง่ายไหม?” หลินเยวี่ยเหยาก็อยากเรียนเช่นกัน ปัญหาใหญ่ที่สุดในด้านทันตกรรมคือการอ้าปากของคนไข้ บางครั้งถึงแม้คนไข้จะพยายามให้ความร่วมมือแล้ว แต่เมื่อคีมมีดแตะปาก ก็มีมักจะคลื่นไส้หรือหุบปากตามสัญชาตญาณเสมอ

ถ้าสามารถเรียนรู้เคล็ดลับนี้ได้ เอาเข็ม 2 เข็มปักที่มุมปากของผู้ป่วยเขาก็ต้องยอมอ้าปากแต่โดยดี นี่เป็นความสะดวกอย่างมากในการรักษานะ

ฉินจุนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าเธอไม่มีพื้นฐาน มันก็ยาก…”

หลินเยวี่ยเหยาเป็นแพทย์แผนตะวันตก ถ้าอยากเรียนการฝังเข็มก็ต้องเริ่มเรียนตั้งแต่เริ่มต้น อยากเรียนให้ได้ระดับฉินจุนก็คงไม่ง่าย

“อ่อ…” หลินเยวี่ยเหยาผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอรู้สึกเชื่อมั่นในทักษะทางการแพทย์ของฉินจุนขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างจากภายนอกมามาก

เดาว่าผู้เฒ่าหมอจีนคนนั้นจะต้องเชี่ยวชาญการรักษาแบบพื้นบ้านแน่ๆ และฉินจุนก็บังเอิญได้เจอกับเขาพอดี มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

ทั้งสองคนได้ทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ฉินจุนก็ฝังให้เข็มให้ผู้ป่วยอีกสองสามเข็ม ปัญหาในช่องปากก็แก้ได้แล้ว ที่เหลือก็เป็นภาวะแทรกซ้อนแล้ว ซึ่งสามารถรักษาได้ค่อนข้างง่าย

เมื่อดึงเข็มเงินทั้งสองเล่มออกจากปากของเขา ผู้ป่วยก็ลืมตาขึ้น และเห็นฉินจุนและหลินเยวี่ยเหยารางๆ

หลินเยวี่ยเหยารีบเดินเข้าไปหาเขา เปิดเปลือกตาของผู้ป่วยเพื่อตรวจสอบ และพบว่าพวกเขาดีขึ้นมาก ยื่นมือออกไปสามนิ้ว

“นี่กี่นิ้ว?”

คนไข้กลืนน้ำลายเล็กน้อยอย่างอ่อนแรง “สาม…”

สติสัมปชัญญะและการมองเห็นกลับมาแล้ว นี่จะเรียกว่าเป็นการปลุกขึ้นมาจากความตายเลยก็ว่าได้!

“คุณพักก่อนเถอะ ผมจะให้กลูโคสเหลวคุณ”

ร่างกายของผู้ป่วยอ่อนแอมาก ต้องการสารอาหารอย่างเร่งด่วน ดังนั้นเขาจึงให้กลูโคสเขาในห้องฉุกเฉิน

ผู้อำนวยการจงรออยู่ข้างนอกนานแล้ว แต่หลินเยวี่ยเหยาก็ยังไม่ออกมา เขาอดทนรอไม่ไหวแล้วจึงพาหลายคนเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

เมื่อเห็นคนไข้กำลังแขวนคอกลูโคสอยู่ เขาก็ตกใจมาก

รีบเดินเข้าไปตรวจอาการของผู้ป่วย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“รักษาเสร็จแล้ว?”

หลินเยวี่ยเหยาแค่นหัวเราะ “ใช่ โดยที่ไม่รบกวนคุณสักนิด”

พูดจบเธอก็กลอกตาไปหนึ่งที หมออย่างผู้อำนวยการจงนี่ไร้ความสามารถ และไม่มีจรรยาบรรณทางการแพทย์เลย ควรโดนไล่ออก

ผู้อำนวยการจงตรวจสอบอาการซ้ำหลายครั้งก่อนจะแน่ใจว่าผู้ป่วยดีขึ้นแล้วจริงๆ จากนั้นเขาก็กลอกตาและก็นึกแผนอะไรขึ้นมาได้

พูดกับคนที่อยู่ตรงนี้ว่า “จำไว้นะ ฉันเป็นคนช่วยชีวิตคนไข้คนนี้!”

ผู้อำนวยการจงพูดด้วยเสียงต่ำอย่างนี้ แพทย์คนอื่นๆก็เข้าใจในทันที และพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉวยโอกาสในขณะที่ฉินจุนและหลินเยวี่ยเหยายังคงดูแลผู้ป่วยอยู่ ผู้อำนวยการจงก็ได้พาคนของเขาเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินอีกครั้ง

ทันทีที่เขาออกมา หัวหน้าบรรณาธิการฉู่ และสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ก็เข้ามาล้อมเขาทันที รวมทั้งนักข่าวที่ถือกล้องด้วย

“หมอ! พี่ชายฉันเป็นยังไงบ้าง! เมื่อนี้พวกคุณรับประกันไว้ดิบดีว่าจะพี่ชายฉันจะไม่เป็นไรน่ะ!”

คนที่รับประกันว่าผู้ป่วยจะไม่เป็นอะไรน่ะคือฉินจุน แต่ในความเห็นของหัวหน้าบรรณาธิการคนเหล่านี้ก็เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลเหมือนกันหมด ล้วนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ผู้อำนวยการจงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“วางใจได้ครับ คนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ตอนนี้เขากำลังรับกลูโคสเพื่อเสริมน้ำตาลในเลือด ไม่นานก็จะได้ออกมาแล้วครับ”

ในที่สุดสีหน้าของหัวหน้าบรรณาธิการฉู่ก็ผ่อนคลายลง เขาโล่งใจที่รู้ว่าพี่ชายของเขาไม่เป็นไร

กล้องยังคงถ่ายอยู่ หัวหน้าบรรณาธิการฉู่ก็ถามขึ้น

“แม้ว่าจะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ แต่ครั้งนี้มันก็น่าหวาดเสียวมาก คุณช่วยอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ให้ละเอียดหน่อยได้ไหม?”

ผู้อำนวยการจงพยักหน้าและพูดกับกล้อง

“เหตุผลที่ครั้งนี้ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างหวุดหวิดก็เป็นเพราะส่งผู้ป่วยมาไม่ทันเวลา”

“หลังจากผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาลเพื่อประชาชนและอยู่ในมือของหมอหลินเยวี่ยเหยาแล้ว เขาได้รับการช่วยเหลือจากแผนกอายุรกรรม สุดท้ายเพราะผู้ป่วยได้รับยาแก้ปวดผิด จึงทำให้เกิดอาการช็อกและชัก”

“ตอนที่ส่งคนไข้เข้ามา เขาก็ไม่สามารถอ้าปากได้แล้ว ขั้นตอนนี้ถ้าเป็นหมอฟันธรรมดาก็คงจะหมดหนทางอย่างแน่นอน แต่โชคดีที่ฉันเองได้ใช้วิธีการบางอย่างเพื่อทำให้ปากของผู้ป่วยอยู่นิ่งได้และถึงทำการผ่าตัดได้อย่างราบรื่น”

หลังจากที่ผู้อำนวยการจงพูดจบ ใบหน้าของหัวหน้าบรรณาธิการฉู่ก็มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นมา ที่แท้ก็เป็นความผิดของหมอหลินคนนั้น!

ถ้าไม่ได้ผู้อำนวยการจง พี่ชายของเขาคงไม่รอดแล้ว!

หัวหน้าบรรณาธิการฉู่เข้าไปจับมือกับผู้อำนวยการจงอย่างซาบซึ้ง “ผู้อำนวยการจงขอบคุณมากครับที่ช่วยชีวิตพี่ชายของฉัน กลับไปฉันจะรายงานเรื่องคุณอย่างดีแน่นอนครับ!”

ผู้อำนวยการจงยิ้มจางๆ “ชื่อเสียงและความมั่งคั่งมันได้สำคัญสำหรับผมหรอก มันเป็นความตั้งใจเดิมที่ต้องการช่วยชีวิตผู้ป่วยอยู่แล้ว”

หัวหน้าบรรณาธิการฉู่ชื่นชมเขามาก รีบปรบมืออย่างรวดเร็ว และหันกลับไปพูดกับนักข่าว

“เขียนไว้นะ เขียนประโยคนี้ลงไป!”

ผู้อำนวยการจงยิ้ม “โอเคครับ ขอตัวก่อนนะครับ ผมจะไปดูผู้ป่วยคนอื่น”

หลังจากพูดจบ ผู้อำนวยการจงก็เดินจากไป

จริงๆแล้วเขาไม่ได้มีผู้ป่วยรายอื่น สาเหตุหลักก็คือเขาไม่ได้เป็นคนรักษาผู้ป่วยเอง และเขาไม่รู้วิธีการผ่าตัดอย่างละเอียด

ถ้ายังสัมภาษณ์ต่อเดี๋ยวจะโดนจับได้ แม้ว่านักข่าวตรงหน้าจะฟังไม่เข้าใจอย่างแน่นอน แต่ถ้าคนเป็นหมอด้วยกันมาได้ยินก็อาจจะแย่

ในภาวะที่คนไข้กำลังช็อกปิดปากแน่นสนิทเขาทำการผ่าตัดได้ยังไงกันนะ? นี่เป็นปัญหาที่หมอฟันยากจะแก้ไข ถ้าข่าวแบบละเอียดถูกแพร่ออกไป หลายคนก็จะเข้ามาปรึกษาเขาและตอนนั้นเขาก็จะโดนจับได้

หัวหน้าบรรณาธิการฉู่ชื่นชมเขา “มีคุณธรรม รักษาจรรยาบรรณดีจริงๆ! กลับไปเขียนต้นให้ฉันฉบับดีๆ พรุ่งนี้ขึ้นหน้าหนึ่ง!”

เมื่อฉินจุนและหลินเยวี่ยเหยาออกมาส่งผู้ป่วย หัวหน้าบรรณาธิการฉู่ และสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ก็รีบผลักพาเขาไปที่แผนกผู้ป่วยใน โดยไม่สนใจหลินเยวี่ยเหยาและฉินจุนเลย

หลินเยวี่ยเหยาก็ไม่ได้สนใจอะไร ครอบครัวของผู้ป่วยจะเป็นห่วงผู้ป่วยก็เป็นเรื่องปกติ แพทย์ช่วยชีวิตผู้ป่วยก็เป็นงานเช่นกัน ไม่ต้องการคำชื่นชมจากคนอื่น

แต่ครั้งนี้เป็นผลงานของฉินจุนทั้งนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าลูกพี่ลูกน้องเธอคนนี้ก็เจ๋งเหมือนกัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset