ภรรยาที่ทั้งสวยทั้งรวยของผม – ตอนที่ 55 การฝึกการต่อสู้แบบเหิง

ฟานยุนยังจะพูดต่อ แต่เจ้าสำนักฟานก็รีบปิดปากของเธาไว้

ตอนนี้มู่หรงจิ่นก็ไม่รู้ว่าหนีไปไหน ถ้ารอเค้ากลับมามันก็คงจะไม่ได้การ

อย่างงั้นเจ้าสำนักฟานก็เลยทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับฉินเฉิงเท่านั้น

“คุณคิดว่าคุณจะสามารถเอาชนะว่านไห่ได้จริงๆเหรอ?” เจ้าสำนักฟานพูดด้วยแววตาที่กระตือรือร้น

ฉินเฉิงเหลือบมองเขาและกล่าวว่า “ภายในสามกระบวนท่า”

สามกระบวนท่านี่ก็เป็นการตั้งความหวังกับว่านไห่เอาไว้สูงมากแล้ว

สีหน้าของเจ้าสำนักฟานก็เปลี่ยนไป มันดูราวกับว่าเค้ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไร มันก็คือทั้งหมดของสำนักฟาน มันจะต้องตกกลายไปเป็นของฉินเฉิง!

แต่ถ้าหากพ่ายแพ้ ต่อไปตระกูลฟานก็จะต้องวุ่นวาย!

“เจ้าสำนักฟาน คุณไม่ได้มีเวลาที่จะมาคิดเรื่องนี้มากนะ” ฉินเฉิงกล่าวอย่างเย็นชา

เจ้าสำนักฟานกัดฟันแล้วพูดว่า “ตกลง! ฉันสัญญา! แต่ฉันบอกเอาไว้ก่อนเลยนะ ถ้าหากพ่ายแพ้ ฉันจะไม่ให้เงินคุณสักหยวนเลย”

ฉินเฉิงไม่ได้พูดอะไรและกระโดดลงจากอัฒจันทร์ทันทีและตรงไปที่สังเวียน

“พ่อค่ะ พ่อเชื่อเค้าเหรอ!” ฟานยุนก็ขมวดคิ้วขึ้นมา สีหน้าของเธอดูไม่พอใจ

เจ้าสำนักฟานก็ถอนหายใจเล็กน้อย: “มันมีแค่เค้าเท่านั้นที่จะกอบกู้สถานการณ์ตอนนี้ได้”

เค้าเองก็ได้เห็นความสามารถของฉินเฉิงแล้ว ดังนั้นในใจเค้าก็เปรียบเทียบความแข็งแกร่งนี่เอาไว้แล้ว

หากเป็นเพียงแค่ระดับขึ้นอย่างในตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงวันนั้น ฉินเฉิงอาจจะไม่สามารถเอาชนะว่านไห่ได้เลย

ในตอนนั้น ฉินเฉิงก็อยู่ในระดับขั้นที่สามของการบ่มเพาะพลังปราณก็เท่านั้น แต่ตอนนี้มันได้เพิ่มขึ้นถึงระดับที่เจ็ดแล้ว! ความแข็งแกร่งของเค้ามันสามารถบอกได้เลยว่ามันแตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง!

“จะส่งไอ่เด็กนี่ไปตายอย่างงั้นเหรอ?”

“หมัดของว่านไห่มีขนาดพอๆกับหัวของเด็กนั่นเลย ถ้าโดนต่อยเข้าไป ไม่พิการก็ตาย?”

“หึหึ ยอมตายแลกเงิน ไอ่เด็กนี่มันต้องการเงินจนยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก! กลัวมันจะไม่มีชีวิตรอดหละสิ!”

เมื่อคนที่เฝ้าดูอยู่มองเห็นฉินเฉิง พวกเค้าก็อดหัวเราะไม่ได้

พวกเค้าเป็นศิษย์ของโรงยิมศิลปะการต่อสู้ พวกเค้าไม่มีตัวตนอะไรในสังคมเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกเค้าก็เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง

“มู่หรงจิ่นอยู่ที่ไหนกันนะ?” เมื่อเห็นฉินเฉิงก้าวขึ้นไปบนสังเวียน ว่านไห่ก็ถามขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน

ฉินเฉิงกล่าวว่า “มันไม่กล้าหรอก”

“หึหึ มันไม่กล้า แต่แกกล้าขึ้นมาตายอย่างงั้นเหรอ?” ว่านไห่กำหมัดของเค้าที่มีขนาดใหญ่เท่าหม้อ แววตาสีเข้มของเค้ามันดูราวกับอีแร้งที่ต้องการล่าสัตว์

“เรื่องไร้สาระอย่าพูดมาก” ฉินเฉิงขมวดคิ้วขึ้นมา “ลงมือกันเลยเถอะ”

ว่านไห่หัวเราะและพูดว่า “หลายปีที่ผ่านมานี้ แกเป็นคนแรกที่กล้าพูดแบบนี้กับฉัน! ในเมื่อแกอยากตาย ฉันก็จะสนองให้!”

หลังจากที่พูดจบ เขาก็เบ่งกล้ามแล้วฉีกเสื้อผ้าบนร่างกายของเค้าออก

กล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเค้า มันดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อมองดูคู่ไปกับผิวสีเข้มของเค้า

เส้นเลือดก็นูนออกมาตามกล้ามเนื้อมันดูราวกับมังกร

“กล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ!” มันก็มีคนร้องอุทานขึ้นมา

เจ้าสำนักฟานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดเบาๆขึ้นมาว่า “นี่คือการฝึกแบบเหิงเหรอ ว่ากันว่าร่างกายมันจะเหมือนกับแผ่นเหล็กที่ไม่มีใครทำอะไรได้เลย”

“น่ากลัวมากเลย!” ฟานยุนอ้าปากพูดขึ้นมา เธอร้องขึ้นมาอย่างประหลาดใจ แขนใหญ่กำยำที่แข็งแรงนี้มันมีขนาดเกือบเท่าเอวของเธอ! ถ้าหากว่าโดนต่อยเข้าไปหละก็ นี่มันจะตายไหม?

“ไอ่เวร ตอนนี้แกยังเสียใจทันอยู่นะ” ว่านไห่ลูบหมัดของเค้าแล้วพูดเยาะเย้ย

นับตั้งแต่ที่ก้าวเข้าสู่ระดับขั้นที่เจ็ดของการบ่มเพราะพลังปราณ ร่างกายของฉินเฉิงมันก็เปลี่ยนไป

แม้ว่ามันจะไม่แตกต่างอะไรมาก แต่ความหนาแน่นของกล้ามเนื้อและกระดูกนั้นมันเทียบกันไม่ได้เลย!

เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่มีฝีมือที่ฝึกแบบเหิงมา แววตาของเฉิงก็มองไปที่ว่านไห่อย่างเฉยเมย

“แกกำลังฝึกศิลปะการต่อสู้แบบเหิง งั้นฉันก็จะใช้กล้ามของฉันเอาชนะแกก็แล้วกัน!” น้ำเสียงของฉินเฉิงดูเรียบง่าย แต่ก็หยิ่งยโส!

จากนั้นว่านไห่ก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เย็นชา: “แกกำลังดูถูกฉัน ดูถูกศิลปะการต่อสู้แบบเหิง! ไอ้เวร ในเมื่อแกโอหังมากขนาดนี้ อย่าโทษฉันถ้าฉันเล่นแรงก็แล้วกัน!”

ทันทีที่เสียงหายไปนี้เอง เขาก็กำหมัดแล้ววิ่งตรงเข้าไป!

หมัดอันมหึมานี้ มันก็ทำให้เกิดลมขึ้นมา แม้แต่เสียงแตกมันก็ดังขึ้นรอบๆหมัด!

“มันเป็นพลังที่น่ากลัวมากจริงๆ!” เจ้าสำนักฟานก็อดไม่ได้ที่จะอุทานขึ้นมา “ฉันมองไม่ออกเลยว่าฉินเฉิงจะสู้กับเค้ายังไง”

ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง เค้าก็นั่งวิเคราะห์อย่างใจจดใจจ่อ

ร่างกายของฉินเฉิงค่อนข้างบอบบาง อย่างงั้นฉินเฉิงก็น่าจะมีความยืดหยุ่นที่มากกว่า ถ้าเค้าหลบหมัดนี้แล้วโจมตีเข้าไปที่เอว เค้าก็ยังมีโอกาสชนะ!

อย่างไรก็ตาม ศิลปะการต่อสู้แบบเหิงของฉินเฉิง มันแตกต่างไปจากที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิง

เขายังยกกำปั้นขึ้นและชกเข้าใส่ว่านไห่โดยตรง!

แขนที่แข็งแรงกำยำของว่านไห่ มือที่เรียวยาวของอฉินเฉิง มันกระทบเข้าหากันอย่างรุนแรงจนคนดูไม่สามารถที่จะทนดูได้เลย!

“ไอ่เด็กนี่มันแข็งแกร่งจริง? หรือว่ามันบ้าไปแล้วเหรอ?!” สีหน้าของเจ้าสำนักฟานก็เปลี่ยนไป ทันใดนั้นเค้าก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย

ฉินเฉิงเป็นลูกเขยของตระกูลซู ถ้าเค้ามาตายวันนี้ที่นี่ ตัวเองจะอธิบายให้ตระกูลซูฟังได้ยังไงกัน?

ในตอนนี้เอง หมัดทั้งของทั้งสองก็ได้ประทะกัน

ในตอนที่กระแทกกันนี้เอง มันก็มีเสียงดังขึ้นมาแล้วทั้งสังเวียนมันก็เหมือนจะสั่น!

“บูม!”

ทุกคนสูดหายใจเข้าลึกๆและจ้องไปที่สังเวียน

“ไอ่เด็กนั่นมันตายแล้วใช่ไหม?” แทบจะทุกคนต่างก็คิดแบบนี้

แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าพวกเค้า มันก็ทำให้พวกเค้าตะลึงจนแทบอ้าปากค้าง

“อา!!!” เสียงของว่านไห่คร่ำครวญดังขึ้นมา มันก็ดึงให้พวกเค้ากลับมามีสติอีกครั้ง

แขนของฉินเฉิงที่เป็นเหมือนกับไม่จิ้มฟัน ที่จริงแล้วมันเจาะหมัดของว่านไห่เข้าไปโดยตรง! รอยบุ๋มพร้อมเลือดที่น่าสะพรึงกลัวถูกทิ้งไว้ในหมัดของว่านไห่!

กระดูกของข้อมือทั้งหมดมันก็แตกสลายไปในทันที แขนของเค้าชาจากความเจ็บปวด!

“นี่…” เจ้าสำนักฟานกลืนน้ำลาย คนที่บอกว่าร่างกายแข็งแกร่งที่สุดก็ถูกหมัดของฉินเฉิงซัดเข้าไป? นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน

“พระเจ้า นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว…” ลูกศิษย์คนอื่นๆต่างก็ตะลึงงันราวกับไม่อยากจะเชื่อในฉากนี้

ฉินเฉิงก็มองไปที่ว่านไห่อย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “นี่คือการฝึกแบบเหิง มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย”

ว่านไห่เจ็บปวดเกินกว่าจะพูดออกมาได้ เค้าคุกเข่าลงไปที่พื้น เหงื่อก็ไหลหยดลงมาบนพื้นราวกับเม็ดฝน

“ฮ่าฮ่า เจ้าสำนักตง ดูเหมือนลูกศิษย์ของฉันจะแข็งแกร่งกว่านะ!” เจ้าสำนักฟานก็จึงตะโกนบอกกับเจ้าสำนักตง

เจ้าสำนักตงหน้าซีด เค้าใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้ว่านไห่มาสู้ในการแข่งครั้งนี้และก็ยังใช้เส้นสายอีกมากมาย

คิดไม่ถึงเลยว่าแผนการทั้งหมดที่เค้าเตรียมมามันจะถูกทำลายลงด้วยหมัดเพียงแค่หมัดเดียว

“กลับไปฝึกมาให้ดีเถอะ” ฉินเฉิงมองดูว่านไห่ หลังจากที่เค้าพูดจบ เค้าก็เดินออกจากสังเวียน

“คุณฉิน ฉันต้องขอโทษด้วยที่ก่อนหน้านี้ฉันดูถูกคุณเอาไว้ หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไร…” เจ้าสำนักฟานก็พูดขึ้นมาแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ฉินเฉิงมองดูอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก งั้นคุณก็จ่ายเงินสำหรับความผิดพลาดของคุณก็แล้วกัน ตั้งแต่วันนี้แปดสิบเปอร์เซ็นของรายได้โรงยิมศิลปะการต่อสู้จะตกเป็นของฉัน ทุกเดือนจะต้องเอาไปส่งที่ชุมชนหลงไห่”

เจ้าสำนักฟานก็เปิดปากของเค้าขึ้นมา เค้าต้องการต่อรอง แต่เค้าก็มองเห็นแววตาทที่เย็นชาของฉินเฉิง นี่มันก็ทำให้เค้าไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาเลยซักคำ

“ฮ่าฮ่า ฉันกลับมาแล้ว ว่านไห่กลับไปแล้วหรือยัง? ฉันพร้อมจัดการมันแล้ว!” ในตอนนี้เอง มู่หรงจิ่นก็เดินออกมาอย่างสง่างาม

ภรรยาที่ทั้งสวยทั้งรวยของผม

ภรรยาที่ทั้งสวยทั้งรวยของผม

หลังจากที่เผชิญหน้ากับการดูถูก ฉินเฉิงก็ลุกขึ้นสู้ เพื่อคว้าในสิ่งที่ไม่เคยได้ครอบครองมาก่อน นิยายเล่มนี้เป็นนิยายที่สนุกสนาน ไม่รุนแรงจนเกินไป สนุกครบทุกอารมณ์

Comment

Options

not work with dark mode
Reset