ย้อนเวลาแค้น (重生之千金有点狠) – ตอนที่ 200 เขาไม่ได้มาหาเธอ

บทที่ 200
เขาไม่ได้มาหาเธอ

จู่ๆแสงไฟในงานก็ดับลงและแสงสว่างก็โผล่ขึ้นมาตรงบันไดทางเดินที่ชั้นสอง ร่างของคุณปู่โม่, โม่อ้ายลี่และพี่โม่ปรากฏขึ้นมาภายใต้แสงไฟ

เมื่อแต่งตัวสวยงาม โม่อ้ายลี่ก็สลัดความเป็นเด็กไร้เดียงสาและยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับความสูงศักดิ์ของเธอและครอบครัวที่สูงศักดิ์ของเธอด้วย ผู้คนในงานต่างก็เริ่มพูดคุยและเดาถึงเรื่องตัวตนของเธอ มู่หรงเสวี่ยมีความสุขกับเพื่อนสนิทของเธออย่างมาก ได้เวลาที่จะโตขึ้นแล้ว

โม่อ้ายลี่ที่อยู่บนเวทีช่างดูเป็นธรรมชาติและสวยสง่ามากภายใต้การแนะนำของคุณปู่โม่ สุดยอดจริงๆ!

“วันนี้อ้ายลี่สวยมากจริงๆ…” มู่หรงเสวี่ยพูดในระหว่างที่ดื่มไวน์ไปด้วย
“ใช่!” ชูอี้เสิ่นไม่ได้มองที่โม่อ้ายลี่เลยสักนิด เขามองเพียงแค่ผู้หญิงที่สีหน้าเริ่มจะเมาที่อยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น หัวใจเขาเต้นรัวขึ้นและสงบลงไม่ได้เลยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเธอ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าเขาพยายามที่จะลืมเธอไปจากหัวใจมากแค่ไหน มันก็พังทลายลงทันทีในวินาทีที่ได้เห็นเธอ

สายตาของชูอี้เสิ่นอบอุ่นอย่างมาก มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมามองชูอี้เสิ่นราวกับว่าเธอรู้สึกได้ สายตาของเธอมองไปที่เขา “พี่ชู…พี่…”

ชูอี้เสิ่นก้มหัวเล็กน้อยด้วยความอาย “ฉันรู้ เธอไม่ต้องย้ำอีกรอบหรอก ฉันเข้าใจแล้ว ถึงแม้ฉันจะเข้าใจแต่มันก็ยังต้องใช้เวลา…” เขามีคำตอบในหัวใจอยู่แล้ว

บางทีถึงแม้เธอจะให้เวลาเขามากกว่านี้ เขาก็กลัวว่าตัวเองจะลบภาพเธอออกไปจากใจไม่ได้อยู่ดี

หัวใจของมู่หรงเสวี่ยเจ็บแปลบ จนพูดอะไรไม่ออกขึ้นมาในทันที ทำได้เพียงเปล่งเสียงออกมาเบาๆ “อืม” แล้วก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาใหม่
เวลาสามารถรักษาได้ทุกอย่าง เธอคิดแบบนั้นเสมอ…แต่ถึงแม้บาดแผลบางอย่างจะหายไปแล้ว มันก็ยังทิ้งร่องรอยไว้ในหัวใจซึ่งจะไม่มีวันหายไปไหน…เธอไม่อยากให้ตัวเองเป็นร่องรอยนั้นของพี่ชู

ในระหว่างที่ทั้งสองยังหลงอยู่ในความคิดของตัวเอง ทันใดนั้นทั้งสองก็หันไปมองแสงไฟที่สว่างจ้าซึ่งแสงไฟส่งตรงมาทางร่างของชูอี้เสิ่น

ในตอนแรกชูอี้เสิ่นที่ยังตัวแข็งอึ้งอยู่นิดหน่อยแล้วก็รีบตอบสนองในทันที นี่เป็นคำเชิญให้เต้นเปิดงาน ทั่วทั้งงานเลี้ยงต่างก็เต็มไปด้วยการแสดงความดีใจ

มู่หรงเสวี่ยพูดด้วยเสียงเบาที่มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่จะได้ยินอย่างชัดเจน “พี่ชู ทักษะการเต้นของอ้ายลี่ไม่เก่งเท่าไร ขอร้องล่ะนะคะ!”

“ได้!” ไม่ว่าเธอจะขออะไร เขาก็พร้อมที่จะทำให้
ชูอี้เสิ่นลุกขึ้นแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาโม่อ้ายลี่ที่ยืนรออยู่ที่ฟลอร์เต้นรำเรียบร้อยแล้ว เขาโค้งตัวลงเล็กน้อย แล้วยืนมือขวาออกไปพร้อมทั้งพูดว่า “ช่วยให้เกียรติเต้นรำกับผมทีได้ไหมครับคุณโม่?”

โม่อ้ายลี่มองไปที่ชูอี้เสิ่นที่เปล่งประกายอยู่ภายใต้แสงไฟ ดูเหมือนว่าแม้แต่ผมของเขาก็ยังเป็นประกาย เธอวางมือของตัวเองลงไปอย่างเต็มใจ เมื่อเสียงดนตรีเริ่มขึ้นทั้งสองก็ล่องลอยราวกับความฝัน แล้วคนมากมายก็ค่อยๆเข้ามาร่วมวงด้วย สายตาของโม่อ้ายลี่อดไม่ได้ที่จะจ้องตรง เธอค่อยๆยื่นหัวไปที่หน้าหล่อๆของชูอี้เสิ่น เมื่อเธอเห็นริมฝีปากบางของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปถึงคืนนั้นที่เขาจูบเธอ

ในตอนนี้เธอไม่เห็นอาการของตัวเองแต่มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้า เสียงหัวใจก็เต้นรัวดังจนเธอรู้สึกว่าน่าจะดังกว่าเสียงเพลงอีก เธออยู่ใกล้กับเขามากจนเธอกลัวว่าเขาจะเห็นความผิดปกติของเธอ

วันนี้ตอนที่พี่ชายถามเธอว่าอยากที่จะเต้นกับใครเป็นการเปิดตัว เธอก็รีบตอบออกไปโดยไม่ทันคิด “ชูอี้เสิ่น!” เธอยังจำสายตาแปลกๆของพี่ชายตอนที่มองมาที่เธอได้อยู่เลย แต่เธอจะทำอะไรได้ล่ะ? นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเจอสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้

เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแต่สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอเลย สิ่งที่เธอรู้ก็คือว่าเขาเชิญเธอเต้นก็แค่เพราะอยากจะรักษาหน้าของคุณปู่ เธอยังรู้อีกด้วยว่าผู้หญิงที่ชูอี้เสิ่นรักหมดหัวใจก็คือเพื่อสนิทของเธอ เสี่ยวเสวี่ย เธอรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพียงแค่ว่าจะควบคุมหัวใจที่มันเต้นแรงแบบนี้ได้ยังไงกัน?!!

มู่หรงเสวี่ยที่ยังคงดื่มไวน์แดงอยู่ ทันใดนั้นก็เห็นร่างของคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมาและเห็นใครคนหนึ่ง เธอหัวเราะและพูดออกมา “พี่จาง!”

“ช่วยให้เกียรติเต้นกับฉันหน่อยได้ไหม?” จางหลินหลี่กล่าวเชิญพร้อมรอยยิ้ม

“ด้วยความยินดีค่ะ!” มู่หรงเสวี่ยยิ้มและวางมือลงไปที่ฝ่ามือของพี่จาง

ทั้งสองเดินเข้าไปด้วยกันที่ฟลอร์เต้นรำ “เสี่ยวเสวี่ย ช่วงนี้เธอเป็นไงบ้าง?”

“ฉันทำไมเหรอคะ?! ทุกวันก็มีแต่การเรียนแล้วก็ใช้ชีวิต แต่ละวันที่ผ่านไปก็เริ่มสบายขึ้นเรื่อยๆ…” มู่หรงเสวี่ยพูดพร้อมรอยยิ้ม

งั้นเหรอ? งั้นทำไมเขาถึงเห็นว่าเธอดูผอมซูบลงแล้วยังต้องนั่งดื่มอยู่คนเดียวอีกด้วย

“แล้วพี่จางเป็นไงบ้างคะ?” มู่หรงเสวี่ยถามในระหว่างที่กำลังเต้น

“ก็เรื่อยๆ อีกอย่างเมื่อกี้พ่อแม่ฉันถามถึงเธอด้วยนะ…” เขามาพร้อมกับพ่อแม่เพราะคุณโม่เป็นชายที่คุณพ่อของเขานับถือ พวกเขาจึงมาปาร์ตี้งานวันเกิดนี้ด้วยกัน

“เดี๋ยวฉันจะเข้าไปทักทายนะคะ! นี่ก็ตั้งหลายเดือนแล้วตั้งแต่ที่เจอกันคราวที่แล้ว”

ช่างหลายเดือนที่ผ่านมาสำหรับเขามันนานราวกับหลายปี เขาเหมือนราวกับว่าไม่ได้เจอเธอมานานมาก ในตอนนี้เขาถึงขนาดรู้สึกว่าแปลกหน้ากับเธอไปแล้วแต่ความรู้สึกชอบก็ยังคงอยู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในช่วงแรกๆแล้ว… “พ่อแม่ฉันต้องมีความสุขมากแน่ๆ พวกท่านเอาแต่พูดถึงเธอตลอดเลย เอาแต่พูดว่าเด็กสาวที่น่ารักอย่างเสี่ยวเสวี่ยทำไมถึงไม่มาเป็นลูกสาวของพวกท่าน?!!” หลังจากที่พูดจบ พวกท่านก็มองมาที่ฉันด้วยสายตารังเกียจ…นี่ฉันไม่ใช่ลูกของพวกท่านใช่ไหม?”

จางหลินหลี่พูดพร้อมเสียงหัวเราะ มู่หรงเสวี่ยเองก็รู้สึกมีความสุขหลังจากที่ได้ฟังเรื่องนี้ คู่สามีภรรยาตระกูลจางเป็นคู่ที่น่ารักมากๆ

ชูอี้เสิ่นที่กำลังเต้นอยู่ข้างๆพวกเขาก็กำลังมองมาที่พวกเขาโดยไม่กะพริบตา

บางทีเขาอาจจะไม่ได้สังเกตว่ามือที่กำลังจับมือเธออยู่บีบแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เธอมองตามสายตาของเขาไปและเห็นเสี่ยวเสวี่ยกับลูกชายของตระกูลจางที่กำลังยิ้มให้กันอยู่ สายตาของโม่อ้ายลี่เข้มขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ในตอนนี้ชูอี้เสิ่นก็คงกำลังเต้นอยู่กับเสี่ยวเสวี่ยแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เมื่อเห็นว่าท่าทางของชูอี้เสิ่นไม่ได้สนใจอยู่ที่เธอ เธอก็เริ่มที่จะกังวล

เมื่อดนตรีเปลี่ยนเพลงเป็นการหมุน โม่อ้ายลี่ก็หมุนไปด้านข้างในทิศทางของจางหลินหลี่ที่อยู่ตรงหน้า เป็นการเปลี่ยนคู่อย่างนุ่มนวล เมื่อเห็นแบบนี้ ชูอี้เสิ่นก็รีบจับมือมู่หรงเสวี่ยไว้ทันทีเพื่อทำให้เธอหยุดอยู่สักพัก

จางหลินหลี่มองไปที่โม่อ้ายลี่อย่างแปลกใจและรีบพูดออกมาทันที “คุณหนูโม่ บางทีสิ่งที่คุณทำอาจจะเปล่าประโยชน์นะครับ” เขามองไปที่มู่หรงเสวี่ยที่อยู่ใม่ห่างมากนัก

โม่อ้ายลี่เก็บความขมขื่นไว้ในใจและพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “เปล่าประโยชน์อะไรคะ?! ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร?”

จางหลินหลี่เองก็หัวเราะออกมา ตอนนี้ในเมื่อเขารู้แล้วว่าเสี่ยวเสวี่ยไม่ได้ชอบชูอี้เสิ่นแต่เป็นเธอต่างหากที่ชอบเขา เธอเก็บซ่อนความรักของเธอไว้ไม่ได้ แค่ประกายในดวงตาของเธอก็เพียงพอแล้วที่จะแทนคำตอบทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าคุณหนูโม่คิดถึงชูอี้เสิ่นเธอถึงได้ทำอะไรแบบนี้ขึ้นมา “ดี!” เขาถอนหายใจ

สีหน้าของโม่อ้ายลี่สะดุ้ง สายตาของเธอแวบประกายความละอายใจ เธอรู้ว่าการกระทำของตัวเองมันโง่มากและ เสี่ยวเสวี่ยไม่ได้ชอบพี่ชู ถึงแม้เธอจะให้เวลาที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันแต่เธอจะเปลี่ยนอะไรได้ล่ะ?! อย่างไรก็ตาม เธอทนเห็นสายตาที่โดดเดี่ยวของเขาไม่ได้ มันทำให้หัวใจเธอเจ็บปวด

“…”
เมื่อฮวงฟูอี้มาถึงห้องนั่งเล่นของงานเลี้ยงตระกูลโม่ รูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขาก็สร้างเสียงซุบซิบได้อย่างมากมาย เขาจ้องมองไปที่คนพวกนั้นด้วยสายตาเย็นชาอย่างไม่พอใจแต่เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีกเมื่อมองไม่เห็นร่างของ มู่หรงเสวี่ย

“ดราก้อนมาสเตอร์ คุณมู่หรงกำลังเต้นรำอยู่ครับ!” หลงอี้พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อย และคุณมู่หรงก็กำลังเต้นรำอยู่กับชายคนอื่นด้วยท่าทางที่ใกล้ชิดกันมากด้วย ตอนนี้มีเรื่องสนุกให้คอยดูแล้วสิ หลังจากที่ถูกทารุณมาหลายวันก็เลยเป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกสนุกกับอะไร

ฮวงฟูอี้มองไปที่ฟลอร์เต้นรำตามสายตาของหลงอี้ ร่างกายที่อ่อนนุ่มและละเอียดอ่อนของมู่หรงเสวี่ยแนบสนิทอยู่ในอ้อมแขนของชูอี้เสิ่น พวกเขาโอบกอดและเต้นรำด้วยกัน ผู้ชายสูงและหล่อเหลา ส่วนผู้หญิงก็สวยและน่ารัก ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ

บ้าเอ๊ย ไม่ยอมทำงานที่ดราก้อนพาวิลเลี่ยนให้ดีแต่กลับมาเดตอยู่กับผู้ชายที่นี่นี่เอง ฮวงฟูอี้กัดฟันกรอดและจ้องไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา

“หลงอี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ที่ดราก้อนพาวิลเลี่ยนมีงานไม่เยอะพอใช่ไหม?” ฮวงฟูอี้พูดอย่างเยือกเย็น มัหลงอี้ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถามอะไรแบบนี้ออกมา ดราก้อนมาสเตอร์ไม่วิ่งเข้าไปจัดการไอ้หมอนั่นแล้วดึงคุณมู่หรงออกมาจากไอ้หน้าหล่อนั้นเหรอ?!!!

“โง่หรือไง?”
หลงอี้รีบเข้าใจในทันทีและพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม “ครับ ในจังหวัด Cเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ทราบที่มา เป็นหน้าที่ของหมอมังกรที่ต้องเร่งมือ เจ้าหน้าที่ทุกคนของแผนกแพทย์มังกรที่อยู่ข้างนอกจะต้องกลับมาที่องค์กรเพื่อช่วยกันทำงานโดยเร็วที่สุด!”

“ดี เข้าใจได้ดีมาก!” ฮวงฟูอี้ตอบกลับมาเสียงเบา
หลังจากที่เงียบไปสักพัก
“ทำไมนายยังอยู่ตรงนี้อีกล่ะ?” ฮวงฟูอี้จ้องไปที่หลงอี้อย่างเยือกเย็น

“อ่า” สีหน้าของหลงอี้ดูสับสน!
จนกระทั่งทั่วทั้งร่างกายเริ่มรู้สึกถึงความเย็นที่เย็นขึ้นเรื่อยๆจากสายตาที่จ้องมาอย่างตรงเป้าของดราก้อนมาสเตอร์ เขารีบวิ่งไปที่ฟลอร์เต้นรำที่อยู่ตรงหน้าทันที ใช้ความฉลาดของตัวเองเพื่อนแยกชูอี้เสิ่นและมู่หรงเสวี่ยออกจากกันทันทีและดึงมือมู่หรงเสวี่ยให้เดินมาในตำแหน่งที่ดราก้อนลอร์ดยืนอยู่

แต่ก็ยังบ่นอุบอยู่ในใจถึงเรื่องนี้ ดราก้อนมาสเตอร์ไล่ตามผู้หญิงแต่ก็ไม่ยอมทำด้วยตัวเอง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?! ดราก้อนมาสเตอร์กลายเป็นคนแบบนี้ที่ชอบบงการแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย!!!

“นายจะทำอะไร?! ปล่อยมู่หรงนะ” ชูอี้เสิ่นรีบวิ่งตามมาและดึงมืออีกข้างของมู่หรงเสวี่ยไว้

ปฏิกิริยาของมู่หรงดึงดูดสายตาของคนมากมายได้ในทันที แม้แต่คุณปู่โม่เองก็ยังสังเกตเห็น “เสี่ยวเฟิง หลานไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น?!” คุณปู่โม่หันไปกระซิบที่ฝั่งของโม่หลิวเฟิง

โดยที่คุณปู่โม่ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ เท้าของโม่หลิวเฟิงก้าวออกไปแล้วและรีบเดินตรงไปที่มู่หรง

“หลงอี้งั้นเหรอ?! คุณมาทำอะไรที่นี่?” มู่หรงเสวี่ยถามออกมาอย่างประหลาดใจ

หลังจากที่มองไปที่ชูอี้เสิ่นแล้วหลงอี้ก็หันมาพูดกับ มู่หรงเสวี่ย “คุณมู่หรง ผมขอฉันสั่งให้คุณกลับไปที่ตำแหน่งของคุณทันทีในฐานะผู้บังคับบัญชา” มันจบแล้ว เขาไม่เก่งเรื่องอะไรพวกนี้ งั้นเขาจะใช้อำนาจของการเป็นหัวหน้า ในตอนนี้มือของคุณมู่หรงยังถูกชูอี้เสิ่นจับไว้แน่นแต่เขาเองก็ลืมไปว่าตัวเองก็จับมือมู่หรงเสวี่ยอยู่เช่นกัน

ฮวงฟูอี้โกรธอย่างมาก ไอ้งี่เง่าเอ๊ย!!!
มู่หรงหันไปหาชูอี้เสิ่นและพูดออกมา “พี่ชู ไม่เป็นไร นี่เป็นคนที่ฉันรู้จัก!”

เธอปล่อยมือจากพวกเขาและพูดออกมา “นี่เป็นงานปาร์ตี้ของคุณปู่โม่ ฉันไม่อยากที่จะทำให้ท่านไม่พอใจ…”

ชูอี้เสิ่นมองไปที่หลงอี้อย่างไม่พอใจ
หลงอี้จ้องตอบ: เอาสิ! เขามาลุยกันไปข้างเลย!!!
หลังจากนั้นสักพักมู่หรงเสวี่ยก็ขมวดคิ้วและพูดออกมาว่า “ฉันจำได้ว่าฉันขอลาไว้นะ…” อันที่จริง ดราก้อนพาวิลเลี่ยนไม่ได้เข้มงวดเรื่องความต้องการของเจ้าหน้าที่มากนัก โดยพื้นฐานแล้วจะยกเว้นบุคลากรเฉพาะ ส่วนคนอื่นๆก็ไม่จำเป็นที่จะต้องประจำที่ฐานตลอดเวลา

หลงอี้ปรับท่าทางและพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม “ตอนนี้มีสถานการณ์พิเศษ หมอมังกรทุกคนต้องกลับไปที่ฐานทันที เกิดปัญหาขึ้นมาก…”

มู่หรงเสวี่ยตกใจ ปัญหามากงั้นเหรอ คงไม่ใช่ว่ามีไวรัสที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นมาหรอกนะ?!! “ฉันจะกลับไปที่นั่นทันที…”

“มู่หรง…” ชูอี้เสิ่นเรียก
ในตอนนี้โม่หลิวเฟิงเองก็เดินเข้ามาด้วย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

มู่หรงเสวี่ยมองไปที่โม่หลิวเฟิงและพูดออกมา “พี่โม่ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องฉุกเฉินนิดหน่อย ช่วยฝากบอกคุณปู่โม่ด้วยนะคะว่าฉันขอโทษ…และพี่ชู ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันแค่จะไปทำงาน…”

หลังจากนั้น เธอและหลงอี้ก็เดินไปที่ประตูของงานเลี้ยง เพียงแค่เดินออกมาสองก้าว มู่หรงเสวี่ยก็เห็นฮวงฟูอี้ที่ยังคงเปล่งประกายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อเธอเดินออกมาเธอก็รู้สึกมีความหวังและกังวลอย่างบอกไม่ถูกไปพร้อมๆกัน
แล้วเธอก็ปลุกตัวเองออกจากความเพ้อฝัน เขามาที่นี่ก็เพราะหลงอี้อยู่ที่นี่ เมื่อกี้หลงอี้บอกเธอเองว่าเขาไม่อยากที่จะคุยกับเธอด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นเพียงแค่เสี่ยววินาที มู่หรงเสวี่ยก็เดินไปข้างหน้าต่อ เมื่อเธอเดินผ่านเขาก็รู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ยังก้าวต่อไปไม่หยุด เธอยกโทษให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง เธอตั้งใจว่าเมื่อเจอเขาเธอจะทำให้มันชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อเธอเจอเขาเป็นครั้งที่สองแต่ก็ยังไม่มีความกล้ามากพอ

ทันทีที่หลงอี้เห็นเหตุการณ์นี้เขาก็รู้เลยว่าไม่ดีแน่ คุณมู่หรงเป็นอะไรไปงั้นเหรอ? เธอเดินผ่านดราก้อนมาสเตอร์ไปเฉยๆ เธอควรที่จะแปลกใจเมื่อได้เจอดราก้อนมาสเตอร์แล้วก็วิ่งเข้าสู่อ้อมแขนเขาด้วยท่าทีที่รักใคร่ไม่ใช่เหรอ

เขามองไปที่สีหน้าเคร่งขรึมของดราก้อนมาสเตอร์และหัวใจเขาก็เต็มไปด้วยน้ำตา ในวินาทีนี้เขารู้สึกได้ถึงการเป็นทาสที่จะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกมากได้เลย
ชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้มาหาเธอ มู่หรงเสวี่ยที่เดินห่างออกไปสองสามเมตรแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง เธอคิดกับตัวเอง

Related

ย้อนเวลาแค้น

ย้อนเวลาแค้น

ในชีวิตก่อนเป็นเพราะเธอโง่งมอยู่ในความรัก เธอจึงถูกชายโฉดที่เธอรักรวมหัวกับหญิงชั่ว ญาติที่เธอรักเหมือนน้องสาว รวมหัวกันวางแผนทำลายชีวิตเธอ ด้วยความแค้นหลังความตาย เธอจึงย้อนกลับมาในร่างของเธอ ตอนอายุ 15 เพื่อให้เธอได้มีโอกาสแก้แค้นคนเหล่านั้น ชาตินี้เธอจะไม่โง่และหลงเชื่อในความรักอีกแล้ว แต่ดูเหมือนความตั้งใจของเธอจะมีมารผจญ ชางกวนโม่นายน้อยไร้หัวใจ “ เธอเป็นผู้หญิงของฉัน เป็นเมียฉันมันไม่ดีตรงไหน?” ชูอี้เสิ่นหนุ่มปริศนาข้างห้อง “เสี่ยวเสวี่ย ผมบาดเจ็บอีกแล้ว ช่วยดูแลผมหน่อย” โม่จื่อเหวินบอดี้การ์ดสุดหล่อ “แม้จะต้องลงนรก ฉันจะปกป้องเธอด้วยชีวิต”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset