พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ – ตอนที่ 237 พิชญาออกจากคุกแล้ว

สถานีตำรวจให้นามบัตรเธอใบหนึ่ง
วารุณีรับมาดู บอกขอบคุณ จากนั้นจึงออกไป ขับรถไปที่โรงพยาบาลประสาทที่พิชญาอยู่
เธอกลับอยากดูว่า เธอจะบ้าจริงหรือแกล้งบ้ากันแน่!
แป๊บเดียว ก็ถึงโรงพยาบาลประสาท
หลังจากวารุณีสอบถามชั้นที่พิชญาอยู่กับแผนกต้อนรับ ก็เดินไปที่ลิฟต์
สองนาทีถัดมา วารุณีหาห้องที่พิชญาอยู่เจอ
ประตูห้องเปิดอยู่ พิชญานั่งอยู่ที่พื้น พยาบาลคนหนึ่งกำลังก้มเอว พยายามดึงเธอขึ้นมา
แต่พิชญากลับทั้งถีบทั้งเตะ ไม่ลุกขึ้นมา แล้วส่งใส่อารมณ์ไปที่พยาบาลอีก
วารุณีมองสภาพพิชญาที่ดูโง่เง่า เหมือนบ้าเล็กน้อยจริงๆ
“แค่กแค่ก!!”วารุณีเคาะประตูห้อง ไอเบาๆ
พยาบาลยืนขึ้นมา มองมาที่เธอ“คุณคือ?”
“ฉันเป็นญาติเธอค่ะ ได้ยินว่าตรงนี้เธอมีปัญหา ก็เลยมาดูเธอค่ะ”วารุณีชี้ไปที่หัวแล้วพูด
พยาบาลก็ไม่ได้สงสัยตัวตนของเธอ ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม:“งั้นฉันไม่รบกวนคุณผู้หญิงแล้วนะคะ”
“ค่ะ”วารุณีพยักหน้า
พยาบาลเดินออกไป
วารุณีก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เดินไปรอบๆพิชญาที่อยู่ที่พื้น จากนั้นหยุดลงตรงหน้าเธอ“เสแสร้งได้เหมือนมากเลยนะ!”
พิชญาเหมือนไม่ได้ยิน ในปากพึมพำอะไร พร้อมกับดึงผมของตุ๊กตาบาร์บี้ที่มือ
“ไม่ต้องแสดงละครแล้ว เธอไม่ได้บ้าเลยสักนิด!”วารุณียองตัวลงไป เงยคางของพิชญาขึ้นมา
พิชญายังไม่ได้สติคืนมา เลอะเลือน สายตาดูเลื่อนลอย
วารุณีขมวดคิ้ว
เสแสร้งเก่งจริงๆด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอแตะต้องพิชญาขนาดนี้ พิชญาระเบิดออกมานานแล้ว แต่ตอนนี้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงคุก ไม่ใช่แค่แกล้งทำเป็นคนบ้า แต่ยังอดทนกับการกระทำของเธอ น่านับถือจริงๆ
แต่เธออยากจะเห็นนักว่า พิชญาจะเสแสร้งได้นานแค่ไหน จะเสแสร้งต่อไปได้ตลอดไหม!
คิดแบบนี้ สายตาวารุณีก็กลอกไปมา แล้วจึงผลักพิชญาทันที
พิชญาล้มลงพื้น ตุ๊กตาบาร์บี้ที่อยู่ในมือก็ปลิวออกไป จนเธอตะลึงงัน
ผ่านไปไม่กี่นาที จู่ๆเธอก็เบะปาก มือสองข้างไปไว้ที่ตาเหมือนกับเด็ก แล้วร้องไห้ออกมา“แม่ แม่ มีคนนิสัยไม่ดีรังแกฉัน ฮือฮือฮือมีคนนิสัยไม่ดีตีฉัน……”
แป๊บเดียวด้านนอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าเข้ามา
แป๊บเดียว ขยานีถือกระบอกเก็บความร้อนอันหนึ่งเข้ามาจากด้านนอก
เห็นสภาพของพิชญา ขยานีรีบเอากระบอกเก็บความร้อนไปวางข้างๆ เข้ามาดึงพิชญาขึ้น ตบหลังปลอบพิชญา“โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะๆ พิชญาไม่ร้องไห้ๆ”
วารุณียืนอยู่ข้างๆด้วยใบหน้านิ่งเฉย มองเห็นฉากนี้ ก็เลิกคิวขึ้นมา
ขยานีโอ๋พิชญาเป็นเด็กน้อยเหรอ?
แต่ว่าการแสดงออกของพิชญา เกินความคาดหมายของเธอจริงๆ ที่จริงเธอคิดว่าตัวเองผลักไปนี้ จะทำให้พิชญาเผยข้อบกพร่องออกมา จากนั้นเธอก็จะแน่ใจได้ว่าพิชญาเสแสร้งทำเป็นบ้าหรือไม่
แต่เธอคิดไม่ถึงว่า พิชญาจะทนได้มากกว่าที่เธอคิดไว้ แบบนี้ยังไม่มีข้อบกพร่องออกมา
ผ่านไปสักพัก พิชญาก็ค่อยๆร้องไห้เบาลงไป สุดท้ายก็เอนหลับไปในอ้อมแขนของขยานี
ขยานีวางเธอลงไปที่เตียง ห่มผ้าเสร็จ จึงหันหน้ามา มองไปที่วารุณีอย่างร้ายกาจ“ยัยคนเหลาะแหละ เธอมาทำอะไรที่นี่ พิชญาถูกเธอส่งเข้าคุกจนบ้า ตอนนี้เธอก็ยังมารังแกเธออีก เธอจะต้องให้พิชญาตายใช่ไหมถึงจะพอใจ?”
ได้ยินคำนี้ วารุณีจึงหัวเราะ“ฉันไปรังแกเธอเมื่อไหร่กัน?”
“เมื่อกี๊เธอไม่ได้ทำเหรอไง?เธอไม่รังแกพิชญา พิชญาจะร้องไห้ได้ไง!”ขยานีกัดฟันพูดออกไป
วารุณีกะพริบตา“ฉันไม่ได้รังแกเธอค่ะ ฉันแค่อยากจะแน่ใจว่า เธอบ้าหรือไม่กันแน่ก็เท่านั้น”
“เธอ……”ขยานีโกรธจนตัวสั่น“พิชญาเป็นแบบนี้แล้ว เธอยังสงสัยอีกว่าเธอแกล้ง?”
“ก็ไม่ใช่เสแสร้งหรือไงกัน?ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะบ้าจริงๆ”วารุณีมองพิชญาที่อยู่บนเตียง
ขยานีหรี่สายตาคมกริบนั่นลง“คำพูดแบบนี้เธอพูดออกมาได้ไง ถ้าพิชญาแกล้งบ้าจริงๆ ต้องให้เธอมาแยกแยะว่าจริงหรือปลอม ส่วนหมอพวกนั้นสร้างเรื่องเหรอ?ฉันว่าเธอจงใจมาหาเรื่องชัดๆเลยนะ!”
พูดไป เธอก็ยกมือขึ้น จะตบ
วารุณีไม่สะทกสะท้าน เธอยิ้มให้“ตบสิ แค่คุณตบมา ฉันจะแจ้งความทันที แล้วเอาคุณเข้าสถานีตำรวจอีกครั้ง ไปกินข้าวฟรีในคุก”
คำนี้พูดออกไป สีหน้าขยานีก็เปลี่ยนไป เอามือชักกลับทันที ชี้ไปที่หน้าประตูอย่างไม่พอใจ“ไป ไสหัวไปเลยนะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ!”
“ไปก็ไป”วารุณีเอาสายสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ เดินไปที่หน้าประตู
ตอนที่เดินไปหน้าประตู จู่ๆเธอก็หยุดลง กันไปมองขยานีที่ยังโกรธ“ฉันยังยืนยันคำเดิม ฉันไม่เชื่อว่าพิชญาจะบ้าจริงๆ ดังนั้นฉันจะส่งคนมาตรวจดูเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แค่เธอทำตัวปกติข้นมานิดเดียว ฉันจะแฉเธอทันที แล้วเอาเธอส่งกลับเข้าคุก”
ขยานีกำฝ่ามือแน่น
วารุณีเสยผม พูดไปอีกว่า:“ถึงตอนนั้น ที่ตัวเธอก็จะมีความผิดมาอีกหนึ่งคดี และระยะเวลาต้องโทษก็จะยาวขึ้น”
“หึ งั้นคงทำให้เธอผิดหวังแล้วแหละ พิชญาเป็นบ้าจริงๆ!”ขยานีพูดด้วยใบหน้าน่ากลัว
วารุณีเม้มริมฝีปาก“บ้าจริงหรือไม่ นี่ก็มีแต่คุณพูด ฉันไม่เชื่อหรอก แต่ถ้าบ้าจริง งั้นเธออยู่นี่ไปทั้งชีวิตก็ดี ถ้าไม่ใช่……”
พูดถึงตรงนี้ เธอลากเสียง สายตามองไปที่พิชญา“ฉันได้ยินว่าคนปกติ แค่อยู่โรงพยาบาลประสาทนานไปหน่อย ไม่ได้ป่วยทางจิต สุดท้ายแล้วก็จะป่วยทางจิตเอง หวังว่าพวกคุณจะทำตัวให้ดีๆนะ!”
พูดไป เธอยกเท้าขึ้นอีกครั้ง ออกไปจากห้องนี้ เดินไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการ อยากไปเข้าใจอาการของพิชญาสักหน่อย
อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการให้เธอดูข้อมูลพวกนั้นที่เกี่ยวกับพิชญา รวมทั้งวิดีโอกล้องวงจรปิด ก็มองไม่ออกว่าพิชญาเสแสร้งหรือไม่
หมดหนทาง วารุณีได้แต่ต้องออกไป จากนั้นไปบริษัทนักสืบ จ่ายเงินไปก้อนหนึ่ง ให้พวกเขาหาคนไปจับตาดูพิชญา มีข่าวอะไรรายงานเธอได้เสมอ
วารุณีขับรถกลับสตูดิโอ ไปทำงานที่ก่อนหน้านี้ยังทำไม่เสร็จต่อ
ยุ่งอยู่ไม่นาน จู่ๆประตูห้องทำงานก็มีคนเคาะ
วารุณีหยุดปากกาในมือแล้วเงยหน้ามองไป เห็นด้านนอกประตูเป็นปาจรีย์ จึงยืนขึ้นมาอย่างตกใจ“ปาจรีย์ เธอกลับมาได้ไง?”
ปาจรีย์เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า ลากเก้าอี้ออกมานั่งลง
วารุณีเทน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง“ไม่ใช่ว่าเธออยู่รักษาอาการทางจิตเป็นเพื่อนพงศกรที่ต่างประเทศเหรอ ทำไมจู่ๆ……”
“หมอให้ฉันกลับมา บอกว่าฉันอยู่นี่ มีแต่จะส่งผลต่อการรักษาของพงศกร”ปาจรีย์ดื่มน้ำ แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มขมขื่น:“ยังไงพงศกรเกลียดฉัน เห็นฉันแล้วอารมณ์ก็จะยิ่งไม่คงที่”
วารุณีเงียบไป ผ่านไปสองวินาทีจึงพูดใหม่“ระหว่างเธอกับพงศกร มีความแค้นอะไรกันแน่?”
ปาจรีย์หมุนแก้วน้ำ ไม่ตอบ
วารุณีคิดว่าเธอยังไม่อยากพูด จึงยักไหล่“ถ้าเธอไม่อยากพูด……”
“เป็นความแค้นระหว่างตระกูลพวกเรา ฉันกับพงศกร ที่จริงเป็นคู่หมั้นกัน”ปาจรีย์เงยตาขึ้น มองวารุณีแล้วพูด
วารุณีอ้าปากขึ้นมาด้วยความตกใจ“คู่หมั้น?”
“อือ หมั้นหมายกันมาแต่เด็ก ความสัมพันธ์ของตระกูลสวนจันทร์ของพวกเรากับตระกูลอิสริยานนท์ของพงศกรนั้นดีมาก ดังนั้นพ่อแม่ของสองตระกูลจึงกำหนดการหมั้นให้พวกเรา แต่ตอนที่พวกเราขึ้นมัธยมปลาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตระกูลพวกเรากับตระกูลอิสริยานนท์แตกหักกัน”พูดถึงตรงนี้ ปาจรีย์ก็กำแก้วน้ำในมือแน่น
วารุณีมองเห็น ก็จับมือของเธอไว้ ปลอบเธออย่างไม่มีเสียงใดๆ
เธอหัวเราะ“ฉันเคยถามพ่อแม่ฉัน แต่พวกเขาไม่ยอมพูดสาเหตุ จากนั้นพ่อแม่ของพงศกรก็ถูกคนไล่ฆ่า ซ่อนตัวอยู่ที่ห้องใต้ดิน แต่ฉันไปเจอ พงศกรเลยไม่ให้ฉันพูดออกไป ฉันจึงรับปาก แต่ว่าไม่นาน พ่อแม่ของพงศกรถูกคนฆ่า”
ได้ยินตรงนี้ วารุณีก็พอจะเดาออกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น“พงศกรเข้าใจผิดว่าเธอเปิดเผยความลับ?”

พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ

พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ

5ปีก่อน พ่อแม่หย่าร้าง พ่อสุดเหี้ยมไล่พวกเขาออกจากบ้าน เพื่อรักษาโรคหัวใจของน้องชาย วารุณีแอบแฝงเข้าไปในห้องนัทธีขึ้นแสดง 'ใช้กายแลกเงิน' 5ปีต่อมา เธอพาเด็กน้อยน่ารักสองคนกลับประเทศ เพื่อที่จะเอาทุกอย่างที่เป็นของเธอคืนมา กลับบังเอิญเจอชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในจังหวัดจันทร์อีกครั้ง เขาคือ นัทธี นั่นเอง "ลูกชายคุณทำไมหน้าเหมือนฉันจัง?" นัทธีถามเสียงต่ำ วารุณี:"…" เด็กน้อยน่ารัก: "แด๊ดดี้ รีบมีลูกกับหม่ามี๊อีกคนสิครับ!"

Options

not work with dark mode
Reset