ลวงเล่ห์ร้ายชายาร้อยพิษ – ตอนที่ 214 จับตัว (5)

เห็นนางไม่เป็นอะไรเลย การเคลื่อนไหวหมดจดและจัดการกับคนของเขาอย่างไร้สุ้มเสียงในเวลาอันสั้น เขาก็รู้แล้วว่าตนเองถูกซ้อนแผน

 

 

เริ่มตั้งแต่เจิ้งหยางได้เสื้อเปื้อนเลือดตัวนั้น ชิวเยี่ยไป๋ก็ขุดหลุมพรางเตรียมไว้แล้ว

 

 

นางคำนวณแล้วว่าเขาต้องได้เสื้อเปื้อนเลือดตัวนั้นแน่ จากนั้นก็จะสันนิษฐานว่าเป็นเสื้อของนาง ตัดสินว่านางได้รับบาดเจ็บไม่เบา ขณะเดียวกันก็คำนวณแล้วว่าก่อนที่นางจะถึงหมู่บ้านซิ่งฮวาเขาต้องวางกับดักรอจับนาง

 

 

“เช่นกันๆ คุณชายใหญ่เก่งกาจสามารถขนาดนี้ ในเมื่อเช้านี้ก็จำได้แล้วว่าคนที่ปลอมตัวหลบหนีก็คือข้า จะค้นไม่พบเหล่าเจอกูได้อย่างไร และเจ้าก็คำนวณไว้แล้วมิใช่หรือว่า ต่อให้วางตาข่ายฟ้าไว้ในหมู่บ้านซิ่งฮวา ข้ายังคงต้องเสี่ยงมาให้ได้ ข้าก็แค่ให้เบาะแสผิดพลาดเล็กน้อยแก่เจ้าเท่านั้นเอง” ชิวเยี่ยไป๋หัวร่อเบาๆ แล้วดึงม่านประตูอย่างไม่ใส่ใจ เช็ดคราบเลือดบนกระบี่ช้าๆ

 

 

เหมยซูแววตาวิบวับ นั่นนะสิ เขาได้รับเบาะแสที่ผิดพลาด…เสื้อเปื้อนเลือดตัวนั้น

 

 

ถ้ามิใช่คิดว่านางได้รับบาดเจ็บ เขาย่อมไม่มีทางขังเหล่าเจอกูไว้แล้ววางตาข่ายฟ้ารอดัก หากแต่จะวางแผนละเอียดกว่านี้และยังมีกระบวนท่าโหมโรงด้วย

 

 

“เย่ไป๋ เจ้าเชี่ยวชาญการเคลื่อนไหวทีหลังแต่สยบคนก่อน หึๆ” เหมยซูหัวร่อเบาๆ นี่เป็นความสะเพร่าของตนเอง เขายอมรับ

 

 

เชิญท่านเข้าไห แต่ ‘ท่าน’ คนนี้ไม่เข้า แต่ตรงมาจับคนที่ก่อไฟสร้างไห

 

 

การจับตัวเขาคือเป้าหมายของนางตั้งแต่แรก และหลอกใช้จุดบอดทางความคิดของพวกเขา

 

 

คนที่สามารถคำนวณเหนือแผนการของเขามีไม่มาก แต่ยิ่งเป็นคนที่มือถือกระบี่เปื้อนเลือดฉลาดกลอกกลิ้งเช่นชิวเยี่ยไป๋ ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี ล้วนน่าลุ่มหลง

 

 

“เอาล่ะ เรามาพูดธุระกันดีกว่า” ชิวเยี่ยไป๋ยิ้มน้อยๆ กล่าวดีๆ ว่า “เหมยซู เจ้าจะมาเป็นตัวประกันเองแต่โดยดี ให้ลูกน้องเจ้าช่วยข้าพาเหล่าเจอกูออกไป หรือว่าจะรอให้ข้าซัดเจ้าให้จั๋งหนับก่อน แล้วค่อยลากเจ้าเหมือนสุนัขไปบังคับให้ลูกน้องเจ้าปล่อยตัวเหล่าเจอกู แถมยังให้เจ้าขายหน้าด้วย”

 

 

“บังอาจ ไอ้สารเลว ถึงกับกล้าพูดเช่นนี้กับนายข้า ตายเสียเถอะ!” ชิงเหลียนโกรธจัด ยกมือชักมีดในแขนเสื้อโถมเข้าใส่ชิวเยี่ยไป๋ทันที

 

 

ในจิตใจของนางเทิดทูนเหมยซูดุจเทพเจ้า ใครจะมาลบหลู่มิได้ และนางก็ไม่เคยเห็นใครกล้าพูดกับนายของตนเช่นนี้

 

 

ถิงอวิ๋นเห็นชิงเหลียนโถมออกไปก็ตกใจ คิดจะขวางไว้แต่ไม่ทันการ

 

 

ชิวเยี่ยไป๋เห็นชิงเหลียนกำมีดแทงใส่อกและท้องของตนอย่างดุดัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย “จิ๊ คนงามดั่งจันทรา จนใจที่ตกคูคลอง น่าสงสารจริง”

 

 

แม้น้ำเสียงและวาจาจะเปี่ยมด้วยความสงสาร แต่กลับยกเท้าถีบใส่ท้องน้อยของชิงเหลียนอย่างไม่เกรงใจ

 

 

การเคลื่อนไหวของชิวเยี่ยไป๋ตรงไปตรงมา ถึงกับไม่มีกระบวนท่าใดๆ แต่ชิงเหลียนเห็นชัดๆ ว่าเท้ากำลังจะถีบใส่ท้องน้อยของตน กลับไม่รู้ว่าจะหลบอย่างไร และแล้วจึงถูกถีบใส่อย่างแรง

 

 

ชิงเหลียนรู้สึกปวดแปลบที่ท้องน้อย ร่างบินกลับไปอย่างควบคุมมิได้ กระแทกใส่ผนังอย่างแรงไม่ทันครางสักคำก็ทรุดลงหมดสติไป

 

 

ถิงอวิ๋นกับเหมยซูได้ประจักษ์แก่สายตาอีกครั้งถึงผลลัพธ์ของพลังฝีมือที่ต่างกันจนสุดกู่…หนึ่งพลังต้านสิบ

 

 

เท้านั้นแม้แต่ดูก็รู้ว่าเจ็บ ถิงอวิ๋นหน้าซีดอย่างไม่รู้ตัว ส่วนเหมยซูหน้าเครียดลง ถึงอย่างไรชิงเหลียนก็เป็นหญิงรับใช้ประจำตัว แววตาที่มองดูชิวเยี่ยไป๋จึงเย็นเยียบและคมวาว

 

 

ชิวเยี่ยไป๋เหมือนไม่รู้สึก แม้แต่ชิงเหลียนที่ถูกถีบสลบคาเท้าก็ไม่มอง เพียงยิ้มน้อยๆ พูดกับเหมยซูต่อ “เหมยซู จงอย่าได้ทดสอบความอดทนของข้า เจ้าน่าจะรู้ว่า ‘ความแค้นเก่าก่อน’ ระหว่างเจ้ากับข้าในถ้ำหิน ข้ายินดีที่จะให้เจ้าพูดไม่ได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือเจ้าอยากให้ข้าฆ่าคนรอบตัวเจ้าที่รู้ ‘ความแค้นเก่าก่อน’ ให้หมด”

 

 

แม้ถิงอวิ๋นจะไม่รู้ว่าผู้เยาว์ที่งามสง่าผู้นี้กำลังพูดอะไรกับนายของตน แต่ซากศพกองพะเนินข้างนอกและชิงเหลียนที่กองอยู่กับมุมห้องเป็นตายยังมิรู้ ทำให้เขารู้ว่าชิวเยี่ยไป๋มิได้ขู่

 

 

เขาหน้าซีดกว่าเดิมแต่ไม่พูด

 

 

เหมยซูเห็นจิตสังหารที่ไม่ปิดบังในตานาง เขาแววตาวิบวับพลันกล่าวว่า “ได้ ข้าไปเอง”

 

 

ถิงอวิ๋นตกใจ เอื้อมมือฉุดเหมยตามสัญชาตญาณ “นายท่าน ไม่ได้!”

 

 

เพิ่งขาดคำ ประกายเย็นเยียบสายหนึ่งก็ฟาดใส่แขนของเขา เลือดสดๆ ทะลักในพริบตา

 

 

ถิงอวิ๋นกุมแขนด้วยความเจ็บปวด ถลึงตาใส่ชิวเยี่ยไป๋ด้วยความตกใจและโกรธแค้น “เจ้า…”

 

 

“หุบปาก” ชิวเยี่ยไป๋จ้องเขาอย่างเย็นชา แววตาเป็นแววของชาวยุทธจักรที่นิยมการจบบุญคุณความแค้นด้วยการประหัตประหารอย่างหมดจด เป็นความป่าเถื่อนและคาวเลือดที่มินำพาต่อกฎหมายหรือเหตุผล

 

 

ไม่ว่าเปลือกนอกจะสุภาพเช่นไร นางยังคงเป็นชาวยุทธจักรที่เติบโตมากับร้อนหนาวของยุทธจักร มิใช่เติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ทะนุถนอมฟูมฟักหรือระเริงไปกับสุราและความฟุ้งเฟ้อเฉกเช่นบุตรหลานตระกูลใหญ่หรือสตรีสูงศักดิ์ ความโหดเหี้ยมถึงเลือดถึงเนื้อของชาวยุทธจักร นางไม่เคยแสดงออกก็จริงอยู่แต่มิได้หมายความว่านางไม่มี

 

 

ถิงอวิ๋นตกใจจนหยุดกับที่ ไม่พูดและเบือนหน้าหนี

 

 

เหมยซูแลดูชิวเยี่ยไป๋และเดินเข้าหานางช้าๆ ดวงตาฉายแววลุ่มหลงวูบหนึ่ง ใช่แล้ว ต้องอย่างนี้สิ นกเหยี่ยวสมควรมีความเหี้ยมเกรียมป่าเถื่อนเช่นนี้

 

 

เห็นเหมยซูยืนอยู่เบื้องหน้าตน แม้อีกฝ่ายจะสูงกว่าตนหนึ่งศีรษะ แต่ชิวเยี่ยไป๋ไม่รู้สึกผิดแปลก เพียงยกมือก็ดัดแขนเหมยซูกลับหลังหันใช้คมกระบี่ในมือพาดคออย่างไม่เกรงใจ

 

 

“ไป!”

 

 

นางไม่ชอบสายตาที่เหมยซูมองตน แววตาเช่นนั้นทำให้นางนึกถึงไป๋หลี่ชูอย่างน่าประหลาด

 

 

น่าชังจริง!

 

 

ถ้าเป็นไป๋หลี่ชู ยามนี้เกรงว่าคงไม่ถูกนางข่มขู่ด้วยกระบี่แล้ว ต่อให้พลังฝีมือของเขาสู้ตนไม่ได้ คนจิตวิปริตนั่นอาจมินำพาด้วยซ้ำ อาจยอมเสี่ยงกับการถูกนางสับตายก็ต้องโถมจับนางให้ได้

 

 

นางลืมคืนนั้นไม่ลง ขณะมีดสั้นในมือแทงทะลุหัวไหล่ของไป๋หลี่ชู

 

 

ใบหน้าที่ลิงโลดด้วยความกระหายเลือด แววตาเป็นประกายจนน่าขนลุก

 

 

นางจัดการกับคนสุดยอดความวิปริตอย่างไป๋หลี่ชูไม่ไหว ถ้ายังจัดการกับคนปกติเช่นเหมยซูไม่ได้อีก นางคงมีชีวิตที่เปล่าประโยชน์แล้ว!

 

 

ยามนี้ชิวเยี่ยไป๋ยังมิได้พบว่า ไม่ว่าไป๋หลี่ชูจะใช้วิธีการใดก็ตาม ไม่ว่าชิงชังหรือชมชอบ เขาได้ประทับความทรงจำอย่างลึกซึ้งถึงกระดูกแก่ชีวิตนางไปแล้ว

 

 

ชิวเยี่ยไป๋บังคับเหมยซูลากตัวออกไปอย่างแข็งขืน ซึ่งย่อมเป็นที่สังเกตของบรรดาองครักษ์บ้านตระกูลเหมยและพวกทหารเป็นธรรมดา ถึงอย่างไรคนเฝ้าบ้านนี้ก็ไม่มากนัก กำลังส่วนใหญ่ถูกโยกไปด้านเหล่าเจอกู

 

 

เป็นดั่งที่ชิวเยี่ยไป๋คาดการณ์ไว้ ในมือของนางมีตัวประกันเช่นเหมยซู พวกองครักษ์และทหารทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยันกันครู่หนึ่งก็ถูกนางออกคำสั่งให้พาเหล่าเจอกูออกมา

ลวงเล่ห์ร้ายชายาร้อยพิษ

ลวงเล่ห์ร้ายชายาร้อยพิษ

ลวงเล่ห์ร้ายชายาร้อยพิษ
Score 7.2
Status: Ongoing Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง ลวงเล่ห์ร้ายชายาร้อยพิษนับแต่ลืมตาดูโลกอีกครั้งในยุคโบราณ นางก็ใช้ชีวิตในฐานะ ชิวเยี่ยไป๋ คุณชายสี่แห่งตระกูลชิวผู้เป็นที่เกลียดชังผู้ถูกขับไล่ไสส่งให้ออกไปเผชิญความโหดร้ายของโลกภายนอกตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยคำทำนายที่ว่าบุตรีคนที่สี่ของตระกูลจะนำความหายนะมาสู่ตระกูลและบ้านเมือง จึงเป็นเหตุให้นางจำต้องปกปิดความจริงเพื่อหลบเลี่ยงมิให้ถูกสังหารหรือถูกขายไปเป็นนางคณิกาหลวง หลังจากผ่านการเคี่ยวกรำนานัปการจนนางได้ก้าวขึ้นเป็นประมุขแห่งหอซ่อนกระบี่ในยุทธภพ กลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน นางก็ตัดสินใจหวนคืนกลับตระกูลเพื่อกลับมาทวงความยุติธรรมให้กับตนเอง จวบจนนางได้พบกับ องค์หญิงเซ่อกั๋ว องค์หญิงคนงามผู้มากด้วยปริศนา ขึ้นชื่อลือชาด้านความโหดเหี้ยมอำมหิตและนิสัยวิปริตจนใครต่อใครล้วนประหวั่นพรั่นพรึง หนำซ้ำยังรังเกียจสตรียิ่งกว่าสิ่งอื่นใด และได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างขององค์หญิงผู้นี้เข้า นับแต่นั้นชีวิตของนางจึงต้องเข้าไปพัวพันกับ ‘เขา’ และก้าวเข้าสู่วังวนแห่งการชิงอำนาจที่เปรียบดุจคลื่นใต้น้ำในราชสำนัก!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset