ผู้รักษาสุดแกร่ง – ตอนที่ 444 ภาพวาดชื่อดังถูกทำลาย

ฉินจุนพูดแค่ประโยคนี้ก็วางสายโทรศัพท์ไปทันทีเลย

ทุกคนต่างพากันส่ายหน้าด้วยท่าทางไม่เชื่อ จะตอแหลทั้งทีก็ไม่น่าจะทำอะไรชุ่ย ๆ แบบนี้ อย่างไรก็ตามน่าจะเป็นทางการกว่านี้หน่อย

นี่อะไรนายฉินจุนอะไรนี่แค่โทรศัพท์พูดประโยคเดียว ไม่ได้ทำอะไรก็วางสายแล้ว นายคิดว่านายเป็นใครกัน?มีอำนาจบาตรใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?

พอฉินจุนวางสาย วอสื่อสารของรปภ.ที่อยู่หน้าประตูก็ดังขึ้น

“เสี่ยวตู้!รีบต้อนรับท่านประธาน!”

สีหน้าของเสี่ยวตู้เปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินเข้ามาเอ่ยด้วยท่าทางเคารพนอบน้อม

“คุณผู้ชายครับ ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมไม่รู้ว่าท่านเป็นท่านประธาน เชิญด้านในเลยครับ”

ทุกคนต่างพากันตะลึง

จากนั้นก็ทำสีหน้าดูถูกเหยียดหยามออกมา

“แสดงได้สมจริงดีนี่ ท่านประธานเลยเหรอ?ฮ่าฮ่า”

สงสัยเมื่อกี้คงไม่ได้เตี๊ยมกันเอาไว้ ตอนนี้เลยเอาใหม่ แสดงได้สมจริงมาก แถมยังเป็นเจ้าของกิจการเชียว……

ทุกคนเดินจามฉินจุนเข้าไปด้วยท่าทางไม่เชื่อ

หลังจากเดินตามทางเดินยาวเข้ามา ก็มาถึงหน้าประตูของปราสาท

ปราสาทสไตล์ซีแอตเทิลภายนอกดูเคร่งขรึมและสง่างาม ส่วนภายในอลังการสุด ๆ ดูแล้วหรูหรามาก ๆ

พอเดินเข้ามาด้านใน สีหน้าของทุกคนก็ออกอาการตกตะลึงทันที

“ว้าว ที่นี่หรูหราชะมัด?”

“สมแล้วที่เป็นกิจการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เหอกรุป สุดยอดจริง ๆ ถ้าได้นอนค้างที่นี่สักคนนี้ ตายก็คุ้มพูดเลย!”

“อย่าว่าแต่โรงแรมระดับห้าดาวเลย เจ็ดดาวก็ยังเทียบไม่ได้?”

“ฉินเพื่อนรัก นายคงเสียเงินไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?”

“……”

ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเข้ามานี่ได้จริง ๆ ครั้งนี้ฉินจุนต้องเสียเงินไปไม่น้อยแย่ ๆ ต่อให้ติดสินบนคนพวกนั้น เพื่อให้พวกเขาได้เข้ามาเล่นในนี้สักชั่วโมงสองชั่วโมง มันก็ต้องเสียเงินไปไม่น้อยแหละ

ฉินจุนยิ้มบาง ๆ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร ปล่อยให้พวกเธอได้ชื่นชมความงามของที่นี่

“นี่พวกเธอดูแค่ตาเปล่าพอนะ อย่าไปจับอะไรเล่น ถ้าพังขึ้นมาจะชดใช้ไม่ไหว”

เฉินเค่อเอ๋อร์เองก็คิดว่าฉินจุนเช่าที่นี่มา เฟอร์นิเจอร์ข้างในที่ตกแต่งมีแต่ของแพงทั้งนั้น จะปล่อยให้พวกนั้นจับซี้ซั้วไม่ได้

พูดจบเฉินเค่อเอ๋อร์ก็ถอยหลังไปพิงกำแพง ทันใดนั้นภาพวาดที่แขวนอยู่ที่กำแพงก็ตกลงมา

เพล้งง กรอบรูปที่เป็นกระจกตกลงมาแตกทันที ทำให้ภาพวาดฉีกขาด!

“แย่แล้ว นั่นมันภาพวาดของสวีเปยหงใช่ไหม?”

ทุกคนหันไปมองภาพวาดที่ฉีกขาด ทันใดนั้นก็อ้าปากตาค้างอย่างตกตะลึง สีหน้าแต่ละคนย่ำแย่สุด ๆ

“เฉินเค่อเอ๋อร์ทำไมเธอถึงไม่ระวังเลย เธอเป็นคนเตือนพวกเรา แต่สุดท้ายกลับเป็นเธอเองที่ทำลายรูปวาดนั่น!”

“เรื่องนี้เธอเป็นคนทำคนเดียวนะ พวกเราไม่เกี่ยว!”

“ใช่พวกเราไม่ได้เป็นคนชน ที่นี่มีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า?”

ทุกคนหันไปมองรอบ ๆ ทันใดนั้นก็มีคนเอ่ยขึ้นมา

“ไม่มีกล้องวงจรปิด ถ้าหากโดนฟ้องขึ้นมา รูปภาพนี่เราต้องรับผิดเท่า ๆ กันแน่เลย”

ทันใดนั้นเหล่าเพื่อน ๆ ก็แสดงสีหน้าขมขื่นออกมา หน้าแต่ละคนซีดเผือดไปเลย

ถ้าเป็นภาพวาดของสวีเปยหง อย่างน้อยต้องมีราคาสิบล้านเป็นอย่างต่ำ พวกเขามีกันอยู่สิบกว่าคน ต้องชดใช้ตกคนละล้าน?

มีเพื่อนบางคนที่มีเงินไม่ถึงหนึ่งล้านด้วยซ้ำ แบบนี้บ้านไม่ล้มละลายกันพอดีเหรอ!

สีหน้าของพานถิงถิงก็ทำสีหน้านิ่งทันที

“เฉินเค่อเอ๋อร์ เธอนี่มันอวดดีจริง ๆ เลยนะ!ไม่ให้โอ้อวด เธอก็รั้นจะอวดอยู่นั่น เพื่อนกันทั้งนั้นจะมาเล่นละครอะไรกัน ตอนนี้เป็นไงหาเรื่องจนได้!”

“ใครก็ได้รีบเช็กเร็ว ภาพวาดนี่มันราคาเท่าไหร่ พวกเราต้องชดใช้ยังไง!”

“เฉินเค่อเอ๋อร์ ฉันจะบอกอะไรเธอให้ ต่อให้บ้านเธอล้มละลายก็ต้องชดใช้มัน!อย่าคิดจะให้พวกฉันมาช่วยหารกับเธอ!”

สีหน้าของเฉินเค่อเอ๋อร์ย่ำแย่ เธอไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

เธอกัดฟันเอ่ย “พวกเธอวางใจเถอะ ฉันทำเองก็จะรับผิดชอบเอง ภาพนี้ฉันเป็นคนทำมันเสียหาย ฉันจะชดใช้เอง พวกเธอไม่ต้องมายุ่ง!”

พอได้ยินบทสนทนาของคนพวกนี้ ฉินจุนก็หัวเราะ

“เค่อเอ๋อร์ พูดอะไรน่ะ นี่มันเป็นภาพวาดในบ้านของเธอ จะมาชดใช้อะไร?”

ฉินจุนพูดจบ พานถิงถิงก็หัวเราะเยาะออกมาทันที “นายนี่มันตลกจริง ๆ เลยนะ!อินกับละครมากไปหรือเปล่า?เรื่องมันมาถึงไหนต่อไหนแล้วยังมัวแต่เล่นละครอยู่ได้!”

“ที่นี่มันปราสาทซีแอทเทิลเลยนะ นายคิดว่ารูปที่แขวนที่นี่จะเป็นของปลอมงั้นเหรอ?”

ความหมายของพานถิงถิงคือ รูปภาพที่แขวนที่นี่เป็นของจริงทั้งนั้น ราคาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน บนกำแพงต่างก็เป็นผลงานของแท้ของจิตรกรที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับที่เป็นภาพหาอยากที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ก็ล้วนเป็นผลงานที่มีอิทธิพลมาก ๆ

แต่ละภาพนั้นมีมูลค่ามหาศาล ถ้าหากมันเสียหายขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่มีใครสามารถชดใช้ไว้

ภาพวาดนี้เป็นของสวีเปยหง อย่างน้อยก็ต้องมีระดับพันล้าน ระดับของครอบครัวของตระกูลเฉินแล้วไม่มีทางชดใช้ไหวแน่นอน

เพื่อนคนอื่น ๆ กฌต่างขมวดคิ้วมุ่นพลางต่อว่าต่อขาน

“เฉินเค่อเอ๋อร์ พวกเธอสอนคนนี่มันสุดยอดจริง ๆ นะ เพียงเพราะต้องการจะโอ้อวด กลับทำให้รูปภาพมูลค่าเป็นสิบล้านเสียหายแบบนี้ ฉันละยอมใจเธอจริง ๆ ”

“ทำไม ตอนนี้ยังไม่สำนึกอีกเหรอ?ยังคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงอยู่เหรอ?”

“พอแล้ว ทุกคนไม่ต้องพูดอะไรแล้ว มาคิดกันดีกว่าว่าจะชดใช้ยังไง”

“ชดใช้อะไรกัน!ฉันไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย ฉันไม่จ่าย!”

“พวกเราจะไม่จ่ายได้ยังไง เธอดูสภาพเฉินเค่อเอ๋อร์ หล่อนคนเดียวจะชดใช้ไหวได้ยังไง?บ้านเธอแค่ทำธุรกิจขนส่งถ่านหิน หาเงินได้แค่ไม่เท่าไหร่ จะไปหาเงินสิบล้านจากไหนมาชดใช้ไหว?”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ซวยเกินไปแล้วปะ?เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่ใช่ความผิดพวกเรา ยังต้องมาให้พวกเราจ่ายเงินชดใช้อีก!”

“……”

ทุกคนต่างพูดนู่นพูดนี่ บางคนก็พูดดี ส่วนบางคนก็ต่อว่าต่อขาน แต่ส่วนใหญ่ก็คือกล่าวตำหนิเฉินเค่อเอ๋อร์

ถ้าไม่ใช่เพราะเธออยากจะโอ้อวด แล้วพาพวกเขาเข้ามาในนี้ ก็คงไม่ทำของมีค่าราคาแพงเสียหายแบบนี้

เฉินเค่อเอ๋อร์กระวนกระวายใจจนขอบตาแดงก่ำ เธอหยิบรูปภาพขึ้นมาจากพื้น คิดหาวิธีว่าจะซ่อมมันยังไงดี

แต่ทว่าฉินจุนกับยิ้มบาง ๆ แล้วก็เดินไปด้านหน้าพร้อมกับหยิบภาพวาดนั่นมามองจากนั้นก็ส่ายหน้า

“ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ซ่อมไม่ได้หรอก ทิ้งไปเลย”

พูดจบเขาก็โยนใส่ถังขยะที่อยู่ใกล้ ๆ มือ

คนอื่น ๆ ต่างพากันตะลึงตาค้าง เกาจื่อเหวินตะโกนต่อว่าเสียงดัง

“นายทำอะไรน่ะ!นายบ้าไปแล้วเหรอ!ไม่แน่รูปวาดนี้อาจจะจ้างคนมาซ่อมมันก็ได้ พวกเราจะได้ชดใช้น้อยลง ตอนนี้จบเห่แล้ว ทั้งหมดมันพังก็เพราะนาย นายจงใจกลั่นแกล้งพวกเราใช่ไหม!”

พานถิงถิงเองก็กัดฟัน “พวกนายนี่มันเห็นแก่ตัวจริง ๆ ตัวเองชดใช้ไม่ไหว แทนที่จะทำให้มันดีขึ้นกลับทำให้มันแย่กว่าเดิม แถมยังพาพวกเราซวยไปด้วย!”

“เฉินเค่อเอ๋อร์ ฉันจะบอกเธอให้นะ เธอต้องบอกความจริงเรื่องนี้ทุกอย่าง เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพวกเราเลยสักนิด ถ้าหากเรื่องนี้มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกฉันล่ะก็ ฉันจะฟ้องตำรวจ ให้ตำรวจมาจัดการเรื่องนี้!”

เฉินเค่อเอ๋อร์ถูกคนพวกนี้ต่อว่าจนหน้าแดงหูแดงไปหมด นี่มันภาพมูลค่าสิบล้านเลยนะ เธอจะชดใช้ยังไง!

เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา เฉินเค่อเอ๋อร์ไตร่ตรองดูแล้ว “ฉันโทรศัพท์หาพ่อดูแล้วกัน”

ฉินจุนจนปัญญาจริง ๆ เขาแย่งโทรศัพท์ออกมาจากมือของเฉินเค่อเอ๋อร์แล้วเอ่ย

“ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ ของพวกนี้เป็นของเธอทั้งนั้น เธอทำของตัวเองเสียหายจำเป็นต้องชดใช้ด้วยเหรอ?”

“พี่เขย คุณอย่าพูดจาไร้สาระ……”

ยังไม่ทันที่เฉินเค่อเอ๋อร์จะพูดจบ จู่ ๆ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสวมแว่นตาสีทองก็เดินเข้ามาที่ประตู ท่าทางเขาดูเป็นคนสุภาพมาก เขามีป้ายพนักงานพร้อมโลโก้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เหอกรุปติดอยู่บนหน้าอก

“สวัสดีครับ ผมตู้เหวินหมิงผมเป็นผู้จัดการฝ่ายนิติบุคคลของปราสาทซีแอทเทิล ไม่ทราบว่าท่านไหนคือคุณผู้หญิงเฉินเค่อเอ๋อร์ครับ?”

เฉินเค่อเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันเองค่ะ”

ผู้จัดการตู้เดินเข้าไปจับมือกับเฉินเค่อเอ๋อร์อย่างเคารพพร้อมกับเอ่ย

“ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ถ้าหากปราสาทแห่งนี้ไม่มีปัญหาอะไร เชิญท่านเซ็นชื่อบนสัญญาได้เลยครับ ผมจะได้กลับไปทำการส่งมอบ”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset