ผู้รักษาสุดแกร่ง – ตอนที่ 89 ข่าวลือ

หลินเยวี่ยเหยาโกรธจนจะตาย ฉินจุนบ้าเกินไปแล้ว !

คิดว่าหัวหน้าหลิวไม่มีคุณวุฒิงั้นหรอ ?

นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ปรมาจารย์ฉินหรอ ?

รู้จักคนแค่ไม่กี่คน เปิดคลินิกเล็กๆได้ก็อวดดีแล้ว คนแบบนี้ต่อไปคงไม่มีอนาคตที่ดี

ดีอยู่อย่างที่นายนี่แก้ปัญหาเรื่องงานของตนเองได้แล้ว ในที่สุดแม่ก็ไม่ต้องจู้จี้แล้ว หลินเยวี่ยเหยาก็โล่งใจไปหนึ่งเปราะ

……

หลังจากส่งแม่ลูกป้ารองกลับบ้านแล้ว ฉินจุนก็ได้รับโทรศัพท์จากจู้หย่ง

“อาจู้ ? ”

ในสายโทรศัพท์จู้หย่งลังเล แต่สุดท้ายก็ถามคำถามที่ทำให้ฉินจุนไม่พอใจที่สุด

“เสี่ยวจุน หลินหลินกับประธานเมิ่งแห่งตระกูลเมิ่งกรุ๊ป เป็นอะไรกันหรอ ? ”

เหอะๆ……

ฉินจุนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง อาจู้กำลังกังวลอะไรอยู่หรอ ?

“อาจู้ ทำไมถามแบบนี้หละ ? ”

จู้หย่งถอนหายใจและกล่าวว่า “นายไม่รู้ว่าช่วงนี้ตระกูลจู้กรุ๊ปแล้วก็บริษัทยาเหวินเหอของเรา ข่าวนี้กำลังได้รับความสนใจ พูดถึงหลินหลิน……พูดถึงหลินหลินกับเมิ่งเหวินกัง ว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ครอบครัวของเรารุ่งเรืองขึ้นมา ”

ฉินจุนยิ้มเยาะ ข่าวลือแบบนี้ คงเป็นจู้หมิงที่เป็นคนปล่อยออกมาสินะ ?

“อาจู้ไม่ต้องกังวลใจไป ผมรับรองกับคุณได้ หลินหลินกับเมิ่งเหวินกังไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน พวกเขาเคยเจอหน้ากันยังไม่ถึงสามครั้งเลย คุณวางใจเถอะ ”

ได้ยินฉินจุนพูดแบบนี้แล้วจู้หย่งถึงได้โล่งอก

“อย่างนั้นก็ดี เสี่ยวจุนว่างๆก็ไปหาหลินหลินบ้าง ยัยเด็กนี่บ้างานจะตายแล้ว ฉันกลัวร่างกายเธอจะทรุดลง ”

“ได้ครับ อาจู้ไม่ต้องห่วง ผมจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้ ”

ไม่ได้ติดต่อกับจู้หลินหลินได้สักพักแล้ว เดิมทีคิดว่ามีความใส่ใจของตระกูลเมิ่งกรุ๊ปแล้ว ชีวิตเธอคงจะมีความสุขดี แต่พอได้ฟังอาจู้พูดมาแบบนี้แล้ว ดูเหมือนยัยสาวน้อยจะกดดันอยู่มากทีเดียว

ฉินจุนมาถึงบริษัทยาเหวินเหอก็ตรงไปที่ห้องทำงานผู้บริหารทันที

ตลอดทางพนักงานทุกคนต่างยุ่งกันหมด มีเพียงแค่เลขาของจู้หลินหลินที่เคาน์เตอร์มาต้อนรับฉินจุน

“คุณฉิน ขออภัยด้วยจริงๆ ช่วงนี้ประธานจู้ค่อนข้างยุ่ง คุณคงต้องรอสักพัก ”

ฉินจุนขมวดคิ้วและถาม “ทำไมถึงได้ยุ่งขนาดนี้ ? ”

เลขาถอนหายใจ หน้าตาหมดหนทาง “ไม่ใช่เพราะบริษัทยาตระกูลจู้หรือไงหละ ! ”

บริษัทยาตระกูลจู้ เป็นธุรกิจของจู้หมิง แม้ว่าในตอนนี้จู้หมิงจะไม่สามารถอ้างตัวว่าเป็นคนตระกูลจู้ได้อีก แต่ว่าธุรกิจนี้ยังคงอยู่ เพียงเพราะว่าไม่ได้รับโครงการของซวนหยวนกรุ๊ป สถานการณ์ในตอนนี้จึงไม่ดีเท่าไหร่

“เดิมทีบริษัทยาเหวินเหอกับบริษัทยาตระกูลจู้นั้นเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ทำธุรกิจร่วมกันมากมาย ยาที่ขายดีที่สุดของเราชื่อว่า ถังโย่ว เป็นยาต้านเบาหวานชนิดหนึ่ง ได้ผลดีมาก จึงเป็นที่นิยมในท้องตลาด ”

“แต่ต่อมาตระกูลจู้กรุ๊ปเลิกคบหากับพวกเราไป พวกเขาก็ไปยื่นจดสิทธิบัตรยาถังโย่วนี้ ต่อไปเราก็ไม่สามารถผลิตยานี้ได้อีกแล้ว ส่งผลให้ต้องผิดสัญญากับใบสั่งซื้อจำนวนมาก และพนักงานทุกคนก็กำลังเจรจากับผู้จัดจำหน่ายต่างๆ อาจจะต้องชดเชยเงินจำนวนไม่น้อย ”

ฉินจุนขมวดคิ้ว เขารู้จักยาถังโย่วของตระกูลจู้กรุ๊ป ผลิตภัณฑ์นี้มีมาตั้งแต่10ปีก่อนแล้ว ประสิทธิผลดีมาก เหตุผลที่ตระกูลจู้กรุ๊ปอยู่รอดมาได้ในช่วง10ปีที่ผ่านมาก็เพราะยาตัวนี้

และสูตรยาชนิดนี้ก็ถูกคิดค้นโดยคุณอาจู้

หลังจากคิดค้นสิ่งนี้ อาจู้ก็ไม่ได้เก็บเอาไปคนเดียว แต่เขายังส่งต่อให้กับคนในครอบครัวไปเริ่มทำการผลิต

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจู้หมิงจะหน้าด้านได้ขนาดนี้ เขาชิงไปจดสิทธิบัตรเสียก่อนแล้ว ?

เพราะว่าตอนแรกเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นใครที่เป็นคนคิดค้นยานี้ออกมาไม่ได้มีเขียนไว้ในหนังสือรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร จู้หมิงไปพูดว่าเขาเป็นคนคิดค้นยานี้ ใครก็คงทำอะไรไม่ได้

แม้ว่าจู้หย่งจะไปฟ้องเขาตอนนี้ สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

ตอนนี้จู้หมิงจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถผลิตถังโย่วได้อีกต่อไป

แต่ว่าไปเซ็นสัญญาสั่งซื้อกับหลายบริษัทมากมายขนาดนั้น เงินก็รับมาแล้ว ตอนนี้ผิดสัญญา นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว การสูญเสียชื่อเสียงก็ยากจะฟื้นฟู

ต่อไปบริษัทยาเหวินเหอจะไม่มีถังโย่วอีกแล้ว ใครจะมาร่วมงานด้วย ?

ฉินจุนขมวดคิ้ว เดิมทีคิดว่าจู้หมิงจะกระโดดโลดเต้นได้ไม่กี่วัน ตอนแรกที่เขาบอกให้จู้หมิงคุกเข่าอ้อนวอนนั้นไม่ได้ล้อเล่น

แต่ว่าสำหรับตอนนี้แล้ว เหมือนว่าเขาจะกระโดดโลดเต้นได้อีกสองสามวัน ?

ฉินจุนพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว คุณไปทำงานเถอะ ”

พูดจบฉินจุนก็เข้าไปในห้องทำงานของจู้หลินหลิน

ขณะเดียวกันจู้หลินหลินก็กำลังคุยโทรศัพท์อย่างเคร่งเครียด น้ำเสียงโทนต่ำและใส่อารมณ์นิดหน่อย

“ประธานซุน คุณให้เวลาฉันอีกสักสองสามเดือน ฉันจะจัดการปัญหาเรื่องสิทธิบัตร คุณวางใจเถอะ ต่อให้ไม่มีถังโย่ว พวกเราก็เหมือนเดิ……ฮัลโหล ? ฮัลโหล ! ”

หลังจากถูกตัดสาย จู้หลินหลินโกรธจนหมุนตัวกลับมาเขวี้ยงโทรศัพท์ลงบนพื้น !

แต่ทว่า โทรศัพท์ไม่ได้ตกลงไปที่พื้น กลับตกลงไปในมือของฉินจุน

“ทำไมถึงโกรธขนาดนั้น ? ”

ฉินจุนขำเหอะๆและส่งโทรศัพท์คืนให้เธอ

จู้หลินหลินชะงัก “พี่เสียวจุน ? ”

ทันทีหลังจากนั้นเธอก็เม้มปากและดวงตาก็สีแดงก่ำขึ้นมา

จู้หลินหลินกระโจนไปข้างหน้าเข้าไปยังอ้อมแขนของฉินจุน และน้ำตาก็ไหลออกมา

ร่างกายของจู้หลินหลินนุ่มมาก กลิ่นหอมจากตัวของเธอ ทำให้ฉินจุนใจสั่น

เขาลูบผมยาวสลวยของจู้หลินหลินและพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เรื่องใหญ่ขนาดไหนกัน ถึงกับร้องไห้เลยหรอ ? ”

จู้หลินหลินยู่ปากทำหน้าเศร้า ในสายตาคนอื่นแล้วเธอคือประธานหญิงที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง แต่สำหรับฉินจุนแล้ว เธอก็ยังคงเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง

“สูตรยาถังโย่วนั่น รู้ๆกันอยู่ว่าพ่อฉันเป็นคนคิดค้นขึ้นมา ทำไมคุณลุงถึงเอาไปจดสิทธิบัตรได้อย่างน่าไม่

อาย ? ”

ฉินจุนยิ้มเยาะ “แตกหักกันขนาดนี้แล้ว เธอยังคิดว่าเขาจะนึกถึงครอบครัวตัวเองอยู่ไหม ? ”

“เธอเอายาถังโย่วมาให้ฉันดูหน่อย ”

จู้หลินหลินนิ่งไปและหยิบเอกสารออกจากตู้เซฟยื่นให้กับฉินจุน แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก

แม้ว่าเสี่ยวจุนจะเป็นหมอเทวดา แต่ว่าสูตรยาถังโย่วนี่มันสุดยอดมาก มันขายอยู่ในตลาดมา10ปีแล้ว ผ่านการปรับปรุงมานับไม่ถ้วนจนแทบจะไม่มีข้อบกพร่องเลย

จะต้องรู้ว่ายาชนิดหนึ่งจะขายดีได้ในท้องตลาด ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการรักษาเรื่องหนึ่ง ราคาก็อีก

เรื่องหนึ่ง

ท้ายที่สุดแล้วประชาชนถือว่าเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด ถ้าหากว่ายาแพงเกินไป ต่อให้ได้ผลแค่ไหนก็ขาย

ไม่ได้

ฉินจุนรับสูตรยามา อ่านผ่านๆอยู่รอบหนึ่งแล้วจึงพยักหน้า

สูตรยานี้ดีจริง ยาที่นำมาใช้ก็ราคาถูก ราคาสมเหตุสมผลทีเดียว แล้วยังมีฤทธิ์ระงับอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

สำหรับแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ดังนั้นการระงับอาการแทรกซ้อนจึงทำให้ไม่กระทบต่ออายุขัยและการใช้ชีวิตของผู้คน

สำหรับยาที่ต้องใช้ระยะยาว ผู้คนมักจะให้ความสำคัญกับราคา ถังโย่วราคาถูกแถมยังมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าต้องกลายเป็นยาเทวดา

ฉินจุนตอบ “ในเมื่อไม่สามารถผลิตถังโย่วได้แล้ว งั้นพวกเธอก็ต้องลองผลิตอย่างอื่นดู ฉันจะให้สูตรหนึ่งไป สามารถรักษาเบาหวานได้เหมือนกัน “

Comment

Options

not work with dark mode
Reset