ลำนำบุปผาพิษ – ตอนที่ 961-962

บทที่ 961+962

บทที่ 961 หรือเป็นสวรรค์ลงทัณฑ์?!

ที่นี่คือผาสูงแห่งหนึ่ง ทุกคนยืนอยู่บนหน้าผา ในที่สุดก็สามารถพักหายใจพลางหันกลับไปมองได้

ตำแหน่งที่พวกเขายืนนี้ไม่เลวเลย มองลงไปเห็นสถานการณ์โดยรอบได้พอดี เมื่อพวกเขามองจากทิศนี้ไป สามารถมองเห็นเมืองร้างแห่งนั้นที่ถูกหิมะและน้ำแข็งกลบฝังไปจนสิ้นได้ พื้นที่ตรงนั้นดั่งทะเลหิมะที่ซัดสาด มองแล้วค่อนข้างน่าหวาดหวั่น

มีเสียงคำรามแผ่วๆ แว่วมาจากส่วนลึกใต้พสุธา ราวกับสัตว์ประหลาดที่เดิมที่หลับลึกอยู่กำลังจะตื่นขึ้นมา มีไอหยินชั่วร้ายทะลักออกมาจากใต้พื้น…

แย่แล้ว!

เกรงว่าเจ้าสัตว์ประหลาดดุร้ายตัวนั้นคงถูกรบกวนจนตื่นขึ้นมาแล้ว!

กู้ซีจิ่วกำหมัด

ประหลาดนัก ที่แท้สายฟ้าที่ผ่าลงมาฟากฟ้านั้นมาจากไหนกันแน่?!

หรือเป็นสวรรค์ลงทัณฑ์?!

เธอคิดยังไม่ทันจบ จู่ๆ หลานไว่หูที่อยู่ข้างกายก็กระซิบออกมา “ดูเมฆสิ!”

ทุกคนเงยหน้าขึ้นตามเสียง จากนั้นก็ตกตะลึงกันถ้วนหน้า!

บนท้องฟ้า ท่ามกลางหมู่เมฆ มังกรเจียว[1]สีเงินตัวหนึ่งกำลังเหินร่อนอยู่ และบนหลังของมังกรเจียวก็มีดรุณีในชุดชาววังนางหนึ่งยืนอยู่

ดรุณีนางนั้นสวมชุดฝ่ายในสีนวลจันทร์ปักลายหงส์ กระโปรงซ้อนเป็นชั้น เมื่อต้องลมคราหนึ่ง แต่ละชั้นที่ซ้อนกันจะเผยอออก ปานดอกบัวดอกหนึ่งที่โยกไหวอยู่กลางสายลม แถบแพรยาวสีเดียวกันสองเส้นโบกสะบัดอยู่รอบกายนาง วนเวียนดั่งมังกร เส้นผมดำขลับดุจขนกา เกล้าขึ้นครึ่งหนึ่งปล่อยสยายครึ่งหนึ่ง ลอยพลิ้วอยู่ด้านหลังนาง

เนื่องจากอยู่ห่างไกล ทุกคนจึงมองไม่เห็นใบหน้านาง เพียงรู้สึกได้รางๆ ว่าสตรีผู้นี้สูงส่งงดงามและเยือกเย็นยิ่งนัก

นางยืนอยู่บนหลังมังกรเจียว มือหนึ่งจับเขามังกรค้ำร่างไว้ มืออีกข้างทำมุทราร่ายอาคม พริบตาเดียวสายฟ้าสีทองเส้นหนึ่งก่อตัวขึ้นจากปลายนิ้วของนาง นางชี้ลงไปด้านล่างทันที!

‘เปรี้ยง’ เป็นเสียงของสายฟ้าที่ผ่าลงไป!

ผ่าลงตรงเขตแดนที่กำลังโหมซัดสาดอยู่ ด้วยเหตุนี้ม่านหมอกหิมะตรงนั้นจึงฟุ้งขึ้นสูงกว่าเดิม เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อยู่ลึกลงไปในใต้ดินนั้นดังยิ่งขึ้น..

ในที่สุดกู้ซีจิ่วก็เข้าใจแล้ว

ไม่แปลกเลยที่เขตแดนจะทรุดตัวลง ไม่แปลกเลยที่เสาธงจะถูกผ่า ที่แท้มิใช่สวรรค์ลงทัณฑ์อันใด แต่เป็นกระบวนท่าอันดุเดือดที่สตรีผู้นี้สำแดงออกมา!

วรยุทธ์ของกู้ซีจิ่วในยามนี้ถึงแม้จะมิได้สูงส่งเลิศล้ำ แต่สายตายังคงแหลมคมยิ่งนัก มองแวบเดียวก็ทราบว่ากระบวนท่าที่สตรีผู้นี้สำแดงออกมาไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยที่สุดก็เป็นวรยุทธ์ในระดับพลังวิญญาณขั้นเก้า และมองจากกระบวนท่าที่นางสำแดงออกมา คาดไม่ถึงว่าจะเป็นพลังวิญาณธาตุสายฟ้าที่พบเห็นได้ยากเป็นที่สุด

สตรีนางนี้คือผู้ใด?

สำหรับยอดฝีมือของทวีปนี้ซีจิ่วรู้จักไม่น้อยแล้ว ในข้อมูลทั้งหมดที่เธอได้รับมา ปัจจุบันสตรีที่มีระดับพลังวิญญาณสูงสุดในทวีปนี้คือฮวาอู๋เหยียน พลังวิญญาณที่นางฝึกฝนคือธาตุน้ำ

รองลงมาคือสาวใช้ประจำตัวตี้ฝูอี ได้ยินว่าข้างกายตี้ฝูอีมีสาวใช้อยู่สี่นาง พลังวิญญาณของแต่ละนางชวนตะลึง เพียงแต่พวกนางเผยโฉมน้อยยิ่ง และแทบจะไม่แสดงฝีมือเลย ดังนั้นบนโลกนี้คนที่ทราบตื้นลึกหนาบางของพวกนางจึงมีน้อยคนนัก และไม่ทราบว่าพวกนางฝึกฝนถึงขั้นไหนแล้ว…

สตรีผู้ขี่มังกรเจียวอยู่บนฟ้ายามนี้ย่อมมิใช่ฮวาอู๋เหยียน เช่นนั้นนางคือผู้ใด? หรือจะเป็นหนึ่งในสาวใช้ประจำตัวของตี้ฝูอี?

เพียงแต่มองจากจากการแต่งการแล้วมิคล้ายว่าจะเป็นสาวใช้อันใด เหมือนพวกองค์หญิงมากกว่า…

เห็นได้ชัดว่าสตรีนางนั้นก็มองเห็นคนทั้งแปดที่เพิ่งหนีออกมาจากเขตแดนนั้น แต่นางก็เหลือบมองกลุ่มของกู้ซีจิ่วอย่างเฉยเมยแวบเดียวเท่านั้น ไม่สนใจอีกต่อไป นิ้วมือค่อยๆ กรีดกรายร่ายอาคมให้สายฟ้าอีกเส้นผ่าลงไป…

เสียงดังตูมตามนั่นทำให้พื้นดินทั้งผืนสั่นสะเทือนไปด้วย

สีหน้ากู้ซีจิ่วแปรเปลี่ยนทันที เธอหูดีจนน่าตกใจ จึงได้ยินเสียงที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวายดังขึ้นมาจากใต้ดิน คล้ายว่าผีดิบนับไม่ถ้วนกำลังหาทางเล็ดรอดออกมา…

สายฟ้าที่สตรีนางนั้นผ่าลงมามิใช่ดาบปราบมาร แต่ศาสตราวุธที่ตัดโซ่ตรวนของมวลมาร สายฟ้าของนางไม่อาจกำจัดมารได้ ซ้ำยังเป็นการปล่อยมารเหล่านั้นออกมาอีก!

————————————————————————————-

บทที่ 962 ไม่คาดคิดเลย

“หยุดมือ!” เยี่ยนเฉินตะโกนออกไปในทันใด

เสียงนี้ของเขาดังกึกก้องยิ่ง ทะลุผ่านชั้นเมฆ แว่วไปถึงหูสตรีนางนั้นจริงๆ

นิ้วของสตรีนางนั้นชะงักไปเล็กน้อย เหลือบมองด้านล่างอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง สายตาน้ันปานเทพเซียนที่กำลังก้มมองมดปลวกบนพื้นดิน สูงส่งเหนือปวงชน

“สามหาว!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปานฟ้าร้องดังอยู่เหนือศีรษะ ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง คนยักษ์ผู้หนึ่งที่สูงถึงสองร้อยยี่สิบเซนติเมตรปรากฏตัวออกมาจากหมู่เมฆเบื้องหลังสตรีนางนั้น คนยักษ์ผู้นี้ขี่หลังสิงโตทองตัวหนึ่งอยู่ บนร่างสวมเกราะทองเจิดจ้า สองแขนเปิดเปลือย เผยให้เห็นมัดกล้ามสีเข้ม ในมือถือง้าวจันทร์เสี้ยว[2]สีทองอร่ามเล่มหนึ่ง ดูสูงใหญ่ทรงพลังยิ่ง ดุดันเหี้ยมหาญ

“ผีน้อยเช่นเจ้าเป็นตัวอันใด?! กล้าตะโกนใส่ราชินีลี่ของพวกเราได้อย่างไร?!” คนยักษ์ผู้นั้นพอปรากฏตัวขึ้นก็เกรี้ยวกราด เสียงดังปานฟ้าผ่า ทรงพลังเหมือนคิงคองในหนัง!

เห็นได้ชัดยิ่งว่าคนยักษ์ผู้นี้เป็นผู้คุ้มกันของสตรีนางนั้น เขาคงคิดจะสั่งสอนเยี่ยนฉินสักหน่อย ตะโกนยังไม่ทันจบ ง้าวจันทร์เสี้ยวในมือก็ชี้ลงมาทางเยี่ยนเฉิน

ลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่เยี่ยนเฉิน!

สีหน้าเยี่ยนเฉินแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ไม่คาดคิดเลยว่าพออีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นก็จะสำแดงกระบวนท่ายิ่งใหญ่ทันที!

ในช่วงวิกฤตไม่อาจคิดให้ถี่ถ้วนได้ รีบสร้างกำแพงทองคุ้มกันทันที

ในขณะเดียวกัน เหล่าสหายตัวน้อยที่อยู่รอบกายเขาก็ลงมืออย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย จิ้งจอกน้อยปล่อยกำแพงวารีออกมากั้น จางฉูฉู่ เล่อชิงซิ่ง เล่อจื่อซิ่งต่างก็ปลดปล่อยวิชาป้องกันของพวกเขาออกมา

แสงทองของคนยักษ์ผู้นั้นดุดันร้ายกาจยิ่ง ถูกคมมีดวายุของกู้ซีจิ่วสกัดไว้ก่อน จากนั้นก็ตีกำแพงวารีของจิ้งจอกน้อยแตก พัดกำแพงไม้ของจางฉูฉู่กระเด็น…

ชั่วพริบตาเดียว แสงทองสายนั้นก็ทำลายกำแพงป้องกันด้านพวกกู้ซีจิ่วทั้งสามจนพินาศย่อยยับ พุ่งไปถึงเบื้องหน้ากำแพงทองของเยี่ยนเฉินถึงได้ชะงักลงครู่หนึ่ง เกิดเสียงดังเปรี๊ยะ กำแพงทองของเยี่ยนเฉินก็พังทลายลงแล้วเช่นกัน อานุภาพที่หลงเหลืออยู่ยังไม่หมดลง เข้าปะทะกับกำแพงที่คู่แฝดเล่อชิงซิ่งเล่อจื่อซิ่งสร้างขึ้น…

สองพี่น้องเล่อชิงซิ่งเล่อจื่อซิ่งหน้าแดงก่ำ แต่เคราะห์ดีที่ในที่สุดก็หยุดยั้งไว้ได้!

ดูเหมือนคนยักษ์ผู้นั้นนึกไม่ถึงว่าผีน้อยที่อยู่ด้านล่างจะสามารถสกัดกั้นลำแสงทองที่เขาส่งไปได้ ดวงตาเบิกกว้างปานคิงคอง “เหล่าผีน้อยก็มีฝีมืออยู่บ้างนี่! รับไปอีก…” เขายกมือขึ้น หมายจะส่งออกไปอีกกระบวนท่าหนึ่ง

ทันใดนั้นด้านหลังพลันเย็นวาบ มีบางสิ่งจ่อแนบต้นคอเขา “ไอ้ตัวใหญ่ หยุดมือซะ!”

น้ำเสียงใสกระจ่างนั้นแฝงเยียบเย็นเอาไว้รางๆ ทำให้คนยักษ์เกราะทองผู้นั้นแข็งทื่อไปทันที

ดูเหมือนเขาจะคาดไม่ถึงว่าจะมีคนที่สามารถลอบจู่โจมเขาจากด้านหลังได้ พลันหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ เด็กสาวเยาว์วัยคนหนึ่งยืนสง่าอยู่ด้านหลัง

เด็กสาวคนนั้นอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี บนร่างสวมชุดสีดำทะมัดทะแมง ผิวเนียนกระจ่างปานหยก เครื่องหน้างดงามล้ำเลิศ ดวงตาดุจดาราที่เยือกเย็น หางตาเรียวเฉี่ยวขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือจะเป็นโฉมงามที่แฝงความเด็ดเดี่ยวปราดเปรียวไว้

เมื่อครู่เด็กสาวยังยืนรวมกับกลุ่มคนเบื้องล่างอยู่เลย นึกไม่ถึงว่าพริบตาเดียวก็มาโผล่ด้านหลังเขาแล้ว มือนางถือกระบี่สั้นทอประกายวาวแววเล่มหนึ่ง คมกระบี่พาดอยู่ที่ลำคอเขา คมกระบี่เย็นเฉียบทำให้เส้นขนบนผิวของคนยักษ์เกราะทองลุกชันปานหนังไก่

กระบี่เล่มนั้นมิใช่กระบี่ธรรมดาแน่นอน คนยักษ์เกราะทองผู้นี้ฝึกฝนถึงขั้นฟันแทงไม่เข้านานแล้ว แต่ยามที่กระบี่เล่มนี้จ่อต้นคอ เขายังคงสัมผัสถึงไอสังหารที่เฉียบคมยิ่งนักบนตัวกระบี่ได้

เสิ่งเหล่านี้มิใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญที่สุดคือ ที่แท้แล้วเด็กสาวผู้นี้โผล่มาได้อย่างไร?! ความเร็วเช่นนี้ช่างน่าหวาดหวั่นโดยแท้!

“เจ้าเป็นใคร?!” คนยักษ์เกราะทองทั้งตะลึงทั้งเกรี้ยวโกรธ น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาถูกจับจุดต่อต้านได้

————————————————————————————-

[1]  มังกรเจียว ตำนานกล่าวไว้ว่าเป็นมังงกรมีเกล็ด อาศัยตามลุ่มหนองหรือถํ้าตามภูเขา มีขนาดตัวเล็กกว่ามังกรฟ้า มีหัวและลำคอเล็ก ไม่มีเขา มี 4 ขา ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายกับงู และแต่ละท้องที่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

[2]  ง้าวจันทร์เสี้ยว เป็นอาวุธโบราณชนิดหนึ่งของจีน มีปลายแหลมใช้แทง ด้านข้างมีคมรูปจันทร์เสี้ยวใช้สำหรับฟัน อาวุธชนิดนี้มีทั้งแบบที่มีคมสองข้างและแบบมีคมข้างเดียว

ลำนำบุปผาพิษ

ลำนำบุปผาพิษ

เธอคือนักฆ่าสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมืด แต่ดันตายเพราะโดนคนที่เชื่อใจตลบหลัง! ไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์เป็นใจ เธอถึงตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างเด็กสาวอัปลักษณ์ที่ถูกลวงให้เอาชีวิตมาทิ้ง ผู้คนในโลกนี้ยึดถือในเรื่องของพลังวิญญาณ ทว่าร่างนี้ไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลยสักนิด เป็นสวะไร้ค่าชิ้นใหญ่ที่พบเจอได้ยากยิ่ง!! แต่ไม่มีพลังวิญญาณก็ไม่เห็นเป็นไร ร่างนี้มีเธอมารับช่วงต่อแล้ว เธอจะทวงคืนทุกอย่างแทนเจ้าของร่างเดิม ทวงเอาทุกสิ่งที่ควรมีกลับมา!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset