วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 461 คร่ำครวญ

เซี่ยอันน่าไม่ได้ทำงาน

แต่เพราะเธอเป็นพวกว่างไม่ได้ จึงไปหางานอื่นทำ

ไม่รู้ว่าโชคไม่เข้าข้างเธอหรืออย่างไร เพราะไม่ว่าเธอจะไปสมัครงานที่ไหน ที่นั่นก็ไม่ได้ต้องการคนเพิ่มทุกที่

ช่วงที่เซี่ยอันน่าพยายามหางานอยู่นั้น แล้วซู่เฉียวเฉี่ยวก็เจอเข้า และเริ่มชักชวนเธอ

“มีรุ่นพี่ที่ฉันรู้จักอยู่คนหนึ่ง เขาต้องการนักแสดงตัวประกอบอยู่พอดี เธอสนใจไหม?”

เซี่ยอันน่าลังเลเล็กน้อย “เธอดีกับฉันขนาดนั้นเลยหรือ?”

“อย่าพูดแบบนั้นซิ อย่างไรซะเราก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน เธอต้องการคสามช่วยเหลือ ฉันก็ต้องช่วยเหลือซิ” และเธอก็ยื่นนามบัตรให้เซี่ยอันน่า “อ่ะนี่ เป็นเบอร์โทรของโมเดลลิ่ง พรุ่งนี้เธอก็ลองไปหาเขาแล้วกัน”

เซี่ยอันน่ารับมา และตอบกลับว่า “ขอบใจมาก”

เมื่อกลับมาที่ห้อง เซี่ยอันน่าเอาแต่จ้องไปที่กระดาษนั่น

โทรดีไหมนะ?

ซีซีที่กลับมาเห็น เซี่ยอันน่าเอาแต่จ้องกระดาษใบนั้น จึงถามว่า

“โหล เธอกำลังคิดอะไรอยู่?”

เซี่ยอันน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย และตอบกลับว่า “ซู่เฉียวเฉี่ยวให้นามบัตรฉันมา บอกให้ฉันลองไปแคสงานพรุ่งนี้ดู”

“งั้นก็ไปซิ ถ้ายั่ยนั่นจะแกล้งอะไรเธอ แต่ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร”

“ก็จริง”

“ถ้าเธอกลัวเดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนก็ได้ เราพกเครื่องเตือนเสียงดังๆไปด้วย ถ้าพวกนั้นคิดจะทำอะไร เราจะได้สั่งสอน”

เซี่ยอันน่ารีบพูดขึ้น “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันไปเองดีกว่า”

“อย่านะ พาฉันไปด้วย ฉันอยากเห็นบรรยากาศเวลาแคสงานบ้างอะ”

ซีซีพูดพร้อมทำสายตาเปล่งประกาย

เซี่ยอันน่ากลัวว่าถ้ามีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นจริงๆ มันจะซวยและลำบากไปถึงซีซี

ซีซีเห็นเซี่ยอันน่าเอาแต่ลังเลไม่พูดจา จึงพูดขึ้นว่า “โห่ เอาล่ะอันน่า ให้ฉันไปเถอะ ให้ยืนรออยู่หน้าประตูเฉยๆก็ได้ ฉันสัญญาจะไม่รบกวนเธอเลย”

ซีซีอ้อนวอน เซี่ยอันน่าจึงทำได้แค่ตอบตกลง

“ก็ได้ แต่ว่าพอถึงที่นั่นแล้ว ห้ามพูดเรื่อยเปื่อยนะ ห้ามไปไหนมั่วซั่ววด้วย”

ซีซียิ้มออกทันทีทันใด “วางใจฉันไเ้เลย”

จากนั้นเซี่ยอันน่าก็โทรหาโมเดลลิ่งคนนั้น เมื่อเขารู้ว่าเธอเป็นคนที่ซู่เฉียวเฉี่ยวแนะนำมา จึงนัดให้เธอมาออดิชั่นพรุ่งนี้

เมื่อถึงวันออดิชั่น เซี่ยอันน่ารู้สึกเป็นกังวล เพราะกลัวจะคนแปลกๆหรืออะไรไม่ชอบมาพากล

ช่วงที่เธอกำลังเตรียมตัวอยู่นั้น เธอก็เห็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่ง และจำได้ว่า เขาเพิ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติเมื่อไม่นานมานี้

ถ้าได้แสดงร่วมกับเขา คงจะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ

ดูเหมือนว่าเขาจะมองซู่เฉียวเฉี่ยวผิดไปจริงๆ ถ้าเจอหน้ากัน เธอต้องขอบคุณซู่เฉียวเฉี่ยวยกใหญ่

“เฮ้ อย่าเอาแต่เหม่อ เดินมาทางนี้”

เมื่อเซี่ยอันน่าตั้งสติได้ ก็ยิ้มแหยๆ และเดินตามผู้ช่วยคนนั้นไป

เมื่อเดินเข้าไปในห้องของผู้กำกับ

ก็เห็นผู้ช่วยผู้กำกับกำลังคุยเรื่องบทกับคนอื่นอยู่ เมื่อเขาหันมาเห็นเซี่ยอันน่า ก็พยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะถามว่า

“มาออดิชั่นใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ”

“นี่คือบทที่ต้องใช้ออดิชั่น เธอท่องก่อน”

เซี่ยอันน่ารับบทมา

จากนั้นผู้ช่วยผู้กำกับก็หันมองไปทางซีซีและพูดขึ้นว่า “ว้าว ยังไม่ดังก็มีผู้จัดการส่วนตัวแล้ว”

ผู้จัดการส่วนตัว?

เซี่ยอันน่าค่อยๆมองไปทางซีซี “เธอไม่ใช่….”

“ใช่ค่ะ ฉันคือผู้จัดการส่วนตัวของเธอ”

ซีซีพูดแทรกขึ้น

เซี่ยอันน่าแกล้งทำเป็นไม่สนใจเธอ และท่องบทต่อ

เมื่อออดิชั่นเสร็จ ผู้ช่วยผู้กำกับได้เอ่ยชมเซี่ยอันน่าว่า “เธอแสดงได้ไม่เลวเลย ถ้าโอเค พรุ่งนี้ก็มาร่วมทีมได้”

เซี่ยอันน่าอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับว่า “เอ่อ พรู่งนี้ฉันมีเรียนค่ะ”

“ฉันรู้ แต่บทเธอไม่ได้มีอะไรมาก สักอาทิตย์ก็น่าจะหมดแล้ว ถ้าแค่อาทิตย์เดียวเธอยังไม่มีเวลาให้แบบนี้ ฉันว่าคงจะทำด้วยกันยาก”

เอ่อ….

เซี่ยอันน่าที่กำลังครุ่นคิด ซีซีจึงพูดขึ้นว่า

เดี๋ยวฉันลาให้”

ผู้ช่วยผู้กำกับได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มพอใจ “ผู้จัดการเธอคนนี้ไม่เลวเลย ช่วยคิดแทนเธอได้ดีจริงๆ”

ซีซีที่ได้รับคำชมก็ยืดอก และพูดต่อว่า “อันน่าค่อนข้างๆจะมือใหม่ ถ้าเธอทำอะไรให้คุณไม่พอใจ ก็ขออภัยมาณที่นี้ด้วยนะคะ”

“ไม่หรอก แล้วตกลงงานนี้พวกคุณจะรับไหม?”

“รับแน่นอนค่ะ ไม่เป็นไรฉันตัดสินใจแทนอันน่าได้”

“โอเค งั้นอีกาักพักจะมีคนเอาสัญญามาให้เซ็น ตรวจสอบให้ดีแล้วค่อยเซ็นนะ”

ซีซีพยักหน้ารับทราบ และพาเซี่ยอันน่าเดินออกจากห้องมา

หน้าประตู ซีซีพูดกับเธอว่า “อันน่า เธอเซ็นๆไปเถอะ ถือซะว่าเป็นโอกาสที่ดีนะ”

“ฉันรู้ แต่ว่า….”

“ฉันรู้ว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร เอางี้ เรื่องลาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน ไว้ใจได้”

เซี่ยอันน่าขำเล็กน้อยกับท่าทีของเธอ “นี่เธอเป็นผู้จัดการเข้าเส้นแล้วหรือเนี้ย?”

“เห้อ ฉันก็อยากเป็ฯดาราดังเหมือนกัน แต่ว่าเสียดายที่ไม่ได้เกิดมาสวยเหมือนเธอ และไม่ได้เกิดมาเพียบพร้อมแบบซู่เฉียวเฉี่ยว เลยทำได้แค่ทำงานอยู่เบื้องหลังแบบนี้ไง” ซีซีขำเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า “แต่ว่าการเป็นผู้จัดการส่วนตัวนี่ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าครั้งหน้าต้องการอีก เรียกฉันได้เสมอเลยนะ”

“เอาล่ะๆ เธอนี่ชอบเล่นจริงๆ” เซี่ยอันน่าขำ และพูดต่อว่า “เซ็นสัญญาเสร็จ เดี๋ยวเจ้พาไปเลี้ยงข้าวนะ”

“เธอตกลงแล้วหรือ? ว้าว มีคนจะเลี้ยงข้าวแบบนี้ ฉันคงต้องกินของดีซะหน่อยแล้ว เธอเตรียมตัวไว้ได้เลย”

วันต่อมา

เซี่ยอันน่ามาถึงหน้างานตามเวลานัด

เมื่อถึงคิวเธอเดินไปหน้ากล้อง

ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับบทนางเอกมองมาที่เธอ

จากนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเบ้ปาก และพูดขึ้นว่า

“นี่มันแฟนของคุณชายเสี่ยวไม่ใช่หรือ?”

เมื่อเซี่ยอันน่าได้ยินแบบนั้นก็ตะลึงเล็กน้อย

จากนั้นผู้คนรอบๆก็เริ่มหันไปมองเซี่ยอันน่า

ช่างแต่งหน้าถามขึ้นว่า “คุณบอกว่าเธอคือใครนะ? แฟนของคุณชายเสี่ยวหรือ? ไม่น่าจะเป็นไปได้”

“อะไรกัน? นี่พวกเธอไม่รู้หรือ?

นางเอกคนนั้นมองเธอความอิจฉาริษยา ยัยนี่มีดีอะไรทำไมถึงได้อยู่ข้างเสี่ยวอวี้หลิน?

เธอไม่ชอบหน้าเซี่ยอันน่ามานานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้สั่งสอน

วันนี้แหละเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้เซี่ยอันน่ารู้จักว่าฟ้ากับเหวมันต่างกันยังไง!

กลับกัน เซี่ยอันน่าจำเธอไม่ได้สักนิด

เพราะวันนั้นเธอกลัวและกดดันมาก ทำให้ไม่มีเวลามาจำหน้าใครได้เลย

แต่สิ่งที่เธอรู้ได้ชัดเจนคือ

ผู้หญิงคนนี้ มองเธอเป็นศัตรูแน่นอน

นางเอกคนนั้นใช้สายตาเหยียดมองเธอและยิ้มเยาะ “คิดไม่ถึง ว่าทีมละครของพวกเราจะได้ร่วมงานกับคนดังแบบนี้”

เซี่ยอันน่าตอบกลับอย่างใจเย็น “อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังต้องเรียนรู้จากคุณอีกเยอะ”

“ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณชายเสี่ยวแล้ว ขอเขาแค่สนับสนุนหนังสักเรื่อง เธอก็ได้เป็นนางเอกแล้ว แล้วตอนนี้ทำไมมาเป็นแค่ตัวประกอบเล็กๆ?”

“ความสามารถของฉันยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ ไม่เหมือนคุณที่เก่งและฉลาด ฉันคงต้องเรียนรู้จากคุณค่ะ”

เซี่ยอันน่าพยายามตอบกลับอย่างสุภาพ

แต่นางเอกคนนั้นกลับคิดว่าเซี่ยอันน่ากำลังเหน็บแนมเธอ จึงยิ่งทำให้เธอเกลียดเซี่ยอันน่าเข้าไปอีก

จากนั้นผู้กำกับก็เดินเข้ามาชี้แจงรายละเอียดของบท

เซี่ยอันน่าตั้งใจฟังมาก แต่นางเอกสาวเอาแต่คิดอะไรสักอย่างอยู่

และอยู่ดีๆเธอก็ขำออกมา

“พวกเธอเข้าใจแล้วใช่ไหม?”

เซี่ยอันน่าพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”

“แล้วเธอล่ะ”

นางเอกสาวหยักไหล่เล็กน้อยและถามว่า “มีฉากที่ต้องตบกัน เราจะใช้มุมกล้องคือตบจริงๆ?”

“ใช้มุมกล้องได้ เพราะเป็นฉากระยะไกล”

“แต่ว่าวินาทีต่อไปก็ต้องถ่ายมาเห็นหน้าฉันแล้ว กลัวว่ามันจะไม่สมจริงน่ะซิ”

“เอ่อ….”

เซี่ยอันน่าเข้าใจที่เธอกำลังสื่อ ถึงแม้จะไม่อยากทำ แต่เธอก็เป็นเพียงแค่ตัวประกอบเล็กๆ นางเอกพูดขนาดนี้แล้ว เธอจะทำอย่างไรได้อีก? จึงตอบว่า

“งั้นตบจริงก็ได้ค่ะ”

“เอ่อคุณไม่เป็นไรหรือ?”

“ไม่ค่ะ ฉันเป็นแค่ตัวประกอบ โอเคอยู่แล้วค่ะ”

“งั้นฉันก็เล่นจริงละนะ เทคเดียวก็ผ่านแล้ว”

“อืม ค่ะ”

คำที่เธอบอกว่าเทคเดียวก็ผ่านไป ไม่มีจริง….

ผ่านไปเทคแล้วเทคเล่า ตบแล้วตบอีก และทุกเทคเธอมักจะหาเหตุผลมาอ้างอย่างนั้นอย่างนี้

จนมาถึงเทคที่ 6 ปากของเซี่ยอันน่าเจ่อและเขขียวช้ำ แม้จะแต่งหน้ายังไงก็กลบไม่มิด

ทุกๆคนต่างรับรู้ได้ ว่านางเอกสาวคนนี้จงใจแกล้งเซี่ยอันน่า

แต่เพราะเธอมีชื่อเสียงมาก จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไร

และเซี่ยอันน่าก็ไม่อยากใช้ชื่อเสียงของเสี่ยวอวี้หลินมาขู่ จึงทำได้แค่กัดฟันทนไป

และสุดท้าย ผู้กำกับไม่อยากจะเสียเวลาต่อไปแล้ว ประกอบกับเห็นปากของเซี่ยอันน่าบวมขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจคัท “โอเคฉากนี้เพอร์เฟ็คมาก ฉากต่อไปเตรียม!”

จากนั้นทุกคนก็ยุ่งวุ่นวายกับการจัดเตรียมฉาก เซี่ยอันน่ารู้สึกว่า วันนี้ตัวเองน่าจะโชคร้ายพอแล้วนะ

ทันใดนั้นนางเอกสาวก็เดินเข้ามาหาเธอ และเสแสร้งแกล้งพูดว่า “ขอโทษจริงๆนะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเลย แต่เธอก็บอกเองนะว่าไม่เป็นไร จะโทษฉันไม่ได้นะ”

เซี่ยอันน่าพยายามจะฝืนยิ้ม แต่ก็ยิ้มไม่ออก เพราะมันเจ็บเกินไป

นางเอกสาวเห็นท่าทีของเธอ ก็พูดขึ้นว่า “ไอหยา เธอน่าจะเจ็บหนักนะ เหมือนว่าวันนี้เธอจะถ่ายต่อไม่ได้แล้วซิ งั้นกลับไปพักผ่อนดีกว่านะ”

พูดจบ เธอก็เดินไปทางผู้กำกับ

อาการของเซี่ยอันน่าตอนนี้ ก็ไม่เหมาะที่จะถ่ายต่อจริงๆ ควรกลับห้องไปพักผ่อนและประคบน้ำแข็งสักหน่อย

และเมื่อตอนที่เธอกำลังจะเดินออกมา ก็ได้ยินนางเอกสาวคนนั้นพูดว่า “คนใหม่คนนี้ลำบากนิดลำบากหน่อยก็ไม่ทนแล้ว ถ่ายไปได้แค่ครึ่งเดียวก็ขอลากลับไปตากแอร์ที่ห้องซะแล้ว เห้อ ไม่ไหวจริงๆ”

เซี่ยอันน่าหยุดเดิน และหันไปมองยัยนั่น จากนั้นค่อยๆเดินออกมา

เมื่อถึงห้อง เซี่ยอันน่าค่อยๆลูบแผลที่ปาก

ทำงานวันแรกก็เจอเรื่องซวยๆแบบนี้เสียได้

แต่อย่างไรซะเธอก็มาแล้ว อดทนทำให้จบแล้วกัน

พรุ่งนี้ เซี่ยอันน่าไม่มีฉากกับเธอแล้ว คงไม่มาก่อกวนอะไรเธอได้แล้วแหละ

ติ้งต้อง…

เซี่ยอันน่าเปิดประตู คนที่มาหาเธอคือสาวน้อยช่างแต่งหน้า

สาวน้อยพูดยิ้มๆว่า “ฉันว่าพี่น่าจะเจ็บหนัก เลยเอายามาให้ พี่ทาซะนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่ใช่คนแรกหรอกค่ะที่โดนแบบนี้ ถึงพวกเราจจะพูดอะไรมากไม่ได้ แต่พวกเราก็จะคอยช่วยเหลืออยู่นะคะ”

“ฉันเข้าใจค่ะ ที่เอายามาให้วันนี้ ฉันก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ”

“งั้นพี่พักผ่อนเยอะๆนะคะ พรุ่งนี้ยังต้องมาถ่ายซ่อมงานที่เหลือต่ออีก”

“โอเคค่ะ”

เธอกำหลอดยานั้นแล้วรู้สึกอุ่นใจขึ้น

แต่คิดไปคิดมา ทำไมรู้สึกแปลกๆ

สาวน้อยช่างแต่งหน้าคนนั้น วันนี้เป็นคนแต่งหน้าให้นางเอกคนนั้นนี่นา

ตอนที่เธอเดินเข้ามา เห็นทั้งสองพูดคุยกันดูสนิทสนมเชียว แล้วทำไมตอนนี้เอายามาให้เธอล่ะ?

แค่นี้สภาพหน้าเธอก็ดูย่ำแย่มากพอแล้ว ถ้ายิ่งทาอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไปอีก อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์คงไม่ต้องถ่ายงานกันพอดี

เซี่ยอันน่าคิดได้ดังนั้น ก็โยนยานั้นทิ้งถังขยะไป

วันต่อมา

เซี่ยอันน่าตื่นแต่เช้ามาแต่งหน้า และเตรียมตัว

เมื่อถึงคิวเธอถ่าย เธอก็ทำได้ดี จนผู้กำกับรู้สึกว่าเธอแสดงได้ไม่เลวเลย

ถึงแม้เธอจะเป็นแค่นักแสดงประกอบเล็กๆ แต่เธอก็ตั้งใจและเต็มที่มาก

เวลาสิบโมง นางเอกสาวเพิ่งเดินโซเซมาถึงกอง

เมื่อเธอเห็นเซี่นอันน่า ก็ชักสีหน้า

จากนั้นรีบเปลี่ยนอารมณ์เดินเข้าไปทักท่าผู้ช่วยผู้กำกับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

วันนี้ไม่มีคิวถ่ายของนางเอกสาว เพราะฉะนั้นทุกคนจึงรู้ว่าเธอตั้งใจมาเพื่อก่อกวนเซี่ยอันน่า

เซี่ยอันน่ารู้สึกเบื่อหน่ายมาก

นี่เซี่ยอันน่ากับเธอมีเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย?

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset