ภาพรักสีจางกลางสมุทร – ตอนที่ 188 สวยเลือดเย็น

เธอรู้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงได้ประหลาดใจนัก เธออยู่ที่นี่มาได้สี่ปีแล้ว เติบโตจากเด็กหญิงตัวเล็กๆ เป็นตัวเธอในตอนนี้ ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน ยังไม่รวมถึงการพูดกับนายน้อยสามด้วยน้ำเสียงเช่นนี้อีก

 

 

นายน้อยสามทำเพียงจ้องมองเธอและยกยิ้ม “เธอจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน”

 

 

“เขาสามารถทำหลายอย่างให้เราได้หากยังมีมืออีกข้างเหลืออยู่”

 

 

“เธออยากให้เขาทำงานให้เราอย่างนั้นเหรอ”

 

 

“โชคชะตาของเขาอยู่ในมือคุณ ต่อไปเขาจะทำตามคำสั่งของคุณได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

 

 

“มีเหตุผล” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป “แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากให้ไว้ชีวิตเขาไว้”

 

 

เธอไม่กล้าพูดออกมา

 

 

อีกฝ่ายว่าขึ้น “ดูจะแปลกไปหน่อยที่เห็นเธอออกปากเองแบบนี้ แล้วฉันจะปฏิเสธเธอได้ยังไงล่ะ ครั้งนี้เราจะฟังเธอ ยอมไว้ชีวิตและเก็บมือของเขาไว้”

 

 

ท่าทีของเธอเรียบเฉยและทำเพียงพยักหน้ารับเป็นคำขอบคุณและจากไป ไม่มองหน้าคนที่อยู่ใบบ้านสักคนและเดินตรงออกไปราวกับเธอไม่ใช่คนที่พวกเขากำลังพูดถึง

 

 

หลังจากนั้นซ่งเนี่ยนมู่ก็คิดว่าทำไมเธอต้องการที่จะช่วยชีวิตของเสียวเหยี่ยไว้ในตอนนั้น เธอเดาว่าคงเป็นเพราะตัวเองสบตากับเขา เธอไม่ได้เห็นหน้าตาของเขาชัดเจนเท่าไรนักเพราะรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่ว มีเพียงดวงตาที่ส่องประกายของเขาที่ปรากฏให้เห็นจนต้องสะดุดในตอนนั้น

 

 

หากจะให้อธิบายความรู้สึก เธอคงรู้สึกเหมือนเห็นตอนที่ตัวเองนั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าของนายน้อยสามก็เป็นได้ เขาไม่เคยยอมแพ้แม้ว่าในใจจะกลัวทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม ในตอนนั้นซ่งเนี่ยนมู่ในอายุสิบเอ็ดปีเองก็รู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน เธอหวังให้ใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยความรู้สึกสิ้นหวังเหลือเกิน

 

 

นั่นคงเป็นเหตุผลที่เธออยากจะช่วยเด็กหนุ่มที่จมกองเลือดราวกับกำลังช่วยตัวเองในเวลานั้น

 

 

เธอเห็นเสียวเหยี่ยอีกครั้งเมื่อนายน้อยสามพาเขามาข้างๆ เธอ บาดแผลบนใบหน้าของเขาเกือบจะหายสนิทแล้ว ยังคงมีรอยช้ำหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังเห็นได้ว่าเขายังอายุน้อยและอ่อนประสบการณ์อยู่มากเหมือนกับเธอในตอนนั้น

 

 

เขายืนก้มศีรษะอยู่ข้างนายน้อยสามเพื่อรอรับคำสั่ง ดูเชื่อฟังขึ้นมากเมื่อเทียบกับในวันนั้น

 

 

นายน้อยสามส่งเสียวเหยี่ยให้เธอ บอกให้พาเขาเดินดูให้ทั่วเพื่อให้เขาคุ้นเคยกับสถานที่ และอะไรก็ตามที่เธอต้องการจะทำกับเขา

 

 

เสียวเหยี่ยเดินตามหลังเธอมาหลังจากนายน้อยสามเดินจากไป เมื่อเธอจะกลับไปทำงานของตัวเองเขาก็เอ่ยขอบคุณขึ้นอย่างแผ่วเบาข้างหูเธอ

 

 

ทว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเกินไปนัก เธอไม่ได้พูดกับเขาบ่อยและมักจะใช้น้ำเสียงเรียบเฉยทุกครั้งไป ก่อนจะจากไปทันทีที่เธอพูดธุระจบ

 

 

ทีแรกเธอคิดว่าทุกอย่างคงเป็นไปตามที่คาดเอาไว้ ตัวเธอเองยังคงเป็นเหมือนเดิมกับที่ผ่านมา นิ่งเงียบ เย็นชา โหดเหี้ยมเมื่อต้องต่อสู้ และโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ต่อหน้าเป้าหมายของตัวเอง

 

 

และมันคงจะเป็นอย่างนี้ไปจนกระทั่งเธอจากโลกใบนี้ไป

 

 

หากแต่นั่นเป็นเพียงการคิดไปเองของเธอเท่านั้น

 

 

ทุกอย่างค่อยๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่คืนที่เธอก้าวเข้าสู่วัยสิบเก้าปี

 

 

คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เธอทำแผนตามคำสั่งของนายน้อยสามพัง

 

 

ทุกอย่างคงเป็นไปด้วยดีหากเธอไม่ดื่มน้ำเข้าไปอีกแก้วในตอนที่นั่งอยู่บนเตียงในห้องที่โรงแรมซึ่งชายคนนั้นจองเอาไว้

 

 

เธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการแล้วและเพียงต้องการใช้การอาบน้ำเป็นข้ออ้าง เปิดน้ำในห้องน้ำ อยู่ในนั้นสักพักและรอให้คนของเธอมารับ แต่เธอกลับรู้สึกเวียนหัวเมื่อก้าวเข้ามาในห้องน้ำ จึงพิงตัวพักกับกำแพงชั่วครู่และรู้ตัวว่าถูกชายคนนั้นวางยาในน้ำที่ดื่มเข้าไป

 

 

ความเวียนหัวยิ่งรุนแรงมากขึ้น แสงไฟที่ส่องมาจากบนศีรษะหมุนวนไปมาเมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง ร่างกายอ่อนปวกเปียกไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆ เธอสบถออกมาและยันตัวกับประตูพยุงตัวเองขึ้นเพื่อเดินไปด้านข้างของอ่างอาบน้ำและล้างหน้าล้างตาให้ตื่นตัว

 

 

แต่ก็ลื่นล้มลงเสียงดังไปบนพื้นที่เปียก เธอร้องออกมาและเมื่อชายที่อยู่ด้านนอกได้ยินก็มาเคาะประตูก่อนถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความพยายามตั้งสติ ส่ายศีรษะไปมาและพูดขึ้นเสียงหวานเหมือนที่ทำก่อนหน้านี้ “ไม่มีอะไรค่ะ รอฉันสักครู่นะคะ”

 

 

เธอพยายามยันตัวกับอ่างล้างหน้าเพื่อลุกขึ้นยืนและมองไปที่ตัวเองในกระจก ขาสั่นระริกจนไม่สามารถยืนได้มั่นคง รู้สึกราวกับโลกทั้งโลกหมุนรอบตัว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงทนได้อีกไม่นาน เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ตั้งใจจะต่อสายบอกให้พวกเขามาให้เร็วกว่านี้แต่ก็ไม่มีสัญญาณ

 

 

ชายที่อยู่ด้านนอกยังคงซักไซ้ถามเธอไม่หยุด “นี่ที่รัก! ที่รัก! เธอเสร็จหรือยัง… ถ้าเธอไม่ตอบฉันจะเข้าไปแล้วนะ”

 

 

เธอตอบกลับ “ใกล้เสร็จแล้วค่ะ รออีกสองนาทีนะคะ”

 

 

เธอปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้อีกต่อไป ด้วยไม่รู้ว่าคนจากด้านล่างจะขึ้นมาเมื่อไรและมีเพียงชายคนนั้นและเธอที่อยู่ในห้องนี้ เธอจะออกไปทั้งแบบนี้ไม่ได้

 

 

เธอปลดซิปเสื้อของเธอลงและดึงมีดสั้นที่เธอเก็บไว้ยามฉุกเฉินขึ้นมา หยิบผ้าเช็ดตัวบนชั้นเหลืออ่างล้างหน้าและกัดมันเอาไว้ในปาก ปิดเปลือกตาพร้อมมีดที่อยู่ในมือและฟันหลังตัวเองสุดแรง

 

 

ทันใดนั้นเลือดสดๆ ก็ไหลทะลักออกมา ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเข้าไปถึงสมองของเธอ และเมื่อรู้สึกตัวตื่นจากความมึนงง เธอกัดฟันกรอด ศีรษะเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ก่อนที่จะใช้ผ้าขนหนูพันรอบบาดแผลของตัวเอง

 

 

ชายคนเดิมยังคงเร่งเร้าเธอ “เมื่อไหร่เธอจะเสร็จเสียที… ฉันรอมานานแล้วนะ…”

 

 

เธอสวมชุดคลุมอาบน้ำและผูกไว้แน่น ปิดบังบาดแผลที่แผ่นหลัง พยายามอย่างหนักที่จะรักษาท่าทีสงบนิ่ง กระแอมในลำคอและเอ่ย “มาแล้วค่ะ… ฉันกำลังใส่เสื้อผ้าอยู่”

 

 

เขารีบร้อนเอากุญแจของตัวเองมาไขเปิดประตู ทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูที่ปิดบังช่วงท่อนล่างไว้ พร้อมรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้า ซ่งเนี่ยนมู่ยังคงส่งยิ้มน่าหลงใหลขณะที่ก้าวเข้าไปหาเขา “ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วยล่ะ… รอให้ฉันอาบน้ำให้เสร็จก่อนไม่ได้เลยหรือคะ”

 

 

มือของเขาวางบนแผ่นหลังบริเวณที่ไม่ได้รับบาดเจ็บของเธอ เธอแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งใจ ไม่กล้าปล่อยให้เขาเห็นแผ่นหลังของตัวเอง เลือดยังคงไหลจากปากแผลจนอาจจะซึมออกมาเป็นรอยแดงบนเสื้อผ้าแล้ว

 

 

เธอยังคงรู้สึกตัวเพราะความเจ็บที่ได้รับในขณะที่เผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ตั้งใจจะยั่วยวนเขาเหมือนอย่างเคย เขายื่นมืออวบออกมาและเลื่อนลงไปยังหน้าอกของเธอ

 

 

ท่าทีของเธอยังคงสงบก่อนจะจับมือเขาอย่างแอบไม่ให้เขาขยับลงไปมากกว่านี้อยู่ในที

 

 

“สาวน้อย… เธอสัญญาว่าจะมากับฉันคืนนี้แล้วนี่… ทำไมตอนนี้ถึงเล่นตัวขนาดนี้” เขายังคงส่งยิ้ม

 

 

“ทำไมต้องรีบด้วยล่ะคะ คุณนี่มันไม่เร้าใจเอาเสียเลย” ภาพในหัวเริ่มหมุนไปมาอีกครั้งพร้อมสายตาที่พร่าเลือน เธอพยายามตั้งสติและขยับตัวให้กระทบกับบาดแผลของตัวเอง

 

 

เธอสัมผัสได้ถึงเลือดที่ไหลทะลักออกมา ความเจ็บปวดทำให้ได้สติขึ้นมา เช็ดรอยเลือดบนมือขวาออกกับด้านหลังของตัวเอง พลางโปรยยิ้มและส่งแก้วไวน์ให้ชายคนนั้น “ดื่มเตรียมตัวกันสักหน่อยก่อนสิคะ แล้วหลังจากนั้นคุณอยากจะทำอะไรฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ”

 

 

รอยยิ้มของเขาฉายแววมีตัณหามากขึ้น “จริงเหรอ”

 

 

ชายคนที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้มีฐานะพิเศษกว่าปกติ เธอยังจำคำที่นายน้อยสามบอกได้ ‘เอาของมาและห้ามทำให้เขาได้รับอันตราย’ เธอพยายามอย่างหนักในการควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้คว้ามีดมาฟันคอเขา และทำได้เพียงยื้อเวลารอให้คนที่อยู่ด้านล่างขึ้นมารับเธอถึงจะออกไปจากที่นี่ได้

 

 

เธอไม่รู้ว่าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน ยาเริ่มออกฤทธิ์แรงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ความเจ็บจากแผลที่หลังก็ยังไม่สามารถหยุดอาการมึนงงที่รุนแรงขึ้นได้อีกแล้ว บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าลืมตาอยู่พร้อมกับเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ของเขาที่ดังขึ้นข้างๆ แต่กลับมองไม่เห็นสิ่งใด

 

 

“เธอคงทนมานานแล้วสินะ…” เสียงกระซิบของเขาดังขึ้นข้างหู

 

 

“เธอเอาของของฉันไป แต่กลับยังไม่ได้ให้ของดีๆ ฉันกลับมาสักนิด เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ!” เขาขยับใบหน้ามาใกล้ๆ และในที่สุดเธอก็กลับมามองเห็นอย่างเลือนราง พยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องล้มไปกองกับพื้นอย่างเหนื่อยหอบก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น

 

 

“เก็บแรงของเธอไว้เถอะ… ยานี้แรงกว่าปกติถึงสามเท่า เธอไม่มีทางตื่นขึ้นมาจนกระทั่งพรุ่งนี้หรอก แค่นอนลงและสนุกไปกับมันหลังจากนี้ก็พอ”

 

 

เธออยากจะอ้าปากพูดก่นด่าชายคนนั้นแต่ก็ยังไม่สามารถพูดเป็นประโยคดีได้ “คุณไม่คิดบ้างเหรอ… ว่าหลังจากนี้… คุณจะต้องเดือดร้อน”

 

 

“อ๊ะๆ … นี่สินะสวยเลือดเย็น… ที่ได้ยินเขาร่ำลือกันมานาน… ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายนายน้อยสามที่ทั้งสวยและมีเสน่ห์ วันนี้ฉันเพิ่งได้เห็นกับตาตัวเอง ท่าจะจริงอย่างที่เขาว่ากัน”

 

 

มือของชายตัณหากลับไล้ไปตามบริเวณเนินอกของเธอในขณะที่เธอรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาแต่ไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือแม้แต่น้อย ก่อนจะถูกเขากดลงบนพื้นและปล่อยให้เขาดึงเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำออกและโน้มตัวลงมาหมายจะจูบเธอเพราะสติที่เริ่มเลือนหายของตัวเอง

 

 

เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป

 

 

ปิดเปลือกตาลงอย่างไม่ต้องการรับรู้สิ่งที่น่าขยะแขยง ท่ามกลางความงุนงงนั้นดูเหมือนเธอจะได้ยินเสียงเคาะประตูรัวๆ มาจากด้านนอกแต่เธอนึกอะไรไม่ออกอีกแล้ว ทำได้เพียงนอนลงบนพื้นเหมือนซากศพ

 

 

เป็นเสียวเหยี่ยที่พังประตูเข้ามา เดิมทีเขาควรจะขึ้นมารับเธอพร้อมกับอีกคน พวกเขารออยู่ด้านล่าง รอข้อความยืนยันจากเธอว่าทำภารกิจเสร็จแล้วก่อนที่จะขึ้นไปรับเธอ ทว่าพวกเขากลับถูกขวางเอาไว้กลางทางและถูกคนกลุ่มหนึ่งเข้าทำร้าย

 

 

เสียวเหยี่ยสู้ยิบตาเพื่อกำจัดพวกมันไปทีละคน และรู้ทันทีว่าต้องบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ลิน่า เขารีบขึ้นไปชั้นบน เคาะประตูสองครั้งตามแผนเดิมแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เขาตัดสินใจพังประตูเข้ามาและเป็นไปอย่างที่คาดไว้ สิ่งแรกที่เห็นคือภาพของพี่ลิน่าที่ถูกชายคนนั้นกดแนบลงบนพื้น เสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ยและตัวเธอที่นอนนิ่งไม่ไหวติง

 

 

ชายคนนั้นรูปร่างอ้วนท้วม ท่อนบนของเขาอุดมเต็มไปด้วยไขมัน เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้นเมื่อเสียวเหยี่ยกระโดดถีบเขาอย่างไร้ความปรานีเข้าที่ศีรษะ

 

 

หลังจากที่อีกฝ่ายกระเด็นออกจากร่างของเธอ ซ่งเนี่ยนมู่สูดหายใจลึก ฝืนตัวเองให้ตื่นขึ้นและดึงเสื้อผ้าขึ้นมาคลุมร่างของตัวเอง

ภาพรักสีจางกลางสมุทร

ภาพรักสีจางกลางสมุทร

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าเธออยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ชื่อ ที่อยู่ ครอบครัวและประวัติความเป็นมาล้วนถูกซัดหายไปจากความทรงจำทั้งหมด เบาะแสเดียวที่หลงเหลืออยู่มีเพียงชื่อ โม่หัน ทนายหนุ่มจากสำนักงานกฎหมายที่ลงท้ายไว้บนใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น เขาเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ ทำไมถึงดูแลค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างแต่ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง เมื่อถูกครอบงำด้วยความสงสัย เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาลแล้วออกตามหากุญแจสุดท้ายที่จะไขความลับให้กับเธอ ทว่าเมื่อตามหาตัวโม่หันจนพบ เขากลับบอกเธอว่า “ขอโทษด้วยครับ ผมไม่รู้จักคุณ” เป็นไปได้ยังไงกัน เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร เธอต้องไขปริศนาเรื่องนี้และเรียกคืนความทรงจำทั้งหมดที่หายไปกลับมาให้ได้!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset