ภาพเทพอสูรบรรพกาล – ตอนที่ 57

ตอนที่ 57 หลิวชีเยว่

 

“พวกเจ้าทุกคนรีบเข้าไปในป้อมเร็ว” เจ้าสำนักกล่าวกระตุ้น ทุกคนในสำนักเต๋าเพลิงตะวันต่างรีบเข้าไปในป้อม

 

ป้อมเพลิงตะวันเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่อยู่ในสำนัก ซึ่งเป็นที่ที่เหล่าศิษย์พักอาศัยอยู่

 

“ส่วนคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับชำระแก่นแท้จงเข้าไปในอุโมงค์”

 

“เร็วเข้าๆๆๆ”

 

ภายในป้อมเพลิงตะวัน ศิษย์จำนวนมากจากสำนักเต๋าถูกแบ่งออกเป็นหลายสิบกลุ่มและรีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์

 

ป้อมสำนักเต๋านั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีโดยช่างยอดฝีมือทำให้มันแตกต่างจากป้อมในแถบชนบทนี้ และมันมีราคาที่แพงมาก ทางราชสำนักได้ใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ้างช่างฝีมือระดับสูงเพื่อออกแบบและสร้างมันขึ้นมา

 

ศิษย์สำนักเต๋าหลายพันคนเข้าไปในอุโมงค์

 

กึงๆๆๆ!

 

ทุกอุโมงค์เริ่มปิดลงด้วยกลไกต่างๆพร้อมกับกับดัก

 

การปิดใช้งานกับดักและกลไกนั้นสามารถทำได้จากภายในเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้นจากภายนอก แม้ว่าอสูรจะบุกเข้ามา แต่ก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่พวกมันจะทำลายการป้องกันได้

 

“เตรียมหน้าไม้!” หน้าไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่หน้าต่างของป้อมเพลิงตะวัน

 

ศิษย์สำนักเต๋าเริ่มหมุนสายให้ยืดออกและใส่ลูกศรลงไปทีละคน จอมยุทธระดับชำระแก่นแท้นั้นสามารถออกแรงได้มากถึง500กิโลกรัม แต่ถึงกระนั้น พวกเขายังต้องใช้แรงเต็มที่ในการดึงสายให้ตึง ทุกๆดอกนั้นยาวราวกับหอก ขนาดกำแพงยังถล่มเมื่อถูกมันยิงใส่

 

“ยิง!” ทหารสั่งการ

 

ทหารที่มีหน้าที่ในการยิงหน้าไม้ยักษ์ล้วนเป็นทหารที่มีประสบการณ์หรือทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์ในการใช้หน้าไม้ยักษ์มาก่อนแล้ว สำหรับศิษย์ในระดับชำระแก่นแท้นั้น พวกเขาส่วนใหญ่เป็นแรงงานคนเช่นหมุนดึงสายและใส่กระสุน

 

จากคำสั่งนั้น ลูกดอกก็ยิงออกมาเรื่อยๆ อสูรชั้นต่ำหรืออสูรระดับสูงที่โดนยิงเข้าไปก็มีรูอยู่บนตัวพวกมัน

 

อย่างไรก็ตาม พวกอสูรก็พยายามหลบอย่างเต็มที่เช่นกัน พวกมันข้ามกำแพงของสำนักเต๋าเพลิงตะวันและพุ่งไปยังป้อมที่อยู่ไม่ไกล

 

“บุกเข้าป้อมไป” อสูรวัวสูงเท่าบ้านสองชั้นถือตรีศูล มันอาจจะไม่สะดุดตาในกองทัพ แต่ว่ามันแข็งแกร่งที่สุด มันคือแม่ทัพของทัพนี้ แม่ทัพวัว

 

ด้วยคำสั่งของแม่ทัพวัว พวกผู้นำทุกตนก็รีบนำกองทัพอสูรบุกเข้าไปที่ป้อมเพลิงตะวันในทันที

 

ฟิ้ว

 

ลำแสงลูกดอกพุ่งไปบนท้องฟ้า เร็วยิ่งกว่าลูกดอกหน้าไม้ พวกผู้ยำอสูรต่างพยายามหลบอย่างเต็มที่แต่ก็ยังถูกยิงแขนขาดอยู่ดี

 

“หือ?” มีผู้นำอสูรเพียงสิบตัวในกองทัพนี้ แม้ว่าพลังของหน้าไม้เหล่านั้นจะมหาศาล แต่ลูกดอกเองก็มีขนาดใหญ่มากเช่นกัน มันเหมือนกับหอก และความเร็วมันก็ไม่ได้เร็วมากเกินไป อย่างน้อยผู้นำอสูรก็สามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย

 

อย่างไรก็ตาม พลังของลูกดอกนี้มันไม่น้อยไปกว่าหน้าไม้ใหญ่นั้นเลย แต่มันเร็วยิ่งกว่านั้นเป็นสิบเท่า ภายในพริบตา มันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกมันแล้ว พวกผู้นำต่างหลบไม่ทัน

 

“นักเกาฑัณฑ์มนุษย์”

 

“ระวังตัว” ผู้นำอสูรรู้สึกได้ถึงอันตราย

 

คนที่ยิงเกาฑัณฑ์ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจงเฉียนเหอ เจ้าสำนักของสำนักเต๋าเพลิงตะวัน เขาเป็นนักเกาฑัณฑ์ระดับไร้ตำหนิเพียงคนเดียวในเมืองตงหนิงที่บรรลุถึงพลังแล้ว

 

“ฮึ” แม่ทัพวัวส่งเสียงในลำคออย่างเย็นชาและพุ่งไปข้างหน้า

 

“ยิง!” เจ้าสำนักจงระดมยิงแม่ทัพวัวด้วยลูกศรทันที และศรหน้าไม้กว่าสามสิบส่วนก็เบี่ยงไปทางมันเช่นกัน

 

ปังๆๆๆ! แม่ทัพวัวถือตรีศูลด้วยมือทั้งสองข้างในขณะที่เขาฟาดฟันมันเพื่อสกัดลูกศร แต่ว่ามันก็เหนื่อยมาก และในขณะเดียวกัน ลูกดอกนับไม่ถ้วนของนักเกาฑัณฑ์นั้นช่างน่าสะพรึง! จงเฉียนยิงลูกดอกจำนวนมากที่เทียบเท่าได้กับกระบวนท่าดาบของเมิ่งชวนในระยะใกล้เลย ผลก็คือ แม่ทัพวัวได้แต่ป้องกันตัวเอง

 

 

เพราะนักเกาฑัณฑ์เจ้าสำนักจงได้ยั้งแม่ทัพเอาไว้ ป้อมเพลิงตะวันก็ต้องตั้งรับกับการโจมตีของกองทัพอสูร

 

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

 

“อสูรมาอีกแล้ว!”

 

“มีกองทัพอีกกอง!”

 

บนยอดป้อมเพลิงตะวัน พวกเขาสามารถเห็นฝูงปีศาจจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาแต่ไกล เห็นได้ชัดว่าเป็นกองทัพปีศาจอีกกองหนึ่ง

 

เมื่อกองทัพอสูรมาถึงใหม่ ขวัญกำลังใจของอสูรก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก! ในที่สุด พวกมันก็เสมอกัน พวกมันสูญเสียปีศาจมากไปแล้ว

 

“อสรพิษ รีบๆมาช่วยข้าเร็ว ช่วยข้าฆ่าเจ้านักเกาฑัณฑ์คนนั้น” แม่ทัพวัวคำราม

 

“ดูเหมือนอสูรวัวอย่างเจ้าก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากข้าอยู่สินะ” แม่ทัพอสรพิษเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว มันอยู่ในร่างกึ่งมนุษย์ ร่างของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียว และมันมีเขี้ยวเล็บที่และขาที่แข็งแกร่ง! มันมีหางมังกรด้วยเช่นกัน

 

มันมุ่งหน้าไปหาแม่ทัพวัวอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเราแย่แล้ว” เมื่อเจ้าสำนักจงเห็นดังนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แค่เขาหยุดแม่ทัพตนนึงไว้ได้ก็เต็มที่แล้ว แต่ถ้าแม่ทัพอสูรสองตนล่ะก็? แล้วถ้าเป็นฝูงผู้นำอสูรด้วยล่ะ? หากมันสามารถพิชิตป้อมเพลิงตะวันได้ จำนวนมนุษย์ที่ตายจะเยอะมหาศาล

 

“ยื้อมันเอาไว้”

 

“ยื้อเวลาไว้”

 

“ตราบใดที่เทพอสูรชนะ พวกเราก็จะชนะได้” เหล่าทหารคำราม พวกเขายังคงยิงหน้าไม้ใหญ่อย่างมีความหวัง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็กระตุ้นเหล่าศิษย์สำนักเต๋า “รีบๆดึงสาย อย่ามัวแต่ยืนมองว่างๆ”

 

ในฐานะนักเกาฑัณฑ์ หลิวชีเยว่อยู่ร่วมกับนักเกาฑัณฑ์คนอื่นๆอีก 12 คน

 

พลเกาฑัณฑ์ทั้ง 12 คนนี้เป็นทหารหรือทหารผ่านศึกที่กลับจากราชการทหาร พวกเขาส่วนใหญ่อยู่ในระดับไร้ตำหนิ หลิวชีเยว่เป็นศิษย์สำนักเต๋าเพียงคนเดียวเท่านั้น เธออยู่ในช่วงปลายของระดับก่อกำเนิดและได้เข้าถึงวิชาลับแล้ว ดังนั้นเธอจึงถูกจัดให้อยู่ในทีมของพวกเขา

 

ฟิ้วๆๆๆ! หลิวชีเยว่และนักเกาฑัณฑ์อีก 12 คนเป็นไพ่ตาย ลูกศรของพวกเขานั้นเร็วมากเป็นอันตรายอย่างมากต่อเหล่าอสูร

 

โดยปกตินักเกาฑัณฑ์สามคนจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อฆ่าอสูรชั้นสูง แต่ภายในพริบตา เหล่าอสูรชั้นสูงห้าสิบตัวก็ได้ตายตกไปด้วยเงื้อมมือของพวกเขา

 

อย่างไรก็ตาม ลูกดอกนั้นก็แทบจะไม่ส่งผลอะไรแก่แม่ทัพอสูรเลย แถมยังเป็นสองตัวด้วย

 

ไม่ดีแล้ว หลิวชีเยว่เป็นกังวล

 

จำนวนอสูรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

 

ก่อนหน้านี้พวกเขาเสมอกันอยู่ แต่ตอนนี้ พวกเขาเสียเปรียบสิ้นเชิง ภายใต้การนำของแม่ทัพทั้งสอง ผู้นำอสูรกลุ่มใหญ่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่ฝูงอสูรจำนวนมากพุ่งเข้าใส่

 

ข้ายื้อมันต่อไปไม่ไหวแล้วๆ หลิวชีเยว่ยิงลูกดอกออกมาอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามยิงผู้นำอสูรด้วยซ้ำ ตัวที่อ่อนแอที่สุดสามารถปล่อยรังสีอสูรได้ บางตัวถึงขนาดควบแน่นแก่นอสูรไปได้แล้ว พวกมันกันลูกดอกของเธอได้อย่างง่ายดาย

 

หลิวชีเยว่ตกอยู่ในความสิ้นหวังเมื่ออสูรเข้าใกล้ป้อมเพลิงตะวันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ทำไมถึงมีสองกองทัพกัน? เจ้าสำนักจงรู้สึกสิ้นหวังเช่นกัน ลูกศรของเขาถูกแม่ทัพวัวและอสรพิษปัดป้องอย่างต่อเนื่อง และมันก็มุ่งหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ

 

ในความจริงแล้ว มีเพียงแม่ทัพอสูร 18 ตัวเพียงเท่านั้นในการรุกรานครั้งนี้ บางตัวไปไล่ล่ามนุษย์ คนตัวโจมตีตระกูลเทพอสูร ส่วนที่เหลือโจมตีไปโจมตีสำนักงานหลวง แม้ว่าสำนักเต๋าทั้งแปดจะมีความสำคัญ แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพอสูรเพียงกองเดียวโจมตี มีเพียงสำนักเต๋าสามแห่งเท่านั้นที่ถูกผู้นำอสูรทั้งสองโจมตี สำนักเต๋าเพลิงตะวันก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

ไม่ นัยน์ตาของหลิวชีเยว่แดงก่ำเมื่อเธอเห็นอสูรที่เข้ามาใกล้

 

ฟิ้ว

 

เปลวไฟเริ่มลุกโชนขึ้นในดวงตาของเธอ จริงๆ เปลวไฟเหมือนเปลวไฟแห่งพลังปราณที่ปะทุออกมาจากมือของเธอ มันหลอมรวมเข้ากับลูกดอกของเธอ

 

ฟิ้ว ลูกศรพุ่งออกมา กระแสเพลิงเคลื่อนตัวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

 

ตูม!

 

เปลวไฟฉีกผ่านอสูรชั้นสูงและทะลุผ่านอสูรชั้นสูงอีกสองตัวและอสูรระดับต่ำอีกสามตัวที่อยู่ด้านหลังมัน หลังจากที่อสูรถูกยิงเปลวไฟก็ยังคงลุกไหม้ต่อไปจนพวกมันเหลือเพียงเถ้าถ่าน

 

ลูกศรดอกเดียวนำไปสู่ความตายที่ลุกไหม้ อสูรหกตัวถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ปีศาจจำนวนมากเห็นภาพเบื้องหน้านี้ และผู้นำอสูรทั้งสองตัวก็เห็นเช่นกัน

 

“มนุษย์ที่มีสายเลือดวิหคเพลิง?”แม่ทัพอสรพิษตื่นตระหนก

 

“ร่างเทพวิหคเพลิง?”แม่ทัพวัวมองไปที่นักเกาฑัณฑ์ที่อยู่ห่างไกล เป็นเด็กสาวที่ดวงตาดูลุกโชนด้วยเปลวไฟ

 

ชีเยว่มีสายเลือดเทพวิหคเพลิง? เจ้าสำนักจงตกใจเช่นกัน

 

มีร่างเทพอสูรสำหรับมนุษย์หลายประเภท ร่างเทพอสูรบางร่างสามารถฝึกฝนได้อย่างช้าๆ ในขณะที่บางร่างนั้นพิเศษ และไม่สามารถได้จากการฝึกวิชา เช่นร่างเทพวิหคเพลิงซึ่งเป็นร่างเทพอสูรที่พิเศษมาก มันถูกส่งผ่านทางสายเลือด

 

แม่ทัพอสูรล้วนมีสายเลือดของราชาอสูรภูผา อย่างไรก็ตามสายเลือดร่างเทพวิหคเพลิงของหลิวชีเยว่นั้นแข็งแกร่งกว่าของพวกมันมาก

 

“ชีเยว่ เร็ว ช่วยข้าจัดการแม่ทัพอสูรทั้งสองซะ หยุดมันให้ได้” เจ้าสำนักจงสั่งทันที

 

“ค่ะ” หลิวชีเยว่รู้สึกว่าร่างกายของเธอร้อนขึ้นเช่นกัน พลังที่เกิดขึ้นในร่างกายของเธอทำให้พลังปราณของเธอได้รับการเปลี่ยนแปลง ด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ เธอยิงไปที่แม่ทัพอสูรทั้งสองโดยไม่ลังเล

 

ฟิ้ว

 

ลูกศรของเธอเหมือนเปลวไฟ มันไม่ด้อยไปกว่าลูกศรของเจ้าสำนักจงเลย และเจ้าสำนักนั้นก็ยังยิงเกาฑัณฑ์อย่างเต็มกำลัง

 

ภายใต้ฝนลูกธนูแม่ทัพวัวและอสรพิษทำได้แค่ปัดป้อง

 

“อสรพิษ โอกาสของเรามาถึงแล้ว” แม่ทัพวัวค่อนข้างตื่นเต้นในขณะที่เขาส่งเสียง “มนุษย์ที่มีสายเลือดเทพวิหคเพลิงปรากฏตัวขึ้นแล้ว หากเราจับเธอได้เป็นๆ พวกเราจะได้แต้มมากกว่าทำลายสำนักเต๋าเสียอีกนะ”

 

“ฮิๆๆๆ มนุษย์ผู้หญิงคนนี้ยังเด็ก สายเลือดเทพวิหคเพลิงของเธอก็อ่อนแอมากเช่นกัน ตราบใดที่เราทะลวงป้อมนี้ไปได้ เราก็สามารถจับตัวเธอแบบเป็นๆอยู่ได้อย่างง่ายดาย” แม่ทัพอสรพิษเต็มไปด้วยความหวัง

 

ภาพเทพอสูรบรรพกาล

ภาพเทพอสูรบรรพกาล

ภาพเทพอสูรบรรพกาล
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง ภาพเทพอสูรบรรพกาล โลกนี้ถูกรุกรานโดยเหล่าปิศาจมานานนับศตวรรษ มนุษยชาติได้รวมตัวกันก่อตั้งสำนักที่เก่าแก่อย่างสำนักเขาหยวนชูขึ้นมา และจัดตั้งระบบการฝึกฝน พร้อมทั้งส่งเทพอสูรไปป้องกันประตูทางเข้าโลกต่างๆ เมิ่งชวนอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เชี่ยวชาญกระบี่ไว แม้ว่าชีวิตนี้จะได้รับมรดกอันล้ำค่า แต่ปณิธานที่อยู่ภายในใจมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือกำจัดพวกปิศาจให้สิ้นซาก! ในอดีตมารดาของเขาได้ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องเขา เรื่องนี้กลายเป็นแผลในใจที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้ เขามุ่งมั่นและทุ่มเททุกอย่างเพื่อที่จะได้เข้าสู่เขาหยวนชู และได้รับทรัพยากรกับการสั่งสอนที่ดีกว่า นอกเหนือจากการฝึกฝนแล้ว สิ่งเดียวที่ทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้ก็คือการวาดรูป และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset