ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์ – ตอนที่ 353

ใต้ปราสาทดำ

จิวโมไป๋ตั้งสติรีบดึงจิตสัมผัสกลับก่อนที่วิญญาณแค้นตัวนั้นจะค้นพบ ความคิดมากมายผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสมอง

“วิญญาณแฝด!“

วิญญาณที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์อันแข็งแกร่งและมีพลังวิญญาณมหาศาล มันมีโอกาศที่จะเกิดมาพร้อมอาณาเขตวิญญาณมากกว่าหนึ่งอย่าง เมื่อวิญญาณเหล่านั้นสามารถใช้อาณาเขตวิญญาณมากกว่าหนึ่งอย่าง ความแข็งแกร่งมากกว่าวิญญาณทั่วไปหลายเท่า

และก็มีอัจฉริยะในหมู่วิญญาณ ที่สามารถแยกวิญญาณออกตามจำนวนอาณาเขตวิญญาณ ที่มันครอบครอง เพื่อสร้างร่างวิญญาณแฝดได้

เมื่อทำสำเร็จ มันเหมือนกับว่ามีชีวิตเพิ่มอีกหนึ่ง ความคิดและสามารถทุกอย่างของวิญญาณแฝดจะเหมือนกันไม่มีผิด แค่แบ่งร่างจากหนึ่งเป็นสองเท่านั้น เมื่อร่างวิญญาณแฝดร่างใดร่างหนึ่งบ่มเพาะพลัง วิญญาณแฝดทุกร่างจะได้รับการบ่มเพาะพลังเหมือนกัน ทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะพลังเพิ่มขึ้นเป็นทบทวี

เมื่อมีร่างวิญญาณแฝดตาย ร่างที่เหลือไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น นอกจากเสียอาณาเขตวิญญาณที่ร่างวิญญาณแฝดครอบครองไป

วิญญาณที่สามารถแยกร่างวิญญาณแฝดได้ เป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของวิญญาณตัวนั้น

จิวโมไป๋ที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนักอึ้ง ความรู้สึกไม่ดีก่อตัวขึ้น เขาจำได้ว่าในตอนที่เด็กสาวสีดำปรากฏตัว อิวะ โซตะถูกเด็กสาวสีดำควบคุมตัวอยู่

เมื่อนึกถึงตรงนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามีอะไรไม่ปกติอยู่ตลอดเวลา

จิวโมไป๋ถอนหายใจ เขาใช้เวลาฟื้นฟูพลัง และทะลวงขั้นพลังไปเกือบ 1 ชั่วโมง ด้วยเวลาขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบที่นี่…

ใบหน้าของจิวโมไป๋เปลี่ยนไปมาไม่หยุด

จนสุดท้ายจิวโมไป๋ก็สูดลมหายใจลึก เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันที เขาเปิดแหวนมิติเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดคลุมปิดหัวสีขาวและใส่หน้ากากทองปิดใบหน้าและดวงตา จากนั้นเขาก็หยิบกระบี่เลือนเร้นออกมา

จิวโมไป๋ตั้งสมาธิวาดฝ่ามือออกแสงสีทองอ่อนอาบไล้ทั่วกระบี่ รูปลักษณะของมันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนสีตัวกระบี่ให้เป็นสีเงินส่องสว่างราวกับดวงดาว

“ฉันต้องสร้างตัวตนใหม่”จิวโมไป๋ขยับร่างกายลดส่วนสูงลง 6 ซ.ม. และเปลี่ยนขนาดร่างกายให้ผอมเพรียวขึ้น

เมื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์แล้ว เขาใช้จิตสัมผัสแผ่ขยายทั่วห้องและทำลายหลักฐานที่สามารถระบุตัวตนของเขาจนหมด จากนั้นก็ใช้พลังวิญญาณเปิดล็อคด้านบน เขาใช้พลังวิญญาณทำให้ร่างลอยขึ้น เมื่ออกไปเขาก็ปิดประตูเหล็กอย่างแผ่วเบา แทบไม่มีเสียงเกิดขึ้น เขามองไปยังหลุมคุมขังของนาคามูระ อิโทซะ ก่อนที่จะหันไปที่ประตูทางเข้าห้องคุมขัง เขาใช้พลังวิญญาณเปิดล็อค จากนั้นก็เปิดประตูให้แง้มเล็กน้อย ก่อนจะหันมาที่ห้องของนาคามูระ อิโทซะเขาก็ฟันกระบี่ไปที่ตัวล็อต และเปิดประตูเหล็ก

นาคามูระ อิโทซะเงยหน้าหรี่ตามองผ่านความมืดเห็นร่างสีขาวส่องสว่างท่ามกลางความมือ

จิวโมไป๋ไม่พูดอะไรเขาแทงกระบี่ลงไปทำลายล็อคแขนขาของนาคามูระ อิโทซะ และหันหลังเดินจากไป โดยที่เขาไม่ให้โอสถฟื้นฟูพลังใดๆกับอีกฝ่ายทั้งสิ้น

นาคามูระ อิโทซะงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะประคองร่างกระโดดขึ้นมาจากห้องขัง เขาก็เห็นชายชุดขาวเดินออกไป

เขาได้สติก็เดินช้าตามไป

จิวโมไป๋เดินออกมา เขาก็แทงกระบี่ออกทำลายประตูและล็อคแขนขาของผู้ถูกลักพาตัวทั้งหมด

เมื่อเข้าเดินผ่านห้องขัง คมกระบี่ก็จะแทงออกปลดปล่อยอิสระภาพให้กับนักโทษ

จนถึงประตูทางออก จิวโมไป๋ก็ยืนรอให้นาคามูระ อิโทซะเดินมาถึง เขาค่อยๆหันหน้าที่สวมใส่หน้ากากสีทองกลับไป

“เมื่อข้าออกไป พวกเจ้าต้องซ่อนตัวในห้องขัง ห้ามออกไปจนกว่าข้าจะดึงดูดความสนใจของศัตรูไปอีกด้าน”จิวโมไป๋พูดด้วยภาษาประเทศเกาะโบราณ น้ำเสียงดัดให้แหบแห้งเหมือนคนสูงอายุ

นาคามูระ อิโทซะได้ยินอีกฝ่ายพูดด้วยภาษาโบราณและเสียงแก่เหมือนคนสูงอายุ เขาก็เข้าใจว่าชายแก่ตรงหน้าเป็นผู้บ่มเพาะพลัง จากสำนักโบราณ

ภาษาโบราณแทบจะไม่มีใครใช้แล้ว ตั้งแต่ยุครุ่งอรุณทุกประเทศสร้างภาษากลางเพื่อติดต่อสื่อสารกัน ความสำคัญของภาษาประจำชาติจึงลดน้อยลง ไม่ต้องพูดถึงภาษาโบราณที่แทบไม่มีใครใช้เลย

“คุณเป็นใคร?”นาคามูระ อิโทซะอดไม่ได้ที่จะถาม สายตาตรวจสอบเสื้อคลุมสีขาวที่ไม่มีลักษณะเด่นใดๆ

“ข้าเป็นคนจากนิกายดาราสวรรค์ เจ้าหนุ่ม เจ้าสามารถเรียกข้าว่าแม่น้ำดาว“น้ำเสียงของชายชุดขาวอ่อนโยนอบอุ่นเหมือนคนแก่ที่ชื่นชมชนรุ่นหลัง

นาคามูระ อิโทซะได้ยินชื่อของชายแก่ในชุดคลุมสีขาวตรงหน้า เขาก็ขมวดคิ้วทันที เพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อของอีกฝ่ายมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงนิกายดาราสวรรค์เขาก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน แต่เขาก็ไม่แปลกใจ เพราะประเทศเกาะมีนิกายนับไม่ถ้วน และมีบางนิกายที่แข็งแกร่งจริงๆ แต่เลือกที่จะซ่อนตัวดูความเป็นไปของโลกอยู่ห่างๆไม่ปรากฏตัว

แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้าง นาคามูระ อิโทซะก็ผสานมือทำความเคารพตามระเบียบโบราณอย่างไม่ติดขัด

“ทำความเคารพท่านแม่น้ำดาว”

“ไม่ต้องสุถาพ ข้าแค่เดินผ่านที่นี่ แล้วบังเอิญได้เห็นการต่อสู้ของพวกเจ้า น่าเสียดายพรสวรรค์ของพวกเจ้าที่จะต้องมาเสียชีวิตที่นี่ ข้าจึงอดไม่ได้ที่จะมาช่วยพวกเจ้า”จิวโมไป๋พูดไร้สาระ แต่น้ำเสียงแหบแห้งอ่อนโยนดูน่าเชื่อถือ

นาคามูระ อิโทซะฟังด้วยความงุนงง พยายามประติดประต่อคำพูดของชายตรง

จิวโมไป๋เห็นว่าได้เวลาแล้ว เขากระแอมเบาๆ

“ชายหนุ่มอีกคนข้าได้ช่วยพาไปที่ปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงเจ้าที่ถูกจับมาที่นี่”

นาคามูระ อิโทซะเมื่อได้ยินว่าเหลือเพียงเขาคนเดียว เขาก็ตีความหมายไปว่าทุกคนถูกช่วยไปแล้ว เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ

“ขอบคุณท่านแม่น้ำดาวที่ช่วยเหลือ ถ้าออกไปจากที่นี่ผมจะตอบแทนคุณด้วยชีวิต”นาคามูระ อิโทซะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

จิวโมไป๋โบกมือ

“ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าไม่ต้องการให้ใครชดใช้ เอาล่ะไปซ่อนตัวได้แล้ว”

นาคามูระ อิโทซะได้ยินก็ไม่พูดอะไรอีก สายตาที่มองจิวโมไป๋ เต็มไปด้วยความเคารพ เขาหันไปมองผู้ถูกลักพาตัวคนอื่นที่ยืนมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไร เพราะพวกเขาอยู่ในสภาพสิ้นหวังนานเกินไป สติปัญญาจึงลดลงชั่วคราว

นาคามูระ อิโทซะถึงได้เข้าไปบอกให้พวกเขาซ่อนในห้องขังที่ใกล้ประตูทางออกที่สุด

เมื่อเห็นว่าทุกคนซ่อนตัวแล้ว จิวโมไป๋ก็สูดลมหายใจ ยืดตัวดุจคันทวน ท่าทางน่าเกรงขาม จากนั้นเขาก็แผ่ขยายจิตสัมผัสออกไปโดยไม่ปกปิด

ใต้ทะเลสาบเลือด เกิดวังวนน้ำเลือดใต้โคมไฟ ก่อนที่ร่างของเด็กสาวใบหน้างดงามราวรูปสลักจะค่อยๆลอยขึ้นมายืนบนโคมไฟ เธอมีผมสีแดงเลือด เสื้อโบราณสีแดงเลือด พูดได้ว่านอกจากผิวขาวนวลแล้วทุกส่วนของร่างกายของเธอล้วนเป็นสีแดงเลือด

ดวงตาสีเลือดไร้อารมณ์มองไปยังประตูห้องขังก่อนที่เธอจะโบกมือ หมอกสีเทาก็แผ่กระจายออกราวกับมีชีวิตพวกมันซึมเข้าไปในผนังหิน ก่อนจะเกิดเสียงแตกร้าวจากภายใน ก่อนที่หนวดหินนับสิบสายแทงออกจากผนังปลายหนวดหินชี้ไปที่ประตูห้องขัง

ในตอนนั้นเอง ฉัวะ! แสงเย็นยะเยือกวาดผ่านประตู ก่อนที่ประตูเหล็กจะส่งเสียงร้องบาดหูแล้วล้มลงกระแทกพื้น

จิวโมไป๋เดินผ่านประตูเหล็กที่ล้มลง เขาเงยหน้ามองไปยังหนวดหินนับสิบด้วยสีหน้าเรียบเฉย กลิ่นเลือดเน่าเหม็นปะทะเข้าจมูก จนเขาอดก้มลงไปมองไม่ได้ เมื่อมองลงไปเห็นหยดเลือดนับไม่ถ้วนที่สะสมจนกลายเป็นทะเลสาบ และโครงกระดูกนับไม่ถ้วนที่นอนอยู่ด้านล่างใบหน้าของเขาก็กลายเป็นโกรธแค้น

“เจ้าปีศาจชั่วช้าสมควรตาย!”จิวโมไป๋ร้องคำรามด้วยภาษาประเทศเกาะโบราณ เขาวาดกระบี่ชี้ลงพื้น พลังกดดันอันแข็งแกร่งระเบิดออกโดยรอบ เสื้อคลุมสีขาวโบกสะบันอย่างรุนแรง ท่าทางของเขาราวเทพเจ้าปราบมาร!

ตอนหน้าจิวโมไป๋จะได้ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดจริงๆแล้ว

อีก 1 ตอนครับ

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์

ย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์
Status: Ongoing
อ่านนิยายย้อนเวลากลับมาเป็นเทพยุทธ์ จิวโมไป๋ ชายอายุเกือบ100ปี ได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องพังพินาศ เขาใช้ความรู้ในอนาคตเพื่อปกป้องครอบครัวและสหาย สร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งเพื่อเข้าร่วมสงครามในอนาคต

Comment

Options

not work with dark mode
Reset