ผู้รักษาสุดแกร่ง – ตอนที่ 34 น้าหวัง

แม้ว่าจะพยายามยื้อให้ฉินจุนและเย่หวันเอ๋อกินข้าวที่บ้าน แต่ว่าฉินจุนก็ยังต้องการไป ต้วนเป่าตงเองก็ทำได้แค่ปล่อยไป เพราะยังไงตอนนี้เขาก็ยังจำเป็นต้องรักษาตัวเงียบๆ ไม่เหมาะกับการสมาคม

ออกจากบ้านของต้วนเป่าตง เย่หวันเอ๋อมองไปที่ฉินจุน ถามว่า

“พี่เสี่ยวจุน ทำอย่างนี้กับหมอหลิว… โหดเหี้ยมเกินไปหรือเปล่า?”

ในตอนแรกที่เย่หวันเอ๋อหางานทำไม่ได้ แม้ว่าหลิวหมิงเต๋อคนนั้นจะมีความคิดชั่วร้าย แต่ดีเลวยังไงก็ให้เงินเดือนไม่กี่เดือนนี้กับเธอ ทำให้ชีวิตที่ความยากจนข้นแค้นของเธอดีขึ้นหน่อย

ฉินจุนพูดว่า

“กล้าคิดไม่ดีกับคุณ เห็นแก่ที่เขาเป็นหมอ ผมถึงไม่ได้เอาชีวิตเขา”

เย่หวันเอ๋อตะลึงไป ฉินจุนพูดอย่างง่ายๆสบายๆ เหมือนพูดเรื่องธรรมดามากเรื่องหนึ่ง

เอาชีวิตเขา?

“พี่เสี่ยวจุน… ไม่กี่ปีนี้ คุณใช้ชีวิตมายังไง?”

ฉินจุนถอนหายใจ “หลังจากนี้ค่อยบอกคุณแล้วกัน ตอนนี้พวกเรากลับบ้านกัน?”

เย่หวันเอ๋อหน้าแดงเล็กน้อย กลับบ้านคำๆนี้พี่เสี่ยวจุนพูดอย่างลื่นปากมากเกินไปแล้ว

จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยเล่นพ่อแม่ลูกกัน ทั้งยังแบ่งกันแสดงเป็นภรรยาและสามีกันบ่อยๆ วันนี้เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว คิดกลับไป แก้มก็ยิ่งพองขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ

“ไปรับแม่ฉันก่อนแล้วกัน”

คุณผู้ชายหลงเป็นคนขับรถพาพวกเธอสองคนส่งกลับมายังคลินิก เย่หวันเอ๋อยืนอยู่หน้าคลินิกมองหารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าคันเล็กของเธอเจอแล้ว

“พี่เสี่ยวจุน คุณคงไม่รังเกียจรถของฉันใช่ไหม?”

เธอเห็นกับตาตัวเอง ว่าฉินจุนรักษาง่ายๆก็ได้เงินมาแล้วสิบล้าน และตอนนี้เธอก็ขี่แค่รถพลังงานไฟฟ้าคันเล็กราคาพันกว่าหยวนเท่านั้น รู้สึกต่ำต้อยอยู่บ้าง

ฉินจุนพูดกลั้วหัวเราะ “ไม่มีทาง ทั้งหมดก็เพราะผม ถึงทำให้คุณเป็นแบบนี้”

ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยฉินจุนเอาไว้ในปีนั้น เย่หวันเอ๋อในตอนนี้ก็คงยังใช้ชีวิตอย่างลูกสาวคนรวย

เย่หวันเอ๋อหัวเราะขึ้น ดวงตาหยีจนเป็นจันทร์เสี้ยว

“พี่เสี่ยวจุน ฉันไม่เคยเสียใจที่ช่วยคุณเลย คุณมีชีวิตอยู่ได้ มันช่างดีมากจริงๆ พ่อแม่ฉันเห็นคุณก็คงจะดีใจมากเหมือนกันแน่นอน ไปกันเถอะ ไปรับแม่ฉันแล้วกลับบ้านกินข้าว”

ฉินจุนพูดว่า “ดี ไม่ได้กินข้าวที่น้าหวังทำมาสิบปีแล้ว ผมขับให้”

ฉินจุนขี่รถพลังงานไฟฟ้า ให้เย่หวันเอ๋อนั่งอยู่ด้านหลัง

มองดูไหล่กว้างของฉินจุน มือของเย่หวันเอ๋อก็ไม่รู้ว่าควรจะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็ได้แต่กำเสื้อตรงตำแหน่งเอวของเขาไว้

อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนก็มาถึงร้านอาหารเหอซุ่น

ร้านอาหารเหอซุ่นนี้ เป็นร้านอาหารแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในเมืองตงไห่ ขนาดไม่เล็ก ได้ยินว่าเจ้าของมีอำนาจมาก

หวังเหมยแม่ของเย่หวันเอ๋อทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว มีเงินเพิ่มจากอายุการทำงานและเบี้ยขยับ ตอนนี้เงินเดือนเองก็ถึงสี่พันหยวนแล้ว แม้ว่าจะลำบากสักหน่อย แต่ก็ได้เงินมาไม่น้อย

วันนี้ก็ถึงวันรับเงินเดือนอีกแล้ว หวังเหมยมองดูข้อความบนมือถือช้ามากแล้วแต่ก็ยังไม่มีเงินเข้า และก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เธออดทนไม่ไหวอยู่บ้าง

“หัวหน้า เงินเดือนของฉันยังไม่เข้าบัญชี คุณตรวจ…”

ผู้จัดการร้านชื่อว่าซุนถง ยี่สิบกว่าปี ค่อนข้างวัยรุ่น

ได้ยินคำพูดของหวังเหมย บนใบหน้าของซุนถงก็มีสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พูดเรียบๆว่า

“น้าหวัง เดือนที่แล้วเหมือนคุณจะลาหนึ่งครั้งใช่ไหม?”

หวังเหมยชะงัก “ค่ะ เดือนที่แล้วสามีฉันป่วย ฉันลาหนึ่งวัน”

“ในเมื่อเคยลา งั้นเบี้ยขยันห้าร้อยหยวน ก็จะไม่ให้คุณแล้ว”

หวังเหมยขมวดคิ้ว “หัวหน้า พนักงานอย่างพวกเรามีสิทธิ์ลาหนึ่งครั้งในแต่ละเดือน ลาแค่ครั้งเดียว ไม่หักเบี้ยขยันทั้งหมด”

ซุนถงหัวเราะอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง “นั่นเป็นกฎเมื่อก่อน ตอนนี้เปลี่ยนกฎแล้ว พนักงานทุกคนมีสิทธิ์จะลาได้ก็ต่อเมื่อขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเมื่อเดือนที่แล้วของคุณ ผมรู้สึกว่าไม่เท่าไหร่ ดังนั้นไม่มีสิทธิ์ลา คุณหยุดงานหนึ่งวัน นอกจากหักเงินของวันนั้นแล้ว เบี้ยขยันก็ไม่มีด้วย”

“คุณ…” หวังเหมยโกรธอยู่บ้าง กฎร้านเป็นเจ้าของร้านที่กำหนด แม้ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการร้านคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์พูดว่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลยนะ แล้วการทำงานดีหรือไม่ดีก็ยึดตามที่คุณพูดหรือ? นี่เห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นการกลั่นแกล้งหวังเหมย

หวังเหมยทำงานอย่างแข็งขันมาตลอด ขยันมาก ภายในร้านนี้ไม่มีใครสู้ได้ แต่ก็เป็นเพียงการขอลาเท่านั้น แต่กลับหักเบี้ยขยันที่เพิ่มในเงินเดือน มีสิทธิ์อะไร!

ซุนถงเห็นความโกรธบนใบหน้าของหวังเหมย หัวเราะเสียงเรียบ พูดเสียงต่ำว่า

“น้าหวัง ผมเคยบอกแล้ว แนะนำลูกสาวของคุณให้กับผม แต่คุณก็ไม่ยอม ตอนนี้ คุณจะกลับไปคิดอีกครั้งไหม?”

สีหน้าหวังเหมยมืดครึ้มลง

เย่หวันเอ๋อมักจะมารับเธอบ่อยๆ มีครั้งหนึ่งถูกซุนถงเห็นเข้า ครั้งแรกก็ชอบเลย วนเวียนให้หวังเหมยแนะนำ

แต่ว่าหวังเหมยรู้ดี ซุนถงคนนี้ไม่ใช่ของดีอะไร เปลี่ยนแปลงไปมาตลอด เปลี่ยนแฟนคนแล้วคนเล่า แน่นอนว่าไม่สามารถแนะนำลูกสาวให้คนแบบนี้ได้

หลังจากปฏิเสธอยู่หลายครั้ง ซุนถงก็เริ่มกลั่นแกล้งเธอ อาศัยว่าตนคือผู้จัดการร้าน ให้ความยากลำบากให้กับหวังเหมย

ตอนนี้ก็ยิ่งเกินไปแล้ว เริ่มเป็นแมวขโมยจากเงินเดือนของเธอ

หวังเหมยกล้ำกลืนฝืนทน “ได้ เบี้ยขยันฉันไม่เอาแล้ว เงินเดือนอย่างอื่นก็ให้ฉันปกติเถอะ”

ซุนถงมองนาฬิกาข้อมือ “เบี้ยขยันไม่ได้ไป เดือนนี้คุณเองก็ได้สองพันกว่า ตอนนี้ธนาคารก็ใกล้จะปิดแล้ว รอเดือนหน้าค่อยให้คุณทีเดียวแล้วกัน”

“คุณ… คุณมีสิทธิ์อะไร!”

หักเบี้ยขยันของเธอก็แล้วกันไปเถอะ แต่นี่กลับเก็บเงินเดือนเดือนหนึ่งของเธอไว้ นี่มันก็เกินไปแล้ว!

ซุนถงหัวเราะเย็นชา “ก็สิทธิ์ที่ผมเป็นผู้จัดการร้าน ถ้าคุณไม่พอใจ คุณก็ลาออกได้นะ แต่คุณคิดให้ดีนะ ถ้าจะลาออก เงินเดือนเดือนนี้ก็คงจะให้ไม่ได้แล้ว”

“คุณ…”

หวังเหมยโกรธจนสั่นไปทั้งตัว คับแค้นใจ น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

พนักงานไม่กี่คนที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้ว ก็ทำเป็นมองไม่เห็น

พวกเธอไม่มีทางมีเรื่องกับผู้จัดการร้านเพราะแค่หวังเหมยคนคนเดียว ไม่งั้นต่อไปคนที่จะถูกกลั่นแกล้งก็คือพวกเธอแล้ว

“แม่ หนูมารับแม่แล้ว”

เย่หวันเอ๋อผลักประตูเปิดออกพลางหัวเราะร่าเริง เตรียมตัวรับหวังเหมยกลับบ้าน

หวังเหมยรีบเช็ดน้ำตาในทันที แกล้งทำเป็นไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

แม้ว่าการกระทำจะเร็วมาก แต่ว่าก็ยังคงถูกเย่หวันเอ๋อเห็นเข้าแล้ว

“แม่ ทำไมแม่ร้องไห้?”

หวังเหมยฝืนหัวเราะร่า “แม่ไม่เป็นไร ทรายเข้าตาน่ะ คนคนนี้คือ…”

ฉินจุนเดินขึ้นหน้าจับมือของหวังเหมย “น้าหวัง ผมคือเสี่ยวจุน”

“เสี่ยวจุน!” หวังเหมยตกใจมาก! ในสายตาปรากฏความตื่นเต้นอย่างที่สุด ลูบหัวของฉินจุน

“เสี่ยวจุนคุณยังไม่ตาย! ดีมากเลย นี่มันดีมากเลยจริงๆ สวรรค์มีตา!”

เห็นหวังเหมยแก่ลงไปเยอะมาก ใจของฉินจุนก็เจ็บปวดอยู่บ้าง

เดิมทีเห็นว่าเย่หวันเอ๋อมา ซุนถงก็ดีใจมาก แต่เมื่อเห็นว่าเธอพาผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาด้วย ราวกับเป็นคู่รักกัน ซุนถงพลันไม่พอใจขึ้นมา

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานนะ ถ้าจะเป็นงานพบญาติก็ไสหัวออกไป ไม่งั้นเงินเดือนเดือนหน้าก็จะไม่มีแล้ว!”

หวังเหมยขมวดคิ้ว พลันยืนขึ้นมา

“คุณมีสิทธิ์อะไร! คุณก็เป็นแค่ผู้จัดการร้าน บอกว่าจะหักเงินเดือนก็หักเงินเดือนหรือ เจ้าของร้านยังไม่ได้พูดสักคำ คุณมีอำนาจอะไร!”

ซุนถงหัวเราะอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง “เจ้าของร้าน? คุณก็แค่พนักงานตัวเล็กๆคนหนึ่ง คุณมีคุณสมบัติพอที่จะไปพบเจ้าของร้านหรือ? ปีหนึ่งผมยังเจอไม่กี่ครั้ง คุณคิดว่าคุณเป็นใคร?”

เย่หวันเอ๋อขมวดคิ้ว “คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไง? อะไรที่เรียกว่าพนักงานตัวเล็กๆ เป็นผู้จัดการร้านน่ะเจ๋งนักหรือ?”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset