พ่อเลี้ยงยอดเซียน (异界无敌奶爸) – ตอนที่ 152 คำถาม

บทที่ 152 คำถาม

เจียงเต๋อชิงโกรธมากจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด แต่เขาก็ยังจำใจมอบวัสดุระดับราชวงศ์ 1 ชิ้นและวัสดุระดับสูงอีก 3 ชิ้นแก่หลิงตู้ฉิง

เมื่อมอบของทั้งหมดให้เสร็จ เจียงเต๋อชิงจึงรีบดึงตัวโจวจื่อซิน ซึ่งกำลังแสร้งกลัวจนตัวสั่นออกไปจากคฤหาสน์สราญรมย์อย่างรีบร้อน

เจียงเต๋อชิงรีบอุ้มโจวจื่อซินจากไปโดยไม่สนใจเหล่าบรรดาผู้คนด้านนอกคฤหาสน์ที่กำลังยืนงุนงง และสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านในคฤหาสน์

หลัวเจิ้งที่อยู่ในขอบเขตรวมแสงดาราระดับ 11 ถูกโยนปลิวออกมาจากคฤหาสน์ยังไม่พอ นี่ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตนภาที่เข้าไปยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับออกมาอีกงั้นเหรอ? ทำไมผู้เชี่ยวชาญอักขระเวทย์ถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้กัน?

เมื่อเห็นสภาพของเจียงเต๋อชิงที่จากไป บรรดาผู้คนที่อยู่ด้านนอกในตอนนี้ยิ่งเริ่มหวาดกลัวกับหลิงตู้ฉิงมากขึ้น ไม่มีใครในพวกเขาที่มีความคิดอยากจะเข้าไปด้านในโดยพลการอีกแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลุ่มชาย 3 คนได้บินมาอย่างรีบร้อนและร่อนลงหน้าทางเข้าคฤหาสน์สราญรมย์และตะโกนขึ้น “ข้า ตงหาวเยว่ จากสำนักใจทมิฬ ข้า ไล้กวน จากสำนักวิญญาณปฐพี ข้า หม่าตงเฉิง จากสำนักดาราพเนจร พวกเราขอเข้าพบกับเจ้าของคฤหาสน์สราญรมย์!”

พวกเขาทั้งสามปฏิบัติตัวอย่างเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เนื่องจากพวกเขาได้รับข้อมูลจากศิษย์ของพวกเขาที่ติดอยู่ด้านในแล้วว่า หลิงตู้ฉิงเป็นผู้เชี่ยวชาญอักขระเวทย์ และประกอบกับในระหว่างทางที่พวกเขามา พวกเขาเห็นสภาพที่ดูเศร้าโศกของเจียงเต๋อชิงที่บินกลับสวนกับพวกเขา พวกเขาจึงรู้ในทันทีว่าสถานที่แห่งนี้ทรงพลังเพียงใด

ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตนภา พวกเขาก็สำนึกได้ว่าวันนี้พวกเขาไม่สามารถใช้กำลังในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

“เข้ามาได้!” หลิงตู้ฉิงที่ได้ยินเสียงของทั้งสามจึงตะโกนออกมา “เนื่องจากพวกท่านมาอย่างสุภาพ ท่านเพียงแค่ต้องมอบวัสดุขั้นสูงให้กับข้าเพื่อแลกกับอิสระของคนของท่าน และถ้าหากท่านมีคำถามจะให้ข้าตอบ หนึ่งคำถามแลกกับวัสดุระดับสูง 1 ชิ้น  ข้ารับรองว่าข้าสามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด”

เมื่อได้ยินว่าหลิงตู้ฉิงให้โอกาสพวกเขาได้ถามคำถามโดยการแลกกับสิ่งของระดับสูง ตงหาวเยว่และอีกสองคนมองหน้ากัน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญขอบเขตนภาพวกเขาไม่แน่ใจว่าพวกเขาควรจะถามอะไรกับหลิงตู้ฉิง?

พวกเขานึกไปถึงคำถามสำหรับวิธีการที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอักขระเวทย์ แต่เมื่อนึกไปนึกมาพวกเขาก็ต้องเก็บความคิดนี้ไว้ในใจ เนื่องจากพวกเขาคิดได้ว่าทักษะของผู้เชี่ยวชาญอักขระเวทย์นั้นไม่ได้ศึกษากันได้ง่าย ๆ มิฉะนั้นคนทั่วไปคงจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอักขระเวทย์ไปกันหมดแล้ว

พวกเขาทั้งสามส่ายหัวและรีบพาศิษย์ของสำนักพวกเขาจากไปทันทีหลังจากให้วัสดุระดับสูงกับหลิงตู้ฉิงเสร็จ

เรื่องราวทั้งหมดนี้ ล้วนอยู่ในสายของมี่ตั้วตั้วที่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ในระยะไม่ไกล เขาแอบถอนหายใจ ตอนนี้เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าระดับความแข็งแกร่งของหลิงตู้ฉิงนั้นจริง ๆ แล้วอยู่ที่ระดับไหนกันแน่

เขาดีใจมากที่ได้เป็นครอบครัวเดียวกับคนเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบแล้ว มี่ตั้วตั้วจึงบินกลับเข้าไปยังในลานคฤหาสน์สราญรมย์ จากนั้นเขายิ้มให้หลิงตู้ฉิงและพูดว่า “ปรมาจารย์หลิง ดูเหมือนว่าท่านจะสามารถจัดการกับสถานการณ์ในคฤหาสน์ของท่านได้อย่างอยู่หมัดทีเดียว ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้วและข้ายังมีเรื่องต้องทำ ดังนั้นข้าขอตัวก่อน”

หลิงตู้ฉิงพยักหน้าและตอบกลับ “ท่านไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนี้ ในอนาคตเพียงแค่เรียกข้าด้วยชื่อของข้าก็พอ”

มี่ตั้วตั้วพยักหน้าและหันหลังบินจากไปอย่างมีความสุข

หลังจากที่มี่ไลเฝ้าดูพ่อของนางจากไป นางก็กอดแขนของหลิงตู้ฉิงอย่างมีความสุขและพูดว่า “นายท่าน  เรารวยแล้ว!”

หลิงตู้ฉิงหัวเราะ “เรารวยที่ไหนกันเล่า ของที่ได้มามันไม่ใช่เหรียญทองสักหน่อย แล้วของพวกนี้เราก็ต้องเก็บพวกมันไว้ใช้สำหรับพวกเราเอง เราจะเอาพวกมันไปขายไม่ได้หรอก”

“เอาน่านายท่าน ยังไงซะวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่โชคดีมากที่พวกเราได้วัสดุระดับสูงต่าง ๆ มามากมายโดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักเหรียญเดียวจริงไหม” มี่ไลพูดด้วยรอยยิ้ม

“ก็จริงอย่างเจ้าว่า” หลิงตู้ฉิงพยักหน้าและยิ้มตอบไปยังมี่ไล

มี่ไลที่กำลังจะหัวเราะแต่จู่ ๆ นางก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ประตู นางหันไปมองและพูดว่า “นายท่าน มีคนเข้ามาอีกคนแล้ว”

ผู้ที่เข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น หลี่จือหลิง ที่กำลังเดินเข้ามา นางเดินมายังหลิงตู้ฉิงอย่างผ่อนคลายและถามว่า “ท่านหลิง ข้าขอถามท่าน 2-3 ข้อได้ไหม?”

หลิงตู้ฉิงพูดอย่างเฉยเมยว่า “ถ้าเจ้าปฏิบัติตามกฎ ก็ไม่มีปัญหา”

หลี่จือหลิงพยักหน้า หยิบวัสดุระดับสูงออกมาและมอบให้กับหลิงตู้ฉิง ถามว่า “สำนักบุปผาจันทราของข้าเป็นสำนักระดับกลาง ข้าต้องการเชิญท่านมาเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของสำนักข้า ท่านเต็มใจหรือไม่?”

จริง ๆ แล้ว หลี่จือหลิงที่ยืนอยู่นอกคฤหาสน์ นางพอจะเดาได้อย่างคร่าว ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในคฤหาสน์สราญรมย์ ถึงแม้ว่านางไม่รู้รายละเอียดนักแต่ถ้าดูจากผลลัพธ์ที่ปรากฎ หลิงตู้ฉิงน่าจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการเหมาะสมที่สุดที่จะเชิญผู้มีความสามารถเช่นนี้เข้าสู่สำนัก

นอกจากนี้จากการได้รู้ข้อมูลของหลิงตู้ฉิงจากเหลียงเจี๋ยในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ นางสงสัยว่าหลิงตู้ฉิงอาจจะมีความลับบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับสำนักนาง ดังนั้นนางจึงตัดสินใจก้าวเข้ามาในลานคฤหาสน์เพื่อเชื้อเชิญเขาด้วยตนเอง

“ข้าขอปฏิเสธ!” หลิงตู้ฉิงตอบอย่างรวดเร็วพลางเก็บวัสดุระดับสูงใส่ในแหวนมิติ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ

นี่น่าจะเป็นคำถามที่ง่ายที่สุดที่เขาตอบในช่วงเวลาที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสุขกับคำถามนี้สักเท่าไหร่

หลี่จือหลิงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธอย่างหนักแน่น นางจึงหยิบวัสดุระดับสูงอีกชิ้นออกมาและถามว่า “ท่านบอกข้าได้ไหมว่าท่านมาจากไหน?”

หลิงตู้ฉิงขมวดคิ้วและตอบกลับทันที “ไม่มีทาง! สำหรับวัสดุระดับสูงชิ้นนี้ข้าจะยังไม่เก็บมันไป ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเปลี่ยนเป็นคำถามอื่นก่อนจากนั้นข้าจะเก็บมัน”

หลี่จือหลิงลดศีรษะลงและคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นถามช้า ๆ “แล้วท่านมีจุดประสงค์อะไรในการมาที่นี่?”

“ข้าเกิดที่นี่!” หลิงตู้ฉิงตอบกลับ “เจ้าสามารถถามต่อได้ ถ้าเจ้ามีวัสดุระดับสูงเหลืออยู่อีก” พูดจบหลิงตู้ฉิงเก็บวัสดุระดับสูงอีกชิ้นไป

หลี่จือหลิงรู้สึกหดหู่ใจ ตอนนี้นางเสียวัสดุระดับสูงไป 2 ชิ้นแล้ว แต่นางกลับไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กลับมาเลย

เมื่อจ้องมองหลิงตู้ฉิงอยู่สักพัก นางจึงกัดฟันหยิบวัสดุระดับสูงชิ้นที่สามออกมาและพูดกับหลิงตู้ฉิง “ข้าเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 12 ข้าคิดว่าด้วยพรสวรรค์ของข้า ความเป็นไปได้ที่ข้าจะสามารถเข้าสู่ระดับ 13 นั้นน่าจะเป็นไปได้ ข้าอยากถามท่านว่าข้าจะเข้าสู่ขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 13 ได้อย่างไร?”

นางไม่อยากเสียวัตถุดิบระดับสูงไปอย่างไร้ประโยชน์อีก นางจึงถามถึงเรื่องการบ่มเพาะแทน

ยิ่งไปกว่านั้นนางต้องการใช้คำตอบจากคำถามเกี่ยวกับการบ่มเพาะของนางเพื่อยืนยันและสรุปสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหลิงตู้ฉิงได้อย่างมากมาย

หลิงตู้ฉิงมองประเมินหลี่จือหลิงสักพักก่อนที่จะพูดว่า “ส่งมือมาให้ข้า!”

หลี่จือหลิงเงียบไป ในฐานะเทพธิดาแห่งสำนักบุปผาจันทรา นางจะถูกชายอื่นสัมผัสง่าย ๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร?

ที่สำคัญที่สุดนางไม่สามารถบอกได้ว่าหลิงตู้ฉิงพยายามใช้โอกาสนี้ล่วงเกินนางหรือว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำมันเกี่ยวกับคำถามเรื่องการบ่มเพาะของนางจริง ๆ

หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งนางจึงพูดขึ้นว่า “ข้าจะให้ท่านสัมผัสมือข้าก็ได้ แต่ข่าหวังว่าจะไม่มีใครเห็นหรือได้ยินสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น”

หลิงตู้ฉิงพยักหน้าและโบกมือให้คนอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึงมี่ไลให้นั่งห่างออกไปกว่าเดิม

เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่รอบข้างแล้ว หลี่จือหลิงจึงยื่นมือออกมา

หลิงตู้ฉิงจับชีพจรของหลี่จือหลิงและตรวจสอบฝ่ามือของนางครู่หนึ่ง ในท้ายที่สุดเขาก็เกามือของนางซึ่งทำให้หลี่จือหลิงรู้สึกว่านางกำลังถูกเอาเปรียบ

ในขณะเดียวกับที่นางกำลังรู้สึกทนไม่ไหว หลิงตู้ฉิงพูดขึ้นอย่างช้า ๆ “ข้าจะให้เจ้าเลือกอยู่สองวิธีที่จะทำให้เจ้าบรรลุไปถึงขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 13 วิธีแรกเจ้าจะต้องมอบวัสดุระดับสวรรค์ให้ข้า 1 ชิ้นแล้วข้าจะสอนวิธีการเลื่อนไปยังขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 13 ให้เจ้าได้ไปบ่มเพาะเอาเอง ส่วนวิธีที่สองคือข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าสู่ขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 13 อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าต้องเปิดเผยร่างกายของเจ้าให้ข้าเห็น”

หลังจากพูด จบหลิงตู้ฉิงก็เก็บวัสดุระดับสูงชิ้นที่สามเข้าไปในแหวน

เมื่อได้ยินข้อเสนอเช่นนี้ หลี่จือหลิงถึงกับโกรธควันออกหู

ตอนนี้นางคิดว่าหลิงตู้ฉิงกำลังดูถูกนางอยู่

อย่างไรก็ตามเมื่อนางเห็นใบหน้าที่จริงจังของหลิงตู้ฉิง นางจึงเริ่มได้สติ นางเริ่มสับสนไม่รู้ว่าหลิงตู้ฉิงจะฉวยโอกาสกับนางหรือว่าเขาจะทำได้จริง ๆ

แต่ไม่ว่าจะยังไง ถึงแม้ว่าสิ่งที่หลิงตู้ฉิงพูดจะเป็นความจริง แต่นางก็ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของเขาได้แน่นอน

หากไม่นับถึงวัสดุระดับสวรรค์ที่นางไม่มีอยู่ในครอบครอง แค่เรื่องเปิดเผยร่างกายนางก็รับไม่ได้แล้ว ตอนนี้สิ่งที่นางเสียใจมากที่สุดคือวัสดุระดับสูงทั้งสามหายไปแล้ว และนางไม่ได้รับคำตอบอะไรเลยที่เป็นประโยชน์ในท้ายที่สุด

“นี่ข้าเริ่มไม่แน่ใจว่าท่านพยายามหลอกข้าหรือกำลังเอาเปรียบข้าอยู่กันแน่?” หลี่จือหลิงพูดด้วยความไม่พอใจ

หลิงตู้ฉิงหลี่ตามองนางและพูดว่า “เพื่อเห็นแก่วัสดุทั้งสามของเจ้า ข้าจะบอกอะไรเจ้าหนึ่งอย่าง ร่างกายของเจ้าคือร่างดรุณีหยก… เอาล่ะ เจ้ามีวัสดุระดับสูงอีกไหม? ถ้าไม่มีก็ออกไปได้แล้ว”

หลี่จือหลิง เมื่อได้ยินที่หลิงตู้ฉิงเอ่ยคำว่า ร่างดรุณีหยก นางรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก หลิงตู้ฉิงสามารถมองเห็นร่างกายของนางได้จริงหรือ? มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถมองเห็นร่างกายของนางได้และคนธรรมดาส่วนใหญ่คิดเพียงว่านางมีรากฐานทางวิญญาณที่เหนือกว่า

หลิงตู้ฉิงผู้นี้มีทักษะพิเศษบางอย่างงั้นเหรอ?

แล้วนี่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่หลิงตู้ฉิงพูดว่าจะทำให้นางบรรลุระดับได้เป็นความจริงงั้นเหรอ?

แล้วตอนนี้ที่นางไม่มีวัสดุระดับสวรรค์ นางควรเลือกตัวเลือกที่สองหรือไม่?

ตอนนี้หลี่จือหลิงลังเลเป็นอย่างมาก นางรู้ดีว่าขอบเขตประสานทะเลปราณระดับ 13 นั้นสำคัญกับนางขนาดไหน

พ่อเลี้ยงยอดเซียน (异界无敌奶爸)

พ่อเลี้ยงยอดเซียน (异界无敌奶爸)

เรื่องย่อ พ่อเลี้ยงยอดเซียน ไม่นึกเลยว่าอารมณ์ทั้งเจ็ดจะมีผลต่อการบ่มเพาะเช่นนี้! ในชาติที่แล้วอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นข้าจะกลายเป็นนิรันดร์กาล! ข้ายอมสละอารมณ์ทั้งเจ็ดเพื่อความเป็นนิรันดร์ แต่ท้ายที่สุดข้ากลับต้องเผชิญกับทางตัน วิถีไร้อารมณ์นั้นบกพร่อง! ในเมื่อวิถีไร้อารมณ์ไม่สามารถพาข้าก้าวข้ามไปถึงขอบเขตนิรันดร์กาล ข้าต้องกลับไปจุติใหม่! ในชีวิตหน้าข้าจะเปลี่ยนวิถี! ในชีวิตหน้าข้าจะฟื้นฟูอารมณ์ทั้งเจ็ดของข้า! ชาติหน้าข้าจะโอบรับพวกมันทั้งหมด ความรัก ความชัง ปรารถนา โศกศัลย์ ยินดี เดือดดาล สุขสันต์ ครั้งนี้ข้าจักต้องไม่พลาด รอบนี้ข้าจักต้องให้ทุกสรรพสิ่งขนานนามข้าว่า ‘ไร้เทียมทาน!’ จักรพรรดิเซียนไร้อารมณ์ ผู้แสวงหาความเป็นนิรันดร์ ตัดสินใจจุติใหม่ แต่แล้วเหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อยามที่เขาลืมตาดูโลกขึ้นอีกครั้ง เขากลับจุติอยู่ในร่างของชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าปี ที่สำคัญชายผู้ที่เขาลงมาจุติในร่างกลับอุปการะบุตรบุญธรรมไว้แล้วถึงเจ็ดคน! และเด็กทุกคนกลับมีความสามารถท้าทายสวรรค์! ————————————————————- ขั้นพลัง ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ ขอบเขตควบแน่นลมปราณ ขอบเขตประสานทะเลลมปราณ ขอบเขตรวมแสงดารา ขอบเขตนภา (ขั้นต่อไปถัดจากขอบเขตรวมแสงดารา) ขอบเขตครึ่งสวรรค์ (ขอบเขตนภาระดับ12-13) ขอบเขตสวรรค์ – สวรรค์สามัญ – หลุดพ้นสามัญ ขอบเขตเหนือสวรรค์ ขอบเขตราชัน ขอบเขตจักรพรรดิ ขอบเขตเร้นลับ ขอบเขตจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ (ระดับการบำเพ็ญเพียรของหลิงตู้ฉิงในชาติก่อน)

Comment

Options

not work with dark mode
Reset