วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 144 เอกสารข้อตกลงในการหย่า

โรงพยาบาล

หนานกงเฮ่าอยากเอาใจมู่เวยเวย และได้ให้เชฟที่บ้านทำอาหารส่งมาให้เธอแต่เช้า

” เวยเวย เธอลองกินซุปปลานี้ดูสิ ฉันบอกให้พวกเขาเคี่ยวนานมาก ” หนานกงเฮ่าตักซุปปลาขึ้นมาตรงหน้าเธอด้วยตัวเอง

มู่เวยเวยใช้ช้อนชิมดู ปรากฏว่ามันอร่อยมาก

หนานกงเฮ่ามองเธอด้วยสายตาที่คาดหวัง ” เป็นยังไงบ้าง? ”

” อร่อยมาก “มู่เวยเวยตอบไปตามความจริง

หนานกงเฮ่าหัวเราะด้วยความดีใจ ” เธอชอบก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะให้พวกเขาทำเมนูอื่นๆมาให้เธอชิมนะ ”

พรุ่งนี้? นี่เขาจะมาทุกวันเลยหรอ?

กำลังจะปฏิเสธ หนานกงเฮ่าก็มีสายเรียกเข้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูจากนั้นก็เดินออกไปรับสายด้านนอก มู่เวยเวยยื่นหูออกไปฟังอย่างตั้งใจ

” แม่ ผมรู้แล้ว…..ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้……”

ในที่สุดคุณก็ถูกเรียกตัวไปสักที มู่เวยเวยแทบจะทนไม่ไหวกับการจู้จี้จุกจิกของเขาแล้ว

หลังจากหนานกงเฮ่าคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้ามายังห้องผู้ป่วย พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

” เวยเวย เธอค่อยๆกินนะ ฉันมีธุระที่ต้องจัดการนิดหน่อย จานชามพวกนี้เดี๋ยวจะมีคนมาเก็บเอง ”

” อ้อ ” มู่เวยเวยก้มหน้ากินข้าวโดยไม่ได้สนใจเขาเลย หนานกงเฮ่าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร มองเธอสักพักก็หันหลังเดินออกไป

พอเขาเดินไปไกลแล้ว มู่เวยเวยลุกมายืนที่หน้าห้องว่าเขาไปแล้ว

ทั้งเช้าของวันนี้ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว

เธอค่อยๆดื่มซุปปลาให้หมด มู่เวยเวยเดินไปมาอยู่ในห้อง ในใจก็ถึงเรื่องทนายของเย่ฉ่าวเฉินจะมาเมื่อไหร่?

เธอในตอนนี้แค่คิดถึงเรื่องหย่ากับเย่ฉ่าวเฉินเธอก็ดีใจมาก ถ้าเป็นแบบนี้เขาก็ไม่สามารถใช้เหตุผลอะไรมากักขังเธอไว้อีกแล้ว

” เธอก็ดูไม่ได้เป็นอะไรมากนะ ” เสียงเข้มของผู้ชายดังขึ้นจากข้างหลัง

มู่เวยเวยรีบหันไปดู เย่ฉ่าวเฉินบืนอยู่หน้าประตู ในมือเขาถือกล่องอาหารกลางวันอยู่

” ไม่ต้องมามองฉันด้วยสายตาแบบนี้ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ” เย่ฉ่าวเฉินเดินเข้ามาและสังเกตเห็นอาหารที่หลากหลายวางอยู่บนโต๊ะเขาก็ขมวดคิ้วแล้วถามด้วยความสงสัย ” เธอกินข้าวแล้วหรอ? ”

มู่เวยเวยมองเขาอย่างเย็นชาโดยไม่ได้พูดอะไร

” ถ้าอย่างนั้นก็กินเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ ” เย่ฉ่าวเฉินเอาอาหารที่เตรียมมาวางไว้บนโต๊ะ

มู่เวยเวยหยิบมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็งไปที่เขา แล้วพูดว่า ” ออกไป! ”

เย่ฉ่าวเฉินตกใจเล็กน้อย และเงยหน้าขึ้นมามองเธอ และพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก ” ฉันแค่อยากกินข้าวเงียบๆ ”

” ออกไป —– ” มู่เวยเวยตะโกนออกมา เริ่มมีอารมณ์โกรธ ” ฉันบอกให้คุณออกไป ไม่งั้นฉันจะฆ่าคุณ ”

เย่ฉ่าวเฉินพยายามพูดปลอบเธอ ” เวยเวย เธอใจเย็นๆหน่อยได้ไหม…… ”

” ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดของคุณ ออกไป เย่ฉ่าวเฉิน ฉันบอกให้คุณออกไป……” มีดปอกผลไม้ในมือก็มู่เวยเวยสะบัดไปมา เย่ฉ่าวเฉินกลังว่าจะพลาดโดนเธอจึงไม่กล้าเข้าไปแย่ง

หมอและพยาบาลได้ยินเสียงดังมาจากทางนี้ ก็รีบวิ่งไปดู พอเห็นเหตุการณ์ก็รีบลากตัวเย่ฉ่าวเฉินให้ออกไป

หมอประจำของเธอพูดปลอบเธอว่า ” โอเคแล้ว เขาไปแล้ว เวยเวยคุณอย่าใจร้อนวางมีดในมือลงก่อน ”

มือของมู่เวยเวยสั่น เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองบ้าไปแล้วจริงๆ

” ติง —- ” เสียงมีดตกลงพื้น มู่เวยเวยนั่งกอดเข่าตัวเอง น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้

หมอประจำตัวเธอเห็นว่าเธอสงบลงแล้ว จึงเดินเข้ามาลูบหลังเธอแล้วพูดปลอบเธอว่า

” โอเคแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ”

นอกห้องผู้ป่วย เย่ฉ่าวเฉินมองเธอผ่านกระจกห้อง ทำให้เขารู้สึกว่ามีมีดปักลงที่ใจ แต่ก่อนเธอเคยกลัวที่จะต่อปากต่อคำกับเขาสักที่ไหน เขารู้สึกว่าเธอมีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความกล้า ในสายตาของเธอมีเขาอยู่เสมอ

แต่ตอนนี้ เธอเก็บตัวอยู่ในมุมมืด ร้องไห้งอแง ตัวเขาเองเข้าใกล้เธอไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว

เขาบีบบังคับเธอให้ต้องมาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

” คุณเย่ ต่อไปหากคุณไม่มีเรื่องสำคัญก็ไม่ต้องมาแล้วนะคะ อารมณ์ช่วงนี้ของเธอดีขึ้นมาก บางทียังพูดเล่นกับพยาบาลเลย แต่ว่าพอคุณมา เธอก็กลับไปเป็นแบบเดิม ”

สายตาของเย่ฉ่าวเฉินยังคงมองไปที่เธอ ผ่านไปสักพักก็ต่อยๆพูดว่า ” ฉันรู้แล้ว ”

ในเวลาสิบเอ็ดโมงตรง หนานกงเฮ่าก็มาหามู่เวยเวยที่ห้องผู้ป่วย นอกจากจะเตรียมอาหารที่น่ากินมาให้เธอแล้วยังได้เตรียมดอกกุหลาบช่อใหญ่มาให้เธออีกด้วย

” ขอให้เธอหายไวไวนะ ชอบไหม? ”

มู่เวยเวยรับดอกกุหลาบมาแล้วฝืนยิ้มพูดว่า ” หนานกงเฮ่า ฉันไม่ชอบดอกกุหลาบ ”

” แล้วเธอชอบดอกอะไร? ฉันจะไปซื้อมาให้เธอเดี๋ยวนี้ ”

มู่เวยเวยพูดว่า ” ฉันไม่ชอบดอกไม้ คุณไม่ต้องให้ดอกไม้กับฉัน ”

” โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ” หนานกงเฮ่าไม่โกรธและตอบด้วยความยินดี

เย็นวันนั้น หนานกงเฮ่าได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษมาซึ่งก็คือผลงานของแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังของฝรั่งเศส

มู่เวยเวยตกใจ เธอมองดูอย่างกับได้ของที่เธอรัก ” คุณได้มันมาได้ยังไง? นี่มันมีค่ามากเลยนะ ”

หนานกงเฮ่าเห็นเธอดีใจขนาดนี้ก็รู้เลยว่าของขวัญชิ้นนี้เหมาะสมแล้วที่จะมอบให้เธอ คำแนะนำของเฉียวซินโยวก็ใช้ได้นะเนี่ย

” ขอแค่เธอมีความสุข นอกจากพระจันทร์บนฟ้าแล้ว สิ่งที่เธออยากได้ฉันก็จะเอามาวางไว้ตรงหน้าเธอให้ได้ ” หนานกงเฮ่าพูดอย่างซาบซึ้ง

มู่เวยเวยขนลุกไปทั้งตัว แต่ก็ยังคงยิ้มแล้วพูดว่า ” ขอบคุณนะ หนานกง ”

หนานกงเฮ่ายิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาไม่ได้เสียเปล่า แค่เพียงเวลาสั้นๆแค่สองวัน ท่าทีของมู่เวยเวยที่มีต่อเขาเปลี่บยไปมาก

มู่เวยเวยดูผลงานออกแบบนั้นอย่างตั้งใจ ผมเธอตกมาบังหน้าเธอ หนานกงเฮ่าใช้มือเก็บผมทัดหูให้เธออย่างสนิทสนม มู่เวยเวยไม่ได้ปฏิเสธทำให้หนานกงเฮ่ายิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก

เพื่อเอาชนะใจมู่เวยเวย หนานกงเฮ่าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะซื้อผลงานที่ราคาสูงของดีไซเนอร์คนดังมาครอบครอง ขอแค่ผลงานตกอยู่ในมือเขา เขาก็จะเอามาวางไว้ให้มู่เวยเวยตรงหน้าทันที

ทันใดนั้น มู่เวยเวยก็มองหน้าเขา รอยยิ้มบนหน้าก็ยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีขึ้นมาก ราวกับว่าเรื่องบาดหมางแต่ก่อนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

……

วันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องหนังสือ ที่ คฤหาสน์ตระกูลเย่

” เมื่อครั้งที่แล้วให้นายไปสืบเรื่องหนานกงเฮ่า ได้เรื่องยังไงบ้าง? ” เย่ฉ่าวเฉินถามจางเห่อ

” หนานกงเฮ่าไม่ได้เคลื่อนไหวทำเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีหลักฐานใดๆที่จะแสดงให้เห็นว่าเรื่องครั้งที่แล้วมันเกี่ยวข้องกับเขา แต่ว่า….. ” จู่ๆจางเห่อก็หยุดพูด

เย่ฉ่าวเฉินมองหน้าเขา ” พูด ”

” ช่วงนี้หนานกงเฮ่าไปโรงพยาบาลบ่อย ”

” เขาป่วยหรอ? ” เย่ฉ่าวเฉินขมวดคิ้ว

จางเห่อกุมมือตัวเอง แล้วพูด ” ป่าวครับ เขาไปเยี่ยมคุณผู้หญิง ”

เย่ฉ่าวเฉินทำหน้าผิดหวัง เขาคิดถึงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะครั้งนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนกันว่าจานชามพวกนั้นประณีตมากไม่เหมือนกับของโรงพยาบาลหรือโรงแรม ที่แท้ก็เป็นของบ้านหนานกงเฮ่า

” ทำไมไม่บอกฉันให้เช้ากว่านี้? ” เย่ฉ่าวเฉินรู้สึกอิจฉา

จางเห่อก้มหน้า ” พวกผมก็พึ่งรู้ครับ ข้างกายเขามีการ์ด พวกเราเข้าไปใกล้เขามากไม่ได้”

“ไอ้โง่! ” เย่ฉ่าวเฉินด่าออกมา

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เย่ฉ่าวเฉินตะโกนถามด้วยความโกรธ ” ใคร? ”

” คุณชาย ฉันเอง ”

” เข้ามา ”

พ่อบ้านหวังเปิดประตูเข้ามา ในมือถือพัสดุอยู่ ” คุณชาย มีของพึ่งส่งมาครับ ”

เย่ฉ่าวเฉินรับมา เปิดออก ข้างในมีกระดาษสองสามแผ่น พอหยิบออกมาดูก็โกรธขึ้นมาทันที ” อยากหย่า ฝันไปเถอะ! ” จากนั้นเขาก็โยนกระดาษพวกนั้นทิ้งลงบนโต๊ะแล้วถีบประตูออกไปเลย

จางเห่อและพ่อบ้านหวังมองหน้ากัน แล้วรีบเดินตามเขาไป

พ่อบ้านหวังเก็บกระดาษที่ตกอยู่ขึ้นมาดู ในกระดาษเขียนไว้ว่า ข้อตกลงในการหย่า

ที่เซ็นชื่อฝ่ายชายว่างอยู่ แต่ฝ่ายหญิงเซ็นเรียบร้อยแล้ว มู่เวยเวย

……

เมื่อหลายชั่วโมงก่อน

มู่เวยเวยตื่นมาแต่เช้าแล้วรู้สึกเวียนหัว พอแพทย์ประจำตัวมาตรวจดูแล้วปรากฏว่ามีไข้เล็กน้อย ให้เธอพักผ่อนก่อนถ้ายังมีไข้อยู่ก็จะให้กินยา

ในตอนที่เธอกำลังจะหลับ หนานกงเฮ่าก็เข้ามา

” เวยเวย ฉันได้ยินหมอบอกว่าเธอไข้ขึ้น? ” หนานกงเฮ่าวางของลง และเดินเข้ามาใช้มือแตะที่หน้าผากเธอ ” มีไข้เล็กน้อย ตอนนี้เป็นไงบ้าง? อยากดื่มน้ำไหม? ”

มู่เวยเวยพยักหน้า เธอคอแห้งมากแล้ว

หนานกงเฮ่าเทน้ำอุ่นๆแล้วป้อนให้เธอ ” ค่อยๆกินนะ ”

มู่เวยเวยดื่มน้ำแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก

” หนานกง ทำไมมาเช้าขนาดนี้ล่ะ? ”

หนานกงเฮ่านั่งลงข้างเตียงเธอ ก้มหน้าพูดกับเธออย่างอ่อนโยน ” วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันกลัวว่าเธอจะเบื่อเลยมาอยู่เป็นเพื่อน ”

” ขอบคุณนะ หนานกง ” มู่เวยเวยพูดเบาๆ ” ฉันยังรู้สึกง่วงมากๆ ฉันขอนอนก่อนนะ ”

หนังตาของหนานกงเฮ่ากระตุก แล้วแตะไปที่ไหล่เธอเบาๆ ” เวยเวยอย่าพึ่งนอน ฉันเอาเอกสารบางอย่างมา เธอเซ็นชื่อก่อนแล้วค่อยนอนนะ ”

” มันคืออะไร—– ” มู่เวยเวยอยู่ในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรง หัวใจเธอเต้นเร็วมาก ในที่สุดหางเขาก็โผล่แล้ว

เห็นว่าหนานกงเฮ่าหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าเธอแล้วพูดว่า ” เธออยากหย่ากับเย่ฉ่าวเฉินไม่ใช่หรอ? เชื่อฉัน เซ็นชื่อตรงนี้ เธอก็จะหย่ากับเขาสำเร็จ ”

” จริงหรอ? ได้จริงๆใช่ไหม? ” มู่เวยเวยพยามลุกออกจากเตียงแล้วรับเอกสารพวกนั้นมาดู ใบแรกเขียนไว้ว่าข้อตกลงในการหย่า

ข้อตกลงในการหย่า? มู่เวยเวยรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที มันทำได้ง่ายดายขนาดนั้นเลยหรอ ถ้ารู้ว่าเป้าหมายของหนานกงเฮ่าเป็นเรื่องนี้เธอก็คงให้ความร่วมมือไปตั้งนานแล้ว

” เวยเวย เธอโอเคไหม? ” หนานกงเฮ่าถามด้วยน้ำเสียงที่กังวล

มู่เวยเวยค่อยๆหันไป แล้วยิ้มบอกว่า ” หนานกง ฉันเวียนหัวนิดหน่อย ”

หนานกงเฮ่ารู้สึกดีใจ ยื่นปากกาให้กับเธอแล้วพูดว่า ” เวยเวย เซ็นเถอะ เซ็นเสร็จเธอก็จะหลุดพ้นจากเย่ฉ่าวเฉินแล้ว ”

มู่เวยเวยรับปากกามา แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเซ็นชื่อลงตรงที่ชื่อของฝ่ายหญิงต้องเซ็น หนานกงเฮ่ายื่นเอกสารอีกใบหนึ่งแล้วชี้ไปตรงจุดหนึ่งพูดว่า ” เซ็นตรงนี้ด้วย ”

มู่เวยเวยไม่ได้ปฏิเสธ แล้วเซ็นชื่อตัวเองลงไป

เพียงแปบเดียว การเซ็นชื่อสิ้นสุดลง หนานกงเฮ่ารู้สึกโล่งอกแล้วเอาเอกสารข้อตกลงในการหย่าเก็บไว้เป็นอย่างดี จากนั้นก็ลูบผมเธออย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า ” โอเคแล้ว นอนเถอะคนดี ที่เหลือฉันจัดการเอง ”

มู่เวยเวยพยักหน้า แล้วนอนปิดตาลง

แค่นี้ก็เสร็จแล้วหรอ? เธอยังไม่ได้อ่านเอกสารนั้นอย่างจริงจังเลย แต่ว่าจะอ่านหรือไม่อ่านก็เหมือนกัน ถึงยังไงเธอก็จะออกมาแต่ตัวอยู่แล้ว เงินทองของตระกูลเย่เธอไม่ต้องการแม้แต่บาทเดียว

แต่ว่า เย่ฉ่าวเฉินจะยอมเซ็นไหม?

จากนิสัยของเขาแล้ว ถ้าเซ็นสิแปลก

ช่างเถอะ ถึงยังไงก้าวแรกก็ถือว่าดำเนินไปได้ดี ขอแค่ได้ออกจากชีวิตเย่ฉ่าวเฉิน หนานกงเฮ่าจะทำอะไรก็ตามใจเขาเถอะ

เพียงแต่ว่ามู่เวยเวยลืมคิดไปว่า สิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันคือหนีเสือปะจระเข้

เธอตื่นขึ้นมาในตอนเย็น เธอรู้สึกดีขึ้นมา ไข้ก็ลดแล้ว

หนานกงเฮ่าเอาน้ำอุ่นๆมาให้เธอ ” คุณหมอบอกแล้วว่าเป็นไข้มักจะคอแห้ง รีบดื่นน้ำสักหน่อยนะ ”

” อ้อ ” มู่เวยเวยยื่นมือไปรับน้ำมาดื่ม เมื่อคิดถึงเอกสารข้อตกลงในการหย่านั่น เย่ฉ่าวเฉินน่าจะเห็นแล้วนะ

กำลังคิดอยู่ ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก คนที่เธอพึ่งนึกเธอก็ปรากฏตัวตรงหน้าประตู

อย่างกับว่าเป็นโจโฉ

เย่ฉ่าวเฉินเดินเข้ามา แล้วมองไปที่หนานกงเฮ่า ” หนานกงเฮ่า ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่? ”

หนานกงเฮ่านั่งอยู่ข้างเตียงและไม่ได้ลุกขึ้น และเอาตัวบังมู่เวยเวยไว้ แล้วพูดอย่างอ่อนโยน ” เวยเวยป่วย ฉันมาดูแลเธอ ”

เย่ฉ่าวเฉินโกรธมาก ” มู่เวยเวยเป็นภรรยาของฉัน ไม่ต้องรบกวนหนานกงเฮ่านายมาดูแลหรอก ”

หนานกงเฮ่าพูดท้าทายเขา ” เย่ฉ่าวเฉิน ถ้าไม่ใช่เพราะนาย เวยเวยจะอยู่ในสภาพแบบนี้ไหม? นี่นายจะกล้าพูดอย่างเต็มปากว่าเธอคือภรรยาหรอ? นายเคยยกย่องเธอในฐานะภรรยาด้วย?

” นี่มันเป็นเรื่องภายในของตระกูลเย่ ไม่ใช่เรื่องของนาย! ” เย่ฉ่าวเฉินกำหมัดแน่นเหมือนพร้อมจะต่อยอยู่ตลอดเวลา

หนานกงเฮ่าแสยะยิ้ม ” ถ้าคนที่นายแต่งงานด้วยเป็นคนอื่น ฉันก็ไม่ยุ่งหรอก แต่ว่าคนที่นายแต่งงานด้วยคือเวยเวย ฉันไม่ยุ่งไม่ได้ ”

” นายถอยไป ฉันจะคุยกับเธอ ” เย่ฉ่าวเฉินเดินผ่านเขาไป มองไปที่มู่เวยเวย

” ไม่ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ คุณออกไป ” มู่เวยเวยตะโกนมาในขณะที่ยังหลบอยู่หนานกงเฮ่า

เย่ฉ่าวเฉินยื่นมือไปดึงเธอให้ออกมาจากด้านหลังหนานกงเฮ่า แล้วจ้องเธอด้วยสายตาน่ากลัว ” มู่เวยเวย เธอเป็นคนเซ็นชื่อในเอกสารข้อตกลงในการหย่าหรอ? ”

มู่เวยเวยทุบแขนของเขาสุดแรง และพูดด้วยความตื่นตระหนก ” ฉันเป็นคนเซ็นเอง ฉันจะหย่ากับคุณ คุณมันปีศาจร้าย ฉันต้องการหย่ากับคุณ ”

” หย่า? จากนั้นก็ให้เธอสมหวังกับหนานกงเฮ่า? มู่เวยเวย ฝันไปเถอะ ”

หนานกงเฮ่าแกะมือเขาออก แล้วบังตัวมู่เวยเวยไว้ ” เย่ฉ่าวเฉิน เชิญนายออกจากที่นี่ด้วย เวยเวยไม่อยากเห็นหน้านาย ”

” นายหุบปากไปเลย! ” เย่ฉ่าวเฉินจ้องหน้าหนานกงเฮ่าด้วยความโกรธ ” นี่มันเป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยา นายมีสิทธิ์อะไรมายืนพูดอยู่ตรงนี้? ”

หนานกงเฮ่ายักไหล่ ” เอาล่ะ ฉันไม่เถียงกับคนแบบนาย แต่ว่าเย่ฉ่าวเฉิน เพื่อศักดิ์ศรีของนาย นายยอมเซ็นหย่าแต่โดยดีเถอะ ”

เย่ฉ่าวเฉินสู้ไม่ถอย ” ฉันบอกไปแล้ว ฉันไม่เซ็น แม้มู่เวยเวยตายไปแล้ว ป้ายหน้าศพเธอก็ต้องเขียนไว้ว่าภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ถ้านายอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอก็ขอพรเอาชาติหน้านะ ”

คำพูดของเย่ฉ่าวเฉินเหมือนดาบอาบยาพิษ ซึ่งทำให้มู่เวยเวยสั่นสะท้าน

” ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็รอเจอกันในชั้นศาล ” หนานกงเฮ่าพูด

เย่ฉ่าวเฉินหัวเราะออกมาด้วยความเยาะเย้ย ” หนานกงเฮ่า นายทำแบบนี้พ่อแม่นายเห็นด้วยรึป่าว? นายคิดว่าพวกท่านจะยอมให้นายแต่งงานกับผู้หญิงที่เคยแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรอ? นายลืมไปแล้วหรอครั้งที่แล้วพวกท่านเตือนนายว่ายังไง? ”

” เย่ฉ่าวเฉิน นายไม่ต้องเอาพ่อแม่ฉันมาขู่ ถ้าฉันต้องการจะทำแบบนี้ แล้วพวกท่านจะทำอะไรได้? ” หนานกงเฮ่ายังคงปากแข็ง แต่ในใจเขารู้ดีว่าพ่อแม่เขาไม่ยอมรับในตัวมู่เวยเวยแน่ๆ

แต่แล้วยังไงละ ถึงพวกเขาไม่เห็นด้วย เขาก็จะพาเธอไปใช้ชีวิตด้วยกันไกลๆ

” หนานกงเฮ่า รอให้นายเป็นผู้ดูแลกิจการของตระกูลหนานกงแล้วค่อนว่ากันใหม่ ตอนนี้ นายออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ” เย่ฉ่าวเฉินพูดขึ้นพร้อมชี้ไปที่ประตู

มู่เวยเวยรีบจับมือหนานกงเฮ่าไว้ ” ไม่ หนานกงคุณอย่าไปนะ เย่ฉ่าวเฉินคนที่ควรจะออกไปเป็นคุณ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ ”

คำพูดของเธอทำให้เย่ฉ่าวเฉินโกรธมาก

หนานกงเฮ่าจับมือเธอไว้แน่นแล้วมองไปที่เย่ฉ่าวเฉินอย่างเย้ยหยันแล้วพูดว่า ” นายเห็นรึยัง? เขาที่สมควรจะอยู่? ”

” มู่เวยเวย เธออยากตายใช่ไหม? ” สายตาของเย่ฉ่าวเฉินจ้องเธอราวกับว่าจะฆ่าเธอให้ได้

มู่เวยเวยจ้องหน้าเขาแล้วพูดว่า ” ก็ดีนะ คุณฆ่าฉันเลยสิ ยังไงคุณก็ฆ่าพี่ชายฉันไปแล้ว ฆ่าฉันอีกคน ฉันจะได้ไม่ทรมาน ”

” เธอ……” คำพูดของเธอทำให้เย่ฉ่าวเฉินพูดไม่ออก ผู้หญิงคนนี้น้ำเข้าสมองใช่ไหม ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่น?

หนานกงเฮ่าหันลังแล้วพูดอย่างสนิทสนม ” ไม่ต้องกลัวนะ มีฉันอยู่เขาทำอะไรเธอไม่ได้หรอก ”

มู่เวยเวยหลบอยู่ที่ไหล่เขาแล้วพยักหน้า

” เย่ฉ่าวเฉิน ทีนี้นายเห็นแล้วนะ คนที่เวยเวยกลัวและไม่อยากเจอมากที่สุดคือนาย แล้วตอนนี้คุณจะยังอยู่ที่นี่อยู่อีกทำไม? ” หนานกงเฮ่ามองหน้าเขาด้วยความเย้ยหยัน และยังคงไม่ปล่อยมือมู่เวยเวย

เย่ฉ่าวเฉินเห็นมือที่ประสานกันของพวกเข่ ก็รู้สึกโกรธมากแล้วต่อยไปที่หน้าของหนานกงเฮ่า

” ปั๊บ —— ”

หนานกงเฮ่าถูกต่อยล้มลงกับพื้น มู่เวยเวยกรี๊ดด้วยความตกใจ

หนานกงเฮ่ากำลังจะลุกขึ้น เย่ฉ่าวเฉินก็ใช้เท้าเหยียบไปที่หน้าอกเขา และพูดเตือนเขาว่า ” หนานกงเฮ่า จำสิ่งที่นายพูดวันนี้ไว้นะ นายจะต้องชดใช้ ”

พอพูดจบ ก็หันหลังกลับไปบีบคอมู่เวยเวย มองหน้าเธอแล้วพูดว่า ” อย่าคิดว่าจะหย่ากับฉันได้ ชีวิตเธอในชาตินี้ เป็นคนของตระกูลเย่ ถ้าต้องตายก็ต้องเป็นผีของตระกูลเย่ จะออกจากชีวิตฉัน อย่าเพ้อฝัน แล้วก็ถ้าเธอกับไอ้นี่มีอะไรกัน ฉันจะถลกหนังเธอทิ้ง ”

” โอ๊ย —— ” มู่เวยเวยกรีดร้อง แล้วทุบแขนเย่ฉ่าวเฉิน

หมอได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาพอเห็นสถานการณ์ทุกคนก็ต่างตกใจ เย่ฉ่าวเฉินเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี

เย่ฉ่าวเฉินรีบปล่อยมือออกแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป

มู่เวยเวยหอบอบ่างรุนแรง แล้วลูบหน้าอกตัวเอง เย่ฉ่าวเฉิน นายนี่มันบ้าจริงๆเลย

หนานกงเฮ่าลุกขึ้นจากพื้นแล้วเช็ดเลือดที่มุมปากออก แล้วพูดปลอบเวยเวยว่า ” เธอยังโอเคใช่ไหม? ”

” ไม่เป็นไร……ฉันไม่เป็นไร……” เสียงของมู่เวยเวยสั่น เธอนอนลงบนตัวแล้วพูดว่า ” ฉันอยากนอนพัก คุณไม่ต้องสนใจฉัน ”

หนานกงเฮ่ายังอยากพูดอะไรบางอย่างต่อ ถ้าว่าโดนคุณหมอห้ามไว้แล้วดึงออกจากห้องไป ” สภาพเธอในตอนนี้เหมาะที่จะอยู่คนเดียว ให้เวลาเธอสงบสติอารมณ์หน่อย ”

หนานกงเฮ่าพยักหน้า ปิดประตูห้องผู้ป่วย แล้วเดินออกไปสุดทาง

จะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เย่ฉ่าวเฉินต้องหาวิธีให้เขาออกจากมู่เวยเวยแน่ๆ ดังนั้นเขาต้องรีบลงมือทำตามแผนที่วางไว้

” เฉียวซินโยว ออกมาเจอกันหน่อย ”

” เมื่อไหร่? ” เฉียวซินโยวกำลังสั่งให้สาวใช้เปลี่ยนม่านหน้าต่างอยู่

” ห้าโมงเย็น ที่เดิม ”

เฉียวซินโยวดูเวลาตอนนี้บ่ายสามยังมีเวลาเตรียมตัวสองชั่วโมง

” ได้ ฉันตกลง ”

……

บนถนน รถคาเยนน์คันใหม่ของเย่ฉ่าวเฉินกำลังวิ่งอยู่ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ เขาเหยียบคันเร่งให้ขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ มองไปเหมือนกับว่าจะชนเข้ากับรถบรรทุกคันข้างเธอ เขาจึงเหยียบเบรก

” ฟึ่บ —— ” เสียงเบรกดังขึ้น รถคาเยนน์หยุดลงโดยห่างจากรถบรรทุกคันข้างหน้าหนึ่งเมตร

ก้มหน้าฟุบลงกับพวงมาลัย เย่ฉาวเฉินกดโทรออกเบอร์ของใครบางคน

” คุณหนานกง ไม่เจอกันนานมาก ”

” ฮ่าๆ ประธานเย่คงยุ่งๆ งานเลี้ยงบริษัททุกครั้งก็ไม่เคยเจอเลย ” เสียงหนักแน่นของพ่อหนานกงเฮ่าพูดขึ้น

” ที่ผมโทรมาในวันนี้ก็เพราะอยากจะบอกเรื่องหนึ่งกับท่าน ”

” เชิญพูดได้เลย ”

เย่ฉ่าวเฉินมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีรถเต็มไปหมด แล้วพูดนิ่งๆว่า ” คุณหนานกงได้ใส่ใจบ้างรึป่าวว่าลูกชายของท่านกำลังทำอะไรอยู่? ผมขอเตือนนะครับท่าน ถ้าหนานกงเฮ่ายังสนใจในตัวภรรยาผมแบบนี้ถ้าผมทำอะไรลงไป ก็ขอให้คุณหนานกงอย่าถือโทษผมนะครับ ”

” นี่ ……ไอ้ลูกเวรนี่ ” คุณหนานกงสบถคำนี้ออกมา แล้วรีบพูดขอโทษ ” ประธานเย่ ฉันจะไปเรียกตัวมันมาเดี๋ยวนี้ คุณสบายใจได้ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้ ”

ตระกูลหนานกงก็ถือว่ามีหน้ามีตาในเมือง A ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเขามากนัก เย่ฉ่าวเฉินไม่อยากให้เธอขั้นมองหน้ากันไม่ติด

” ไม่ต้องจัดการหรอก แต่ว่าผมไม่อยากเห็นเขามาวนเวียนอยู่รอบตัวภรรยาผมอีก ถ้ามีคราวหน้าผมเองก็ไม่แน่ใจว่าปืนของผมจะมีกระสุนหรือเปล่า ”

คุณหนานกงพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก ” ฉ่าวเฉิน เราทั้งสองครอบครัวก็เป็นมิตรกันมานาน ไว้หน้าลุงเถอะ อย่าพึ่งทำร้ายหนานกงเฮ่าเลย อาจะสั่งสอนมันเอง ”

” แบบนี้ดีสุดแล้วครับคุณลุงหนานกง ” เย่ฉ่าวเฉินวางสายและขับรถต่อ

หนานกงเฮ่า นายก็แค่ทายาทที่ไม่มีอะไรในมือเลย ฉันจะคอยดูว่านายจะใช้อะไรมาแย่งคนของฉันไป

ไปตามที่ที่นัดหมายไว้

เสียงเรียกเข้าของหนานกงเฮ่าดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นคุณพ่อเขาครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วค่อยกดรับ

” ไอ้เด็กเวร แกอยู่ไหน ” คุณหนานกงพูดด้วยน้ำเสียงโมโห

หนานกงเฮ่าพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ” พ่อครับ ผมอยู่ข้างนอก มีอะไรรึป่าว? ”

” กลับมาเดี๋ยวนี้ ให้ไวที่สุด ”

” ไม่ได้ ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญต้องทำ ไว้พรุ่งนี้ผมค่อยกลับได้ไหม? ” หนานกงเฮ่าพูด

กลับมาเดี๋ยวนี้ เขามีทางเลือกเดียวคือกลับไปขังตัวอยู่ที่บ้าน

” แกอยู่กับมู่เวยเวยนั่นใช่ไหม? ” คุณหนานกงถามไปตรงๆ

หนานกงเฮ่าปฏิเสธ ” เปล่าครับ ไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ ครั้งที่แล้วแม่เตือนผมแล้ว ผมจะไปหาเธออีกได้ยังไง? ”

” แกอย่ามาโกหกฉัน เย่ฉ่าวเฉินโทรมาบอกฉันแล้ว ” คุณหนานกงยื่นคำขาด ” ถ้าคืนนี้ไม่เจอหน้าแก ฉันจะอายัดบัตรเครดิตและเงินสดทั้งหมดของแก ”

” พ่อ ถ้าพ่ออยากจะอายัดก็อายัดไปเลย ” พูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที

อายัดบัตร? อายัดตามสบายเลย ยังไงผมก็โอนเงินไปเก็บไว้อีกธนาคารหนึ่งของผมไว้แล้ว เงินพวกนั้นมันเพียงพอสำหรับคนสองคนที่จะไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศไปทั้งชีวิตเลย

โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาเหลือบไปมอง เป็นเบอร์ของแม่ของเขา เฉินซูฮว่า

ครั้งนี้เขาไม่ได้รับ แต่เลือกที่จะปิดเครื่องไปเลย

……

คฤหาสน์ตระกูลเย่

เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ เฉียวซินโยวออกจากคฤหาสน์อย่างเงียบๆ

เย่ฉ่าวเหยียนยืมมองเธอที่เดินออกไปอยู่ตรงระเบียง ก็รีบลงมาชั้นล่างแล้วบอกพ่อบ้านหวัง ” เตรียมรถ ฉันจะออกไปข้างนอก ”

รถคันสีดำตามรถขนส่งสาธารณะไป พอถึงป้ายรถหนึ่ง เย่ฉ่าวเหยียนเห็นเฉียวซินโยวเดินข้ามถนนแล้วเดินเข้าไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

เย่ฉ่าวเหียยนมองไปที่ป้ายชื่อของร้านกาแฟ ก็แสยะยิ้ม โอ้พระเจ้า นี่พวกเธอสองคนต้องมั่นใจขนาดนั้นกัน ไม่คิดจะเปลี่ยนสถานที่เลยหรอ?

ตอนที่เฉียวซินโยวไปถึง หนานกงเฮ่าก็นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประจำอยู่แล้ว

” มีเรื่องอะไร? ทำไมรีบร้อนขนาดนี้? ทางคุณทุกอย่างราบรื่นดีไหม? ” เฉียวซินโยวนั่งรถก็ถามออกไปตรงๆ

หนานกงเฮ่าให้พนักงานมาเสิร์ฟกาแฟแล้วพูดว่า ” ก็ไม่เลว ฉันหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน ”

เฉียวซินโยวพูดด้วยความดีใจ ” จริงหรอ? ”

” ตอนนี้มันเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ฉันจะพาเวยเวยออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ” พอหนานกงเฮ่าพูดถึงชื่อเธอก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

เฉียวซินโยวเห็นท่าทีแบบนี้ของเขา ก็รู้สึกอิจฉามู่เวยเวยขึ้นไปอีก เธอมีอะไรดี ทำไมมีแต่ผู้ชายรุมล้อมเธอ แต่ว่าอีกไม่นานผู้ชายที่ดีที่สุดอย่างเย่ฉ่าวเฉินก็จะเป็นของเธอแล้ว

” ยังต้องการให้ฉันทำอะไรอีกหรือเปล่า? ” เฉียวซินโยวถาม

หนานโกงเฮ่าหยิบการ์ดสีดำออกมาหนึ่งใบแล้วโยนให้เธอ ” ในนี้มีเงินก้อนหนึ่ง ให้เธอ ”

เฉียวซินโยวรับมาเก็บไว้ในมือ ” นี่มันอะไร? ค่าทำงานร่วมกันหรอ? ”

หนานกงเฮ่าไขว้ขาแล้วมองหน้าเธอ ” เธอคิดมากไปแล้ว ฉันส่งเอกสารข้อตกลงการหย่าให้เย่ฉ่าวเฉินแล้ว เธอต้องทำให้เย่ฉ่าวเฉินเซ็นให้ได้ งานของเราถึงจะเสร็จสมบูรณ์ ”

” เซ็นชื่อ? ฉันจะทำได้ไง……” เฉียวซินโยวรู้สึกว่างานนี้ยากมาก ” เย่ฉ่าวเฉินเป็นใคร? ถ้าเขาไม่ยอมเซ็น จะให้ฉันมัดเขาให้เซ็นอย่างนั้นหรอ? ”

หนานกงเฮ่าแสยะยิ้ม ” ฉันไม่สนใจว่าเธอจะใช้วิธีอะไร ขอแค่ให้เขาเซ็นชื่อให้ได้ เย่ฉ่าวเฉินกับมู่เวยเวยถึงจะถือว่าหย่ากันแล้วจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้นเธอก็จะไม่มีวันได้เป็นคุณผู้หญิงแห่งตระกูลเย่ ”

เฉียวซินโยวครุ่นคิดแล้วเหมือนกับว่าเธอจะคิดวิธีบางอย่างได้แล้ว เธอยกยิ้มมุมปาก ” โอเค คุณพามู่เวยเวยออกไป ฉันจะหาวิธีทำให้เย่ฉ่าวเฉินเซ็นชื่อ ”

หนานกงเฮ่ายกแก้วกาแฟขึ้น “ขอให้เราทั้งคู่สมหวัง ”

เฉียวซินโยวยกแก้วกาแฟขึ้น ” ต้องสมหวัง ”

นอกร้านกาแฟ เย่ฉ่าวเหยียนเห็นเหตุการณ์เป็นแบบนี้ เขารู้เลยว่าทั้งสองคนทำข้อตกลงกันสำเร็จอีกแล้ว แต่ว่าพวกเขาวางแผนทำอะไรกัน?

พอเห็นหนานกงเฮ่าเดินออกมาจากร้านกาเฟ เย่ฉ่าวเหยียนก็โทนบอกลูกน้อง ” อาเจี๋ย ตามหนานกงเฮ่าไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้มารายงานฉัน ”

” ครับ เจ้านาย ”

พอวางสาย เย่ฉ่าวเหยียนก็รู้สึกไม่สบายใจ สัญชาตญาณของเขาบอกว่าคราวนี้หนานกงเฮ่าและเฉียวซินโยวจะทำเรื่องที่ทุกคนคาดไม่ถึง

พอคิดได้แบบนี้ เย่ฉ่าวเหยียนรีบส่งข้อความบอกมู่เวยเวย หนานกงเฮ่าและเฉียวซินโยวนัดเจอกันอีกแล้ว เหมือนว่ากำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่าง เธอต้องระวังตัวนะ

ผ่านไปสักพัก มู่เวยเวยก็ตอบกลับ โอเค ฉันรู้แล้ว

ผ่านไปสักพัก ก็มีข้อความส่งมาอีกว่า ฉันลืมบอกคุณไป เมื่อเช้าหนานกงเฮ่าให้ฉันเซ็นใบหย่าไป พอเย่ฉาวเฉินเห็นจึงมาหาฉันที่โรงพยาบาล และพึ่งออกไป เขาโกรธมาก

ข้อตกลงในการหย่า? เย่ฉ่าวเฉินเห็นประโยคพวกนั้น ก็อึ้งไปสักพัก หนานกงเฮ่านี่ดำเนินการเร็วมาก รู้แบบนี้แล้ว เรื่องที่เขาและเฉียวซินโยวเจอกันในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับเอกสารข้อตกลงในการหย่าแน่นอน

คฤหาสน์ตระกูลเย่

พอเย่ฉ่าวเฉินกลับมาถึงก็เข้าไปที่ห้องหนังสือ เอกสารการหย่านั่นคุณอาหวังวางไว้อย่างดี เขาวางไว้บนสุดของเอกสารทุกอย่าง เย่ฉ่าวเฉินหยิบขึ้นมาดูอีกครั้ง

เหตุผลในการหย่าที่เขียนไว้ คือ หลังจากที่ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้ว นิสัยเข้ากันไม่ได้ ทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง ความรู้สึกระหว่างสามีภรรยาพังทลายลงแล้ว ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้อีก

เงื่อนไขในการหย่ามีเพียงข้อเดียวเท่านั้น ฝ่ายหญิงมู่เวยเวยจะออกไปตัวเปล่า

เหอะ ออกไปตัวเปล่า ถึงจะเป็นแบบนี้ มู่เวยเวยเธออย่าหวังเลยว่าจะไปจากฉันได้

เย่ฉ่าวเฉินจุดไฟเผาเอกสารนั่นทิ้ง

ตอนที่กินข้าวเย็น เย่ฉ่าวเหยียนเห็นว่าเขาอารมณ์ไม่ดี จึงดึงตัวเขาไปเดินเล่นในสวน พอเฉียวซินโยวเห็นเข้าก็รีบขึ้นไปที่ห้องหนังสือชั้นสาม

เธอลองเปิดประตู ปรากฏว่าเปิดได้

เฉียวซินโยวเข้าห้องไปอย่างไม่ลังเล

เขาจะเอาเอกสารในการหย่าวางไว้ที่ไหน?

บนตู้หนังสือ บนโต๊ะ ในลิ้นชัก เฉียวซินโยวค้นหาด้วยความรวดเร็วแต่ก็ยังคงหาไม่เจอ

เอาวางไว้ตรงไหนกันแน่?

เฉียวซินโยวใช้สายตากวาดมองไปทั่วห้อง และเห็นว่ามีขี้เถ้าอยู่ในถังขยะ

เขา……คงไม่ได้เผาเอกสารการหย่าไปหรอกนะ

พอคิดได้แบบนี้ เฉียวซินโยวก็ปวดหัวขึ้นมา เย่ฉ่าวเฉินนี่ก็ใจแข็งจะไม่ยอมหย่ากับมู่เวยเวย

แล้วจะให้เขาเซ็นยังไงล่ะ?

ได้ยินเสียงคุยกันของเย่ฉ่าวเหยียนและเย่ฉ่าวเฉินอยู่ชั้นล่าง เฉียวซินโยวก็รีบออกจากห้องไป

……

โรงพยาบาล

พอมู่เวยเวยได้รับข้อความจากเย่ฉ่าวเหยียน ก็ได้ระวังทุกการกระทำของหนานกงเฮ่า

รวมถึงอาหารที่เขาเอสมาเธอก็ไม่ได้แตะเลย

” ทำไม? ไม่อร่อยหรอ? เธออยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้ ” หนานกงเฮ่าพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

มู่เวยเวยส่ายหัว ” ฉันไม่อยากอาหาร ไม่อยากกินอะไรเลย ”

หนานกงเฮ่ามองซุปที่ใส่วัตถุดิบมากมายแล้วตักให้เธอด้วยตัวเอง ” ไม่อยากกินข้าว ก็ดื่มซุปสักหน่อยนะ ถ้าไม่กินอะไรเลย ตกดึกมาหิวจะทำยังไง? ”

มู่เวยเวยรับถ้วยซุปนั้นมา ใช้ช้อนคนไปคนมา และก็ได้กลิ่นเหมือนมียาบางอย่าง เธอตกใจ และถามเขาว่า ” ซุปนี้ทำไมกลิ่นแปลกไปไม่เหมือนเดิม ”

หนานกงเฮ่าพูดด้วยท่าทีนิ่งๆเหมือนเดิม ” ฉันซื้อซุปที่มีส่วนผสมของยาจีน มันทำให้จิตใจสงบ แล้วก็ช่วยให้นอนหลับได้สนิท ”

” อ้อ…..เป็นอย่างนี้นี่เอง ” มู่เวยเวยตักขึ้นมาน้อยๆแล้วใช้ลิ้นแตะชิมดู ” อ๊า ไม่ได้ ฉันไม่ชิน ” จากนั้นก็วางถ้วยซุปลงบนโต๊ะ

หนานกงเฮ่าไม่อยากให้ผิดสังเกต จึงบอกว่า ” จริงหรอ ถ้าไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่มก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะหาซื้อเจ้าอื่นมาให้ ”

มู่เวยเวยใช้โอกาสที่เขากำลังเก็บจานรีบวิ่งไปแปรงฟันในห้องน้ำ

เขาอยากวางยาเธอ? เขาจะทำอะไร?

คงไม่ใช่จะวางยาให้เธอสลบ จากนั้นก็……

ในหัวคิดถึงภาพที่ยากที่จะอธิบาย มู่เวยเวยตัวสั่น เขาก็ไม่ต่ำช้าขนาดนั้นหรอก

ออกจากห้องน้ำ หนานกงเฮ่าเอาอาหารทุกอย่างทิ้งลงในถังขยะเรียบร้อยแล้ว และเทน้ำอุ่นๆไว้ให้เธอ แล้วเปิดทีวีไว้

” อยากดูรายการทีวีอะไรไหม? ” หนานกงเฮ่าเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีผิดปกติเลย

มู่เวยเวยนั่งลงบนโซฟาที่ไกลจากเขาที่สุด ในมือเธอจับแก้วน้ำไว้แต่ไม่ได้ดื่มเลยแม้แต่คำเดียว

” หนานกง มืดแล้ว คุณกลับบ้านเถอะ ” มู่เวยเวยเริ่มหว่านล้อมให้แขกกลับไป

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset