ลำนำบุปผาพิษ – บทที่ 1720+1721

บทที่ 1720 อดีตนั้นสุดจะไขว่คว้า 4

“ข้าชอบเจ้า สามารถอยู่เป็นเพื่อนเจ้าไปจวบจนเฒ่าชราได้ รอจนเจ้าจากไปด้วยความชราข้าก็จะล่วงลับไปเช่นกัน พวกเรามีวาสนาได้อยู่ร่วมกันชั่วชีวิต…เฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไป…”

“แต่ว่า ซีจิ่ว ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าก็คือดาวราชันดวงใหม่ ยามที่ข้าจำแลงเป็นซือเฉินอยู่เป็นเพื่อนเจ้าฝ่าออกมาจากป่าทมิฬ เจ้าสามารถมองเห็นสีสันอันแตกต่างกันไปของยอดเขาที่แปด อยู่ในป่าทมิฬทว่าสามารถมองเห็นท้องนภาที่แท้จริงได้…นี่เป็นเรื่องที่มีเพียงดาวราชันองค์ใหม่เท่านั้นถึงจะทำได้…ครั้งแรกที่ข้าได้ทราบฐานะของเจ้า ทั้งตกตะลึงและผิดหวังยิ่งนัก…แน่นอนว่าข้าก็ยินดีกับเจ้ามากยิ่งนักเช่นกัน…แต่ข้ารู้ว่าแผนการของข้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เจ้าคือดาวราชันดวงใหม่ มิอาจเป็นเช่นมนุษย์ธรรมดา อายุขัยของเจ้ายืนยาวเช่นเดียวกับข้า…หากว่าข้าวิวาห์กับเจ้า ข้าอยู่ร่วมกับเจ้าได้หนึ่งร้อยปีสำหรับเจ้าแล้วช่างเป็นช่วงเวลาที่น้อยนิดจนไม่ควรค่าให้เก็บมาใส่ใจเลย ถ้าเจ้าต้องเห็นการจากไปของข้าด้วยตาตน เจ้าคงจะเสียใจมาก…และด้วยช่วงชีวิตอันยืนยาวของเจ้าภายภาคหน้าไม่แน่ว่าอาจมีบุรุษที่ต้องตาคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น ครองคู่โบยบินกับเจ้า…”

ตี้ฝูอีกุมมือนางไว้ ทอดถอนใจ “ซีจิ่ว ยามนั้นข้าเห็นแก่ตัว เนื่องจากเจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าชอบในชีวิตนี้ และข้าก็อยากเป็นบุรุษเพียงคนเดียวในชีวิตของเจ้าเช่นกัน…ข้าไม่ต้องการให้มีบุรุษคนอื่นก้าวเข้ามาในชีวิตของเจ้า หลังจากที่ข้าจากไปแล้ว แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มิสู้ปล่อยมือไปเสีย…”

“ดังนั้น ซีจิ่ว ยามนั้นข้าต้องการจะปล่อยมือจากเจ้า และทำเช่นนั้นไปแล้วด้วย ข้าเพียงอยากใช้ฐานะของเทพศักดิ์สิทธิ์ปกปักษ์คุ้มครองเจ้า ให้เจ้าเติบใหญ่…แต่ว่า ซีจิ่ว ข้าพ่ายแพ้ ข้าคิดจะเก็บความรู้สึกนี้กลับมาทว่าเก็บเอาไว้ไม่อยู่เลย ข้าข่มความปรารถนาที่อยากพบหน้าเจ้าไว้ไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้ากับหลงซือเย่อยู่ด้วยกันข้าหึงหวงริษยา…และหลงซือเย่ก็เป็นสานุศิษย์สวรรค์ ตามกฎของโลกใบนี้แล้ว สานุศิษย์สวรรค์ทั้งสี่ที่บรรลุขั้นเก้าแล้วจะต้องล่วงลับไปตามการร่วงหล่นของดาวราชันดวงเก่า หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ พวกหลงซือเย่จะต้องล่วงลับไปพร้อมกับข้าด้วย…ด้วยเหตุนี้ยามนั้นข้าถึงขัดขวางไม่ให้หลงซือเย่ชอบพอกับเจ้า ถึงขั้นที่คิดว่าถ้าเจ้าจะชมชอบหลงซือเย่มิสู้ให้มาชมชอบข้าดีกว่า…”

“ซีจิ่ว ยามนั้นข้าขัดแย้งในตัวเองยิ่งนัก สติบอกให้ข้าปล่อยมือจากเจ้า ทว่าความรู้สึกกลับหาเหตุผลมาสารพัดเพื่อต้องการอยู่กับเจ้า ยามนั้นเจ้าต้องรู้สึกว่าข้าประสาทยิ่งนักเป็นแน่ น่าเบื่อหน่ายนัก…” ตี้ฝูอีนิ่งไปเล็กน้อย เพ่งพิศดวงหน้าของกู้ซีจิ่วที่อยู่ในอ้อมแขน ถอนหายใจแผ่วๆ “ซีจิ่ว ข้ายอมรับว่าข้าเห็นแก่ตัว…ยากนักกว่าข้าจะหลงรักคนผู้หนึ่ง จึงไม่อยากปล่อยมือไปเช่นนี้…ประจวบกับยามนั้นเจ้าได้กล่าวว่า ‘ไม่สนใจนิจนิรันดร์ ใส่ใจเพียงว่าเคยได้ครอบครอง’ ข้ายอมรับว่าประโยคนี้ของเจ้าทำให้ข้าละวางความกังวลลง”

“ข้าเคยเห็นคู่รักมากมายที่เคยรักกันจะเป็นจะตายยิ่งนักหลังจากแต่งงานกันได้ไม่กี่ปี ความรักก็แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน ราบเรียบเฉื่อยชาไปชั่วชีวิต บางคู่ถึงขั้นที่แปรเปลี่ยนไปเป็นศัตรูคู่แค้น ไม่รักใคร่กันอีกต่อไป อยู่กันยังไม่ทันแก่ก็แยกทางกันเสียแล้ว ยามนั้นข้าจึงคิดว่า บางทีหลังจากเจ้าแต่งกับข้าแล้ว ผ่านพ้นไปสักไม่กี่ปีก็คงหาความรักไม่พบอีกแล้ว ไม่ต้องรอจนข้าล่วงลับไปพวกเราก็คงเลิกรากันแล้ว…ดังนั้นข้าจึงไขว่คว้าเอาไว้ด้วยความต้องการที่เห็นแก่ตัว ข้าเริ่มปล่อยวางแล้วไล่ตามเจ้า…”

“ส่วนเจ้าในที่สุดก็รู้ตัวแล้วว่าชอบข้า ต้องการอยู่กับข้า…ข้าจึงฉวยโอกาสให้เจ้าตอบรับการหมั้นหมายกับข้าอีกครั้ง ให้เจ้ากลายเป็นคู่หมั้นของข้า ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อเจ้ากับข้าตกลงหมั้นหมายกัน กำไลคู่บุพเพจะปรากฏขึ้นมา บ่งบอกว่าวาสนาของข้ากับเจ้าเป็นสวรรค์ลิขิตให้ ยามนั้นข้ามีความสุขยิ่งนัก รู้สึกว่าการที่ข้าชอบเจ้านั่นเป็นการชอบถูกคนแล้ว แม้แต่สวรรค์ก็อยากให้ข้ากับเจ้าอยู่ด้วยกัน เดิมทีข้าไม่เก็บเรื่องความเป็นความตายมาใส่ใจเลย แต่พออยู่กับเจ้าไปนานเข้า ข้าก็ยิ่งอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปยิ่งนัก อยากอยู่กับเจ้าทุกเมื่อเชื่อวัน…”

————————————————————————————-

บทที่ 1721 อดีตนั้นสุดจะไขว่คว้า 5

“ข้าคิดแม้กระทั่งว่า ภายหน้าข้าไม่มีฐานะเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์นี่แล้วก็ไม่เป็นไร ให้เจ้าเป็นก็พอ ขอแค่ได้อยู่ข้างกายเจ้าด้วยฐานะสามีก็พอแล้ว ข้านึกว่าการปรากฏตัวขึ้นของกำไลคู่บุพเพสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตที่ต้องร่วงหล่นของข้าได้ ข้าก็ทุ่มเททำสารพัดวิธีมาโดยตลอด…แต่ว่า ไม่สำเร็จ! ข้าไม่พบหนทางใดเลย…”

น้ำเสียงตี้ฝูอีแผ่วทุ้มลง ยามนั้นไยเขาจะไม่เสาะหาวิธียืดอายุขัยเล่า?

บางทีเขากับนางอาจไม่สมควรรักกันตั้งแต่แรกแล้ว และบางทีดาวราชันดวงใหม่อย่างนางอาจต้องประสบความลำบากยากเข็ญมากมาย รอบกายมีเรื่องวุ่นวายอยู่ไม่ขาด ส่วนเขาก็เนื่องจากห่วงกังวลจนว้าวุ่น ไม่อาจนิ่งดูดายเฉกเช่นปกติได้

เพื่อช่วยเหลือนางเขาใช้วิชาต้องห้ามต่อเนื่องกันหลายต่อหลายครั้ง ด้วยเหตุนี้อายุขัยของเขาจึงสั้นลงเรื่อยๆ…เดิมทีเขายังมีชีวิตอยู่ได้อีกร้อยปี แต่หลังจากใช้วิชาต้องห้ามไปมากมายพลังชีวิตก็ได้รับความเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อกู้ซีจิ่วถูกโม่เจ้าจับกุมไปถูกบังคับให้ย้ายร่าง ยามที่เขาเสี่ยงภัยตายเก้ารอดหนึ่งเพื่อพานางหนีออกจากตำหนักโลกันต์ของโม่เจ้า อายุขัยของเขาก็เหลือไม่ถึงสามสิบปีแล้ว…

ยามนั้นเขาและนางรักใคร่กันอย่างยิ่งแล้ว เขาหักใจปล่อยมือไม่ลง และไม่อยากปล่อยมือด้วย ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มจัดแจงเรื่องราวหลังจากที่ล่วงลับไป

เขารู้ว่าอีกสามสิบปีให้หลังถ้าตนสิ้นชีพไปนางจะต้องเสียใจอย่างยิ่งยวด เศร้าหมองตรอมตรมไปอีกนานแสนนานนัก และวิธีเดียวที่จะทำให้นางไม่ต้องเสียใจก็คือเมื่อถึงเวลานั้นก็ทำให้นางลืมเลือนตนไปเสีย เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ประจวบเหมาะกับยามนั้นกู้ซีจิ่วสลับไปอยู่ในร่างโคลนนิ่งพอดี และคุณสมบัติของร่างโคลนนิ่งนี้ก็ยอดเยี่ยมยิ่ง ไม่เพียงแต่สามารถฝึกฝนได้เท่านั้นยังใช้การได้กว่าสามสิบปีด้วย…

ดังนั้นตี้ฝูอีจึงยอมทุ่มเทสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปบางส่วนเพื่อร่ายอาคมอย่างหนึ่งลงบนร่างเดิมของนาง ด้วยอาคมนี้หลังจากที่กู้ซีจิ่วหวนกลับสู่สังขารนี้ จะลืมเลือนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตี้ฝูอี นางจะได้เป็นนางคนใหม่อย่างสมบูรณ์…

ส่วนเรื่องของหลานจิ้งเคอก็เป็นเฉกเช่นที่ตี้ฝูอีเคยเล่ามาทั้งหมด หลานจิ้งเคอเคยเป็นเพียงสหายของเขาเท่านั้น เขากับนางไม่เคยรักกันเลย เมื่อสิ้นชีพดวงวิญญาณก็แตกสลาย ตามหากลับมาไม่ได้อีกแล้ว

ตี้ฝูอีปลูกถ่ายความทรงจำของหลานจิ้งเคอลงไปในร่างเดิมของกู้ซีจิ่ว ประการแรกคือเนื่องจากมีเพียงที่เผ่าเงือกเท่านั้นถึงจะทำให้ร่างเดิมของนางยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ฝ่าทะลวงขั้นได้ด้วยตัวเอง เขาจำต้องหาเหตุผลที่เข้าท่ามาสักอย่างเพื่อให้สองพี่สกุลหลานทุ่มเทกายใจดูแลเอาใจใส่ร่างเดิมนี้ ประการที่สองก็เป็นเพราะซีจิ่วคือเทพศักดิ์สิทธิ์องค์ใหม่ ในไม่ช้าก็เร็วจะต้องสยบเผ่าเงือกไว้ใต้อาณัติ หากว่านางมีความทรงจำบางส่วนของหลานจิ้งเคออยู่ ด้วยฐานะของหลานจิ้งเคอนางจะได้รับตำแหน่งประมุขเผ่าเงือกต่อไป เท่ากับสยบเผ่าเงือกได้ด้วยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ และมีกองหนุนที่แข็งแกร่งด้วย!

แผนที่ตี้ฝูอีวางไว้คือ จะหาทางร่ายอาคมให้นางออกจากร่างโคลนนิ่งก่อนที่เขาจะล่วงลับไป ให้กลับสู่ร่างเดิม

ยามนั้นร่างเดิมของนางกับดวงวิญญาณของนางมีระดับเสมอกันแล้ว สามารถเป็นคนใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ นางจะไม่สูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป นางจะยังจำได้ว่านางคือกู้ซีจิ่ว เพียงแต่ในความทรงจำของนางจะไม่มีเขาอยู่อีกต่อไป นางจะลืมเลือนเขาไปอย่างสมบูรณ์ ในใจของนางเขาจะเป็นเพียงคนที่ผ่านทางมา…

ถ้านางยินดีเป็นประมุขเผ่าเงือกก็จะได้เป็นประมุขเผ่าเงือก ถ้าไม่ยินดีเป็นประมุขเผ่าเงือกก็ขึ้นบกเพื่อบากบั่นต่อสู้ต่อไป จวบจนได้ขึ้นสู่ตำแหน่งเทพศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกใบนี้

ตี้ฝูอีวางแผนอย่างรอบคอบไร้ช่องโหว่ เขาคำนวณทุกอย่างไว้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ มนุษย์กำหนดมิอาจสู้สวรรค์ลิขิตได้…

กู้ซีจิ่วหนีงานวิวาห์เข้าสู่เขตหวงห้าม ส่วนเขาก็ไล่ตามนางไปเสี่ยงภัยเก้าตายหนึ่งรอดเพื่อเข้าสู่เขตหวงห้าม…

ในเขตหวงห้ามเขาและนางอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยฐานะสามีภรรยาเป็นเวลาแปดปี ยามที่ออกมาได้อีกครั้งโลกภายนอกก็เกิดความโกลาหลไปทั่วหล้าแล้ว!

เนื่องจากเขาหุนหันพลันแล่นไปชั่วขณะ คิดแต่จะติดตามไปอยู่ข้างกายนาง ถูกกักอยู่ในเขตหวงห้ามแปดปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายตัวปลอมผู้นั้นก่อกรรมทำชั่วได้ ทำให้มีผู้คนสิ้นชีพไปมากมาย

เรื่องสำหรับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว เป็นความประมาทเลินเล่นอย่างร้ายแรงยิ่ง…

ประกอบกับนางและเขาร่วมมือกันปราบปรามกบฏ สังหารตระกูลเซียนจากดินแดนเบื้องบน ได้รับทัณฑ์สวรรค์…นี่ยิ่งทำให้ถดถอยลงไปอีก หลังจากออกมาอายุขัยของตี้ฝูอีเหลืออยู่เพียงหนึ่งปีเท่านั้น….

————————————————————————————-

ลำนำบุปผาพิษ

ลำนำบุปผาพิษ

เธอคือนักฆ่าสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมืด แต่ดันตายเพราะโดนคนที่เชื่อใจตลบหลัง! ไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์เป็นใจ เธอถึงตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างเด็กสาวอัปลักษณ์ที่ถูกลวงให้เอาชีวิตมาทิ้ง ผู้คนในโลกนี้ยึดถือในเรื่องของพลังวิญญาณ ทว่าร่างนี้ไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลยสักนิด เป็นสวะไร้ค่าชิ้นใหญ่ที่พบเจอได้ยากยิ่ง!! แต่ไม่มีพลังวิญญาณก็ไม่เห็นเป็นไร ร่างนี้มีเธอมารับช่วงต่อแล้ว เธอจะทวงคืนทุกอย่างแทนเจ้าของร่างเดิม ทวงเอาทุกสิ่งที่ควรมีกลับมา!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset