ยอดหญิงสกุลเสิ่น – ตอนที่ 152.2

ประกาศพระราชโองการ

 

 

 

ตอนที่พระราชโองการมาถึงจวนจงอู่โหวทั้งตระกูลต่างก็งงงัน ซื่อจื่อเสิ่นหงเหวินเห็นจางเฉวียนขันทีใหญ่ติดตามพระองค์มาประกาศพระราชโองการก็รู้สึกได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดคิด แต่ไม่ว่าเขาจะถามหยั่งเชิงเช่นไร จางเฉวียนก็แค่ยิ้มน้อยๆ ไม่ปริปาก

 

 

ขณะที่เสิ่นหงเหวินถอนหายใจก็คาดเดาอย่างอดไม่ได้ ใช่ท่านพ่อสร้างคุณูปการที่ซีเจียงหรือไม่ แต่ก็ไม่เห็นมีข่าวมาเลยนี่

 

 

“เสิ่นซื่อจื่อ คนมาครบแล้วหรือยัง” จางเฉวียนถามเขาด้วยท่าทีเป็นมิตร

 

 

เสิ่นหงเหวินไม่กล้าทะนงตนแม้แต่นิดเดียว นี่คือขันทีใหญ่ที่จักรพรรดิเชื่อใจมากที่สุด ดูแลจักรพรรดิมาตั้งแต่จักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ “เรียนกงกง มาครบแล้วขอรับ”

 

 

จางเฉวียนเหลือบมอง แต่กลับไม่ขยับ “เหตุใดคุณหนูทั้งหลายในจวนยังไม่มา”

 

 

เสิ่นหงเหวินตกตะลึง ก่อนหน้านี้มีพระราชโองการก็ไม่ต้องขอให้คุณหนูมานี่ ทันใดนั้นเขาก็ได้สติกลับมา สั่งฮูหยินสวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา “เร็ว รีบไปเรียกซวงเจี่ยเอ๋อร์และคนอื่นๆ มา”

 

 

ฮูหยินสวี่ย่อมไม่กล้าชักช้า พยักหน้าแล้วจึงไปเรียกคน

 

 

ตอนที่เสิ่นเวยได้รับข่าวนี้ก็ประหลาดใจ ทันใดนั้นก็ตื่นเต้นดีใจ เอ๋ นางเคยเห็นฉากรับพระราชโองการเพียงแค่ในโทรทัศน์ ตอนนี้มีโอกาสได้ชมในระยะใกล้ชิดแล้ว หาได้ยากจริงๆ แม้จะต้องคุกเข่าก็ไม่ถือสาแล้ว

 

 

บ่าวทุกระดับชั้นในเรือนเฟิงฮวาเองก็ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด รับพระราชโองการ เป็นเกียรติสูงส่งเพียงใด แม้ว่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา แต่คุณหนูของพวกเขาก็สามารถเข้าร่วมได้ พวกเขาก็รู้สึกเป็นเกียรติด้วยเช่นกัน

 

 

หลีฮวาเถาจือและคนอื่นๆ รีบช่วยคุณหนูของพวกนางเปลี่ยนชุด หวีผมแต่งตัว เสิ่นเวยเอาแต่ดีใจ เป็นครั้งแรกที่ไม่ออกความคิดเห็นยอมปล่อยให้พวกนางจัดการตามใจ

 

 

อาการบาดเจ็บของเสิ่นเวยดีขึ้นมากแล้ว แม้ว่าบาดแผลยังไม่หายสนิท ขอเพียงแค่ไม่เคลื่อนไหวมากเกินไปก็ยังพอทนไหว

 

 

เสิ่นเวยประคองมือของหลีฮวาเร่งรุดไปเรือนใหญ่ คนทั้งจวนต่างก็รอนางอยู่ “เวยเจี่ยเอ๋อร์ มานี่เร็ว!” ฮูหยินสวี่เรียกนางเสียงเบา เสิ่นเวยจึงเดินไปยืนอยู่ข้างพี่รอง

 

 

จางเฉวียนเห็นคนมาครบแล้วก็เริ่มประกาศพระราชโองการ จวนโหวนำโดยเหล่าไท่จวิน เจ้านายทั้งหมดต่างก็คุกเข่าลงบนพื้นอย่างเป็นระเบียบ

 

 

พระราชโองการบอกว่าอะไรเสิ่นเวยฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ว่าจังหวะการเอ่ยของขันทีผู้นี้กลับน่าสนใจอย่างยิ่ง เอ๋ เหตุใดถึงเอ่ยชื่อนางเล่า อืม ยังได้ยินว่าสตรีอ่อนโยนมีสติปัญญาอีกด้วย นี่หมายถึงนางหรือ ยังมีการสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังเอ่ยถึงบุตรคนโตของจวนจิ้นอ๋อง ชื่อสวีจิ่นเหยียนอะไรสักอย่าง เขาเป็นใครกันนะ

 

 

เสิ่นเวยพยายามคาดเดา สรุปแล้วเข้าใจได้ว่านี่พระราชโองการสมรสพระราชทานหนึ่งฉบับ คนที่ได้รับสมรสพระราชทานคือนางกับสวีจิ่นเหยียนผู้นั้น แต่นางไม่รู้จักสวีจิ่นเหยียนมาก่อนเลย บุตรชายคนโตของจวนจิ้นอ๋องไม่ใช่สวีโย่วหรือ สวีจิ่นเหยียนผู้นี้โผล่มาจากไหนกัน

 

 

เสิ่นเวยกำลังครุ่นคิดอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าพี่รองข้างๆ กระทุ้งแขนนาง นางจึงได้สติกลับมา กำลังจะถามว่ามีอะไรก็ได้ยินเสียงที่เป็นมิตรของขุนนางผู้ประกาศพระราชโองการ “คุณหนูสี่ตระกูลเสิ่นเชิญรับพระราชโองการ”

 

 

เสิ่นเวยรีบเก็บความคิด สองมือรับพระราชโองการกล่าวขอบพระทัยด้วยท่าทางจริงจัง คนรอบข้างเห็นแล้วก็ถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย ไม่รู้ว่าเสิ่นเวยรู้สึกไปเองหรือไม่ นางมักจะรู้สึกว่าท่าทีที่ขันทีผู้นั้นมีต่อนางสุภาพอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ

 

 

“เอาล่ะ ประกาศพระราชโองการแล้ว พวกเราก็ควรกลับวังหลวงไปถวายรายงานได้แล้ว” จางเฉวียนปัดฝุ่นนำขันทีน้อยเดินออกไป มีเสิ่นหงเหวินไปส่งเขาออกจากจวนด้วยตัวเอง

 

 

“เวยเจี่ยเอ๋อร์ไปรู้จักกับคุณชายใหญ่จวนจิ้นอ๋องตั้งแต่เมื่อไหร่” เหล่าไท่จวินขมวดคิ้วถาม

 

 

เสิ่นเวยถือพระราชโองการหันหน้ากลับ บนใบหน้าคนของคนทั้งหมดมีสีหน้าสองแบบ แบบแรกคือตกใจ แบบที่สองคืออิจฉา

 

 

“สวีจิ่นเหยียนคือใคร” เสิ่นเวยถามกลับ ในใจนางมีความคิดรางๆ ต้องการการยืนยันอย่างรวดเร็ว พระราชโองการนี้ไม่อาจมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยได้ จักรพรรดิมีพระราชกรณียกิจมากมาย รู้ได้อย่างไรว่านางคือใคร

 

 

“เวยเจี่ยเอ๋อร์ไม่รู้หรือ สวีจิ่นเหยียนก็คือคุณชายใหญ่ของจวนจิ้นอ๋อง สวีโย่วอย่างไรเล่า จิ่นเหยียนคือชื่อของเขา” ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หันหลังกลับมากล่าวตอบ

 

 

เสิ่นเวยวางใจลง ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง เรื่องจริงหรือนี่ ไม่ใช่บอกว่าจะหาคนมาสู่ขอที่บ้านหรือ เหตุใดถึงเปลี่ยนเป็นการสมรสพระราชทานเล่า สู่ขอนางยังปฏิเสธได้ แต่การสมรสพระราชทานเช่นนี้นางไหนเลยจะปฏิเสธได้ ขัดพระราชโองการเป็นโทษหนักประหารทั้งตระกูล เจ้าโรคจิตหน้าไม่อายคนนี้ขุดหลุมฝังนางทั้งเป็นแล้ว

 

 

“เฮ้อ เวยเจี่ยเอ๋อร์โชคดีจริงๆ ตระกูลของจวนจิ้นอ๋องสูงส่งกว่าตระกูลของจวนจงอู่โหวมาก” ป้าสะใภ้รองฮูหยินจ้าวเอ่ยปากก็ทำให้คนรู้สึกเจ็บใจ ตอนที่พูดยังไม่ลืมเหลือบมองมาตรงที่เสิ่นเสวี่ยยืนอยู่ปราดหนึ่ง

 

 

ฮูหยินจ้าวอิจฉาจริงๆ คู่สมรสที่ดีเช่นนี้ อีกทั้งจักรพรรดิยังพระราชทานการสมรสเอง เหตุใดถึงไม่ตกมาถึงเซวียนเจี่ยเอ๋อร์ของนางบ้างเล่า แต่ว่านอกจากอิจฉาแล้วก็ยังคิดถึงฮูหยินหลิวที่ใช้วิธีสารพัดอย่างเพื่อแย่งคู่หมั้นจวนหย่งหนิงโหวของเวยเจี่ยเอ๋อร์มา ผลสุดท้ายกลายเป็นเวยเจี่ยเอ๋อร์ได้คู่หมั้นดียิ่งกว่า อยากจะเห็นหน้าตาโมโหเดือดดาลดวงนั้นของฮูหยินหลิวจริงๆ ฮูหยินหลิวไม่ได้มา แต่เสวี่ยเจี่ยเอ๋อร์ก็อยู่มิใช่หรือ

 

 

เสิ่นเสวี่ยเคียดแค้นจริงๆ นางหลุบตาลง เล็บจิกเข้าฝ่ามือหมดแล้ว มีสิทธิ์อะไร เสิ่นเวยมีสิทธิ์อะไรถึงได้งานสมรสที่ดีเช่นนี้

 

 

“เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครคิดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอก” เหล่าไท่จวินใบหน้าเคร่งขรึมกล่าวตำหนิ “ที่นี่ใช่ที่ให้พูดคุยกันหรือ เวยเจี่ยเอ๋อร์เจ้าตามข้ามาที่เรืองซงเฮ่อ”

 

 

เหล่าไท่จวินแทบจะไม่รู้สึกอะไรที่เสิ่นเวยหลานสาวผู้นี้ได้งานสมรสที่ดี อย่างไรเสียนางก็ไม่ใช่หลานคนโปรด แต่ว่านี่คือสมรสพระราชทาน หลานสาวคนนี้ได้สมรสดีก็ถือเป็นข้อดีต่อจวน ส่วนเรื่องที่คุณชายใหญ่จิ้นอ๋องนำโชคร้ายมาสู่ภรรยาและสุขภาพไม่ดี นางไม่ได้ไตร่ตรองอย่างสิ้นเชิง

 

 

“เวยเจี่ยเอ๋อร์ไปรู้จักกับคุณชายใหญ่จวนจิ้นอ๋องตั้งแต่เมื่อไร” เหล่าไท่จวินถามต่อ

 

 

เสิ่นเวยกล่าว “ครั้งนั้นที่พบคนร้ายในหมู่บ้าน คุณชายใหญ่ผ่านทางมาช่วยเจ้าค่ะ” เสิ่นเวยปิดบังการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้

 

 

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอหรือ” เหล่าไท่จวินไม่เชื่ออย่างถึงที่สุด “เจอกันครั้งนี้ครั้งเดียวเขาก็ขอพระราชโองการสมรสพระราชทานเลยหรือ” เวยเจี่ยเอ๋อร์โชคดีเพียงนั้นเลยหรือ

 

 

เสิ่นเวยส่ายหน้าอย่างงุนงง “ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบจริงๆ เจ้าค่ะ ข้าเพิ่งจะกลับจวนมาได้เท่าไรเอง ฟังว่าคุณชายใหญ่สวีก็ไม่ค่อยอยู่ในเมืองหลวง ข้าจะพบเขาได้อย่างไร หลานเองก็ไม่เข้าใจ เหตุใดถึงได้มีสมรสพระราชทานเล่า” เสิ่นเวยแสร้งโง่ขึ้นมา

 

 

เหล่าไท่จวินก็ยังคงไม่เชื่อ แต่ว่าเห็นท่าทีงุนงงของหลานสาวแล้ว คิดถึงคำที่นางพูด ก็ไม่อาจไม่เชื่อนางได้จริงๆ

 

 

“เวยเจี่ยเอ๋อร์ของเราโชคดีอย่างไรเล่า นี่เรียกว่าโชคดีในโชคร้าย เด็กดี ในเมื่อได้รับสมรสพระราชแล้ว เจ้าก็เตรียมตัวแต่งงานให้ดีๆ งานสมรสของเจ้าป้าจะจัดให้เจ้าเป็นอย่างดีแน่นอน” ป้าสะใภ้ใหญ่ฮูหยินสวี่ยิ้มกล่าว แม้ว่านางเองก็อิจฉาหลานสี่ที่ได้คู่หมั้นดีเช่นนี้ แต่ก็ยังดีใจแทนหลานสี่ด้วยเช่นกัน

 

 

นี่เป็นการสมรสที่ดีจริงๆ แม้จะบอกกันว่าคุณชายใหญ่ชะตาแข็งเกินไปนำโชคร้ายมาให้ภรรยา แต่ดวงชะตาเวยเจี่ยเอ๋อร์ก็ดี ส่วนที่บอกว่าคุณชายใหญ่สวีสุขภาพไม่ดี นั่นก็ยิ่งไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่พูดอีกหรือว่าเวยเจี่ยเอ๋อร์ก็ร่างกายไม่ดี แต่ในความจริงแล้วร่างกายเวยเจี่ยเอ๋อร์กลับดีอย่างยิ่ง เวยเจี่ยเอ๋อร์กับคุณชายใหญ่สวีเหมาะสมกันจริงๆ

 

 

คนทุกระดับชั้นในเรือนเฟิงฮวาต่างก็ตื่นเต้นดีใจ ยังมีอะไรน่าดีใจไปกว่าการที่คุณหนูของพวกเขามีที่พึ่งพิง ด้วยบุคลิกลักษณะเช่นนี้ของคุณหนูก็ควรจะคู่กับคุณชายใหญ่สวีผู้นั้นจึงจะเหมาะสม

 

 

“ยินดีกับคุณหนูที่ได้สามียอดเยี่ยมเช่นนี้!” หลีฮวาและคนอื่นๆ ยิ้มคำนับเสิ่นเวยอย่างพร้อมเพรียง

 

 

เหอฮวายังยื่นมือออกไปขอของขวัญอย่างทะเล้น “คุณหนู เรื่องมงคลที่ใหญ่เช่นนี้ใช่ควรจะให้เงินหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้คนอื่นๆ ก็คล้อยตาม

 

 

เสิ่นเวยถลึงตามองพวกนางปราดหนึ่งอย่างขบขัน ปัดมือที่ยื่นเข้ามาของนางออก “ดีใจเช่นนี้เลยหรือ น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้ดีใจ! ไม่ให้!”

 

 

ทว่าหลีฮวากลับกล่าวต่ออย่างยิ้มแย้ม “คุณหนูไม่ให้ บ่าวให้เอง เงินส่วนตัวของคุณหนูล้วนอยู่ในมือบ่าวนะเจ้าค่ะ”

 

 

“เอาเลยๆ” สาวใช้คนอื่นปรบมือโห่ร้อง

 

 

เสิ่นเวยมองสาวใช้ที่กำลังจะทรยศนางกลุ่มนี้ ถอนหายใจ “บ่าวรังแกนาย” จากนั้นก็เอามือไพล่หลังเดินเข้าห้องด้านใน ปล่อยให้หลีฮวาและคนอื่นๆ ยืนหัวเราะกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างนอก

 

 

ตอนนี้ความรู้สึกของเสิ่นเวยซับซ้อนอย่างยิ่ง จะบอกว่าดีใจก็ดีใจอย่างยิ่ง จะบอกว่าไม่ดีใจก็ไม่ดีใจเล็กน้อย คล้ายกับว่ายากจะหาคำมาอธิบาย

ยอดหญิงสกุลเสิ่น

ยอดหญิงสกุลเสิ่น

เนื่องด้วยถูกมารดาเลี้ยงกลั่นแกล้ง ทำให้ เสิ่นเวย ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอต้องตายลงด้วยความน่าเวทนา ทว่าด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทหารสาวในยุคปัจจุบันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวผู้ที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับตนเอง เมื่อถูกมารดาเลี้ยงวางแผนกลั่นแกล้ง เนรเทศตนเองมาอยู่ในสถานที่รกร้างห่างไกล โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้นาง ‘รักษาตัว’ คิดหรือว่านางจะยอมแพ้ต่อความร้ายกาจของมารดาเลี้ยงผู้นี้? ไม่เป็นไร ในเมื่อไล่นางออกมา นางก็จะใช้หนึ่งสมองและสองมือของตนนี้พลิกฟื้นพัฒนาครอบครัวของนางให้กลับมาเชิดหน้าชูตาได้อีกครั้ง!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset