ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์ – ตอนที่ 217

เจตจำนงแห่งกระบี่

 

จิวโมไป๋และเซี่ยลี่เยว์เดิมพร้อมกันขึ้นสนามประลอง ก่อนจะแยกกันไปยืนเผชิญหน้ากันคนละด้านของสนามประลอง ในมือของทั้งสองต่างก็ใช้กระบี่ไม้เหมือนกัน

ผู้ชมต่างแปลกใจ ที่เห็นว่าจิวโมไป๋ใช้กระบี่ แทนที่จะใช้พลองเหมือนการประลองที่ผ่านๆมา

คนที่เคยเห็นจิวโมไป๋ใช้กระบี่ต่อสู้กับเซี่ยลี่เยว์มาก่อน พวกเขาก็คิดไปเองว่าทั้งสองใช้กระบี่ เพื่อสะสางการต่อสู้ก่อนหน้า

ใบหน้าใต้กรอบแว่นหนาของเซี่ยลี่เยว์ยังคงเรียบเฉย แต่ไม่เย็นชาห่างเหินเท่าไหร่นัก

จิวโมไป๋ยิ้มอย่างแผ่วเบา ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลย จนกระทั้งเสียงสัญญาณเริ่มการประลองดังขึ้น

“การประลองเริ่มได้!”

จิวโมไป๋และเซี่ยลีเยว์มองสบตากัน ก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนไหวพร้อมกัน ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน ด้วยความเร็วไม่ช้าหรือเร็ว

เมื่อเข้าใกล้ระยะของกระบี่ ทั้งสองก็แทงกระบี่ออกมาอย่างฉับพลัน เงากระบี่ของเซี่ยลีเยว์แทงออกมาตรงเข้ากลางอกของจิวโมไป๋ จิวโมไป๋ยิ้มแผ่วเบาพลิกข้อมืออย่างช้าๆ ปลายกระบี่หมุนวน พัวพันกระบี่ของเซี่ยลีเยว์ สลายพลังของกระบี่จนหมด ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะเคลื่อนเข้าใกล้กัน พวกเขาหมุนตัวไปคนละด้าน หลบการประทะของกันและกัน หลังของพวกเขาเฉียดกันเพียงหนึ่งฝามือ

ทั้งสองสลับฝั่งไปยืนแทนที่ของอีกฝ่าย

จิวโมไป๋หมุนตัวกลับมาฟันกระบี่ เซี่ยลีเยว์ก็หมุนตัวฟันกระบี่เช่นกัน

กระบี่ไม้ปะทะกันตรงกึ่งกลาง ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน กระบี่ไม้ในมือของทั้งสองพลันเร่งความเร็วขึ้น

ปัก! ปัก! ปัก!

เสียงกระบี่ปะทะกันดังสนั่น จิวโมไป๋และเซี่ยลี่เยว์เคลื่อนที่ไปมา ความเร็วของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งสองไม่มีทีท่าว่าจะพลาดท่าแม้แต่น้อย

จิวโมไป๋ลอบถอนหายใจด้วยความชื่นชมเซี่ยลี่เยว์อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเพียงแค่วันเดียวเซี่ยลี่เยว์จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ไม่ใช่ร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น แต่เป็นวิชากระบี่พื้นฐานที่ดูเหมือนว่าเซี่ยลี่เยว์จะเข้าใจมันมากขึ้น

จิวโมไป๋ใช้กำลังเท่ากับเซี่ยลี่เยว์ ความเข้าใจวิชากระบี่พื้นฐานของเขาอยู่ระดับเข้าใจ แตกต่างจากเซี่ยลีเยว์ที่อยู่ระดับครึ่งก้าวเจตจำนงกระบี่

กระบี่ของเซี่ยลีเยว์สามารถใช้ออกได้อย่างลื่นไหล ไม่มีติดขัด ราวกับว่าเธอสามารถใช้กระบี่ โจมตีไปได้ทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว เฉียบคมและแม่นยำ

ที่จิวโมไป๋สามารถต่อสู้กับเซี่ยลีเยว์ได้ เพราะประสบการณ์การต่อสู้ที่เหนือกว่า แต่โชคร้ายที่ร่างกายของเขายังปรับตัวตามวิชากระบี่พื้นฐานไม่ได้ ทำให้การตอบสนองของเขาช้าลงเล็กน้อย

แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่การต่อสู้กับผู้ใช้กระบี่ระดับครึ่งก้าวเจตจำนงกระบี่ ทุกกระบี่เขาต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ ในการต่อสู้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย

จิวโมไป๋ใช้ความใจเย็น จิตสัมผัสที่แข็งแกร่งคาดเดาการโจมตีของเซี่ยลีเยว์ก่อน ซึ่งมันก็ไม่ยากเพราะเซี่ยลีเยว์ฝึกวิชากระบี่พื้นฐาน มีเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น

เขาค่อยๆใช้กระบี่ชี้แนะเซี่ยลีเยว์ เหมือนในการประลองได้รับโควต้า ครั้งนี้จิวโมไป๋สอนวิชากระบี่พื้นฐานที่สูงกว่าเดิม

เซี่ยลีเยว์รู้ว่าจิวโมไป๋กำลังชี้แนะตัวเอง เธอก็สงบอารม์ให้เย็นลง มองกระบวนท่าของจิวโมไป๋

จิวโมไป๋ใช้กระบี่ชี้แนะเซี่ยลี่เยว์ไปพลาง เขาก็ครุ่นคิดบางอย่าง…

ยิ่งต่อสู้ เซี่ยลีเยว์ยิ่งเปร่งประกาย เธอเหมือนฟองน้ำที่ดูดซับวิชากระบี่พื้นฐานของจิวโมไป๋ไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด

การชี้แนะก่อนหน้า เพราะเซี่ยลีเยว์เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ ทำให้ร่างการและจิตใจไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่ตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจ เต็มไปด้วยพลัง

จิวโมไป๋ถอนหายใจในพรสวรรค์วิชากระบี่ของเซี่ยลีเยว์

ทั้งสองต่อสู้กันไปเกือบ 200 กระบวนท่า

ผู้ชมที่ดูการประลองไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย พวกเขาเหมือนกำลังได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการต่อสู้

โดยเฉพาะผู้ใช้่กระบี่ที่ มองการประลองตาไม่กระพริบ พวกเขาเหมือนจะกำลังก้าวหน้าในวิชากระบี่

ทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่าถ้าพลาดโอกาสนี้ไปไม่น่าจะหาได้อีก

จนกระทั้งกระบี่ที่ 256

จิวโมไป๋มองรัสมีพลังของเซี่ยลี่เยว์ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขายังคงต่อสู้กับเซี่ยลี่เยว์ ในตอนนั้นเองเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขารีบใช้กฎแห่งธาตุไม้ปกคลุมกระบี่ไม้ทันที

เปรี้ยง!

เสียงปะทะของทั้งสองกระบี่ดังขึ้น

พื้นตรงกลางระหว่างทั้งสองเกิดรอยตัดลึก 15 ซ.ม.

จิวโมไป๋ใช้ท่าร่างถอยออกมาห้าก้าว สายตาจ้องมองไปยังเซี่ยลีเยว์ที่อยู่ๆก็หลับตา เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

จิวโมไป๋มองไปที่กระบี่ไม้ของตัวเองที่เกิดรอยบิ่นเล็กน้อย และหันไปมองกระบี่ไม้ในมือของเซี่ยลีเยว์ ที่มีพลังงานแหลมคมบางอย่างห่อหุ้ม แค่มองก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะถูกตัดได้ทุกเมื่อ

จิวโมไป๋สูดลมหายใจลึกๆเพื่อระงับสติ เขาอดไม่ได้ที่จะอิจฉาพรสวรรค์ของเซี่ยลีเยว์

เจตจำนงกระบี่!

เขาไม่คิดเลยว่าเซี่ยลีเยว์จะเข้าใจเจตจำนงกระบี่ ก่อนขั้นที่ 6 โลหิต

การฝึกฝนวิชาต่อสู้ เป็นเรื่องที่ยากที่จะสำเร็จ แม้แต่ในระดับตระหนักรู้ ก็มีน้อยที่จะสำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงระดับเจตจำนง ยากยิ่งที่จะสำเร็จ

ในมิติชั้นสูง ผู้ที่สามารถเข้าถึงระดับเจตจำนง ก่อนการบ่มเพาะพลังถึงขั้นที่ 6 โลหิต จะถือว่าเป็นอัจฉริยะระดับพระเจ้า เหนือกว่าอัจฉริยะในตำนานอีกหนึ่งขั้น

เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นก็เป็นเพราะ เมื่อเข้าใจเจตจำนงวิชาต่อสู้ จะมีโอกาสตระหนักกฎหมายแห่งจักวาล ระดับ สวรรค์!

กฎหมายแห่งจักวาลเร้นลับยากเข้าใจ แบ่งเป็น 4 ระดับ

โลกา สวรรค์ เอกภพ อีกระดับเป็นระดับที่ไม่เคยมีใครไปถึง ไม่มีการกล่าวชื่อ

ในการจัดระดับกฎหมายแห่งจักวาล ธาตุทั้ง 5 เป็นกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ โลกา ชั้นล่างสุด และกฎหมายแห่งธาตุทั้ง 5 ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ เป็นธาตุเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

กฎหมายธาตุลม อยู่ชั้นล่างเกือบกลาง กฎหมายธาตุสายฟ้าและน้ำแข็ง อยู่ระดับโลกา ชั้นกลาง

กฎหมายธาตุแสงสว่างและความืด อยู่ชั้นกลางเกือบสูง

กฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ เป็นกฎหมายที่ พัฒนามาจาก กฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ โลกา

แต่ก็มีกฎหมายแห่งจักวาล ระดับ สวรรค์ อีกประเภท ที่กำเนิดมาจากจิตต่อสู้ ก็คือกฎหมายแห่งศาสตรา เช่น กฎหมายแห่งกระบี่ กฎหมายแห่งดาบ กฎหมายแห่งหอก พวกเขาถูกจัดให้อยู่ กฎแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ชั้นล่างเกือบกลาง

แม้จะเป็นเพียงชั้นล่าง แต่ก็เป็นชั้นล่างเกือบกลาง ของกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ ซึ่งสูงกว่า กฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ โลกา ถึง 1 ระดับ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างสวรรค์และโลก

ยากที่จะตระหนักกฎหมายจักวาล ระดับสวรรค์

การจะตระหนักกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ ได้ มีเพียงสามวิธีเท่านั้น

วิธีที่หนึ่ง มีพรสวรรค์แต่กำเนิดที่ร้ายกาจ เกิดมาก็ตระหนักกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ ได้ตั้งแต่เกิด

วิธีที่สอง ฝึกฝนกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ โลกกา จนพัฒนาเป็น กฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จและมีน้อยคนที่จะทำ

ระดับการฝึกฝนกฎหมายแห่งจักรวาล แบ่งเป็นตระหนักกฎหมาย เริ่มต้น กลาง สูง ระดับต่อจะเป็นการหลอมกฎหมายให้กลายเป็น เมล็ดกฎหมาย หลังจากนั้นก็ต้องอาศัยความพยายามหรือโชค เพื่อที่จะให้กำเนิดต้นอ่อนแห่งกฎหมาย และเติบโตเป็นต้นไม้แห่งกฎหมาย และออกผลเป็นผลแห่งกฎหมาย

เมื่อผลแห่งกฎหมายสุก จะมีโอกาสพัฒนากลายเป็นเทพยุทธ

ในการพัฒนากฎหมายแห่งจักรวาลแต่ระดับ มันยากมากที่จะฝึกฝนพัฒนากฎหมาย ทำให้เมื่อผลแห่งกฎหมายสุก ไม่มีใครอยากพัฒนากฎหมายจักวาลให้สูงขึ้น พวกเขาเลือกที่จะเป็นเทพยุทธ

มีผู้บ่มเพาะพลังระดับปราณสวรรค์นับไม่ถ้วน จะมีเพียงหยิบมือเดียวที่สามารถเป็นเทพยุทธ

ไม่ต้องพูดถึงคนที่ต้องการที่จะพัฒนากฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ โลกา เพื่อเลื่อนไปเป็น กฎหมายจักรวาล ระดับสวรรค์ มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

การพัฒนากฎหมายจักรวาล จะต้องฝึนฝนกฎหมาย ให้ถึงระดับ ผลแห่งกฎหมาย เมื่อถึงขั้นตอนนี้ จะสามารถพัฒนา หรือหลอมรวมกฎหมาย 2 ประเภท เพื่อเลื่อนเป็นกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์

การพัฒนากฎหมาย มันไม่ใช้เรื่องง่ายที่จะสำเร็จ มันมีโอกาสล้มเหลว และโอกาสล้มเหลวมีมากกว่า กลายเป็นเทพยุทธเสียด้วยซ้ำ

เมื่อพัฒนากฎหมายสำเร็จ กฎหมายจะอยู่ที่ ตระหนักกฎหมาย เริ่มต้น ต้องฝึกฝนกฎหมายเพื่อให้ได้รับผลแห่งกฎใหม่ เพื่อกลายเป็นเทพยุทธ

คนที่คิดจะเลื่อนระดับกฎหมายแห่งจักรวาลด้วยวิธีนี้ มีเพียงผู้ที่มีความสามารถในความเข้าใจสูงส่ง หรือผู้ที่สามารถเข้าใจกฎหมายแห่งจักวาล ระดับโลกาตั้งแต่ ก่อนขั้นที่ 6 โลหิต

วิธีที่สาม ฝึกฝนวิชาต่อสู้ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมือนง่าย แต่มันกลายเป็นวิธีที่ยากที่สุด เพราะการฝึกฝนวิชาต่อสู้ผู้บ่มเพาะพลังทุกคนต่างก็ฝึกฝน แต่มีน้อยที่จะพัฒนาไปได้ไกล มันไม่ใช่แค่ต้องใช้ความเข้าใจ แต่ต้องใช้ความพยายามที่หนักหน่วย

ผู้บ่มเพาะพลังที่ฝึกวิชาต่อสู้ ให้ถึงระดับตระหนักรู้ยังมีน้อยนิด

ผู้ที่มีโอกาสตระหนักกฎหมายแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ อย่างน้อย ต้องเข้าใจวิชาต่อสู้ระดับเจตดำรง ก่อนขั้นที่ 6 โลหิต

จิวโมไป๋มองเซี่ยลี่เยว์ที่ยืนหลับตาอยู่ เขาก็ถอนหายใจ เขาอดไม่ได้ที่จะอิจฉา อนาคตที่ไร้ขีดจำกัดของเซี่ยลี่เยว์

ในอนาคตมีโอกาสมากที่เซี่ยลี่เยว์ จะสามารถใช้กฎหมายจักวาล ระดับสวรรค์ พัฒนากลายเป็นเทพยุทธ

ผู้ที่สามารถกลายเป็นเทพยุทธ โดยใช้กฎแห่งจักรวาลระดับสวรรค์ จะได้รับการยอมรับอย่างสูงส่ง แม้แต่ผู้ที่ใช้กฎแห่งจักวาลระดับโลกา 3 ชนิด ในการเป็นเทพยุทธ ก็ไม่อาจเทียบได้

เมื่อกลายเป็นเทพยุทธ จะต้องเปลี่ยนกฎแห่งจักรวาล เพื่อกลายเป็นเต๋าแห่งจักรวาล เทพยุทธคนนั้นจะได้รับชื่อต้นตามเต๋าแห่งจักรวาลที่ตัวเองพัฒนา

ผู้ฝึกกฎแห่งจักรวาล ระดับ โลกา กฎหมายธาตุไฟ เมื่อกลายเป็นเทพยุทธ จะถูกเรียกว่า เทพยุทธโลกาอัคคี

ผู้ฝึกกฎแห่งจักรวาล ระดับ โลกา กฎหมายแห่งธาตุไฟพร้อมกับสายฟ้า จะถูกเรียกว่า เทพยุทธโลกาเพลิงอัศนี

ผู้ฝึกกฎแห่งจักรวาล ระดับ โลกา กฎหมายแห่งธาตุไฟและสายฟ้าและน้ำ จะถูกเรียกว่า เทพยุทธโลกาไตรธาตุ

ผู้ฝึกกฎแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ กฎแห่งธาตุเพลิงทำลายล้าง จะถูกเรียกว่า เทพยุทธสวรรค์เพลิงทำลายล้าง

ผู้ฝึกกฎแห่งจักรวาล ระดับ สวรรค์ กฎแห่งกระบี่ จะถูกเรียกว่า เทพยุทธสวรรค์กระบี่

ชื่อหน้าหน้าของเทพยุทธจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง เหนือกว่าเทพยุทธสวรรค์ ก็คือเทพยุทธเอกภพ ที่เป็นตำนาน

เขาเคยได้ยินเพียงแค่ตำนานของผู้ที่กลายเป็นเทพเอกภพเท่านั้น เพราะเทพยุทธทุกคนจะต้อง เข้าสู่ดินแดนแห่งความโกลาหล เมื่อกลายเป็นเทพยุทธ

ยากที่จะกลับมา

————-

กฎหมายแห่งจักรวาล 4 ระดับ โลกา สวรรค์ เอกภพ …

ระดับการฝึกฝนกฎหมายแห่งจักรวาล เริ่มต้น กลาง สูง / ต้นอ่อนแห่งกฎหมาย ต้นไม้แห่งกฎหมาย ผลไม้แห่งกฎหมาย

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์
Status: Ongoing
อ่านนิยายย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์ จิวโมไป๋ ชายอายุเกือบ100ปี ได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องพังพินาศ เขาใช้ความรู้ในอนาคตเพื่อปกป้องครอบครัวและสหาย สร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งเพื่อเข้าร่วมสงครามในอนาคต

Comment

Options

not work with dark mode
Reset