ราชิณีเลือด – ตอนที่ 7: โอกาส

อธิบาย

หลังสกาเล็ตถูกจับมาโดยพวกโจร

สกาเล็ตลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการมึนงง..นางพบว่ามิร่าเองก็ถูกขังรวมกันอยู่กับนางและหญิงสาวอีก 4 ราย สกาเล็ตเริ่มตั้งสติและเรียบเรียงเหตุการ

นางได้ถามหญิงสาวทั้ง 3 ว่าพวกนางมาจากไหนชื่ออะไร?

หญิงสาวคนแรกชื่อว่า มาริ นางมาจากหมู่บ้านฝั่งตะวันตกพ่อแม่ของนายขายนางให้กับกลุ่มโจร

หญิงสาวคนที่สองชื่อ แอมมี่ นางบอกแค่ว่านางถูกลักพาตัวมา นางแสดงออกถึงความกลัวอย่างชัดเจน สกาเล็ตจึงไม่ถาม นางมากมายนัก

หญิงสาวคนที่สามนางบอกว่านางชื่อ แอริส นางบอกว่านางก็ถูกลักพาตัวมาเช่นกัน แต่สีหน้าของนางมิได้แสดงออกถึงความกลัวแต่อย่างใด

“นี่พวกเขาจับเรามาทำไมกัน? ” มิร่าถามกับสาวๆ 

“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ก่อนหน้านี้พวกมันก็จับสาวๆคนอื่นมาแต่พวกนางก็หายไปทีละคน..” แอมมี่ตอบด้วยเสียงสั่น

“ข้าพึ่งถูกพาตัวมาข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” มาริตอบ

“…” แอรีสเงียบและนั่งกอดเข่าไว้

“พวกเจ้าคิดจะหนีไปจากที่นี่หรือไม่?” สกาเล็ตถามสาวๆ

“ข้าก็อยากเพียงแต่พวกเราเป็นเพียงสาวชาวบ้าน จะทำยังไงได้ถึงจะหนีจากพวกโจรพวกนั้นได้..” แอมมี่ตอบ

“ข้าเคยออกล่าสัตว์กับที่บ้านอยู่บ้าง ข้าพอจะใช้ธนูเป็น” มาริบอก

“เอาล่ะข้ามีแผนพวกเจ้ารวมกัน” สกาเล็ตเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อวางแผน

สกาเล็ตและสาวๆเริ่มวางแผนการหนี และเตรียมตัว..เพียงแค่รอเวลา

กลางดึกคืนนั้น

สกาเล็ตและเหล่าสาวๆเตรียมตัวเพื่อจะหลบหนีโดยแผลการขั้นแรกของพวกเธอคือล่อให้ผู้คุมเข้ามา และจัดการเขา

“โอ้ย…คุณหนูข้าปวดท้องเหลือเกิน” มิร่าทำเป็นปวดท้องและร้องเสียงดัง

“ไม่เป็นไรนะมิร่าข้าจะไปตามคนมาช่วย..” สกาเล็ตพูดและเดินไปหาผู้คุมที่เดินผ่าน 

“นี่ ท่านผู้คุม..ดูเหมือนนางจะไม่ค่อยสบาย ได้โปรดนำผ้าชุบน้ำร้อนมาให้นางได้หรือไม่?” สกาเล็ตถามผู้คุม

“สาวน้อย ดูเหมือนพวกเจ้าจะไม่เข้าใจสถาณะการ เจ้าเป็นนักโทษ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์จะร้องของสิ่งใด” ผู้คุมพูดพร้อมกับหัวเราะ

“ได้โปรดนายท่าน..หากท่านช่วยนางข้าจะยอมเล่นกับท่าน…” สกาเล็ตพูดและทำสีหน้าอ้อน

“หึ..เจ้าก็สวยเหมือนกันนี่ ก็ได้เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา” ผู้คุมพูดและยิ้ม

หลังผู้คุมเดินจากไป สกาเล็ตก็บอกกับสาวๆให้เตรียมพร้อม

“เอาล่ะ ถ้าเขาเข้ามาพวกเจ้าก็จัดการเขาได้เลย เดี๋ยวข้าจะล่อเขาไว้เอง” สกาเล็ตพูด

มิร่าและมาริหยิบไม้ที่ใช้หนุนหัวนอนขึ้นมาเตียมพร้อม

หลังจากนั้นไม่นานผู้คุมก็กลับมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำอุ่น เข้าเปิดประตูเข้ามาและโยนผ้าให้กับมิร่า หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปหาสกาเล็ต สกาเล็ตที่กำลังหลอกล่อ ก็เริ่มดึงเสื้อลง… 

ไม่กี่วินาทีต่อมาสกาเล็ตก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนจัดการ ทันทีที่สิ้นสุดสัญญาณทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก รู้ตัวอีกทีผู้คุมก็ถูกจัดการลงเสียแล้ว

“เอาละหยิบอาวุธจากตัวเขาและพวกเรารีบไปกัน” สกาเล็ตบอกกับสาวๆ

สาวๆค้นอาวุธและได้ มีดสั้น 2 เล่ม, ดาบ 1 เล่ม, น้ำ 2 ขวด, และขนมปังกรอบ 2 ก้อน  สกาเล็ตจึงขอใช้ดาบ และมอบมีดสั้นให้กับ มาริ แอริส เนื่องจาก มิร่าและแอมมี่พวกนางกลัวจนเกินไป สกาเล็ตจึงตัดสินใจให้พวกนางทั้งสองหลบอยู่ด้านหลัง

ทั้ง 5 คนเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาทางออก ในขณะเดียวกันโจรที่ถูกทุบจนสลบก็ได้สติ และ ตะโกนออกมาว่า “พวกนางได้หนีไปแล้ว!!” โจรทุกคนเมื่อรู้ว่ามีนักโทษหนีจึงเริ่มออกตามหาพวกนาง

2 ชั่วโมงผ่านไป

“นี่สกาเล็ตพวกเราก็เดินกันมานานแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่เจอทางออกกันสักที” แอมมี่ถาม

“นั้นสิพวกเราเดินทางกันมานานแล้วพักกันสักหน่อยไหม?” สกาเล็ตถาม

ทุกคนเห็นด้วยกับการพักเพื่อเก็บแรงไว้หนีต่อ

สกาเล็ตมอบอาหารและน้ำให้ทุกๆคนเพื่อจะให้ทุกคนได้มีแรงเพื่อหนีต่อ

รังของพวกโจรมันเหมือนกับเขาวงกต หากไม่ใช่คนในพวกนางก็ไม่มีทางหาทางออกได้เลย สกาเล็ตคิดว่าพวกนางอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 วันเพื่อหนีออกจากรังโจรแห่งนี้..

ย้อนกลับไปก่อนสกาเล็ตถูกจับทางด้านลูคัส

การต่อสู้ของลูคัสและบามอท เห็นได้ชัดเจนว่าลูคัสไม่มีทางจะสู้บามอทได้เลย

เสียงดับปะทะกับขวานอันใหญ่ของบามอทดังไปทั่ว.. 

ลูคัสรู้ตัวดีว่าเขาไม่มีทางที่จะสู้บามอทได้เขาจึงเลือกที่จะพุ่งเข้าไปหาบามอทโดยตรง 

“ย๊าาาา” เสียงลูคัสร้องและพุ่งเข้าไปหาบามอท

…และในที่สุดการต่อสู้ก็เหมือนจะจบลง ลูคัสถูกบามอทเหวียงขวานเข้าหาอย่างจัง แต่เขานำดาบมารับไว้ได้ทัน

แต่ตัวเขาก็กระเด็นไปกองอยู่ที่พื้น..

บามอทเดินเข้ามาหาลูคัสที่นอนกองอยู่ที่พื้นและพูดกับลูคัสว่า “แม่นางที่หนีไป เจ้าคงคิดว่านางจะรอดสินะ น่าขำยิ่งนัก ข้าได้สั่งให้ลูกน้องของข้าไปดักรออยู่ก่อนแล้ว ฮ่าๆๆๆ” บามอทพูดและหัวเราะเสียงดัง

ลูคัสที่ได้ยินดังนั้นเขาพยามจะคลานไปหาสกาเล็ต…ในหัวของเขาคิดเพียงแต่ว่า “ข้าขอโทษ.. ข้าน่าจะไปกับเจ้า..”

บามอทเดินตามมาและพูดว่า “ข้าจะส่งเจ้าไปที่ชอบๆเอง” บามอทเตรียมจะปิดชีพของลูคัส…

ในขณะเดียวกัน ลุงยิ้ม(หัวหน้าอัศวิน) ก็พยามควบม้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อให้ถึงป้อมปราการให้ไวที่สุด….แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป..

ในขณะที่ลูคัสตกอยู่ในความสิ้นหวังและเตรียมตัวเตรียมใจที่จะตาย.. ท้องฟ้าก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภาพตรงหน้าของเขาคือ สาวน้อยร่างเล็กผู้มาพร้อมกับชุดสีทอง ผมของเธอเป็นสีฟ้าประกาย ใบหน้าของเธอเปรียบดังตุ๊กตา.. แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือปีกทั้ง 8 ของเธอเปร่งแสงราวกับดวงจันทร์ยามเต็มดวง เสียงของปีกนาง เป็นดั่งเสียงเพลงไพเราะ 

“เจ้าหนู…โชคชตาของเจ้าช่างน่าเศร้ายิ่งนัก แม่นางผู้ที่เศร้าเป็นห่วง นางได้ร้องขอต่อข้าไว้ ว่าขอให้เจ้าปลอดภัย” เสียงของสาวน้อยพูด สะท้อนราวกับเสียงฟ้าผ่ายามพายุโหมกระหน่ำ แต่น้ำเสียงฟังดูไพเราะกว่ายิ่ง

“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่เจ้าต้องการมันหรือไม่” สาวน้อยปริศนาพูด

“ขะ..ข้าต้องการ” ลูคัสตอบด้วยลมหายใจสุดท้าย

“เจ้าพูดกับใครว่ะ!?” บามอทพูดพร้อมกับมองกลับไป เขาถึงกับล้มเขาทรุดลงเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

“เจ้านี่ไร้มารยาทเสียจริง” สาวน้อยปริศนาพูดพร้อมกับยื่นมือ ไปทางบามอทและกำมือ..ทันใดที่สาวน้อยปริศนากำมือ ร่างของบามอทก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่มีโอกาศแม้แต่จะกรีดร้อง…

“เอาล่ะ ข้าจะรักษาให้เจ้าจากนี้ไปจงใช้ชีวิตให้ดี” สาวน้อยปริศนาพูดจบและร่ายเวท Divine Healing

ร่างกายของเขาค่อยๆฟื้นฟู แต่พละกำลังไม่ได้ฟื้นฟูตามนั้นทำให้เขาสลบไป..และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝัน

ปัจจุบันทางด้านลุงยิ้ม

ลุงยิ้มกลับมาถึงป้อมปราการ แต่ทุกอย่างมันก็สายไป เขากลับมาพบเพียง ศพของกลุ่มโจรและอัศวินที่ปกป้องป้อมปราการอย่างสุดความสามารถ..ลุงยิ้มรีบไปดูที่ห้องพยาบาลและหวังอย่างยิ่งว่าเขาจะไม่พบศพของผู้เป็นดั่งลูกสาวของเขา..

เมื่อเขามาถึง ลุงยิ้มดีใจเป็นอย่างมากที่อย่างน้อยเขาก็ไม่พบศพของสกาเล็ตและลูคัส เขาคิดว่าสกาเล็ตและลูคัสคงหนีไปได้

ทันใดนั้นก็มีอัศวินคนนึงเข้ามาแจ้งว่าพบร่างของลูคัสนอนสลบอยู่ด้านหลัง..

“ท่านครับ ผมพบลูคัสสลบอยู่ด้านหลัง” อัศวินกล่าว

“แล้วสกาเล็ตล่ะ?..” ลุงยิ้มถาม

“ยังไม่พบนางเลยครับ” อัศวินกล่าว

“หวังว่านางจะไม่เป็นไร” ลุงยิ้มคิดในใจและเดินไปหาลูคัส

ลุงยิ้มเดินมาเพื่อพบลูคัส และได้พบกับร่างไร้วิญญาณของบามอท

“ลูคัส.. ลูคัส.. เจ้าเป็นอะไรไหม?” ลุงยิ้มเรียกลูคัส

ลูคัสตื่นขึ้น “ทะ…ท่านหัวหน้า เกิดอะไรขึ้น” ลูคัสถาม

“พวกมันโจมตีลอบโจมตีหลังพวกข้าออกไปข้าน่าจะรู้” ลุงยิ้มพูด

“นี่เรื่องจริงงั้นรึงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ความฝันนะสิ” ลูคัสคิดในหัว

“หัวหน้า..สกาเล็ตนางถูกพวกมันจับไป พวกเราต้องรีบแล้ว” ลูคัสพูดและรีบลุกขึ้น

“ข้าเข้าใจแล้ว เรากำลังเตรียมออกเดินทางกันอีกครั้ง เรารู้ที่ซ่อนของพวกมันแล้ว” ลุงยิ้มพูดและจับไหล่ของลูคัสเบาๆ

“เจ้าสังหารบามอทอย่างงั้นรึ?” ลุงยิ้มถาม

“ปะ..เปล่า ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดออะไรขึ้น” ลูคัสตอบ

ลูคัสคิดว่าสิ่งที่เขาพบเจอเมื่อวานเขายังไม่ควรพูดอะไรไปเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก

“แผลเจ้าก็หายดีแล้วสินะ..” ลุงยิ้มพูดลอยๆ 

ในใจของลุงยิ้มก็แปลกใจเกี่ยวกับแผลที่หายดีไวผิดปกติของลูคัส และเรื่องที่บามอทผู้แข็งแกร่งตายในสภาพเช่นนั้น

“เอาล่ะเจ้าไปเตรียมตัวออกเดินทางเถอะ เราจะไป” ลุงยิ้มพูดและเดินออกไป

กลุ่มอัศวินเตรียมตัวสำหรับเดินทางในวันถัดไป พวกเขาทุกคนมีความโกรธเหมือนกันทุกๆคนที่กลุ่มโจรมันกล้าทำถึงขนาดนี้

ปัจจุบันทางด้านสาวๆและสกาเล็ต

“เอาล่ะพวกเราต้องเดินทางต่อแล้…” สกาเล็ตพูดยังไม่ทันจบก็มีกลุ่มโจรเดินออกมาล้อมพวกนาง

“จะไปไหนหรอจ้ะสาวๆ” โจร 1 กล่าว

“นั้นสิรีบไปไหนกันจ้ะ” โจร 2 กล่าว

“จับพวกนางแยกออกมา” หัวหน้ากลุ่มโจร กล่าว

“เอาละในเมื่อพวกเจ้าดื้อข้าก็จะต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้ว ” หัวหน้ากลุ่มโจร กล่าว

 โจร 1 ดึงแอมมี่มาและฉีกเสื้อผ้าของนางออก 

“ไม่น่ะ !!” แอมมี่ร้องตะโกน

“ปล่อยนาง!!” สกาเล็ตพูด และพยามดิ้นจากโจร 2

“อยู่เฉยๆ เจ้าคิดจะทำอะไรกัน!!” โจร 2 กล่าว

ในขณะนั้นเอง มาริได้วิ่งออกมาจากโจร 3 และวิ่งไปผลักโจร 2

“หนีไปส่ะสกาเล็ต หนีไป!!” มาริกล่าว

สกาเล็ตกำลังจะวิ่งหนีไปนางหันกลับมาเห็นโจร 2 กำลังจะใช้ดาบฟันมาริ

“สาระแนนักนะใยตัวแสบ!! ตายส่ะเถอะ” โจร 2 กล่าวและกำลังจะฟัน

ในขณะนั้นสกาเล็ตก็วิ่งกลับมาและหันหลังรีบดาบแทนมาริ

*ฉึบบ* เสียงใบมีดฟันเข้าร่างของสกาเล็ต

“ขะ…ข้าจะไม่ทิ้งใครไปไหนอีกแล้ว” สกาเล็ตพูดและล้มลง

“คุณหนู!!” มิร่าพูดเมื่อเห็นคุณหนูของตนโดนฟัน

“พวกเจ้ามันชักจะมากเกินไปแล้ว!!” มาริกล่าว

“มากเกินไป? เจ้าชักจะพูดมากเกินไปแล้ว!!” โจร2 พูดและกำลังจะฟันมาริอีกคน

“ไม่นะ!!” เสียงของแอมมี่ที่กำลังจะถูกข่มขืนร้องลั่น

ในขณะที่ทุกคนกำลังจะสิ้นความหวังก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นทั่วห้อง แสงนั้นมาจากปีกของแอริส..ตอนนี้แอริสได้เปิดเผยตัวจริงของนางแล้ว “แอริสเทวทูตแห่งความรัก” ปีกทั้ง 4 ของนางส่องแสงสว่างไปทั่ว 

“สกาเล็ตครานี้ข้าชักจะชอบเจ้าขึ้นมาแล้วสิ เจ้ามีเป็นคนจิตใจดี มีความรักความเมตตา ตอนแรกเองข้าก็ไม่ชอบเจ้าเท่าไหร่เพราะเจ้ามีพลังของ ไอ้เจ้านั้นอยู่ในตัว” เสียงแอริสพูดกึกก้องไปทั่ว

“ก่อนอื่นข้าต้องจัดการพวกเจ้านี้เสียก่อน” แอริสกล่าวและยืดมือเข้าไปในช่องว่างมิติและหยิบดาบของนางออกมา

“อะไร เกิดอะไรขึ้น” โจร1 กล่าว 

ในขณะที่โจรทุกคนกำลังมึนงง แอริสได้กวาดดาบของนางเบาๆและร่ายสกิว “The Divine Sharpness” หลังที่นางกล่าวชื่อสกิวจบ ร่างของโจรทุกคนก็ขาดเป็นสองท่อน…

“Divine Healing” แอสริสกล่าวสกิวฮีล

“เอาล่ะถึงเวลาของข้าแล้ว ข้าต้องกลับไปรายงานกับ สภาว่าข้าแอบลงมายังที่นี่ น่าเบื่อเสียจริง” แอสริสกล่าว

แอริสใช้ดาบของนางฟันอากาศและประตูมิติก็เปิดออก “ไว้พบกันใหม่ ข้าหวังว่าข้าจะไม่ต้องฆ่าเจ้า ไม่งั้นข้าคงเสียดายแย่ที่เคยช่วยเจ้าไว้..” แอสริสกล่าวและเดินเข้าประตูมิติไป…

– จบตอน –

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Options

not work with dark mode
Reset