ลาก่อน คุณสามี – ตอนที่ 72 การแสดงความรักของผม

หลังจากกัดจนพอใจเจ้าตัวน้อยก็ยอมปลอยแล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “คุณย่าทวดบอกว่าการกัดคือการแสดงความรักไม่ใช่เหรอฮะ ผมก็เลยแสดงความรักในแบบของผมไง”

“…” อยู่ๆ เฉินเป่ยชวนที่เพิ่งลำพองใจอยู่เมื่อครู่ก็พูดอะไรไม่ออก ฟันของเจ้าหนุ่มน้อยแหลมคมมาก ถ้าออกแรงกัดมากกว่านี้อีกหน่อยตอนนี้คงต้องมีการเสียเลือดกันบ้าง

เฉียวชูเฉี่ยนไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ชัดเจนเลยว่าเจ้าตัวน้อยใช้เหตุผลนี้เพื่อแก้แค้นเป็นการส่วนตัว พอเหลือบมองรอยประทับที่เห็นเด่นชัดตรงแขนของเฉินเป่ยชวนแล้วก็นึกอยากหัวเราะแต่ก็เกรงใจ

“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ไม่เป็นไร เขี้ยวของลูกหมาอ่อนหัดอย่างนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

เฉินเป่ยชวนปล่อยแขนเสื้อลงมา มันเจ็บ!

มื้อค่ำที่ก่อนหน้านี้ดูอึดอัดเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้ พอจบมื้ออาหารท่านผู้หญิงก็พาเธอไปที่ห้องนั่งเล่น

“ยายหนูเอ๊ย หนูกับเป่ยชวนอาจจะต้องเร่งมือหน่อยนะ”

“เร่งมือ?”

เฉียวชูเฉี่ยนงุนงงเล็กน้อย เร่งมือเรื่องอะไรหรือ?

“ใช่ หนูต้องเร่งมือ… เร่งทำน้องให้มาเป็นเพื่อนจิ่งเหยียนสักคน หนูลองดูบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องอยู่มากมายนี่สิ มันว่างเปล่าแค่ไหนเมื่อมีคนอาศัยอยู่แค่ไม่กี่คน ถ้ามีเพิ่มอีกสักคนสองคนคงจะมีชีวิตชีวามากขึ้น”

แม้ว่าตอนนี้คนหนุ่มสาวจะไม่ได้มีลูกถึงห้าหกคนเหมือนรุ่นท่าน ทว่าอย่างน้อยมีลูกได้สองคนก็ยังดี

เมื่อรู้ว่าท่านหมายถึงอะไรใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อ เส้นประสาทในสมองก็เริ่มขึงตึงขึ้นในทันใด เพราะเมื่อตอนบ่ายเธอกับเฉินเป่ยชวนไม่ได้มีการป้องกันใดๆ ทั้งนั้น ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือเธอกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาที่อันตราย

“คุณย่าคะ หนูจำได้ว่าสือเซี่ยนัดให้หนูไปหาเธอที่บ้าน หนูขอตัวออกไปก่อนนะคะ”

“แต่นี่มันดึกแล้วนะยายหนู ถ้าหากว่าเกิดอันตรายขึ้นจะทำยังไง”

ท่านผู้หญิงฟังแล้วรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา เพิ่งจะผ่านพ้นอันตรายมาได้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกล่ะ?

“คุณย่าไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเรียกแท็กซี่ไปกลับค่ะ แป๊บเดียวเอง”

พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากมอบหมายงานให้เลขานุการในห้องทำงานแล้ว เฉินเป่ยชวนก็ตั้งใจจะเรียกใครบางคนให้ขึ้นมาพักผ่อน แต่ปรากฏว่าในห้องนั่งเล่นเหลือคุณย่าอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

“เฉี่ยนเฉียนล่ะครับ?”

“ยายหนูบอกว่ามีนัดกับสือเซี่ยเลยไปหาเธอที่บ้าน… เป่ยชวน เธอลองตามไปดูให้แน่ใจหน่อยสิว่าจะไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้น”

ไม่ใช่ว่าวันนี้เพิ่งเจอเหยียนสือเซี่ยไปหรือ ทำไมถึงออกไปเจอกันอีก?

“เข้าใจแล้วครับ” พูดจบเขาก็คว้าเสื้อโค้ท เดินออกไปสตาร์ทรถที่อยู่ข้างนอกแล้วบึ่งออกไป

เฉียวชูเฉี่ยนนั่งอยู่ในรถแท็กซี่พลางมองซ้ายมองขวาไปเรื่อยๆ บริเวณคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลเฉินนั้นค่อนข้างเงียบ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้มีแต่คนที่มีฐานะร่ำรวยและมีหมอประจำตระกูลที่ถูกเรียกมา บริเวณใกล้ๆ จึงไม่มีร้านขายยาเลยสักร้าน เธอเลยต้องเรียกแท็กซี่ออกมาเพื่อหาซื้อยาแบบนี้

เมื่อสายตามองไปเห็นว่าตรงหัวมุมข้างหน้ามีร้านขายยาอยู่ เธอจึงรีบหันไปบอกคนขับรถที่อยู่ด้านหน้าว่า “ช่วยจอดที่ข้างทางนี่ด้วยค่ะ”

พอลงมาจากรถเฉียวชูเฉี่ยนก็หน้าแดงแถมหัวใจยังเต้นแรง เธอโตขนาดนี้แล้วแต่ก็เพิ่งเคยซื้อยาคุมฉุกเฉินเป็นครั้งแรก ยิ่งตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้วจึงรู้สึกว่าการเข้าไปซื้อยาคุมเป็นเรื่องที่น่าอายเป็นอย่างมาก

มายบัคขับออกมาด้วยความเร็ว เขารู้ว่าบ้านของเหยียนสือเซี่ยอยู่ที่ไหน ผู้หญิงคนนี้มีเรื่องอะไรกันแน่ถึงได้ยืนกรานจะออกมาตอนค่ำมืดแบบนี้

ขณะที่กำลังจะเหยียบคันเร่งหลังเห็นสัญญาไฟเขียวข้างหน้า จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคย เฉียวชูเฉี่ยน!

รองเท้าหนังที่ตัดเย็บด้วยมือเหยียบลงไปที่เบรกอย่างแรงจนล้อยางเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดัง ทำให้คนขับรถคันข้างหลังตกใจเหงื่อไหลซึม เพราะถ้าหากรถเกิดไปจูบก้นรถหรูคันนี้ขึ้นมา คนธรรมดาอย่างเขาคงไม่มีทางรับผิดชอบไหวแน่ๆ

หลังจากจอดรถเทียบเข้าข้างทาง สายตาที่แหลมคมของเขาก็หันไปมองเฉียวชูเฉี่ยนที่เดินเข้าไปในร้านยา เธอมาทำอะไรที่ร้านขายยา?

ในร้านยา เฉียวชูเฉี่ยนเดินไปยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์แล้วแสร้งทำเป็นมองไปรอบๆ จากนั้นพนักงานก็ถามยิ้มๆ ว่า “คุณผู้หญิงต้องการยาอะไรไหมคะ”

“ฉัน… ฉันอยาก… อยากได้ยาคุมกำเนิด”

ทันทีที่พูดสามคำสุดท้ายออกไปเธอก็รู้สึกได้ว่าเลือดในกายกำลังสูบฉีดขึ้นมาบริเวณใบหน้า รู้สึกเหมือนความอับอายขายหน้าเรื่องที่เพิ่งผ่านการร่วมรักปรากฏอยู่บนสีหน้าของเธอ

แต่พนักงานสาวกลับยังทำตัวสบายๆ “คุณต้องการแบบธรรมดาหรือว่าแบบฉุกเฉินคะ”

“ฉะ… ฉุกเฉินค่ะ”

“ยาคุมฉุกเฉินนี่ต้องใช้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์นะคะ ไม่อย่างนั้นจะรับประกันประสิทธิภาพของยาไม่ได้”

เฉียวชูเฉี่ยนรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก ไม่ต้องพูดถึง 72 ชั่วโมง ต่อให้เป็นภายใน 7 ชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา

“ฉันเอาแค่เม็ดเดียวค่ะ”

หลังจากบอกไปอย่างอึดอัดเธอก็รีบควักธนบัตรใบละหนึ่งร้อยหยวนออกมา คิดในใจว่าจะรีบๆ จ่ายเงินแล้วรีบไป ทว่าพนักงานขายยากลับกระตือรือร้นเกินเหตุและหยิบยาคุมกำเนิดอีกชนิดหนึ่งขึ้นมาแนะนำ

“คุณผู้หญิง ยาคุมฉุกเฉินมีผลข้างเคียงต่อร่างกายค่อนข้างมาก ฉันเลยขอแนะนำให้คุณซื้อยาคุมแบบปกติไปอีกกล่อง กินก่อนนอนทุกวันวันละหนึ่งเม็ด เทียบกันแล้วผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก เป็นผู้หญิงควรจะดูแลร่างกายตัวเองให้ดีนะคะ”

“…”

เมื่อตอนกลางวันนี้มันเป็นเพียงเหตุสุดวิสัยจริงๆ พอจิตใจปลอดโปร่งชัดเจนเธอก็คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตัวเองจะทำอะไรยุ่งๆ แบบนั้นลงไป

“คุณผู้หญิงคะ ฉันไม่ได้แนะนำเพราะอยากขายยาของที่ร้านนะคะ แต่ฉันเป็นห่วงสุขภาพของคุณน่ะค่ะ เพราะถ้ากินแต่ยาคุมฉุกเฉินไปเรื่อยๆ ระบบต่อมไร้ท่ออาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต”

“ฉันเอาค่ะ”

เฉียวชูเฉี่ยนกำลังควักธนบัตรใบละหนึ่งร้อยหยวนออกมาอย่างรู้สึกอับอายเหลือเกิน ทำไมเธอถึงรู้สึกราวกับว่าจะมีการร่วมรักกันทุกๆ วันนะ

“เรียบร้อยค่ะ”

พนักงานสาวคิดเงินด้วยรอยยิ้ม เฉียวชูเฉี่ยนมองไปที่ยาตัวอื่นๆ อย่างเก้อเขิน แล้วทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบหันไปถามพนักงานสาวว่า “จริงด้วย ที่นี่มียาที่ช่วยสมานแผลไหมคะ”

“มีค่ะ รอสักครู่นะคะ”

พนักงานสาวหยิบยาจากตู้ยามาหนึ่งกล่องแล้วยื่นมาให้ “ครีมตัวนี้มีส่วนผสมของยาทิเบตและเป็นสูตรลับเฉพาะ ใช้ทาบริเวณแผล มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อที่เห็นผลได้ชัดมากค่ะ”

“แล้วมียาแก้คันไหมคะ เวลาสะเก็ดแผลใกล้จะหลุดออก ตรงรอบๆ แผลมันจะคันน่ะค่ะ” ครั้งล่าสุดเฉินเป่ยชวนบอกว่าคันแผลมากจนอยากจะเกา

“มีค่ะ ลองสเปรย์อันนี้ไหมคะ ช่วยบรรเทาอาการคันได้ผลชะงัดดีมาก”

หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เฉียวชูเฉี่ยนก็เดินออกจากร้านขายยาและชนเข้ากับแผ่นอกกว้างที่แข็งแรงเข้าอย่างจัง

เมื่อรู้สึกเหมือนได้กลิ่นที่คุ้นเคยเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ แล้วก็เห็นว่าเป็นเฉินเป่ยชวนอย่างที่คิด เขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

“คุณมาทำอะไรที่ร้านขายยาหรือ?”

เธอบอกว่าจะไปหาเหยียนสือเซี่ยที่บ้านไม่ใช่หรือ?

เธอส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในใจ ถ้าบอกเขาว่าเธอลนลานออกมาเพื่อซื้อยาคุมกำเนิดก็ไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้จะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีก เธอจึงพยายามสงบสติอารมณ์อย่างเต็มที่และหยิบครีมทาแผลและสเปรย์แก้คันที่เพิ่งซื้อออกมา

“ฉันเพิ่งเห็นว่ามีร้านขายยาอยู่ข้างทางก็เลยนึกถึงแผลของคุณขึ้นมาได้ ฉันขอให้คุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลคุณก็ไม่ไป แถมแผลของคุณยังปริแตกอยู่บ่อยๆ เลยต้องรีบรักษาแผลให้หายเร็วๆ”

“ครีมนี่ทาแล้วจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น ยังมีสเปรย์นี่อีก คุณบอกว่าคุณคันแผลไม่ใช่หรือ ฉีดแล้วอย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาอาการคันได้บ้าง รอจนสะเก็ดแผลหลุดหมดก็จะไม่คันแล้ว”

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉียวชูเฉี่ยนคิดว่าการโกหกน่าจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น โชคดีที่อยู่ๆ เธอก็นึกถึงเฉินเป่ยชวนขึ้นมา ไม่อย่างนั้นตอนนี้ไม่ว่าจะเอาเหตุผลอะไรมาอ้างก็คงตายแน่ๆ

ลาก่อน คุณสามี

ลาก่อน คุณสามี

ความทรงจำของปลาอยู่ได้แค่ 7 วินาที แต่ฉันกลับรักคุณมาถึง 7 ปี ……………..เฉียวชูเฉี่ยน เฉียวชูเฉี่ยนไม่คิดเลยว่าวันแรกที่เธอมาถึงประเทศจีน เธอจะได้พบกับอดีตสามีของเธอ……….เฉินเป่ยชวน มีข่าวลือมาว่า เจ้าของกิจการสถานบันเทิงอย่างเฉินเป่ยชวน เป็นคนที่มีนิสัยแปลกๆ และไม่สนใจผู้หญิง แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยแต่งงานและเคยหย่ามาก่อน ซ้ำยังมีลูกแล้วอีกด้วย “ใคร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในขั่วโลกเหนือ “เป็น…….เป็นลูกของฉันเอง” “อ่อ ถ้างั้นคุณเลขาเฉียวสาธิตผมหน่อยสิว่าทำยังไง” เขาหยุดคำพูดของเขา และก้าวเข้าไปหาเธอ ทำให้เธอไปไหนไม่ได้ดวงตาของชายหนุ่มมืดลงทันที คุณลุงลู่ฉีเหรอ? “………” เธอ ซวย แล้ว! เฉียวชูเฉี่ยน เด็กน้อยเฉียวจิ่งเหยียนไม่ทำตาม และเข้าไปกัดต้นขาของเขา “ปล่อยหม่ามี๊ของผมนะ ผมเป็นลูกของหม่ามี๊และคุณลุงลู่ฉี ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset