มู่หนานจือ – บทที่ 94 พ่อสื่อ

เจียงเซี่ยนตกใจ และนั่งตัวตรงทันที พลางเอ่ยว่า “เขาเข้ามาได้อย่างไร? มีใครเห็นเขาหรือไม่?”

สิ่งที่รับรู้เมื่อวานทำให้นางหมดอาลัยตายอยาก จนไม่อยากเจอหลี่เชียนตอนนี้ด้วยซ้ำ

แต่จวนเจิ้นกั๋วกงไม่เหมือนกับในวังหลวง คนที่ไปๆ มาๆ จวนเจิ้นกั๋วกงก็มีเพียงไม่กี่คน หากมีคนแปลกหน้าขึ้นมาก็จะมีคนสังเกตเห็น และที่นี่เป็นที่พักของสตรี ป้าสะใภ้ของนางดูแลบ้านเข้มงวดเป็นที่หนึ่ง ลุงของนางก็ไม่ใช่พวกองครักษ์เล็กๆ ในวังเช่นกัน…เขาไม่เพียงแต่ฝีมือล้ำเลิศ ทว่าฆ่าคนตายแล้วก็มีวิธีที่ไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!

ฉิงเค่อก็ไม่รู้เหมือนกัน นางเอ่ยเสียงเบาว่า “สาวใช้ที่กวาดลานบ้านข้างหน้าเป็นคนมารายงานข้า ตอนนั้นข้ายังงงว่าใครจะมาหาข้า…” ตอนที่นางเห็นคนก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ทั้งไม่กล้าแพร่งพรายข่าวออกไป แล้วก็ไม่กล้าไล่คนเช่นกัน จนถึงตอนนี้หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย!

“อย่างนั้นเจ้ายังให้เขารออยู่ในลานบ้าน?” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าให้เขาไปรอในห้องชาดีกว่า”

ตรงนั้นลับตาคนและเงียบสงบ แล้วก็มีเตา

อากาศหนาวขนาดนี้ หิมะกำลังตก หากเสื้อผ้าเปียกชื้น จะได้อาศัยเตาของห้องชาอบให้แห้ง

ฉิงเค่อก้มหน้าพลางตอบว่า “เจ้าค่ะ” และรีบออกไปจากห้องนอน

เจียงเซี่ยนลุกขึ้นแต่งตัว และไปที่ห้องชา

หลี่เชียนกำลังล้อมเตาของห้องชาและอังมือให้อุ่น พอเห็นนางเข้ามาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมเวลานี้ยังนอนอยู่อีก? อากาศหนาวเกินไปเลยนอนไม่สบายหรือ?”

เจียงเซี่ยนขี้เกียจตอบเขา จึงเอ่ยว่า “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร? ท่านลุงกับท่านพี่ของข้าต่างมีฝีมือดาบชั้นเลิศ เจ้าระวังจะถูกพวกเขาจับได้แล้วโยนไปศาลาว่าการพระนคร”

หลี่เชียนหัวเราะ เขาไม่ใส่ใจกับท่าทีของนางนัก มัวแต่ถามว่า “ท่านทาย?”

เจียงเซี่ยนไม่มีอารมณ์หยอกล้อกับเขาจริงๆ จึงตีหน้าขรึมมองเขา

หลี่เชียนหัวเราะ พลางเลิกคิ้วให้นาง แล้วเข้ามากระซิบใกล้ๆ ว่า “ลุงของท่านเป็นคนเชิญข้ามา!”

เจียงเซี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาด จึงเอ่ยว่า “เจ้าจะปั้นเรื่องต่อไปก็ได้!”

หลี่เชียนยิ้มอย่างได้ใจมาก และเอ่ยว่า “ข้าก็รู้ว่าท่านไม่มีทางเชื่อ แต่ครั้งนี้ลุงของท่านเป็นคนเชิญข้ามาจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าจะกล้ายืนอยู่ในลานบ้านของท่านนานขนาดนั้นได้อย่างไร?”

เจียงเซี่ยนไม่เข้าใจ

หลี่เชียนถึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ลุงของท่านตัดสินใจฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเฉาไทเฮา อยากให้คุณหนูไป๋ซู่ของเป่ยติ้งโหวแต่งงานกับเฉาเซวียน ก็กลัวว่าเฉาไทเฮาจะเกลียดที่เขาสนับสนุนให้ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เอง และไม่ยอมประนีประนอม จึงเชิญพ่อของข้ามา อยากให้พ่อของข้าเป็นพ่อสื่อ”

หลี่ฉางชิงคงจะไม่ได้หน้าด้านขนาดนั้นกระมัง?

เจียงเซี่ยนยิ้มเยาะ

หลี่เชียนรีบเอ่ยว่า “เป็นเรื่องจริง! เจิ้นกั๋วกงคิดว่าแทนที่จะไปเอ่ยเรื่องนี้กับเฉาไทเฮา สู้เอ่ยกับเฉิงเอินกงดีกว่า”

เจียงเจิ้นหยวนลงมือได้อย่างชาญฉลาดและช่ำชอง

เจียงเซี่ยนแปลกใจ และนับถือความคิดที่เฉียบแหลมเหมือนจัดกำลังทหารเดินทัพแบบนี้ของท่านลุงมาก

เวลานี้เฉาไทเฮาสูญเสียอำนาจ ตระกูลเฉาตกต่ำแล้ว ทว่าเฉาเซวียนเห็นอยู่กับตากลับช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เกรงว่าตอนนี้เขาคงจะโทษตนเอง รู้สึกผิด และเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปมากกว่าเวลาไหนทั้งนั้น แต่ไป๋ซู่เป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของจวนเป่ยติ้งโหว เติบโตในวังตั้งแต่เล็ก ไทฮองไทเฮาโปรดปราน และสนิทกับนางเหมือนพี่น้อง แม้แต่จ้าวอี้ก็ยังไว้หน้าอยู่บ้าง แต่งงานกับไป๋ซู่ก็เท่ากับจับมือกับตระกูลไป๋ ตระกูลเจียง และตระกูลหวัง และก้มหัวให้ฮ่องเต้แล้ว หากเป็นเมื่อก่อนเฉาเซวียนอาจจะไม่เข้าใจ ทว่าเวลานี้ขอเพียงมีโอกาสปกป้องเฉาไทเฮาและตระกูลเฉาได้สักทาง เขาก็ยินดีที่จะทำทั้งนั้น

แต่เฉาไทเฮาไม่เหมือนกัน

เฉาไทเฮาเป็นไทเฮาที่เคยสำเร็จราชการแทน เดิมทีเฉาไทเฮาอยากให้นางแต่งงานกับเฉาเซวียน หากลุงของนางเป็นคนเสนอให้ไป๋ซู่แต่งงานกับเฉาเซวียนเอง เฉาไทเฮาอาจจะคิดว่าตระกูลเจียงเหยียดหยามเฉาไทเฮาและตระกูลเฉา ไม่เพียงแต่จะไม่ตกลง ทว่ายังอาจจะใช้เรื่องนี้ทำให้จ้าวอี้คิดว่าตระกูลเจียงกำลังเหยียบเรือสองแคม และยืมมือจ้าวอี้จัดการตระกูลเจียง

ให้ตระกูลหลี่ไปคุยเรื่องนี้กับเฉาเซวียนจะดีกว่าลุงของนางไปคุยกับเฉาไทเฮาร้อยเท่า

หากเฉาเซวียนสามารถบอกได้ว่าเขาชอบพอไป๋ซู่ก็ยิ่งดี

เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “หากใต้เท้าหลี่เป็นพ่อสื่อ อย่างนั้นก็ต้องขอบคุณมาก”

หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แล้วท่านคิดจะตอบแทนข้าอย่างไร?”

เจียงเซี่ยนเลิกคิ้ว

หลี่เชียนยิ้มพลางเอ่ยว่า “พ่อของข้าจะเอ่ยเรื่องพวกนี้กับเฉาเซวียนได้อย่างไร ก็แค่ให้เขาออกหน้าเท่านั้น เรื่องแต่งงานนี้แน่นอนว่ายังต้องพึ่งพาใต้เท้าหลี่อย่างข้า!”

เจียงเซี่ยนเข้าใจทันที

เขากับเฉาเซวียนเป็นคนสนิทของเฉาไทเฮาเหมือนกัน และยังเป็นเพื่อนขุนนางและสหายกันด้วย หากเฉาเซวียนมีตัวเลือกที่ดีกว่า เรื่องนี้ก็ถือว่าหลี่เชียนพูดเล่นไป ถ้าเฉาเซวียนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ หลี่เชียนก็ถือว่าเสนอความคิดให้เขา ถึงเฉาเซวียนจะไปบอกเฉาไทเฮา เฉาไทเฮาก็ไม่อาจไปตำหนิหลี่เชียนเพราะเขาห่วงใยเฉาเซวียนได้เช่นกัน

ให้หลี่เชียนเป็นคนเอ่ยเรื่องนี้เหมาะสมมากกว่าหลี่ฉางชิงอย่างแน่นอน

เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เจ้ามาหาข้าก็เพราะเรื่องนี้หรือ?”

หลี่เชียนพยักหน้า และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคิดว่ามาตลอดว่าข้าไม่เหมาะสมกับคุณหนูไป๋ซู่ และกังวลว่าจะมีคนเอ่ยเรื่องของข้ากับคุณหนูไป๋ซู่ขึ้นมาอีก เวลานี้คุณหนูไป๋ซู่มีที่พึ่งพิงที่ดีกว่าแล้ว ข้าก็ดีใจกับนางมากเช่นกัน”

โกหกแท้ๆ

บอกมาตรงๆ ว่าตนเองไม่ชอบไป๋ซู่เสียก็สิ้นเรื่อง

ทว่า…เขามีสิทธิอะไรไม่ชอบไป๋ซู่!

เจียงเซี่ยนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก จึงเอ่ยว่า “จ่างจูไม่ดีตรงไหน เจ้ากล้ารังเกียจนางหรือ?”

หากไม่ใช่ว่าไป๋ซู่ชอบเฉาเซวียน นางก็มีวิธีมากมายที่ทำให้หลี่เชียนแต่งงานกับไป๋ซู่แต่โดยดี

ด้วยนิสัยของหลี่เชียน ก็จะดีกับไป๋ซู่มากเช่นกัน…

พอคิดถึงตรงนี้ ในใจนางก็เหมือนมีเปลวไฟกองหนึ่งค่อยๆ ก่อขึ้นมา

เจียงเซี่ยนก็จ้องหลี่เชียน

หลี่เชียนใจเต้นระส่ำ

วันนี้เจียงเซี่ยนสวมเสื้อกั๊กยาวลายเปี้ยนตี้จินสีเขียวขจีกลางเก่ากลางใหม่ กระโปรงสีขาวแปดจีบลายกุหลาบสีบานเย็น เส้นผมสีดำสนิทเกล้าเป็นมวยตรงท้ายทอย นอกจากที่คาดผมไข่มุกอันหนึ่งแล้วก็ไม่ได้ติดอะไรอีก ใบหน้าเล็กขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากที่แลดูซีดจางนั้น สวยและน่ารักเหมือนดอกท้อที่บานอยู่บนกิ่งในเดือนสาม

เขาอดที่จะรู้สึกลำคอตีบตันและคอแห้งเป็นอย่างมากไม่ได้ จึงยกถ้วยชาบนโต๊ะชาข้างๆ ขึ้นมาดื่มทีเดียวเกินครึ่งถ้วย

เจียงเซี่ยนถามเขา “ลุงของข้าเชิญเจ้ามาแล้วก็ไม่มีทางที่จะทิ้งเจ้าไว้ในลานบ้านของข้ากระมัง? เจ้าเข้ามาอย่างไรกันแน่? ลุงของข้ารู้หรือไม่? แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ฝั่งนี้?”

หลี่เชียนเอ่ยว่า “ลุงของท่านส่งสาส์นเชิญท่านพ่อรับประทานอาหาร ท่านพ่อคิดว่าหาโอกาสได้ยาก จึงพาข้ามาด้วย ข้านึกได้ว่าครั้งที่แล้วท่านเคยช่วยข้าไว้ ก็บอกว่าจะมากล่าวขอบคุณท่านสักหน่อย ปรากฏว่าลุงของท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ท่านพ่อกลัวลุงของท่านจะคิดว่าตระกูลของเราไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร จึงบอกว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ควรจะขอบคุณต่อหน้าท่าน ลุงของท่านขัดไม่ได้ จึงให้ซื่อจื่อพาข้ามา ท่านกำลังหลับอยู่ ข้าจึงบอกว่าจะรออยู่ที่นี่แล้วกัน ซื่อจื่ออยู่เป็นเพื่อนข้าครู่หนึ่งก็มีเพื่อนขุนนางเก่าจากต้าถงมาเยี่ยมเขา เขาจึงไปที่โถงบุปผา[1]เล็กที่เรือนด้านหน้าก่อน บอกว่าเดี๋ยวมา…”

เจียงเซี่ยนไม่ได้ยินเขาตอบนางอย่างจริงจังแบบนี้มาหลายปีแล้ว ในใจรู้สึกแปลกๆ และเอ่ยว่า “พวกเจ้ามาเป็นแขกที่บ้านท่านลุงอย่างเปิดเผยแบบนี้ ไม่กลัวเฉาไทเฮารู้หรือ?”

หลี่เชียนเอ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “เวลานี้เฉาไทเฮาไม่ค่อยออกมาข้างนอก” และเอ่ยอีกว่า “และข้าก็จะบอกเรื่องนี้กับเฉาเซวียนตามจริงเช่นกัน ด้วยความฉลาดของเฉาเซวียน ข้าคิดว่าเพียงแค่ข้าบอกไป เขาก็น่าจะรู้ว่าเขาจะเลือกอย่างไรแล้วกระมัง?”

นี่ก็จริง

เฉาเซวียนเป็นคนฉลาด

หากคนอื่นเอ่ยเรื่องนี้ เขาอาจจะยังลังเล ทว่าลุงของนางเสนอการแต่งงานให้เขาด้วยตนเอง นี่ก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว เขาน่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เจียงเซี่ยนถาม “ตอนนี้แม่นมฟางเป็นอย่างไรบ้าง? ฝ่าบาทคิดจะไปฉลองเทศกาลล่าปากับเฉาไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่วหรือ”

———————————-

[1] โถงบุปผา ห้องรับแขกนอกเหนือจากห้องโถงใหญ่ มักตั้งอยู่ในสองเรือนที่ขนาบข้างเรือนหลักหรือกลางสวนดอกไม้

มู่หนานจือ

มู่หนานจือ

มู่หนานจือ
Status: Ongoing
แม้ เจียงเซี่ยน เป็นถึงสตรีผู้สูงศักดิ์ ทั้งยังได้แต่งงานกับ ‘จ้าวอี้’ ผู้เป็นฮ่องเต้ ทว่าเขามิเคยร่วมหออุ่นเตียงกันจนกระทั่งจากนางไป เมื่อนางต้องกลายเป็นไทเฮา จึงได้โอบอุ้ม ‘จ้าวสี่’ ลูกชายคนเดียวของจ้าวอี้ว่าราชการหลังม่าน ประคองราชวงศ์อย่างยากเข็ญ แต่แล้วนางกลับถูกฆ่าตายด้วยถ้วยยาพิษ ที่อยู่ในอุ้งมือของฮ่องเต้น้อยอย่างจ้าวสี่! เมื่อลืมตาตื่นมาอีกครั้ง ก็พบว่าได้ย้อนกลับมาช่วงชีวิตวัยสิบสามปี ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในราชสำนัก ‘เหตุใดจ้าวสี่จึงมอบความตายให้นาง?’…แม้โอกาสในการมีชีวิตอาจทำให้ไขปริศนานี้ได้ แต่นางขอเลือกเดินในเส้นทางใหม่ ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับตระกูลจ้าว ไม่สนใจการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน นางขอเพียงมีชีวิตครอบครัวเล็กๆ กับสามีที่วางใจได้ และลูกที่แสนน่ารักทว่า เมื่อนางได้นำพบกับ หลี่เชียน แม่ทัพหนุ่มที่นางเคยรู้สึกเกลียดทุกคราที่พบหน้า ชีวิตและความรักของนางจึงกำลังจะพบกับจุดเปลี่ยนอีกครั้ง… หรือ ‘โชคชะตา’ จะนำพาให้เกิดเรื่องราวและวังวนที่ไม่เหมือนเดิม!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset