วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์ – ตอนที่ 982 ใครจะลองดีวางแผนทำร้ายคุณกัน

ใครเป็นต้นเรื่องนี้กัน ซย่าหันโม่!

 

 

ถังหนิงไม่รู้ว่าซย่าหันโม่ถูกวางแผนกลั่นแกล้ง หากแต่ท่ามกลางความโกลาหล เธอเห็นประธานฟ่านกำลังคุยกับผู้กำกับคนหนึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของงาน พวกเขาสบตากันพร้อมประกายไฟที่ปะทุขึ้น

 

 

ในจังหวะถัดมาถังหนิงเห็นใบหน้าขึ้นสีของซย่าหันโม่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแขกที่นั่งอยู่ มือทึ้งปลดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างอึดอัดตัว สายชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินด้านหนึ่งของเธอหลุดออกจากไหล่ และโชคร้ายที่เธอไม่ได้สวมอะไรไว้ด้านใน

 

 

ผู้คนต่างแตกตื่นกันใหญ่โต

 

 

ทุกคนเป็นคนมีชื่อเสียง จึงถอยห่างจากเธอคล้ายกลัวว่าจะพลอยต้องขายหน้าไปด้วย

 

 

ทว่าสิ่งที่ทุกคนสงสัยมากที่สุดคือเจ้านายเก่าของซย่าหันโม่อย่างถังหนิงจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจะช่วยอีกฝ่ายหรือไม่

 

 

“ไปดูสักหน่อยเถอะค่ะ” ถังหนิงเอ่ยกับโม่ถิงหลังจากมั่นใจว่าเป็นซย่าหันโม่

 

 

ในเวลาเดียวกันโม่ถิงสั่งให้ลู่เช่อถอดเสื้อแจ็กเกตของเขาไปคลุมให้ซย่าหันโม่

 

 

หากแต่ถึงทำเช่นนั้น ซย่าหันโม่ก็กรีดร้องให้ต้องความอับอายต่อหน้าทุกคน ไม่นานถังหนิงก็ฝ่าฝูงชนออกมาและเห็นลู่เช่อสาดน้ำเย็นใส่ซย่าหันโม่

 

 

โชคดีที่เธอไม่ได้ทำให้เรื่องลุกลามไปมากกว่านี้

 

 

ด้วยความเย็นของน้ำ ซย่าหันโม่จึงได้สติขึ้นมา เมื่อเธอรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยกว่าครึ่งร่าง หญิงสาวก็อับอายจนแทบจะมุดดินหนีทันที

 

 

คนที่พอจะคิดได้รู้ว่าซย่าหันโม่คงถูกใครสักคนวางยาเข้าให้แล้ว

 

 

หากแต่หลังจากเหตุการณ์น่าขายหน้าในครั้งนี้…เธอจะมีหน้าไปเจอใครได้อีก

 

 

ระหว่างที่หลินเหว่ยเซินยืนมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ข้างๆ เจ้าสาวของเขา เขาเข้ามาถามทันที “ใครกัน ใครกล้ามารังแกแขกคนอื่นในงานแต่งงานของฉันได้ยังไง”

 

 

ในฐานะเจ้าภาพ หากเขาไม่ทวงความเป็นธรรมให้กับซย่าหันโม่ คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก…

 

 

อีกทั้งซย่าหันโม่ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของจู้ซิงมีเดีย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เขาต้องได้รับความกระจ่าง

 

 

ซย่าหันโม่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอต้องการจะออกไปจากงานแต่งงาน ทว่าถังหนิงคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ก่อนเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น”

 

 

ถังหนิงจะจัดการบางอย่างกับเรื่องนี้หรือ

 

 

เธอไม่ได้ลั่นปากไว้เองหรือว่าซย่าหันโม่กับจู้ซิงมีเดียไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้ว

 

 

ซย่าหันโม่มองถังหนิงพร้อมกับบ้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมา

 

 

ถังหนิงกำลังเป็นห่วงเธอหรือ

 

 

“จากที่ฉันรู้จักกับบรรณาธิการหลินมา เขาไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน ยังพอมีเวลาก่อนที่พิธีจะเริ่ม ฉันมั่นใจว่าเขาจะให้ฉันใช้ช่วงเวลานี้หาคนลงมือ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สบายใจเหมือนกัน”

 

 

ในเมื่อหลินเหว่ยเซินจงใจเชิญเธอมาเพื่อฉวยประโยชน์จากความสัมพันธ์ของพวกเขา ถังหนิงก็จะเล่นไปตามน้ำเพื่อผลประโยชน์ของเธอเช่นกัน เขาจึงพูดอะไรไม่ได้

 

 

เป็นไปอย่างที่คาดเอาไว้ หลินเหว่ยเซินพยักหน้ารับ “จริงๆ แล้วการทำร้ายคนบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญครับ”

 

 

เมื่อหลินเหว่ยเซินตอบตกลง ถังหนิงก็หันไปพูดกับซย่าหันโม่ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

 

ซย่าหันโม่ไม่ปริปากออกมาสักคำ ทำเพียงปรายตามองไปยังศิลปินสาวที่เธอมีปากเสียงด้วยก่อนหน้านี้ ถังหนิงเข้าใจในทันทีและหันไปมองเช่นกัน

 

 

“ไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะ ฉันทะเลาะกับคุณก่อนหน้านี้ก็จริง แต่ฉันไม่มีทางทำเรื่องน่ารังเกียจอย่างนี้หรอก

 

 

“ฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะ

 

 

“อีกอย่างต่อให้คุณจะสงสัยฉันแต่คุณก็ต้องมีหลักฐานนะคะ ฉันอาจจะไม่ชอบหน้าซย่าหันโม่แต่ฉันแค่สั่งให้บริกรสั่งสอนเธอโดยให้ไปพังเก้าอี้ของเธอเพื่อให้เธออับอายเท่านั้น ฉันจะไปรู้ล่วงหน้าว่าจะทะเลาะกับเธอแล้ววางแผนได้ยังไงกันคะ…”

 

 

ถังหนิงดูออกว่าเธอไม่ได้พูดโกหก

 

 

ไม่อย่างนั้นเธอคงจะรู้สึกผิดเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับซย่าหันโม่แล้ว

 

 

ถังหนิงจึงหันไปมองประธานฟ่านแทน เขาแค่มองเธอกลับพร้อมรอยยิ้มเยาะ เหมือนรอดูว่าเธอจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

 

 

ดูเหมือนว่าประธานฟ่านจะต้องการท้าทายเธอไม่ยอมเลิกรา

 

 

ผู้คนต่างกล่าวขานกันว่าถังหนิงยอดเยี่ยมและเก่งกาจเพียงไหน คราวนี้เธอจะหาตัวคนผิดได้อย่างไรกัน

 

 

ทุกคนมองไปที่ถังหนิงและรอดูผล ทว่าเธอกลับมองหน้าซย่าหันโม่และว่าขึ้น “เดิมทีเธอตัดขาดกับจู้ซิงมีเดียไปแล้ว แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉันว่าผู้หญิงที่มีเรื่องกับเธอไม่ได้เป็นคนทำหรอก เธอไปสงบสติอารมณ์แล้วกลับมานั่งข้างฉันเถอะ

 

 

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้หลังจากงานเลิกเอง”

 

 

แต่เดิมหลังจากผ่านความน่าอัปยศอดสูมา ซย่าหันโม่ไม่ควรมีหน้าอยู่ที่งานแต่งงานต่อ อย่างไรเสียมันก็เป็นการล่อเป้าให้คนเข้ามาล้อเลียนเธอ ทว่าหากเธอนั่งอยู่ข้างถังหนิง สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันตา ไม่มีใครกล้าเข้ามาแตะต้องคนที่ถังหนิงออกโรงปกป้อง

 

 

แขกเหรื่อพากันสงสัย ถังหนิงวางแผนพาตัวซย่าหันโม่กลับมาหรือ

 

 

ดวงตาซย่าหันโม่แดงก่ำขณะที่ลู่เช่อพาตัวเธอออกมาจากสถานที่จัดงาน ทว่าในตอนที่ถังหนิงกับโม่ถิงกลับไปนั่งที่เดิม ทั้งคู่ได้จับตามองประธานฟ่านอยู่ห่างๆ

 

 

“ดูเหมือนไอ้สารเลวนั่นจะเตรียมการมานะครับ”

 

 

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกค่ะ คอยดูว่าเขาจะวางแผนอะไรไว้อีกกันดีกว่าค่ะ”

 

 

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนเฝ้ารอคือแผนที่ถังหนิงวางไว้เพื่อให้คนผิดชดใช้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

 

หลินเหว่ยเซินและเจ้าสาวของเขาได้ออกมากล่าวขอโทษในเวลาต่อมา “ผมไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในงานแต่งงานของผม…”

 

 

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย อีกอย่างซย่าหันโม่ก็ไม่ได้เป็นคนของจู้ซิงมีเดียด้วย” ถังหนิงเอ่ยเตือนหลินเหว่ยเซินเสียงเรียบ “ต่อให้มันเกิดขึ้นกับคนอื่น ฉันก็คงจะเข้าไปช่วยอยู่ดี”

 

 

“อย่างนั้นก็ช่างมันไปแล้วปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเถอะครับ พิธีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ผมต้องขึ้นไปดึงความสนใจของทุกคนบนเวที…”

 

 

ถังหนิงหันไปมองประธานฟ่านก่อนที่อีกฝ่ายจะยกแก้วไวน์ยื่นมาทางเธอ…

 

 

ทว่าเขาอาจไม่รู้ว่าถังหนิงชอบสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

 

 

ดังนั้นก่อนที่งานจะเริ่ม โม่ถิงจึงโทรหาลู่เช่อระหว่างที่อยู่ด้านนอกกับซย่าหันโม่

 

 

การกระทำบางอย่างก็นำมาถึงเหตุการณ์อื่นที่จะตามมา!

 

 

ในไม่ช้าซย่าหันโม่กลับมาในชุดที่เปลี่ยนแล้วก่อนถูกสั่งให้นั่งข้างๆ ถังหนิง หากแต่เทียบกับเมื่อก่อน เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว

 

 

“ถังหนิง…”

 

 

“ฉันไม่ได้ช่วยเธอเพราะอยากจะเกี่ยวข้องกับเธอหรอก แต่เป็นเพราะคิดว่าใครบางคนอาจจะพุ่งเป้ามาที่ฉันและเธออาจจะโดนลูกหลงแทนต่างหาก”

 

 

เมื่อได้ยินดังนั้น ซย่าหันโม่ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่เธอก็เข้าใจ

 

 

“คุณสูงส่งในวงการขนาดนี้ คนมีคนที่อิจฉาคุณแน่ๆ ค่ะ”

 

 

“ต่อไปนี้ตอนที่เธอออกจากบ้าน เธอต้องระวังเรื่องอาหาร เธอเป็นศิลปิน ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าเธอไม่รู้จักระวังตัวอย่างนั้นก็ไม่ต่างจากซย่าหันโม่คนก่อนหรอก” คำพูดของถังหนิงดูรุนแรงไปบ้าง แต่มันก็ฟังเหมือนเธอกำลังสอนให้ซย่าหันโม่รู้จักใช้ชีวิตให้เป็น

 

 

“คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าใครจะลองดีวางแผนทำร้ายคุณกัน”

วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์

วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์

ถังหนิง ผู้กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นนางแบบแนวหน้า แต่เพราะรักจึงสละสิ้นทุกอย่าง ทว่าคืนก่อนวันวิวาห์ที่เธอกำลังจะได้ครองรักดั่งหวังนั่นเอง คู่หมั้นของเธอกลับหนีออกไปกับหญิงอื่น ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ เธอจึงเดินจ้ำไปหาผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสำนักงานเขต “ประธานโม่คะ ในเมื่อเจ้าสาวของคุณยังไม่มาและเจ้าบ่าวของฉันก็หนีไปแล้วอย่างนี้… ฉันว่า… เรามาแต่งงานกันเสียเลยดีไหมคะ” … ก่อนแต่งงานเธอเอ่ยว่า “แม้เราจะนอนร่วมเตียงกัน แต่จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา” หลังแต่งงานเขาเอ่ยว่า “ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้หรือ”

Options

not work with dark mode
Reset