ร้ายนักนะ…รักของมาเฟีย!! [Yaoi , Boy’s love] – ตอนที่ 22

ร้ายนักนะ…รักของมาเฟีย ตอนที่ 22

 

Author: 여님  (ยอนิม)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อาบด้วยกันก็ได้ แต่ห้ามทำอะไรทั้งนั้น ตลอดทั้งทริปเลยนะครับ” คิมยื่นข้อเสนอ กมลเลิกคิ้วเข้าหากัน

 

 

 

“ไม่คิดว่าชั้นจะเฉาตายบ้างรึไง” กมลแกล้งถามกลับไป

 

 

 

“งั้นเชิญเฉาตายไปเลย ผมจะอาบน้ำแล้ว ตกลงจะอาบด้วยกันมั้ยครับ” คิมอดที่จะถามไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอายก็ตาม

 

 

 

“อาบสิ” กมลบอกก่อนจะพาคิมเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งสองต่างอาบน้ำให้กันและกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่กมลจะต้องแอบหาเศษหาเลยกับคิมนิดๆหน่อยๆ ให้คิมได้อายและโวยวายบ้าง เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ กมลก็พาคิมลงมารวมตัวกับทุกคนที่ชาดหาดหน้าบ้านพัก ซึ่งตอนนี้ถูกจัดสถานที่เอาไว้พร้อมแล้ว ลูกน้องของกมลที่อาบน้ำแต่งตัวใหม่ก็มาจัดสถานที่พร้อมกับช่วยป้านีจัดการเรื่องอาหาร

 

 

 

“นายครับ คุณคิมครับ ทางนี้เลยครับ” กิจเดินเข้ามาหาคนทั้งสอง พร้อมกับเดินนำไปยังที่นั่งพิเศษของทั้งสองคน ซึ่งเป็นโต๊ะแยกมาอีกด้าน แต่ก็ไม่ได้ห่างจากโต๊ะของลูกน้องแต่อย่างไร

 

 

 

“ผมไปช่วยคนอื่นๆย่างนะครับ” คิมพูดบอกกับกมล แต่กมลส่ายหน้าไปมา

 

 

 

“นั่งรอที่นี่แหละ เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นมันก็ย่างมาให้เอง ถ้านายไปช่วยพวกนั้นยืนย่าง คิดว่าจะมีใครกล้าเล่นกล้าคุยอะไรกันมั้ยล่ะ” กมลถามกลับ คิมหันไปมองกลุ่มลูกน้องของกมลที่กำลังรุมเตาย่างอาหารทะเลอยู่และพูดคุยหัวเราะกันไปมา

 

 

 

“แล้วไงครับ ทำไมทุกคนต้องไม่กล้าเล่นไม่กล้าคุยด้วยล่ะ” คิมถามกลับไป กมลหันไปรับเครื่องดื่มจากรุธมาวางให้คิมและตนเอง

 

 

 

“ไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ ว่าทุกคนมันเกรงใจนาย กลัวนายมากกว่าชั้นไปแล้วนะ” กมลบอกยิ้มๆ

 

 

 

“บะ..บ้า ผมไม่ใช่คนน่ากลัวอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”คิมทักท้วงขึ้นมาทันที แต่ก็แอบคิดนิดๆอยู่เหมือนกัน

 

 

 

“งั้นก็ลองไปช่วยพวกนั้นมันย่างสิ” กมลบอกกลับ

 

 

 

“ไม่ไปก็ได้ เดี๋ยวไปเกะกะลูกน้องคุณเปล่าๆ” คิมพูดเพื่อวางฟอร์มเอาไว้ก่อน

 

 

 

“ต้มยำรวมมิตรทะเล กำลังร้อนๆเลยค่ะ” ป้านียกชามใส่ต้มยำรวมมิตรที่พึ่งปรุงเสร็จมาวางไว้ที่โต๊ะให้กมลกับคิม พร้อมกับของกินอื่นๆอีกหลายอย่าง

 

 

 

“ขอบคุณครับป้านี แล้วใบบุญยังไม่ลงมาอีกเหรอครับ” คิมถามขึ้นเพราะยังไม่เห็นใบบุญกับคม

 

 

 

“เดี๋ยวก็คงลงมาค่ะ คุณคิมกับคุณกมลทานกันก่อนได้เลยนะคะ” ป้านีบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

 

 

“ป้านี ผมว่าป้านั่งกินกับพวกผมก่อนดีกว่า ผมพาป้ามาพักผ่อนนะ ไม่ได้พามาเหนื่อย ของทุกอย่างป้าเตรียมไว้หมดแล้วนี่ เดี๋ยวให้พวกนั้นมันจัดการกันเอง มานั่งกับพวกผมเนี่ยแหละ” กมลพูดขึ้น

 

 

 

“ใช่ครับ มาครับ เดี๋ยวผมไปหยิบจานให้ ไม่ต้องปฏิเสธนะครับ” คิมพูด พร้อมกับลุกไปหยิบจานแยกมาให้ป้านี ป้านีนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆคิม พร้อมกับมองตามหลังคิมไปยิ้มๆ

 

 

 

“ผ่านมั้ยครับ” กมลแกล้งถามป้านี เรื่องคิม

 

 

 

“ผ่านตั้งแต่วันแรกที่คุณกมลพาเข้าบ้านแล้วล่ะคะ” ป้านีบอกกลับยิ้มๆ กมลมองหน้าป้านีนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

“ป้ายอมรับเรื่องที่ผู้ชายกับผู้ชายรักกันได้เหรอครับ ผมถามจริงๆนะ ป้าตอบผมตรงๆเลยครับไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกรธ” กมลถามเสียงจริงจัง เพราะอยากรู้ความคิดของป้านี เผื่อไปถึงเรื่องของคมกับใบบุญด้วย

 

 

 

“ตอนแรกป้าก็ยังไม่เข้าใจความรักระหว่างเพศเดียวกันหรอกค่ะ แต่ป้ามาอยู่กับคุณกมล ป้าก็พอรู้ว่ารสนิยมของคุณกมลเป็นยังไง และป้าก็คิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย ป้าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แล้วสมัยนี้โลกมันพัฒนาไปไว ป้าก็ต้องตามโลกให้ไวขึ้นด้วย ไม่งั้นจะอยู่กับคุณกมลได้ไงล่ะคะ” ป้านีพูดพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ

 

“ถึงคุณกมลจะมีรสนิยมแบบนี้ จะทำงานอยู่ในวงการนี้ แต่คุณก็เป็นคนดีคนหนึ่งไม่ใช่เหรอคะ ตรงนี้ทำให้ป้าเข้าใจและยอมรับได้ในสิ่งที่คุณกมลเป็น  คนเราต่อให้มีรสนิยมต่างจากคนอื่น ต่อให้มีความรักในเพศเดียวกัน มันไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเป็นคนดีรึเปล่า” ป้านีพูดบอกออกมาจากใจ กมลยิ้มรับ

 

 

 

“ขอบคุณป้ามากนะครับ ที่ยอมรับและคอยดูแลผมมาตลอด แต่ผมเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากนัก ป้าก็รู้” กมลย้ำต่อ เพราะคมเองก็อยู่ในวงการเดียวกับเขา เคยทำเรื่องเลวร้ายมาก่อนด้วยกันทั้งนั้น

 

 

 

“คุณกมลต้องทำเรื่องไม่ดีบ้าง เพราะหน้าที่การงานที่ต้องทำต้องเจอ แต่เนื้อในของคุณกมลเป็นคนดี ป้าถึงยอมรับในจุดนี้ไงคะ” ป้านีพูดบอกออกมาอีก กมลยิ้มรับ ก่อนที่คิมจะเดินเข้ามาพร้อมกับคมและใบบุญ

 

 

 

“นี่ครับป้านี” คิมวางจานกับช้อนให้ป้านีแล้วหันไปหาใบบุญ

 

“ใบบุญกับคมก็นั่งด้วยกันนี่แหละนะ” คิมบอกอีก ก่อนที่กมลจะหันไปหาลูกน้องตนเองที่กำลังย่างอาหารทะเลอยู่

 

 

 

“นี่ พวกแกน่ะ ย่างหอยหวานมาให้เมียชั้นก่อนด้วยนะ” กมลพูดขึ้น เหล่าลูกน้องก็ตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง คิมเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับยิ้มขำนิดๆ

 

“ชั้นรู้หรอกน่า ว่านายอยากกิน” กมลพูดดักขึ้นมาก่อน

 

 

 

“นายเค้ารู้ใจคุณคิมน่ะครับ” คมพูดแซวขึ้นมาบ้าง ทำให้คิมยิ้มเขินๆ

 

 

 

“รู้ใจอะไรเล่า ก็แค่ของกิน” คิมโวยออกมาแก้เขิน ก่อนจะหันไปมองค้อนกมลที่นั่งยิ้มมุมปากอยู่ ทุกคนเริ่มกินอาหารที่ป้านีทำเพิ่มอีกหลายอย่าง เพื่อรออาหารทะเลย่าง

 

 

 

“ได้แล้วครับนาย” เสียงรุธพูดขึ้นพร้อมกับวางจานอาหารทะเลที่ย่างเรียบร้อยแล้วไว้บนโต๊ะ ซึ่งมีครบทุกอย่าง คมเองก็ไปตักแยกต่างหากมาไว้เช่นเดียวกัน เพราะไม่อยากไปแย่งจานเดียวกับกมลและคิม

 

 

 

“มาชั้นแกะให้” กมลบอกอย่างเอาใจ และทำท่าจะหยิบปูมาแกะให้คิม

 

 

 

เพียะ..

 

 

คิมตีมือกมลไม่แรงมากนัก

 

“ไม่ต้องครับ ผมแกะเอง เอ่อ…เดี๋ยวแกะให้คุณด้วย” คิมพูดบอกเสียงอ้อมแอ้มในตอนท้าย เพราะอยากทำอะไรตอบแทนกมลบ้างที่อุตส่าห์พามาเที่ยว กมลยิ้มนิด ๆและนั่งรอให้คิมแกะกุ้งมาให้ตนเอง กมลไม่อยากไปขัดใจคิมมาก เดี๋ยวจะถูกงอนเปล่าๆ กมลนั่งมองคิมที่ตั้งใจแกะของทะเลให้ตนเองยิ้มๆ

 

 

 

“นายก็แกะกินของนายด้วยนะคิม ไม่ต้องแกะให้ชั้นมากนักหรอก” กมลพูดบอก คิมก็พยักหน้ารับ ทั้งๆที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะปู

 

 

 

“นี่ครับ” คิมส่งปูที่แกะเปลือกออกเหลือแต่เนื้อไปให้กมล ก่อนจะหยิบหอยหวานเพื่อจะมากินเองบ้าง

 

“อ๊ะ ร้อน” คิมร้องออกมาพร้อมกับปล่อยหอยหวานลงจาน เพราะเปลือกหอยยังอมความร้อนไว้อยู่

 

 

 

“ไหน มาดูสิ” กมลรีบเอากระดาษทิชชู่เช็ดมือให้คิมพร้อมกับยกขึ้นมาดูปลายนิ้วที่แดงขึ้นมาเพราะความร้อน กมลเป่าลงไปเบาๆที่ปลายนิ้วเรียว ทำให้คิมร้อนหนาวูบวาบ ส่วนคนอื่นๆบนโต๊ะก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นและกลั้นยิ้มเอาไว้

 

 

 

“มะ..ไม่ต้องเป่าก็ได้ มันไม่ได้ร้อนอะไรมากสักหน่อย” คิมว่าออกมาเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมกับดึงนิ้วตนเองออกจากมือของกมลด้วยความเขิน

 

 

 

“นั่งอยู่เฉยๆเลย เดี๋ยวชั้นแกะให้นายกินบ้าง” กมลพูดเสียงดุไม่จริงจังนัก คิมจึงยอมนั่งนิ่งให้กมลแกะให้ตนเองบ้าง กมลค่อยๆแกะหอยหวานมาใส่จานให้คิม ร่างบางนั่งเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย  ลูกน้องของกมลก็รินเบียร์ใส่แก้วให้กมลอยู่เรื่อยๆ

 

 

 

“อย่ากินจนเมามากนะครับ” คิมพูดเตือนไม่ดังมากนัก เมื่อเห็นกมลนั่งดื่มไปหลายแก้วแล้ว

 

 

 

“ชั้นไม่เมาหรอก นิดหน่อยเอง” กมลตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

 

 

 

“ผมดื่มบ้างได้มั้ย” คิมพูดขอ

 

 

 

“เอาสิ” กมลตอบรับพร้อมกับเรียกลูกน้องตนเองให้รินเบียร์ใส่แก้วมาให้คิม

 

//อย่าดื่มมากจนเมาเหมือนวันนั้นนะ// กมลกระซิบบอกเบาๆ คิมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงๆ

 

 

 

“วันไหนครับ” คิมถามกลับไปอย่างสงสัย เพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าตนเองเคยเมามากๆเมื่อไร

 

 

 

//ก็วันที่เราเจอกันครั้งแรกไง// กมลกระซิบกลับมา ทำให้คิมหน้าร้อนผ่าว เพราะความทรงจำทั้งหมดย้อนกลับมาทันที

 

//ถ้าเมามากแล้วมาขอให้ชั้นกอดนาย เช้าขึ้นมาก็อย่ามาว่ากันนะ ถ้าลุกไม่ขึ้น// กมลแกล้งพูดแหย่กลับไป ทำให้คิมร้อนหน้ามากกว่าเดิม ก่อนจะหันไปหยิกขาของกมลอย่างหมั่นไส้ กมลก็ยิ้มรับไม่ได้ร้องเจ็บแต่อย่างไร

 

 

 

“คม นายดื่มเบียร์แก้วนี้แทนชั้นที ชั้นไม่ดื่มแล้ว” คิมส่งแก้วเบียร์ที่ลูกน้องของกมลพึ่งรินใส่แก้ว ยื่นให้คมที่นั่งตรงกันข้าม คมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงๆ

 

 

 

“คุณคิมไม่ดื่มเหรือครับ” คมถามขึ้น คิมส่ายหน้าไปมา

 

 

 

“ไม่ดื่มหรอก กลัวแฮงค์แล้วพรุ่งนี้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ไหว” คิมพูดอ้างไปอย่างนั้นเอง

 

 

 

“หึหึ” เสียงกมลหัวเราะขำในลำคอทำให้คนที่ร่วมโต๊ะทำหน้างง

 

 

 

“คุณกมล” คิมหันไปเรียกกมลเสียงเข้ม กมลจึงนั่งยิ้มอย่างเดียวไม่หัวเราะออกมา ทำให้หลายคนสงสัยว่ากมลคงจะล้ออะไรบางอย่างคิมแน่ๆ หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งดื่ม นั่งพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย ลูกน้องของกมลก็นั่งเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกันบ้าง สักพักคมก็ขึ้นไปส่งใบบุญให้นอน ก่อนจะลงมาตรวจดูความเรียบร้อยและช่วยกันเก็บของ กมลให้ป้านี ไหมและดา ไปพักผ่อนได้ เพราะจะให้ลูกน้องของตนเองเก็บกวาดและเคลียสถานที่ให้เอง

 

“ใบบุญหลับแล้วเหรอคม” คิมพูดถามขึ้น หลังจากที่ย้ายมานั่งเล่นที่ริมสระว่ายน้ำข้างบ้านกับกมล แล้วคมก็เดินเอาเครื่องดื่มมาให้

 

 

 

“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผมบอกให้นอนไปเลย ไม่ต้องรอ” คมตอบกลับ คิมก็ยิ้มรับ

 

 

 

“ใบบุญนี่เชื่อฟังนายดีเหมือนกันนะ” คิมพูดพร้อมกับดื่มน้ำอัดลมในแก้วด้วยท่าทีปกติ กมลกับคมหันมามองหน้ากันนิดๆ

 

 

 

“ครับ” คมตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเลี่ยงไปดูความเรียบร้อย

 

 

 

“แล้วเราจะขึ้นนอนกันได้รึยัง พรุ่งนี้จะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ใช่เหรอ” กมลถามขึ้น คิมมองหน้ากมลนิ่งๆ

 

 

 

“สัญญาก่อนว่าคืนนี้จะไม่ทำอะไรผม” คิมขอคำสัญญาจากกมลก่อน กมลยิ้มนิดๆ

 

 

 

“โอเค คืนนี้ไม่ทำอะไร แค่นอนกอดเฉยๆ ตกลงมั้ย” กมลบอกกลับเสียงจริงจัง ทำให้คิมยิ้มออกมาได้

 

 

 

“งั้นขึ้นห้องกันเถอะครับ” คิมพูดขึ้น

 

 

 

“นายขึ้นไปก่อนนะ ชั้นขอดูความเรียบร้อยของเจ้าพวกนั้นมันหน่อย” กมลพูดขึ้น คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องคนเดียว ร่างบางรีบอาบน้ำอีกครั้ง พร้อมกับเปลี่ยนชุดนอน สักพักกมลก็ตามขึ้นมาบนห้องนอน

 

“หืม อาบน้ำไวจัง กลัวชั้นจะขอเข้าไปอาบน้ำด้วยรึไง” กมลแกล้งแซว

 

 

 

“เปล่าสักหน่อย คุณเองก็อาบน้ำได้แล้วครับ เหม็นเบียร์ ชุดนอนผมเตรียมไว้ให้แล้ว” คิมพูดพร้อมกับชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าที่มีชุดนอนของกมลแขวนรอเอาไว้ กมลรู้สึกดีไม่น้อย ที่คิมคอยเอาใจใส่ดูแลตนเองแบบนี้ กมลจึงเดินมาหอมแก้มใสที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกเบาๆ

 

 

 

“ขอบคุณครับ” กมลพูดขึ้นก่อนจะคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 

กึก…

 

 

คิมชะงักทันทีเมื่อหันไปเห็นว่ากมลเปิดผ้าม่านในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ทำให้คิมมองผ่านกระจกเข้าไปเห็นกมลยืนเปลือยอาบน้ำได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวอีกครั้ง กมลหันมายกยิ้มให้คิมนิดๆ

 

 

 

“คะ..คนบ้า หน้าไม่อายจริงๆ” คิมพูดว่าก่อนจะหนีไปยืนรับลมที่ระเบียง ไม่กล้านั่งในห้องนอน เพราะกลัวว่าจะอดใจหันไปมองกมลไม่ได้ คิมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ

 

“คนอะไรก็ไม่รู้ลามกจริงๆ” คิมพูดบ่นอุบอิบแต่ริมฝีปากก็คลี่ยิ้ม ก่อนจะยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สายลมจากทะเลพัดกลิ่นอายของน้ำทะเลเข้ามาให้ได้กลิ่น สายลมที่พัดปะทะใบหน้าทำให้คิมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น คิมกำลังคิดว่าตอนนี้ตนเองมีความสุขดีแล้วหรือไม่ แต่สิ่งที่คิมรับรู้ได้คือ…

 

 

 

หมั่บ..

 

 

แรงกอดรัดจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ทำให้คิมยิ้มนิดๆแล้วหันหน้าไปมองกมลที่มากอดตนเองทางด้านหลัง

 

“นึกว่าจะแก้ผ้าเดินออกมาซะอีก ยังดีที่ใส่ชุดนอนแล้ว” คิมพูดเหน็บกมล ร่างแกร่งยิ้มรับ มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ที่หน้าท้องแบนราบของคิม

 

 

 

“ชั้นแก้ เวลาอยู่กับนายสองคนนั่นแหละน่า” กมลบอกยิ้มๆ พร้อมกับหอมแก้มใสเบาๆ คิมกอดแขนของกมลที่โอบกอดตนเองเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

 

“ได้ยินเสียงคลื่นด้วย” คิมพูดขึ้นลอยๆ กมลก็หอมแก้ม หอมซอกคอขาวไปเรื่อยๆ จนคิมต้องหดคอหนี

 

“คุณกมล เมารึเปล่าเนี่ย” คิมถามขึ้นพร้อมกับเอี้ยวหันไปมอง กมลยิ้มรับนิดๆ

 

 

 

“ถ้าชั้นเมา นายคงไม่ได้มายืนรับลมแบบนี้หรอก” กมลบอกกลับ แล้วเลื่อนมือลงไปที่ท้องน้อยของคิม

 

“โอ๊ะ” กมลร้องออกมานิดๆ แต่ไม่ได้เจ็บอะไรมากนักเมื่อคิมหยิกที่หลังมือของเขา

 

 

 

“ไม่ต้องมาเนียนเลยนะครับ” คิมว่าออกมาด้วยน้ำเสียงติดดุๆ กมลยิ้มขำ

 

 

 

“ช่วงนี้ชอบทำร้ายร่างกายชั้นจังเลยนะ แอบวางแผนอะไรรึเปล่า” กมลแกล้งถาม คิมเลิกคิ้วอย่างงงๆ

 

 

 

“วางแผนอะไรเหรอครับ” คิมถามกลับไป กมลยื่นหน้าไปใกล้ๆหูของคิม

 

 

 

“ก็วางแผนเพื่อให้ชั้นเอาคืนนายให้เจ็บมากกว่าที่นายทำชั้นเจ็บไงล่ะ” กมลพูดหยอกออกมา ทำให้คิมร้อนหน้า เพราะเข้าใจความหมายที่กมลต้องการสื่อได้ดี

 

 

 

“คนบ้า พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่อง ผมง่วงนอนแล้วล่ะไปนอนกันเถอะครับ พรุ่งนี้จะให้ผมปลุกตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นรึเปล่า”  คิมเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ซึ่งกมลเองก็รู้ทันแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเพราะไม่อยากโดนงอนเข้าซะก่อน

 

 

 

“ปลุกสิ ชั้นอยากตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกับนายนะ” กมลตอบกลับ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้ามานอน กมลรั้งคิมเข้ามากอดเอาไว้แนบอก ซึ่งคิมเองก็ขยับเข้าหาอย่างเคยชิน ทั้งสองนอนกอดกันไปเงียบๆ ไม่นานก็หลับลงไป

 

..

 

..

 

..

 

..

 

//อ๊ากกกกกก// เสียงร้องของใครบางคนดังขึ้นไม่ดังมากนักแว่วเข้ามาในห้องนอนกลางดึก ทำให้กมลลืมตาตื่นขึ้นมาทันที ร่างแกร่งมองคนในอ้อมแขนก็เห็นว่าคิมหลับอยู่ กมลจึงค่อยๆปล่อยอ้อมกอดแล้วขยับลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินออกจากห้องนอนอย่างเบาๆ กมลลงไปไปที่ชั้นล่างก็เห็นคมกำลังเดินเข้ามาในบ้านพอดี

 

 

 

“เกิดอะไรขึ้น” กมลถามเสียงเรียบ

 

 

 

“พอดีคนของเราจับหนูได้ 1 ตัวน่ะครับ รู้สึกว่าจะเป็นหนูของนายเฉิน ผมเลยให้คนจัดการแบบเบาะๆไปก่อน นายไม่ต้องห่วงหรอกครับ” คมพูดบอก

 

 

 

“อืม ขนาดชั้นมาพักผ่อน ยังไม่วายตามมารังควาน มันน่าฆ่าทิ้งยกรังนัก” กมลพูดเสียงเรียบ ก่อนจะมองหน้าคม

 

“ขอบใจแกมากที่จัดเวรยามเอาไว้ แล้วบอกทุกคนอย่ากระโตกกระตากเรื่องนี้ไป ชั้นไม่อยากให้คิมรู้ เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกกัน” กมลพูดสั่ง

 

 

 

“ครับนาย” คมตอบรับ

 

 

 

“แกเองก็ขึ้นไปนอนพักได้แล้วล่ะ ถ้าพวกนั้นมันเอาอยู่ก็ให้มันจัดการกันไปก่อน” กมลพูดขึ้น คมก็ก้มหัวรับ ก่อนที่กมลจะกลับขึ้นไปบนห้องนอนอีกครั้งเมื่อรู้ต้นเสียงแล้ว กมลถอดเสื้อคลุมพร้อมกับกลับขึ้นมาบนเตียงกว้าง

 

 

 

“อือออ..ไปไหนมาเหรอครับ” เสียงถามงัวเงียของคิมดังขึ้น

 

 

 

“ไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ นอนต่อเถอะ” กมลบอกเสียงนุ่มพร้อมกับกอดรัดร่างบางเอาไว้อย่างอ่อนโยน คิมเองก็ค่อยๆหลับลงไปด้วยความง่วงงุน กมลถอนหายใจเบาๆ เขาไม่อยากให้คิมรับรู้เรื่องนี้ เพราะกลัวว่าร่างบางจะเป็นกังวลไปด้วย

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

“คิมๆ ตื่นได้แล้ว ไม่ดูพระอาทิตย์ขึ้นรึไง หืม” เสียงปลุกของกมลดังขึ้น ทำให้คิมค่อยๆปรือตาขึ้นมาช้าๆ

 

 

 

“กี่โมงแล้วครับ” คิมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

 

 

 

“ตี 5 แล้วล่ะ อะไรกัน ไหนนายบอกว่าจะเป็นคนปลุกชั้นไง” กมลที่นอนท้าวแขนตะแคงข้างมองร่างบางถามขึ้นยิ้มๆ คิมซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งของกมลอย่างออดอ้อน ซึ่งทำไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

“ก็ผมง่วงนี่” คิมพูดบอกออกมาเสียงอู้อี้ เพราะเล่นบานาน่าโบ๊ทเมื่อวานทำให้เขาค่อนข้างเพลีย

 

 

 

“จะนอนต่อมั้ยล่ะ” กมลถามกลับ พร้อมกับยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของคิม

 

 

 

“ไม่เอาอ่ะ ผมอยากดูพระอาทิตย์” คิมพูดขึ้น ทำเอากมลหัวเราะในลำคอ เพราะคนที่บอกว่าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่ตายังกึ่งหลับกึ่งตื่น ไม่ยอมลุกจากเตียงสักที

 

 

 

“ลุกไม่ไหวรึไง” กมลแกล้งถาม คิมก็พยักหน้ารับไปส่งๆ ก่อนที่กมลจะขยับลงจากเตียงแล้ว..

 

 

 

พรึ่บ!

 

 

“อื้อออ คุณกมล ทำอะไร” คิมลืมตาขึ้นมาถามอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆร่างบางก็ลอยหวือขึ้นกลางอากาศเพราะกมลช้อนตัวของคิมมาอุ้มเอาไว้

 

 

 

“ชั้นจะพานายไปดูพระอาทิตย์ไง เรานั่งดูจากระเบียงก็เห็นชัดเหมือนกัน” กมลบอกกลับ ก่อนจะเปิดประตูระเบียง แล้วอุ้มคิมไปนั่งที่เก้าอี้ไม้แบบเอนนอนที่ตั้งอยู่ตรงระเบียง กมลนั่งเอนพิงเอาไว้พร้อมกับจับให้คิมนอนซบอกตนเอง ตอนที่อุ้มมาคิมกอดผ้าห่มติดมาด้วย ซึ่งกมลก็เอาผ้าห่มมาคลุมร่างกายของคิมและตนเองเอาไว้ เนื่องจากลมทะเลที่พัดเข้ามายังคงหนาวเย็นอยู่ ท้องฟ้ายังคงมืดสลัว แต่ก็เริ่มมีแสงจากเส้นขอบฟ้าขึ้นมานิดๆ ก่อนที่เสียงคนพูดคุยและเสียงดังกุกกักจากชั้นล่าง จะดังขึ้นมาให้คิมได้ยิน

 

 

 

“คนอื่นๆตื่นกันแล้วเหรอครับ” คิมถามเสียงแผ่วๆ ใบหน้าหวานก็ยังคงซุกกับอกของกมลอยู่

 

 

 

“อืม บางคนคงตื่นแล้วล่ะมั้ง” กมลตอบกลับ ก่อนจะหันไปมองที่ระเบียงห้องของคมกับใบบุญ เพราะได้ยินเสียงเปิดประตู คมกับใบบุญเดินออกมานั่งที่ระเบียง

 

“ตื่นแล้วเหรอใบบุญ” กมลทักขึ้น

 

 

 

“ฮะ พี่คิมล่ะฮะ” ใบบุญทักกลับเพราะมองไม่เห็นคิม เนื่องจากคิมห่มผ้าเอาไว้ทั้งตัว แถมยังซุกหน้าอยู่กับอกของกมลอยู่

 

 

 

“นอนอยู่นี่ไง บอกว่าจะดูพระอาทิตย์ แต่ไม่ยอมตื่นเลยต้องอุ้มออกมาทั้งแบบนี้” กมลพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน

 

 

 

ปึ่ก..

 

 

คิมทุบอกแกร่งของกมลอย่างหมั่นไส้

 

“ผมตื่นแล้ว แต่พระอาทิตย์มันยังไม่ขึ้นนี่นา ก็เลยพักสายตาอีกนิดเท่านั้นเอง” คิมพูดบอกออกมา พร้อมกับเงยหน้ามองกมลด้วยใบหน้างอง้ำ

 

“ใบบุญมาดูกับพี่มั้ย” คิมผงกหัวขึ้นไปถามใบบุญข้ามระเบียง

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกับใบบุญว่าจะลงไปที่ชายหาด คุณคิมไปด้วยกันมั้ยครับ” คมถามกลับมา คิมหันมามองหน้ากมล

 

 

 

“ดูตรงนี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยลงไปที่หาด” กมลบอกกลับ เพราะรู้ว่าคิมกำลังส่งสายตาเพื่อถามอยู่ คิมเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด

 

 

 

“นายพาใบบุญไปเถอะ ชั้นขี้เกียจลงไปอ่ะ” คิมตอบกลับ ทำให้กมลยิ้มออกมาอย่างพอใจเพราะรู้ดีว่าคิมเองต้องการเอาใจกมลด้วย

 

 

 

“ครับ” คมตอบรับ ก่อนจะยืนคุยกับใบบุญเบาๆ แล้วพาใบบุญกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูระเบียง เหลือเพียงกมลกับคิม ที่อยู่ตรงระเบียงห้องของตนเองกันสองคน คิมซุกตัวเข้าหากมลอีกนิดเพราะสายลมที่พัดมาปะทะ กมลก็กอดคิมเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

 

“นายนี่นะ จะทำให้ชั้นหลงไปถึงไหน หืม” กมลพูดขึ้น คิมนอนมองออกไปที่เส้นขอบฟ้า

 

 

 

“แค่หลงเหรอครับ” คิมถามกลับ กมลหอมหน้าผากเนียนของคิมเบาๆ

 

 

 

“มันไม่ใช่แค่หลง แต่มันมีความรู้สึกอื่นๆมาด้วย แต่ถ้าชั้นบอกไป นายจะเชื่อชั้นรึเปล่าล่ะ” กมลถามกลับ คิมเองก็รู้ว่าคำที่กมลจะพูดคือคำว่าอะไร

 

 

 

“เอาไว้ค่อยพูดได้มั้ยล่ะ ขอผมเตรียมใจก่อน” คิมตอบกลับ ทำให้กมลยิ้มขำ

 

 

 

“โอเค พร้อมเมื่อไรบอกด้วยนะ” กมลพูดบอก ก่อนจะกระชับอ้อมกอดเข้ามาอีก ทั้งสองนอนคุยกันเรื่องทั่วไปอยู่บนเก้าอี้เอน ถึงแม้ว่าสายลมจะเย็นแค่ไหน แต่กมลกับคิมก็รู้สึกอบอุ่นจากการกอดกันและกัน

 

 

 

ก๊อกๆ

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น กมลจึงเป็นฝ่ายเดินไปเปิด ก็พบว่าดากำลังถือถาดใส่แก้วกาแฟร้อนสองใบ

 

“พี่คมบอกว่าคุณกมลกับคุณคิมตื่นแล้ว ป้านีก็เลยให้ดาเอากาแฟมาให้ค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้น

 

 

 

“ขอบใจ” กมลตอบพร้อมกับรับถาดใส่กาแฟมาถือเอาไว้ แล้วปิดประตู ก่อนจะเดินกลับมาหาคิมที่ระเบียง

 

 

 

“ใครมาเคาะประตูเหรอครับ” คิมถามขึ้นก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นถาดกาแฟในมือของกมล

 

 

 

“ดาน่ะ เอากาแฟมาให้ ลุกมาดื่มก่อนสิ กำลังร้อนๆเลย” กมลพูดบอก คิมจึงค่อยๆขยับลุกนั่ง กมลนั่งลงที่เดิมแล้วส่งแก้วกาแฟให้คิม และวางแก้วของตนเองเอาไว้ที่โต๊ะข้างๆเก้าอี้ กมลยกขาคร่อมโอบร่างบางของคิมที่นั่งอยู่เอาไว้ แล้วให้คิมเอนตัวมาพิงอกแกร่งของเขา พร้อมกับเอาผ้าห่มคลุมช่วงขาของคิมเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

 

“ฮ้า..รู้สึกดีจังเลยครับ นั่งจิบกาแฟร้อนๆ รอดูพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้น่ะ” คิมบอกออกมายิ้มๆ เมื่อเริ่มเห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้านิดๆ

 

 

 

“ชั้นดีใจที่นายรู้สึกดี” กมลตอบกลับ พร้อมกับจิบกาแฟของตนเองไปด้วย คิมหันมามองกมลนิดๆ

 

 

 

“คุณพักผ่อนแบบนี้ล่าสุดเมื่อไรเหรอครับ” คิมถามด้วยความอยากรู้ กมลนิ่งไปนิดก่อนจะส่ายหน้าไปมา

 

 

 

“ไม่รู้สิ จำไม่ได้ แต่รู้ว่านานมาก แล้วส่วนใหญ่ที่ชั้นไป  มันจะเรียกพักผ่อนรึเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะมันจะพ่วงเรื่องงานเข้าไปด้วยทุกที” กมตอบกลับมา

 

 

 

“แล้วครั้งนี้ล่ะครับ พ่วงเรื่องงานมาด้วยรึเปล่า” คิมถามกลับทันที

 

 

 

“หึหึ ไม่หรอก ครั้งนี้ ชั้นต้องการพักผ่อนกับนายจริงๆ รับรองว่าไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน” กมลพูดบอกเสียงจริงจัง ทำให้คิมยิ้มออกมาได้ แล้วหันไปดูพระอาทิตย์ต่อ โดยที่แผ่นหลังบางก็เอนพิงอกแกร่งของกมลเอาไว้ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

2   Be   Con

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อ๊ากก ขอโทษด้วยที่ไม่มีเอนซีนะจ๊ะ คึคึ

 

รออีกคืนสิ เนอะๆ

 

ตอนนี้เรื่อยๆ เอื่อยๆ เบาๆ

ร้ายนักนะ…รักของมาเฟีย!! [Yaoi , Boy’s love]

ร้ายนักนะ…รักของมาเฟีย!! [Yaoi , Boy’s love]

มาแล้วคร่า สำหรับคู่ใหม่ในนิยาย Yaoi ของ ยอนิม ถ้าใครเคยอ่าน รักโคตรๆ โหดอย่างมึง มาก่อนแล้ว คงรู้ดีว่า “กมล” กับ “คิม” คือใคร ยังไงยอนิมก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องนะคะ อาจจะไม่สนุกนัก อาจจะซ้ำซาก ก็ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset