วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 537 ความทุกข์ยากลำบาก

เซี่ยอันน่าถึงกับผงะ จากนั้นก็หัวเราะออก เธอยันหน้าผากของฉีฉีเบาๆและพูดว่า:“ ปากเล็กๆของเธอเนี่ย หวานจริงๆนะ”

“ฉันจริงจังกับเธอนะ”ฉีฉีพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า “ฉันเธอพัฒนาตลอดเวลา ฉันดีใจแทนเธอจริงๆ”

เซี่ยอันน่าตบไปที่ไหล่ของฉีฉีและพูดว่า เธอก็เก่งมาก ทบทวนขนาดนั้น จะต้องได้คะแนนดีแน่ๆ และเข้ามหาลัยที่เธอชอบ

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ฉีฉีก็ถอนหายใจลึกๆและพูดว่า เฮ้อ ถึงแม้ว่าจะฝึกทบทวนหนัก แต่คะแนนของฉันก็ยังไม่สูงมาก ฉันวางแผนจะไปสมัครกวดวิชาเพิ่ม

เซี่ยอันน่าไม่ได้คัดค้านอะไร เธอพยักหน้าและพูดว่า:“ ก็ดีนะ กวดวิชากับเพื่อนด้วยกัน ทุกคนปรึกษาหารือกัน มันเป็นประโยชน์ต่อเธอมาก”

“ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เพียงแต่การฝึกนี้เป็นการฝึกแบบปิด จะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน”

“ไม่เป็นไร ขอแค่ได้รับคะแนน จะเรียนที่ไหนก็ไม่แตกต่างกัน”

เมื่อเห็นเซี่ยอันน่าไม่คัดค้าน ฉีฉีก็รู้สึกโล่งใจ เธอยิ้มและพูดว่า:“ เห้ ฉันรู้ว่าเธอจะไม่คัดค้าน มู่ยู่วฉีเป็นคนร้ายจริงๆ”

ในครั้งนี้ เซี่ยอันน่ามีปฎิกิริยาตอบสนอง

เธอหันไปมองฉีฉีและถามว่า:“ เดี๋ยวก่อน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมู่ยู่วฉีได้ยังไง ?”

ฉีฉีไม่ได้คิดอะไรมาก และพูดออกไปว่า:“ โอกาสนี้ มู่ยู่วฉีเป็นคนแนะนำให้กับฉัน เดิมทีฉันก็อยากไปกวดวิชานั่นอยู่แล้ว แต่คนเยอะเกินไป ฉันเลยไม่ได้คว้ามันเอาไว้ พอเขาช่วยไว้ ฉันถึงได้มีโอกาสเข้าร่วมกวดวิชา ครั้งนี้ ฉันต้องแสดงพลังของฉัน !”

เซี่ยอันน่าหัวเราะแห้งๆสองครั้ง:“ เหอะเหอะ เป็นแบบนี้นี่เอง”

“เธอไม่คัดค้านก็ดีแล้ว ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

“อืม ไปเถอะ”

ทุกอย่างคลี่คลาย ฉีฉีก็ดินได้อย่างสบายใจมาก

แต่เซี่ยอันน่าไม่ได้ผ่อนคลายขนาดนั้น เธอขมวดคิ้วแน่นและสงสัย ไม่รู้เจ้ามู่ยู่วฉีคนนี้ กำลังทำบ้าอะไรอยู่อีก ?

……

ใช้โอกาสที่เซี่ยอันน่าไม่ได้จัดตารางงานในวันนี้ นัดเพื่อนสนิทสองสามคนไปที่ร้านขนมหวาน มาพูดคุยกัน

แต่เมื่อทุกคนอยู่ด้วยกันแล้ว ถึงรู้ว่ามีคนไม่ครบ

“เอ๊ะ ทำไมวันนี้ฉีฉีไม่มาล่ะ ?”

เซี่ยอันน่าวางแก้วชาลงและอธิบายว่า:“ ฉีฉีไปโรงเรียนกวดวิชาแบบปิด ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนถึงออกมาได้”

“ไอ่หยา จะไม่ได้เห็นฉีฉีตั้งหนึ่งเดือน ตอนนี้ฉันเริ่มคิดถึงเธอขึ้นมานิดหน่อยแล้วล่ะ” เย่ชูวเสวียนับเวลา เลิกคิ้วและพูดว่า “นับไปนับมา เมื่อฉีฉีออกมา ก็สอบแล้วไม่ใช่เหรอ ?”

“อืม”

เย่ชูวเสวียขยับไหล่ของเธอและพูดว่า:“ เวลาใกล้เข้ามาแล้ว ฉันเริ่มรู้สึกประหม่านิดหน่อยแล้วสิ”

“มีอะไรต้องกังวล ”อย่ามองฉีฉีว่าเป็นดูเป็นคนเบลอๆ ถ้าเรื่องสำคัญ เธอไม่เคยที่จะเบลอสับสน ฉันเชื่อเธอ

นี่มันก็จริง ถึงแม้ว่าฉีฉีจะเบลอๆ แต่ก็เหมือนจะไม่เคยออกนอกลู่เลย

มือทั้งสองข้างเท้าคาง เย่ชูวเสวียถอนหายใจยาวและพูดว่า:“ รอฉีฉีสอบเสร็จ พวกเรามาฉลองกันหน่อยเถอะ ช่วงนี้ทุกคนดูเหนื่อยๆ ต้องผ่อนคลายกันหน่อย”

คำพูดนี้ทำให้เซี่ยอันน่ายิ้มและพูดว่า:“ ฉีฉีทบทวนทบเรียนเหนื่อยมาก ฉันเห็นด้วย ฉันทำงานยุ่งมาก ทุกคนก็ไม่คัดค้าน พี่อีเหยากำลังตั้งครรภ์ ร่างกายก็ต้องเหนื่อยเป็นปกติ แต่เธอกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ทำไมยังเหนื่อยอีก ?”

เมื่อเย่ชูวเสวียได้ยินแบบนี้ เธอก็กลอกตาและเริ่มบ่น

“เธอคิดว่าเตรียมงานแต่งมันง่ายเหรอ ? ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ฉันต้องตามเรื่องชุดกับพนังงาน รวบรวมรายชื่อแขก โรงแรมก็ต้องสรุป ยังมีพิธีการของบริษัทที่ต้องเลือกอีก……..ไอ่หยา พูดไม่ได้แล้ว แต่พูดขึ้นมาฉันก็ปวดหัวจะตายแล้ว”

เมื่อเห็นหน้าผากที่ย่นของเย่ชูวเสวีย เซี่ยอันน่าก็หัวเราะและพูดว่า:“ นั่นมันคือความเหนื่อยจากความสุข นี่เป็นครั้งเดียวในชีวิตเรานะ”

“โอ้ย ฉันอยากจะสละโอกาสในครั้งนี้จริงๆ”

“อย่าพูดไร้สาระ ระวังหนานกงเจาได้ยิน และมาคิดบัญชีกับคุณนะ”

“หึ ได้ยินก็ได้ยิน ฉันเหนื่อยและหงุดหงิดมาก กำลังอยากหาคนมาระบายไฟของฉันอยู่เลย”

หลังจากได้ยิน ต้วนอีเหยาก็ยิ้มส่ายหัว จากนั้นก็เอ่ยปากพูด

“ฉันมีคำแนะนำ พวกเธออยากฟังไหม ”

เซี่ยอันน่าและเย่ชูวเสวียต่างแสดงท่าทางอยากฟังอย่างเคารพ

“รอเรื่องต่างๆจบลง พวกเราก็สามารถไปเที่ยวด้วยกันได้ ไปเกาะเล็กๆ ผ่อนคลายสักหน่อย ที่นั่นไม่มีงาน และไม่มีธุระอะไรที่จัดการไม่เสร็จ มีเพียงคลื่นลมทะเล ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ไม่มีอะไรแล้วก็จับปูมาวาดรูปและนอนหลับกัน”

ข้อเสนอนี้ทำให้ทั้งสองดวงตาเป็นประกาย และภาพที่เหมือนสวรรค์ก็ปรากฎขึ้นต่อหน้าพวกเธอในทันที

มือทั้งสองข้างเท้าคาง เมื่อคิดถึงสิ่งนี้เย่ชูวเสวียก็โหยหาอย่างมาก

“นี่เป็นความคิดที่ดี ตัดขาดจากโลก และโยนสิ่งที่น่ารำคาญทั้งหมดออกสู่อวกาศ”

“ฉันก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดี พวกเราสามารถตกปลาทำบาร์บีคิวได้ ตามใจตัวเองเลย”

“บาร์บีคิวฉันทำได้ดีเลย สัญญาว่าพวกเธอจะไม่ได้กินก้างปลาลงไปแน่ !”

เย่ชูวเสวียเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เซี่ยอันน่าอันน่ายังจำอาหารสีดำปี๋ที่ฉีฉีเล่าได้ และพูดออกมาว่า:“ ช่างเถอะ เธออย่าแตะอาหารเลย ใครจะรู้ว่าการผสมอาหารของเธอ จะพัฒนามาจากอาหารสีเข้มนั่นรึเปล่า”

“เกลียด พวกเราไม่พูดถึงเรื่องนี้จะได้ไหม ?”

ใบหน้าของเย่ชูวเสวียเต็มไปด้วยความโกรธ ในขณะที่อีกสองคนหัวเราะจนคิ้วขมวด

ในขณะที่ทั้งโต๊ะกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เด็กผู้หญิงโต๊ะข้างๆก็กระซิบข้ามหัวเซี่ยอันน่า

ในที่สุด ก็มีชายผู้กล้าคนหนึ่ง เดินไปตรงหน้าเซี่ยอันน่าและถามว่า:“ ขอโทษครับคุณใช่เซี่ยอันน่าไหม ?”

“ใช่ค่ะ ฉันเอง”

เมื่อพวกผู้หญิงได้ยิน หน้าก็แดง

“อ๊ะ คุณคือเซี่ยอันน่าจริงๆ ฉันชอบคุณแสดงเรื่อง 《Goodbye Tomorrow》คุณช่วยเซ็นให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ?”

“ได้แน่นอน”

หญิงสาวดูตื่นเต้นมาก แต่คำพูดของเย่ชูวเสวีย ทำให้พวกเขายิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก

“ฉันถ่ายรูปให้พวกคุณป่ะ”

“ได้จริงๆเหรอ ? ขอบคุณมาก !”

ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งให้เย่ชูวเสวีย จากนั้นพวกเธอก็ยืมข้างๆเซี่ยอันน่า และชูสองนิ้ว

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เย่ชูวเสวียก็ส่งโทรศัพท์ให้กับพวกเธอ ด้วยรอบยิ้มที่อ่อนโยนและมีน้ำใจ

เมื่อมองไปที่หญิงสาวสองสามคน เซี่ยอันน่ายิ้มและพูดว่า:“ เธอเป็นเจ้าของร้านขนมหวานแห่งนี้ ต่อไปพวกคุณก็มาอุดหนุนที่นี่บ่อยๆนะ”

“แน่นอน เจ้าของร้ายสวยและใจดี พวกเราจะพาเพื่อนมาเยอะๆเลย”

หลังจากได้ลายเซ็นและรูปถ่ายแล้ว พวกหญิงสาวก็จากไปด้วยความพอใจ

เย่ชูวเสวียยิ้มมองไปที่เซี่ยอันน่า และพูดว่า:“ ตอนนี้คุณดังแล้วจริงๆนะ แม้แต่เพื่อนของฉันยังพูดถึงเธอให้ฉันฟังเลย และหวังอยากทานข้าวกับเธอ แต่ฉันเห็นเธอยุ่งขนาดนี้ ฉันเลยปฎิเสธแทนเธอไปแล้ว”

“อย่าทำให้เธอลำบากใจก็พอแล้ว”

“เอ้ ยังมีอะไรลำบากอีก เธอเถอะ ต่อไปนี้ถ้าจะออกไปข้างนอกก็สวมแว่นกันแดดด้วย ไม่อย่างนั้นจะถูกล้อมเอาได้ง่ายๆ”

ต้วนอีเหยายิ้มและพูดว่า:“ ความรู้สึกหลังจากดังแล้ว เป็นยังไงบ้าง ?”

“ก็ยังโอเค ผลงานของฉันทำให้ทุกคนชอบ ก็ยังมีความรู้สึกสำเร็จอย่างมากอยู่”

“ไม่แปลกใจ มันดีเลย”

รอยยิ้มของเซี่ยอันน่าค่อนข้างสงบและพูดว่า:“ ประสบการณ์มากขึ้น สิ่งต่างๆก็จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นธรรมชาติ ตรงกันข้าม ฉันกับยึดติดกับสิ่งที่ฉันหวงแหนมากขึ้น”

เย่ชูวเสวียพยักหน้าซ้ำๆและพูดว่า:“ สมแล้วที่เป็นดาราใหญ่ แม้แต่คำพูดของเธอก็กลายเป็นปรัชญา ตอนนี้ มีน้อยคนแล้วที่พูดว่าเธอเป็นภรรยาของเสี่ยวอวี้หลิน แต่กลับพูดว่าเสี่ยวอวี้หลินคือสามีของดาราใหญ่ ที่ผ่านมาข่าวบอกว่าชายผู้ร่ำรวยสละโสด มีสาวๆมากมายร้องไห้ แต่ตอนนี้กลับส่งสัยว่าคุณอายุยังน้อย ทำไมถึงแต่งงานเร็ว”

เรื่องนี้ เซี่ยอันน่ายิ้มเบาๆ และพูดว่า:“ โลกนี้น่ะ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก”

“นั่นมันเป็นความพยายามของเธอ ถึงทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงนี้ยาก แต่เธอก็ทำมันได้แล้ว”

“ใช่แล้ว เธอลำบากมามากแล้ว พวกเราก็เห็น สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่เธอควรได้รับ”

เซี่ยอันน่าปกปิดใบหน้าของเธอและพูดว่า:“ ไอ่หยา จู่ๆก็มาพูดจริงจังแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกอายเล็กน้อบ”

ทันใดนั้นเย่ชูวเสวียก็หยิบโทรศัพท์ออกมา และพูดออกมาอย่างสุภาพว่า:“ มา คุณดาราใหญ่เซี่ย ถ่ายรูปกับฉันหน่อย ฉันจะโพสต์ลง ทำให้เพื่อนๆอิจฉาฉัน”

แต่เซี่ยอันน่าปิดกล้องไว้ส่ายหัวแล้วพูดว่า:“ ฉันไม่เอาล่ะ เธอสวยกว่าดาราอีก จะทำให้ฉันเสียหน้าเอา”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันชอบที่จะได้ยินคำชมนี้”

ในขณะที่พวกผู้หญิงกำลังพูดคุยกัน ฉีฉีที่กำลังกวดวิชาก็ตกอยู่ในภาวะคับขัน

ถึงแม้ว่าจะได้พบเพื่อนที่รู้จักกันในห้องกวดวิชา แต่ในนั้นก็มีคนที่เก่งอยู่เยอะมาก ไม่ ไม่สามารถพูดว่าเยอะมากได้ ต่อหน้าพวกเขา ฉีฉีเป็นเพียงอาหารจากเล็กๆที่เพิ่งเข้ามา ที่จะต้องถูกทรมานทุกรูปแบบ

เมื่อมองไปที่ผลจำลองคะแนนของคนอื่น และมาดูอัตราความผิดพลาดของตัวเอง ฉีฉีก็ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา

เฮ้อ ไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่มีอันตราย เมื่อก่อนเธอคิดว่าคะแนนของตัวเองไม่เลวเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอกำลังหลอกตัวเองอยู่ !

ฉีฉีถูกอาจารย์ทรมานทุกรูปแบบ และสภาพของเธอก็เหี่ยวแห้งมากขึ้นเรื่องๆ เธอถอนหายใจตลอดทั้งวัน โดยไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเลย

แม้ว่าสภาพของฉีฉีจะไม่ค่อยดีนัก แต่ผู้คนรอบๆก็มองเห็นมัน

แต่ที่มากวดวิชาที่นี่ ก็เพื่อพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเตรียมตัวสอบ มีที่ไหนที่จะปลอบผู้แข่งขันที่ไม่คุ้ยเคยด้วย ?

ดังนั้น ฉีฉีก็เงียบมากขึ้นเรื่อยๆ และประสิทธิภาพก็ต่ำมากเช่นกัน

เมื่อฉีฉีรู้สึกว่าความคิดของตัวเองในตอนนี้มันมีปัญหา เธอจึงรีบหยุดการทบทวนทั้งหมด ออกจากห้องเรียนไป และวางแผนที่จะไปในที่ๆไม่มีคน เพื่อผ่อนคลายตัวเอง และปรับความคิดของตัวเอง

ในขณะนี้ ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงมา ฉีฉีนอนอยู่บนพื้นหญ้าด้านหลังห้องเรียน โดยวางศีษะไว้บนมองดาวที่เต็มท้องฟ้า จากนั้นอารมณ์ของเธอก็ค่อยๆสงบลง

เมื่อมองไปบนท้องฟ้า ฉีฉีรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กมาก ความทุกข์ของเธอก็เล็กมาก ตัวร่างกายของเธอล่องลอยเบาหวิว

และการล่องลอยนี้ ฉีฉีก็เริ่มคิดถึงคนที่ไม่ควรจะคิดถึง เธอแปลกใจมาก ในตอนนี้ คนๆนั้นกำลังทำอะไรอยู่นะ ?

เมื่อคิดไปคิดมา ก็มีภาพลวงตามาปรากฎต่อหน้าของฉีฉ๊ ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงปลายเท้าเธอ ก้มหัวมองเธอด้วยรอยยิ้ม

ฉีฉีถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็หันศีรษะ พึมพำบางอย่างแล้วหลับตาลง

มู่ยู่วฉีตั้งใจมาดูฉีฉี แต่เด็กคนนี้กลับไม่มีปฎิกิริยาอะไร ? เหลือบมอง จากนั้นก็หันไปไม่สนใจเขา

ไม่ขึ้นไปทบทวนเหรอ ?”

เมื่อได้ยินเสียงของมู่ยู่วฉี ฉีฉีก็รีบลุกขึ้นมานั่ง เธอจ้องมองไปที่มู่ยู่วฉีด้วยความไม่เชื่อและตกใจ

“คุณเป็นอะไร เห็นผีเหรอ ?”

“เป็นคุณจริงๆเหรอ ?”

“นั่นยังปลอมได้อีกเหรอ ? คุณเป็นอะไร เรียนจนบ้าแล้วเหรอ ?”

เมื่อตระหนักว่าคนที่อยู่ตรงหน้า เป็นมู่ยู่วฉีจริงๆ ฉีฉีก็รู้สึกละอายเล็กน้อย เธอก้มหัวแล้วพูดว่า:“ อ่า ฉันก็แค่……..แค่ไม่คิดว่าคุณจะมาอยู่ที่นี่จริงๆ”

“ผ่านมาแถวนี้ ผมจึงมาหาคุณ คุณล่ะ ทุกคนกำลังเรียนอยู่ข้างใน ทำไมคุณถึงออกมาล่ะ ?”

เมื่อนึกถึงสภาพของตัวเอง ฉีฉีก็รู้สึกอายเล็กน้อย

ทุกคนได้รับโอกาสในการติดต่อปฎิสัมพันธ์กับผู้คน ถึงได้รับโอกาสในการกวดวิชาที่ล้ำค่าเช่นนี้

แล้วเธอล่ะ ในขณะที่ทุกคนกำลังพยายามอย่างหนัก เธอกลับขี้เกียจวิ่งออกมา ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นการแสดงที่แย่มาก

มู่ยู่วฉีมองเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ จะต้องรู้สึกผิดหวังมากแน่นอน

ฉีฉีก้มหน้าลง และพูดเสียงแหบว่า:“ ข้างในมันค่อนข้างอบอ้าว ฉันออกมาสูดอากาศ อีกเดี๋ยวก็กลับไปแล้ว”

มู่ยู่วฉีเห็นแสงไฟสลัวในดวงตาของฉีฉี จึงถามว่า:“ เห็นสีหน้าของคุณไม่ค่อยดี เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่า ?”

“ก็ไม่มีอะไร ก็แค่………..ก็แค่โดนรังแกนิดหน่อย อีกเดี๋ยวฉันก็กลับไปแล้ว”

พูดจบ ฉีฉีลุกขึ้นและกำลังจะจากไป

แต่มู่ยู่วฉีกลับคว้ามือของเธอไว้ และพูดอย่างอ่อนโยนว่า:“ ในเมื่อออกมาแล้ว ก็มานั่งคุยกันสักพักก็คงไม่เลว”

ฉีฉีก็ยังไม่อยากกลับไปจริงๆ เธอลังเลสักครู่ จากนั้นก็พยักหน้าและถามว่า:“ คุณบอกว่าคุณถูกรังแก เป็นเพราะว่าคะแนนของคนอื่นดีกว่าคุณ ?”

ฉีฉีพยักหน้าและถามด้วยความเขินอายว่า:“ ฉันดูใจแคบไปหน่อยไหม ?”

“ไม่หรอก นี่มันเป็นปกติ แต่คุณต้องรู้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า จะต้องมีคนที่เก่งกว่าคุณอยู่ ถ้าหากจะเปรียบทุกคน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเหนื่อยจนตาย อีกอย่างพวกเราก็ไม่มีใบอนุญาติที่หมดอายุให้กับคุณ ให้คุณได้ที่หนึ่ง นั่นมันเป็นเรื่องที่ยากมาก”

คำพูดของมู่ยู่วฉี ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องล้อเล่น แต่มันก็กระทบในใจของฉีฉี ทำให้เธอผ่อนคลายความเครียดแล้วตื่นตัวเล็กน้อย เธอยิ้มและพูดว่า :“คุณกำลังปลอบฉันหรือว่ากำลังดูถูกฉันกัน ?”

“แค่พูดตามความเป็นจริง ให้คุณไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป แค่แสดงในระดับของตัวเอง ไม่จำเป้นต้องไปเปรียบเทียบกับใคร ขอแค่คุณดีกว่าฉีฉีก่อนหน้านี้ การทบทวนนั้นก็จะเป็นประโยชน์ และนั่นก็เป็นความตั้งใจเดิมของผมที่สมัครให้คุณ”

หลังจากค่อยๆหายใจเข้า ฉีฉีก็รู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองดีขึ้นมาก และห่วงที่หลังของเธอหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

ต้องบอกเลยว่า มู่ยู่วฉีรู้จักพูดปลอบใจคน พูดง่ายๆเพียงสองสามคำ ก็พูดถามได้ตรงประเด็น ทำให้ความกังวล และปัญหาของฉีฉีหายไปหมด

ฉีฉีกำหมัดไว้ทั้งสองข้าง เธอมีชีวิตชีวาขึ้นมองไปที่ท้องฟ้าและพูดว่า:“ คุณพูดถูก ศัตรูของฉันก็คือตัวฉันเอง และมีเพียงตัวฉันเท่านั้นที่เอาชนะตัวเองได้ ฉันฉีฉี จะต้องขยันให้มากกว่านี้ และจะต้องดีขึ้น !!”

เมื่อเห็นฉีฉีเต็มไปด้วยความมั่นใจ มู่ยู่วฉีก็ยิ้มจนตาหรี่ และมีความอ่อนโยนที่อธิบายไม่ได้ภายในดวงตาของเขา

เขายื่นมือไป ลูบลงบนศีษะของฉีฉี มู่ยู่วฉีพูดอย่างพอใจว่า:“ ที่แท้ก็เป็นฉีฉีคนที่ภายในใจแกร่งแข็งของพวกเรา แป๊ปเดียวก็มีพลังเต็มเปี่ยมแล้ว เห็นคุณเป็นแบบนี้ ฉันก็วางใจแล้ว”

พฤติกรรมของมู่ยู่วฉีค่อนข้างคลุมเคลือ ทำให้ฉีฉีหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกชื่นชอบขึ้นมา

แต่ฉีฉีกลับรู้สึกว่ามันเป็นภาพลวงตา เธอรีบหลบฝ่ามือใหญ่ของมู่ยู่วฉีทันที เธอส่ายหัว และบังคับตัวเองไม่คิดไร้สาระ จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง

“ใช่แล้ว คุณยังไม่บอกเลย คุณมาทำอะไร ? ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว หรือเพราะงาน ?”

“ไม่ ผมมาเพราะคุณ”

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset