ราชันเทพสงคราม[唐寅在异界] – บทที่ 155

จากนั้นไม่กี่วัน ถังหยินก็ได้ออกเดินทางไปยังเมืองเบสซ่าด้วยรถม้า

และนอกจากหยวนเปียวกับหยวนอู่แล้ว หยวนยู่กับชิวเจิ้นเองก็ไปกับเขาด้วยเช่นกัน

เหตุที่ชิวเจิ้นเดินทางไปกับเขา ก็เพราะกลัวว่าถังหยินจะทำเสียเรื่อง

ทว่า คนที่ไปกับพวกเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน กว่าครึ่งเป็นพวกโรนินและอีกครึ่งเป็นคนจากหน่วยลับของเขาเอง

เมืองเบสซ่าตั้งอยู่ทางเหนืออันหนาวเหน็บ ทำให้ชิวเจิ้นหนาวเสียจนต้องขดตัวอยู่ในรถม้าพร้อมเสื้อกันหนาวขนสัตว์สุดหรู ในขณะที่ถังหยินใส่เพียงชุดธรรมดาพร้อมกับเปิดม่านดูวิวรอบข้าง ที่เป็นหิมะและน้ำแข็งเต็มสองข้างทาง ชวนให้เขานึกถึงบ้านเกิด

ไม่นานนักขบวนทูตก็มาถึงชายแดนเบสซ่า ก่อนที่พวกทหารม้าเกราะหนักจะออกมาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พวกเขาพากันเดินผ่านมาได้โดยไม่เกิดเรื่อง และเพียงพริบตาด้วยพวกเขาก็มาถึงตัวเมืองเบสซ่าแล้ว

ขบวนของถังหยินหยุดลง ก่อนที่เขาจะลงจากรถม้ามา “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ให้คนเข้าไปในเมืองกับข้าแค่คนเดียวก็พอแล้ว”

ทุกคนมองหน้ากัน การที่เขาคิดจะพาแค่หยวนยู่เข้าไปข้างในมันจะไม่อันตรายเกินไปหรือ ยิ่งไปกว่านั้น ไหนจะชิวเจิ้นที่มาด้วยอีก ถ้าไม่คิดเอาเด็กหนุ่มเข้าไป งั้นแล้วจะให้เขามาทำไมกัน ?

ไม่มีใครเข้าใจ ยกเว้นแค่หยวนยู่

“ไม่ต้องสนใจหรอกน่า พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก็พอแล้ว” ถังหยินสั่งแล้วเดินไปกับหยวนยู่

การที่เขาทำแบบนี้มันเกินความคาดหมายของทั้งสองฝ่ายมาก ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

ภายใต้การคุ้มกันของทหารม้าเกราะหนัก พวกเขาก็ได้เดินเข้าไปในเมืองอย่างง่ายดาย

ชาวเมืองทั้งหลายต่างพากันหยุดงานและเดินมาดูแม่ทัพเฟิงที่กำลังเดินทางมาที่นี่ บางคนถึงกับชี้นิ้วแล้วตะโกนเรียก ก่อนที่พวกเขาจะเห็นใบหน้าของถังหยินเต็ม ๆ และกรีดร้องออกมาราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง

ชายเลือดร้อนไม่รู้จะทำอย่างไรดีที่เห็นแบบนี้ เขามองไปยังถังหยินและยิ้มให้

ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา ก่อนที่หยวนยู่จะยิ้มออกมาแล้วถาม “ท่านเป็นใครกันแน่ ?”

“ข้าคือถังหยิน เจ้านายของเจ้าไง”

หยวนยู่ทำสีหน้าไม่พอใจแล้วก็เลิกมองเสีย

ถังหยินกล่าวต่อ “ทันทีที่ทำสัญญาเสร็จ เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้าหรอก ฝ่าออกไปคนเดียวได้เลย”

“แน่นอน มีแค่ไอ้โง่เท่านั้นแหละที่สนใจชีวิตเจ้าน่ะ” หยวนยู่พูดอย่างไม่ลังเล “เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพวกผู้ใช้ศาสตร์มืดแบบพวกเจ้าถึงถูกลงโทษ ?”

“ทำไมล่ะ ?”

“เพราะพวกเจ้ามันหลักแหลมและชอบเล่นสกปรกไง”

“ผู้ฝึกยุทธ์ก็เหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละ ในสงครามจริง ๆ ใครมันจะคิดสู้แบบตรงไปตรงมากัน ?”

หยวนยู่ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่เถียง ยังไงเสียการต่อสู้มันก็เดิมพันด้วยชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่มีใครอยากจะสู้กันด้วยพลังครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรอก

ณ ราชวังเมืองเบสซ่า

ระหว่างที่เหล่าขุนนางกำลังหารือกันอยู่ ถังหยินและหยวนยู่ก็เดินเข้ามา ทำให้พวกเขามีสีหน้าหวาดกลัวในพลัน ก่อนที่ใบหน้าจะดูโล่งใจขึ้นเมื่อเห็นทหารม้าของตัวเอง

พวกเขารีบเดินออกมาต้อนรับแล้วโค้งตัวให้ “ท่านใดคือแม่ทัพถังหรือ ?”

หยวนยู่ที่ไม่เข้าใจภาษามอร์ฟีสได้แต่ยืนงงอยู่แบบนั้น ผิดกับถังหยินที่ลงจากม้าแล้วกล่าวด้วยภาษาเดียวกัน “ข้าเอง”

ครั้งล่าสุดที่ถังหยินมาที่นี่ มีหลายคนในตอนนั้นได้เห็นการกระทำของเขา ทว่าตอนนั้นดันมีเกราะปกคลุมอยู่ ทำให้มองใบหน้าและรูปร่างไม่ชัดเจนนัก ทว่าตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

“ท่านถัง เข้ามานี่ก่อนสิ” พวกขุนนางรีบเชิญเขาเข้ามาข้างใน

ชายหนุ่มไม่หวั่นเกรงเลย เขาเดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผยพร้อมกับหยวนยู่

ถังหยินเคยมาที่นี่แล้ว แต่ตอนนั้นมันวุ่นวายมากทำให้เขาไม่ได้สนใจ ทว่าตอนนี้ผิดกัน ทำให้เขามีเวลาสังเกตสิ่งของรอบตัว ก่อนที่จะพบว่าข้างในวังสวยงามยิ่งกว่าที่ไหน ๆ มันงดงามยิ่งกว่าวังของจักรพรรดิองค์ใดในโลกอีกด้วยกระมั้ง

เมื่อเข้าไปยังห้องโถงหลัก ราชาของเบสซ่า ‘ซานเชส วอน ปอช’ ก็กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ พร้อมกับน้องชายของเขา คนีส ฟอน ปอช ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

ทุกสายตาจับจ้องไปยังทั้งสองคนนี้ พร้อมกันนั้นก็ยังได้ใช้พลังตรวจสอบร่างกายพวกเขาไปด้วย

ไม่มีอะไรผิดปกติในร่างของถังหยิน แต่หยวนยู่นั้นแปลกออกไป พวกเบสซ่าตะลึงจนถึงที่สุดและไม่รู้ว่าระดับพลังของชายคนนี้สูงขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ คือสูงกว่าพวกเขาทุกคนในห้องนี้

ในเวลานี้ราชาต่างแดนจดจำถังหยินได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะใส่เกราะอยู่แต่เขาก็จดจำจิตสังหารเมื่อครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี

ชายหนุ่มสบตากับซานเชส “ไม่เจอกันนานนะ สบายดีหรือเปล่า ?”

เมื่อถังหยินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีลูกไม้อะไรแปลก ๆ เขาก็ปล่อยไปง่าย ๆ ในพลัน

ซานเชสถาม “ข้าล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าแม่ทัพถังจะคิดยังไงกับข้อเสนอของเรา ?”

“แน่นอนว่าข้าสนใจ แต่ข้ามีข้อแม้”

คนีสรีบแย่งพูดขึ้นมาก่อนพี่ชายตัวเอง “เจ้ายังจะกล้าพูดแบบนั้นอีกเหรอ ?”

ถังหยินมองเขาแล้วยิ้มให้ “อย่าพูดแบบนั้นสิ สำหรับพวกเราทั้งสองชาติแล้ว ไม่มีอะไรที่ตกลงกันไม่ได้หรอก ทำไมต้องรีบร้อนรนใจขนาดนั้นด้วยเล่า ?”

คนีสมองพี่ชายตัวเองก่อนจะถอยหลังกลับไป ไม่มีใครเห็นด้วยกับการสงบศึกในเมืองเบสซ่าแห่งนี้ ทว่าคนที่เสนอมันออกมาก็คือซานเชส

ราชาแก่โบกมือ “บอกเรามาได้เลย”

ถังหยินกล่าว “อันดับแรกคือห้ามมีทหารตามแนวชายแดนของทั้งสองชาติ อันดับสองคือเปิดเมืองให้พ่อค้าผ่านได้ สามคือเมืองเบสซ่าจะต้องชดใช้ในส่วนที่รุกรานพวกเราไป”

ทุกคนขมวดคิ้วกับคำร้องขอนี้ ที่มันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน

ทว่าคนีสกลับดูโกรธมากจนตวาดลั่น “เจ้าคิดว่าพวกเราหวาดกลัวเจ้าใช่ไหม ?”

หยวนยู่ทำสีหน้าไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาทำท่าจะลงมือ ทว่าก็ได้ชายหนุ่มที่รีบวิ่งเข้าไปคว้าข้อมือห้ามเอาไว้

ถังหยินกล่าวอย่างใจเย็น “ใจเย็นก่อนหยวนยู่”

ชายเลือดร้อนมองอีกฝ่ายอย่างดุดันก่อนจะปล่อยมือแล้วเดินกลับออกมา

“ถ้าเจ้าไม่ยอมรับ งั้นแล้วพวกเราก็คงจะได้เจอกันในสนามรบล่ะนะ” ถังหยินกล่าว

“ก็ได้ ก็ได้ ก็ได้” คนีสยอมแพ้เพราะเห็นแก่เมืองตัวเอง ทว่าก็ยากอยู่ดีที่จะห้ามไม่ให้ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ

ซานเชสรีบกล่าวขอโทษทันที “แม่ทัพถังอย่าเพิ่งโมโหไปเลย เราขอโทษแทนน้องของเราด้วย” จากนั้นเขาก็หันมาจ้องน้องชายตัวเองด้วยสายตาเดือดดาล

เมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังโกรธจัด คนีสก็ถอยหลังกลับไป

ซานเชสกลอกตาแล้วยิ้มให้กับถังหยิน “การสงบศึกเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย เราเห็นด้วย”

ราชันเทพสงคราม[唐寅在异界]

ราชันเทพสงคราม[唐寅在异界]

ราชันเทพสงคราม[唐寅在异界]
Score 7.8
Status: Ongoing
อ่านนิยาย ราชันเทพสงคราม[唐寅在异界]สุดยอดนักฆ่าผู้แสนเย็นชานามว่า ถังหยิน เขาได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างที่เปลืองเปล่า ณ ต่างโลก ก่อนจะจับพลัดจับผลูเข้าร่วมกับสงครามแบบงง ๆ และนี่ก็คือก้าวแรกของราชันเทพสงครามผู้ที่กำลังขึ้นผงาดและเปลี่ยนโลกใบใหม่นี้ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง !

Comment

Options

not work with dark mode
Reset