วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 533 เจ้าชายขี่ม้าขาว

เย่จิงเหยียนคิดกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อก่อนหน้านี้ และหันไปถามเสี่ยวอวี้หลิน “เสี่ยวอวี้หลินเมื่อกี้แกเกาหน้า เมียแกเห็นหรือเปล่า”

“เมื่อกี้มีแมลงมากัด มันคัน ก็เลยต้องเกา เกาแป๊บเดียวไม่น่าเห็นนะ”

เมื่อพูดจบเสี่ยวอวี้หลินก็เป็นเป้าหมายของทุกคนทันที

“ให้ตายเถอะ อันน่าต้องเห็นแน่”

“กินเหล้าฟรีไปเยอะขนาดนั้น ฉันท้องแทบแตกตาย สุดท้ายแค่คำปลอบใจก็ไม่ได้”

“เสี่ยวอวี้หลิน แกเป็นสายของพวกเธอใช่ไหม”

“พูดเว่อร์อะไรกัน”

“แก๊งค์หมู”

ความสงสัยนี้ทำให้เสี่ยวอวี้หลินหัวเราะออกมา “ขอโทษ นี่เป็นแค่อุบัติเหตุเล็กน้อย คราวหน้าจะไม่ให้เกิดอีก”

จะให้เสี่ยวอวี้หลินชดเชยยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อความผิดพลาดได้เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงตำหนินิดหน่อย แล้วก็ปล่อยมันไป

……

หลังผ่านหานิมูนมา เซี่ยอันน่าก็กลับมาทำงานปกติ

แม้จะแต่งงานเข้าบ้านเศรษฐี แต่เธอก็ไม่อยากเกาะเสี่ยวอวี้หลิน เธอยังอยากทำงานที่ตัวเองรัก

เพราะฉะนั้นเธอจึงตั้งใจทำงานมาก ตั้งใจกว่าก่อนจะแต่งงาน จนทุกคนรู้สึกแปลกใจ

เซี่ยอันน่าไม่ได้กังวลว่าฉีฉีจะโดนมู่ยู่วฉีไปเกาะแกะ

เพราะยังมีเย่ชูวเสวี่ยอยู่ ดังนั้นตอนนี้ทางฝั่งมู่ยู่วฉีจะเงียบมาก เธอจึงผ่อนคลายขึ้น

วันนี้ฟ้าเพิ่งจะสว่างขึ้นมา ฉีฉีตื่นมาดื่มน้ำ เมื่อเห็นเซี่ยอันน่าแต่งตัวเรียบร้อยยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอก็อดไม่ได้ที่จะหาว และพูด “อันน่าทำไมออกไปเช้าขนาดนี้”

สีหน้าของเซี่ยอันน่าดูเหนื่อยล้า “ฉันเพิ่งกลับมา”

“ห๊ะ”

คำพูดนี้ทำให้ความง่วงของฉีฉีหายไปทันที สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจ

“ถ่ายปกนิตยสาร อัดรายการบันเทิง แล้วก็เจอกับทีมงานอีก จนเวลามาถึงตอนนี้แหละ”

เมื่อเห็นดวงตาของเซี่ยอันน่าแทบจะเปิดไม่ได้ ฉีฉีก็พูดอย่างสงสาร “เธอทำงานหนักจริงๆ”

เซี่ยอันน่าพูดขนาดถอดรองเท้าส้นสูง “ก็แค่ช่วงนี้แหละ เดี๋ยวทุกอย่างผ่านไปก็จะไม่เหนื่อยอย่างนี้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันก็รับไม่ได้”

“งั้นเธอรีบอาบน้ำนอนเถอะ”

“อืม”

เซี่ยอันน่าพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ

หลังจากได้คุยกับเซี่ยอันน่าแล้ว ฉีฉีก็ไม่มีอารมณ์หลับต่อ เธอจึงตื่นมาท่องศัพท์ ตั้งใจว่าจะไปซื้ออาหารเช้า รอเซี่ยอันน่าตื่นมาจะได้ทานอาหารอร่อยๆ

ทำงานหนักมากแล้ว ถ้าไม่ได้กินของอร่อยก็น่าสงสารเกินไป

เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉีฉีก็เปลี่ยนเสื้อผ้า และออกไปซื้ออาหารเช้า

บนถนนในตอนเช้าตรู่มีคนเดินไม่มากนัก

แต่ร้านอาหารเช้าก็มีคนไม่น้อย

ทุกคนกำลังต่อแถวกันอยู่ แสดงว่าอาหารรสชาติไม่เลว

เมื่อคิดอย่างนั้นฉีฉีก็ไปต่อแถว พร้อมจะซื้อทุกอย่างมาชิม

และทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ากระเป๋าของเธอขยับ

เธอยื่นมือลงไปจับ ก่อนจะจับโดนมือของคนๆหนึ่ง

เธอตะลึง ฝ่ายตรงข้ามก็ตะลึง จากนั้นสองคนก็สบตากัน เธอตกใจกับสายตาของอีกฝ่ายทันที

เธอรีบพลิกกระเป๋าหาโทรศัพท์แต่ก็ไม่เจอ เธอจึงรีบตะโกนว่า “ทำอะไรน่ะ”

เมื่อมีคนดึงกระเป๋าไว้ ผู้ชายคนนั้นก็ตะโกนอย่างโหดร้าย “ปล่อยมือ”

“แกขโมยโทรศัพท์ฉันไม่ใช่หรอ เอาคืนมา”

ผู้ชายคนนั้นพยายามจะสลัดตัวออก พร้อมตะโกนว่า “อย่าพูดไร้สาระ ปล่อยมือ”

“โจรสมัยนี้มีความมั่นใจดีนะ ไปโรงพักกับฉัน”

“นังชั่ว สมควรตาย”

ผู้ชายคนนั้นพูดแหละตั้งใจจะยกมือขึ้นมาโจมตีเธอ

“ใครกันที่สมควรตาย”

ในช่วงสำคัญก็มีคนหนึ่งเดินเข้ามาช่วยจับมือผู้ชายคนนั้นไว้และบีบอย่างแรง

จนเจ็บจึงตะโกนว่า “โอ้ย ไว้ชีวิตฉันด้วย”

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยฉีฉีก็เงยหน้าขึ้นไปและเห็นมู่ยู่วฉีกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์

เค้าอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ฉีฉีรู้สึกสงสัย แต่มู่ยู่วฉีเรากับไม่เห็นฉีฉี เค้ามองไปที่โจรและพูดอย่างเย็นชาว่า “แกขโมยอะไรของผู้หญิงคนนี้ไป เอาคืนมา”

จนรู้ว่าวันนี้เค้าเจอคนที่ไม่ธรรมดา เขาจึงไม่กล้าสู้อีก ได้แต่ส่งโทรศัพท์ให้ฉีฉีอย่างเชื่อฟัง และพูด “ฉันไม่กล้าทำแล้วปล่อยฉันไปเถอะ”

“แกทำผิดก็ต้องโดนลงโทษ ถ้าฉันปล่อยแกไป ทุกคนไม่มีทางยอม”

ทุกคนต่างสนับสนุนฉีฉี เพื่อให้จับโจรส่งให้ตำรวจ

มู่ยู่วฉียืมเชือกมาจากคนแถวนั้นมัดตัวโจร และบอกว่า “ ฉีฉีแจ้งตำรวจ”

“อืม”

เมื่อโทรไปตำรวจก็มาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจูนก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

“ทำไมเป็นแกอีกแล้ว”

โจรคนนี้ขโมยคนอื่นจนเป็นนิสัย

โจรถูกตำรวจพาตัวไป ฉีฉีกับมู่ยู่วฉีจึงกลายเป็นฮีโร่ในสายตาทุกคน

ฉีฉีรู้สึกขอโทษ เธออยากซื้ออาหารเช้าและรีบกลับ

แต่ตอนที่จ่ายเงิน เจ้าของร้านก็พูดว่า “แฟนของหนูสุดยอดมาก อันนี้ยกให้ไม่ต้องจ่าย”

“เค้าไม่ใช่….”

“ขอบคุณมากครับคุณป้า”ยังไม่ทันที่ฉีฉีจะพูดจบ มู่ยู่วฉีก็มาพูดแทรก “ฉีฉีเรากลับกันเถอะ อย่ามากวนเวลาคุณป้าทำงาน”

เมื่อเห็นว่ายังมีคนอีกมากมาย ฉีฉีก็ไม่ควรอยู่ต่อ เธอจึงนำอาหารเช้าและเดินออกไป

เมื่อเดินออกมาไกลจากผู้คนแล้ว เธอก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้มู่ยู่วฉี “เมื่อกี้ขอบคุณมาก”

เค้าก้มหน้าลงมามองฉีฉี และเพิ่งรู้ว่าเค้าคิดถึงเธอมากกว่าที่คิด

ไม่มีเขาดูแลเธอ ไม่รู้ว่าเธอมีชีวิตดีไหม

เมื่อเห็นมู่ยู่วฉีไม่พูด เธอจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเขา

และแววตาของเขาก็ทำให้เธอตกเข้าไปในห้วงแห่งความรัก ที่ไม่อาจจะถอนสายตาออกมาได้

ริมฝีปากสีแดงของฉีฉีก็ขยับเล็กน้อย เค้าอยากเข้าไปกอดและจูบเธอ

อาจจะเพราะว่าความคิดของมู่ยู่วฉีรุนแรงเกินไป ทำให้ฉีฉีรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง และหดตัวไป

เมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของตัวเองดูโจ่งแจ้งเกินไป มู่ยู่วฉีก็หันไปมองทางอื่นเพื่อสงบอารมณ์ “ขอบคุณอะไร แค่นี้เอง”

ถึงแม้ว่าปฏิกิริยาตอบสนองของฉีฉีจะช้า แต่เธอก็เห็นอะไรบางอย่างในสายตาของเขา

แม้ว่าการแสดงออกของเค้าจะหยาบคาย แต่เพราะว่าเค้าช่วยเธอ เธอจึงไม่ควรว่าอะไรเขา ได้แต่คุยกับเขาไปเรื่อยเพื่อให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัด

“คุณ….”

“คุณ…..”

คิดไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะพูดออกมาพร้อมกัน

ทั้งสองคนยิ้มให้กัน บรรยากาศน่าอึดอัดเริ่มหายไป

มู่ยู่วฉีมองฉีฉีด้วยรอยยิ้ม “คุณพูดก่อนเถอะ”

ฉีฉีเม้มปากถาม “ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่”

“มาซื้ออาหารเช้า”

“มาซื้ออาหารเช้าหรอ แต่ที่นี่ไกลจากอพาร์ตเม้นต์คุณมากนะ”

“แต่บะหมี่แห้งที่นี่อร่อย ผมเลยมาซื้อที่นี่”

ในความทรงจำ มู่ยู่วฉีไม่ได้ชอบกินขนาดนั้น เหตุผลของเค้าในครั้งนี้มีความน่าเชื่อถือได้น้อยมาก

ฉีฉีแอบคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

“คุณล่ะเมื่อกี้จะพูดอะไร”

ฉีฉีดึงสติกลับมา และแบ่งอาหารในมื้อครึ่งพร้อมพูด “ในเมื่อคุณก็มาซื้ออาหารเช้า งั้นฉันจะแบ่งให้คุณครึ่งนึง”

“ผมไม่เอาคุณเอากลับไปกินเถอะ”

“แล้วคุณไม่ต้องกินข้าวเช้าหรอ”

“เดี๋ยวผมไปซื้อเอง”

“แล้วถ้าคุณป้าไม่เอาเงินอีกแล้วจะทำยังไง พวกเราอย่าไปสร้างความลำบากใจให้คนอื่นเลย รีบเอาไปสิ”

เธอพูดและส่งอาหารครึ่งหนึ่งให้มู่ยู่วฉี “ไม่พูดมากแล้ว ฉันต้องรีบกลับบ้านไว้เจอกัน”

พูดจบเธอก็โบกมือให้มู่ยู่วฉีและเดินจากไป

เค้ามองตามหลังฉีฉีไปด้วยความเศร้า

เค้าไม่ได้กลับไปที่อพาร์ทเมนท์ของตัวเอง แต่กลับไปที่พักอีกที่หนึ่งที่ใกล้กับที่อยู่ของเซี่ยอันน่ามาก

ตอนนี้เสี่ยวอวี้หลินตื่นนอนแล้ว ผมเผ้ายุ่งเหยิง และสีหน้ายังมีความง่วงอยู่

เมื่อเห็นมู่ยู่วฉี และอาหารเช้าในมือของเขา เสี่ยวอวี้หลินจึงพูด “วันนี้เป็นอะไรถึงซื้ออาหารเช้ามาให้ทุกคน ไม่ใช่สไตล์ของแกจริงๆ”

“นี่ไม่ได้ซื้อ ฉีฉีให้มา”

ตอนพูดประโยคนี้ สีหน้าของมู่ยู่วฉีก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“ฉีฉีหรอ แกไปบังเอิญเจอฉีฉีหรอ”

“ใช่”

คำตอบนี้ไม่ได้ทำให้เสี่ยวอวี้หลินสบายใจ เค้าขมวดคิ้วส่ายหน้า “แกใจร้อนเกินไป ยังดีที่วันนี้บังเอิญเจอฉีฉี ถ้าเจอกับพวกอันน่า พวกเราจบแน่ ทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญเปล่า”

แต่มู่ยู่วฉีกลับไม่คิดอย่างนั้น “ถ้าไม่ใช่เพราะมีฉันอยู่ ไอ้สาระเลวนั่นต้องรังแกฉีฉี ผลจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”

“ถ้าแกอยากปกป้องฉีฉีก็สั่งคนไปแอบตาม เหมือนที่ฉันทำกับอันน่า จะได้ไม่มีใครรู้”

“คนอื่นจะน่าไว้ใจเท่าตัวเองได้ยังไง”

การโต้แย้งของมู่ยู่วฉีทำให้เสี่ยวอวี้หลินอดโกรธไม่ได้ “น่าไว้ใจอะไร ยังไงแกก็หาข้อแก้ตัว อยากหาโอกาสเจอหน้าฉีฉี แกจำไว้ตราบใดที่ยังมีชีวิต ก็มีความหวัง”

มู่ยู่วฉีไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก จึงพูด “รู้แล้วรู้แล้ว พูดนานขนาดนั้นน่าจะหิวแล้ว กินข้าวช้าวก่อนเถอะ”

พูดจบมู่ยู่วฉีก็วางอาหารลงบนโต๊ะ

เสี่ยวอวี้หลินมองไปที่อาหารพวกนั้นและส่ายหน้า

“นั่นอาหารเช้าหรอ จะล้อเล่นหรือเปล่า ของแค่นี้จะพอสามคนได้ยังไง”

“เพราะแกกินไปเถอะฉันไม่กิน”

“ทำไม”

“ต้องไปบริษัทแล้วเดี๋ยวไม่ทัน”

พูดจบมู่ยู่วฉีก็ขึ้นชั้นบนไป

เสี่ยวอวี้หลินขมวดคิ้วมองตามหลังมู่ยู่วฉีและพูด “ถ้าฉันจำไม่ผิด แกไม่เคยขยันขนาดนี้มาก่อน”

“นั่นเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ฉันจะแข็งแกร่ง”

มู่ยู่วฉีไม่ได้บอกว่าทำไมเค้าถึงอยากทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แต่เสี่ยวอวี้หลินก็พอจะเดาได้

ความรักนี่มันน่ากลัวจริงๆ

…..

แม้ฉีฉีกับเซี่ยอันน่าจะออกมาอยู่นอกโรงเรียนแล้ว แต่ถ้าโรงเรียนมีกิจกรรมสำคัญอะไร ทั้งสองก็ยังเข้าไปเข้าร่วม

วันครบรอบ 50 ปีของโรงเรียน ทุกคนต้องไปเข้าร่วม เซี่ยอันน่ากับฉีฉีก็ไปเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

ตอนนี้ฐานะของเซี่ยอันน่าไม่เหมือนเดิมแล้ว เธอไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงในวงการบันเทิงเท่านั้น แต่เธอยังเป็นคุณนายของบริษัทมู่ซื่อ ซึ่งมีฐานะสูงศักดิ์มาก

ดังนั้นทุกคนจึงหวังว่าเซี่ยอันน่าจะสามารถขึ้นไปพูดบนเวที ไม่ใช่ในสถานะนักเรียน แต่เป็นสถานะแขกรับเชิญ

เซี่ยอันน่าไม่อยากเป็นคนพิเศษ แล้วเธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นตัวแทนนักเรียน ดังนั้นเธอจึงปฏิเสธคำขอไป และขอนั่งดูกับเพื่อน พูดคุยตามประสา

แต่แค่สิ่งที่เธอต้องการแค่นี้ก็ดูจะมากมายเกินไป

ตั้งแต่เธอนั่งลงไป ทุกคนก็เอาแต่หันมามองเธอ และยังมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ

ทั้งหมดนี้รบกวนฉีฉีที่อยู่ข้างๆด้วย เธอทุกคนดันไปมา รู้สึกไม่สบายตัวมาก

เซี่ยอันน่าได้แต่หาข้อแก้ตัวเพื่อหลบออกมา ให้เธอได้ผ่อนคลาย และให้ฉีฉีได้สบายหูด้วย

ที่จริงฉีฉีเป็นแค่คนที่ชอบนั่งดูคนอื่น อยู่ในมุมเล็กๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

ดังนั้นเมื่อเซี่ยอันน่าเดินออกไป เธอจึงนั่งไม่ติด รีบใช้ข้ออ้างตอนผู้บริหารกำลังพูด ขอไปเข้าห้องน้ำเพิ่งออกมาจากห้องประชุม

เพราะทุกคนกำลังอยู่ในห้องประชุม สวนของโรงเรียนจึงสะอาดมากฉีฉีเดินคนเดียวด้วยความสบายใจ

เพราะเมื่อกี้ฝนตก บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยกลิ่นโคลนจางๆ ทำให้หายใจสดชื่น

และในขณะที่ฉีฉีกำลังเพลิดเพลินกับความสงบนั้น ก็มีคนมาเรียกเธอจากข้างหลัง “ฉีฉี”

เมื่อได้ยินเสียงนั้นเธอก็ตะลึง หันไปมองมู่ยู่วฉีที่อยู่ข้างหลัง

ตอนที่ได้ยินเสียงมู่ยู่วฉี เธอก็คิดว่าตัวเองหูฝาด

แต่ความรู้สึกนั้นเหมือนจริงเกินไป จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แล้วก็เห็นรอยยิ้มของเค้า

“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่”

มู่ยู่วฉีถือถุงไว้ในมือและพูดด้วยรอยยิ้ม “คราวที่แล้วบอกว่าจะเอาช็อกโกแลตมาให้ ผมให้เพื่อนซื้อมาหลายรส ดูสิว่าคุณชอบอันไหน”

ช็อกโกแลต

เมื่อได้ยินคำนี้เธอก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูก

“ขอโทษจริงๆ อิอิ”

แม้เธอจะพูดอย่างนี้ แต่เธอก็หยิบของช็อกโกแลตออกมาเปิด และเห็นช็อกโกแลตหลากหลายสีสัน

ว้าวเยอะมากเลย

ฉีฉีอดเกินน้ำลายไม่ได้ เธอเลือกมาหนึ่งอันและถาม “ฉันเลือกได้อันเดียวหรอ”

“ไม่ใช่แน่นอน ถ้าเธอชอบเอาไปเลยก็ได้”

ทั้งหมดเลยหรอ

ฉีฉีรู้สึกพอใจกับคำตอบนี้มาก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงจึงต้องสงวนท่าที

ดังนั้นตอนที่เธอหยิบของออกมายังคงพูดอย่างเกรงใจ “มันจะโลภเกินไปไหม”

“ของพวกนี้ซื้อให้คุณอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่เอาผมสิจะเสียใจ”

เมื่อคลายความกังวลเธอก็พูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นฉันไม่เกรงใจแล้ว”

ฉีฉีอดไม่ได้ที่จะเปิดหยิบออกมาหนึ่งชิ้น และใส่มันเข้าไปในปาก พร้อมหรี่ตาลง

“อร่อยจัง”

แค่ช็อกโกแลตกล่องเดียวก็ทำให้ฉีฉีมีความสุข มู่ยู่วฉีก็รู้สึกพอใจมาก “คุณชอบก็ดีแล้ว”

“คิดไม่ถึงว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้คุณก็จะเก็บเอาไปใส่ใจ”

“เกี่ยวกับคุณเรื่องอะไรผมก็จำทั้งนั้น”

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset