วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน – ตอนที่ 156 ที่แท้ก็รู้จักกันนานแล้ว

บทที่ 156 ที่แท้ก็รู้จักกันนานแล้ว

“ใช่ วันนี้เธอกล้าไม่สนใจกฎเกณฑ์แบบนี้ ดูถูกคุณอย่างโจ่งแจ้ง ต่อไปถ้าเธอโด่งดังมาจริงๆ จะไม่ปีนขึ้นไปบนหัวคุณเลยเหรอ?”

“ใช่แล้ว จะว่าไปแล้วคุณเข้าวงการก่อนเธอตั้งหลายปี ถือว่าเป็นรุ่นพี่เธอ เธอทำแบบนี้ไม่ไว้หน้าคุณเลยจริงๆ”

หร่วนชิงชิงมองพวกเธอ

“พวกเธอหมายความว่า อยากให้ฉันจัดการหล่อน?”

ทุกคนรีบพยักหน้าพร้อมกัน

หร่วนชิงชิงหัวเราะเสียงเย็นออกมาทันที

“พวกเธอคิดว่าฉันโง่เหรอ? ตอนนี้คุณชายเฟิงปกป้องเธออยู่ ฉันกลับมุ่งไปหาเรื่องเธอ? พวกเธออยากให้ฉันผิดใจกับคุณชายเฟิง หรืออยากให้ฉันโดนแบน?”

ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของเหล่าผู้หญิงก็เปลี่ยนไปทันที

“พี่หร่วน พวก…พวกเราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“พวกเธอคิดอะไรอยู่พวกเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ!”

เธอหัวเราะเสียงเย็น “ฉันอยู่ในวงการนี้มานานกว่าพวกเธอ ดังนั้นอย่าหวังเอาวิธียั่วยุประเภทนั้นมาใช้กับฉัน อยากใช้ฉันเป็นเครื่องมือ? พวกเธอยังโง่ไปหน่อยนะ!”

พูดจบแล้วก็แค่นเสียงหนักในลำคอ หันหน้าเดินจากไป

……

จิ่งหนิงกับถังลั่วเหยาถูกเฟิงยี่ลากมาถึงสวนดอกไม้กลางแจ้งด้านนอก

“เฮ้อ ในที่สุดก็หนีพ้นเงื้อมมือปีศาจแล้ว ขอบคุณทั้งสองท่านมาก!”

เฟิงยี่อดไม่ได้ที่จะเอามือประสานกันคำนับพวกเธอ หยอกล้อจิ่งหนิงและถังลั่วเหยาที่หัวเราะไม่หยุด

“พอเถอะ ว่ากันว่าคุณชายเฟิงมีโชคด้านความรักที่สุด ราวกับต้นอ่อนกุยฉ่ายตัดไปยอดหนึ่งยังเหลืออีกยอดหนึ่ง วันนี้เจอกับตัวแล้วข่าวลือนั้นไม่ผิดเพี้ยนเลยจริงๆ ”

เฟิงยี่ยิ้มแล้วลูบหัว “พี่สะใภ้เล็ก อย่าล้อผมอีกเลย ผมยังหมดหนทางไม่พอเหรอ? เพื่อธุรกิจแล้วยอมเสียสละรูปลักษณ์ตัวเอง ทุ่มเทแค่ไหน? ไม่ปลอบผมไม่พอยังล้อผมอีก”

จิ่งหนิงกลอกตามองบน

“พอเถอะ นายเสียสละรูปลักษณ์เพื่อธุรกิจ? ตนเองชอบเด็ดดอกไม้ริมทางเองแท้ๆ สุดท้ายดอกไม้เด็ดมาไม่ได้ แล้วยังได้กลิ่นเหม็นคาวติดมาทั่วทั้งตัว”

หลังจากครั้งก่อนที่ลู่จิ่งเซินพาเธอไปเจอกับพวกของเฟิงยี่ จิ่งหนิงก็รักษาการติดต่อกับพวกเขาไว้ตลอด

เซ่เซียวได้สร้างกลุ่มแชทขึ้นมา เพื่อนพี่น้องทุกล้วนอยู่ในกลุ่ม แล้วดึงเธอเข้าร่วมกลุ่ม

เวลาว่างทุกคนแชทคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว นับว่าไม่สนิทกันเลยก็ไม่ใช่

เฟิงยี่ที่ถูกเธอล้อ ก็ไม่ได้โกรธ หัวเราะชอบใจ

สายตามองถังลั่วเหยาที่อยู่ด้านหลังเธอ

เขาลูบคางเอ่ยกลั้นหัวเราะ: “เสี่ยวเหยาเหยา ไม่เจอกันนานเลย วันนี้แต่งตัวสวยมาก เรียบหรูมาก”

พูดชมพลางขยิบตาให้เธอ

แต่ถังลั่วเหยากลับทำหน้าเมินเฉย

“คุณชายเฟิง อย่าโปรยเสน่ห์ใส่ฉันเลย ไม่ได้ผลกับฉันหรอก”

เฟิงยี่: “……”

ฟ้าดินเป็นพยาน เขาโปรยเสน่ห์ตรงไหน? แค่ให้กำลังใจแท้ๆ

จิ่งหนิงหลุดเสียงหัวเราะ “หึ” อย่างอดไม่ได้

“ที่แท้พวกเธอรู้จักกันอยู่แล้ว? ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่าไม่สนิทกัน ดูท่าแล้ว สนิทกันมากกว่าที่ฉันคิดเสียอีก!”

ถังลั่วเหยามองเฟิงยี่ สีหน้าไม่สบายใจเล็กน้อย

นิ่งไปก่อนจะเอ่ยอธิบาย: “ฉันกับเขาเมื่อก่อนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกัน ตอนเด็กๆ เคยเล่นด้วยกัน”

จิ่งหนิงชะงักไป แปลกใจเล็กน้อย

เท่าที่เธอรู้ บ้านของถังลั่วเหยาไม่ได้ถือว่าร่ำรวย มากที่สุดก็ถือว่าเป็นชนชั้นกลาง แต่เฟิงยี่นั้น เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเฟิงแห่งเมืองหลวง

แล้วทั้งคู่คนหนึ่งโตที่เมืองหลวง อีกคนเกิดที่เมืองจิ้น ตามเหตุผลแล้วตอนเด็กไม่ว่าอย่างไรก็ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกันได้

แต่เธอไม่ได้ถามอะไรมาก

อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องส่วนตัว และในเมื่อถังลั่วเหยาไม่พูด ก็ต้องเป็นเพราะไม่อยากให้ใครรู้แน่นอน

ในขณะนั้นเอง ลู่หยั่นจือเข้ามาหาเธอพอดี จะพาเธอไปแนะนำทักทายกับคนใหญ่คนโตในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จิ่งหนิงเลยไปกับลู่หยั่นจือ

เมื่อเธอไปแล้ว ถังลั่วเหยาจึงก้าวเท้าเตรียมจะเดินออกไป

ทว่ากลับถูกเฟิงยี่รั้งเอาไว้

“เฮ้ เดี๋ยวสิ”

ถังลั่วเหยาหันกลับไป เลิกคิ้วมองเขา

ลุคสวยเย็นชาราวภูเขาน้ำแข็งนี้ของเธอ มีออร่ามาก ทำให้เฟิงยี่เจื่อนไปเล็กน้อย

เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำให้เธอไม่พอใจตรงไหน ถึงรู้สึกว่าวันนี้ตั้งแต่เข้าประตูมา เธอไม่ทำสีหน้าดีๆ ให้เขาเลย

ตนเพิ่งจะปกป้องเธอมาแท้ๆ

ไม่สำนึกเอาซะเลย!

เฟิงยี่ส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร “เอ่อ ไม่เจอกันนานเลย ดื่มด้วยกันสักแก้วไหม?”

ถังลั่วเหยายกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ

“ไม่กลัวแฟนสาวพวกนั้นของคุณหึงเหรอ?”

เฟิงยี่สะอึกไป

ลนลานเอ่ย: “พวกเธอไม่ใช่แฟนผม”

“อ่อ? แต่พวกเธอก็ยังหึง ฉันไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อนหรอกนะ”

พูดจบ ก็โบกมือให้เขาอย่างส่งๆ แทนการบอกลา จากนั้นจึงเดินออกไป

การกระทำนั้นพูดได้ว่าขวานผ่าซากเอามากๆ

เฟิงยี่ที่ทั้งชีวิตพึ่งถูกคนปฏิเสธ ถูกคนสะบัดหน้าเมินใส่ และยังไม่เกรงใจแบบนี้เป็นครั้งแรก

โกรธจนเจ็บหน้าอกในทันที

ว่าเธอไม่มีสำนึก ก็ไม่มีจริงๆ

ไม่อยากดื่มกับเขานักใช่ไหม!วันนี้เขาต้องได้!

ถังลั่วเหยาพบว่าวันนี้คนบางคนราวกับถูกวางยาพิษ แปลงร่างเป็นโรคสะเก็ดเงิน เธอเดินไปที่ไหน เขาก็เดินตามมาที่นั่น

เดิมเธอคิดว่าจะมางานให้จบๆ ไปอย่างเงียบๆ โปรโมตละครเรื่องใหม่เสร็จสิ้นตามหน้าที่ก็สามารถปลีกตัวกลับได้แล้ว

แต่ถูกเขาตามติดแบบนี้ เธอจะทำงานให้เสร็จได้อย่างไร?

ใครจะไม่รู้ว่าในวงการนี้เฟิงยี่นั้นเป็นเป้าของสปอตไลท์ เดินไปตรงไหน สื่อตามไปตรงนั้น สายตาของดาราผู้หญิงพวกนั้นก็ติดตามไปตรงนั้นด้วย

แต่ละคนราวกับแทบอยากจะเข้ามาตะครุบเขา

เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่ตามถังลั่วเหยา สายตาทิ่มแทงราวกับใบมีดนั้น แทงทะลุมาทีละเล่ม

ถังลั่วเหยารู้สึกว่าหลังถูกแทงจนรู้สึกเจ็บขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ให้สัมภาษณ์โปรโมตละครเรื่องใหม่กับสื่อต่างๆ จนเสร็จสิ้นหน้าที่แล้ว จึงเตรียมจะหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่ในตอนนั้นเอง เงาของร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ถังลั่วเหยาไม่ทันสังเกตเห็นจึงถูกชนเข้า ร่างเล็กจึงล้มลงบนพื้นทันที

“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”

คนที่ชนเธอเป็นบริกรคนหนึ่ง ในมือยังถือถาดเครื่องดื่ม เมื่อเห็นดังนั้นจึงวางถาดในมือลง แล้วเข้ามาพยุงเธอให้ลุกขึ้น

ถังลั่วเหยาเจ็บจนกัดฟัน ยังดีที่ตรงนี้ใกล้กับประตู คนน้อย ดังนั้นต่อให้มีคนที่ได้ยินเสียงแล้วมองมา ก็ไม่ได้เป็นที่สนใจของคนมากเท่าใดนัก

เธอรีบลุกขึ้น บริกรช่วยเธอเก็บกระเป๋าขึ้นมา แล้วขอโทษเธอไม่หยุด

“คุณผู้หญิง คุณไม่เป็นไรใช่ไหม ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ”

บริกรคนนั้นร้อนรนเป็นอย่างมาก ถังลั่วเหยาลูบแขนที่ถูกชนจนเจ็บของตนเอง แล้วฝืนยิ้มออกมา

“ไม่เป็นไร ต่อไปก็ระวังหน่อย”

“ฉันจะระวังแน่นอน คุณกรุณาอย่าร้องเรียนฉันเลย ฉันขอร้องคุณล่ะ”

ถังลั่วเหยามองท่าทางราวกับกังวลใจมากของเธอ คิดว่าคืนนี้งานคงยุ่งมาก งานล้นมือบริกร ถึงกระวนกระวายใจถึงขนาดนี้

ตอนที่ตนเองทำงานช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ก็เคยเป็นบริกรในคลับมาก่อน รู้ดีว่างานนี้ไม่ง่ายเลย อย่างไรเสียเธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไร ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้พูดมากอีกโบกมือให้เธอ

“วางใจเถอะ ฉันไม่ร้องเรียนคุณหรอก ไปทำงานเถอะ”

“ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ”

บริกรจากไปอย่างขอบคุณ

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset