วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน – ตอนที่ 161 สิ้นหวังแล้ว

บทที่ 161 สิ้นหวังแล้ว

แค่อยู่ในวงการนี้ ล้วนเข้าใจความหมายของนี้สำหรับศิลปินแล้วนั้นโหดร้ายแค่ไหน

เธอเซ็นสัญญากับอานหนิงกั๋วจี้สิบปี ลบสามปีที่ผ่านมาแล้วยังเหลืออีกเจ็ดปี

เวลาเจ็ดปี พักงานเธอไว้ ไม่สามารถรับงานอะไรได้ ถ่ายละครไม่ได้ โฆษณาไม่ได้ ต่อให้รอหลังเจ็ดปีแล้วสิ้นสุดสัญญา ตอนนั้นเธอจะเป็นอย่างไรแล้ว?

ถึงตอนนั้น จะยังมีคนจำเธอได้เหรอ?

เธอกลายเป็นหญิงแก่แล้ว! ต่อให้จบสัญญาจะมีประโยชน์อะไร!

เพียงคิดถึงตรงนี้ หร่วนชิงชิงแม้ความคิดอยากตายก็ฉุกคิดขึ้นมาแล้ว

เธอต้องรีบโทรถามให้ชัดเจน ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

โทรไม่นานก็รับสายแล้ว อีกฝ่ายราวกับวุ่นวายเล็กน้อย เธอถือโทรศัพท์แน่น พูดเสียงลนลาน: “ฮัลโหล พี่มู่อยู่ไหม?”

ปลายสายพูดเพียง “รอสักครู่”

จากนั้นก็เป็นเสียงซู่ๆ ผ่านไปสักพักถึงเงียบลง

“พูดมา!”

หลี่มู่มีนิสัยใจเย็นมาก ในวันปกติมักเอื่อยเฉื่อย โมโห หร่วนชิงชิงนั้นตรงกันข้ามกับนิสัย

ปกติเขาไม่ค่อยโกรธ แต่ถ้าได้โกรธแล้ว คนรอบข้างล้วนกลัวเขา

อีกอย่างคนนี้อยู่ในวงการมาหลายปี ถือว่าฝีมือปราดเปรื่อง ดันดาราให้โด่งดังมาหลายต่อหลายคน

ต่อไปเมื่อหมดสัญญา ไม่ร่วมงานกันต่อแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีความสัมพันธ์อันดี ทุกคนไม่ร่วมงานกันก็ยังเป็นเพื่อนกันได้

ต่อมามีศิลปินหน้าใหม่ในมือของเขา อีกฝ่ายก็สามารถช่วยได้ และก็ยินดียื่นมือเข้ามาช่วย

จากจุดนี้เห็นได้ว่า หลี่มู่คนนี้ ไม่เพียงแต่ฝีมือปราดเปรื่องทั้งยังมีอีคิวสูงมาก

หร่วนชิงชิงปกติไม่ยอมใครทั้งนั้นกลับยอมรับเขาที่สุด

ถ้าไม่ใช่เขา ไม่ว่าตนจะดิ้นรนแค่ไหน ความสามารถของเธอก็มาไม่ถึงนักแสดงระดับสองจุดนี้

ด้วยเหตุนี้ หร่วนชิงชิงจึงเคารพนับถือเขามาก

ได้ยินอีกฝ่ายราวกับเงียบไปแล้ว เธอถึงลองเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง: “พี่มู่ เมื่อกี้ฉันพึ่งเห็นแถลงการณ์ของบริษัทแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมบริษัทถึงพักงานฉันอย่างไม่มีสาเหตุ?”

เสียงของหลี่มู่เรียบเย็น ไม่บ่งบอกอารมณ์ “เธอคิดว่าไม่มีสาเหตุ?”

หร่วนชิงชิงใจกระตุก “ตึกตัก”

แต่เธอก็ยังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ฝืนพูดกลั้วหัวเราะ: “พี่มู่ คุณรู้จักฉันดี ฉันคนนี้ถึงแม้นิสัยใจร้อนไม่ยอมใครไปหน่อย แต่ฉันก็ไม่กล้าทำเรื่องไม่ดี ฉันคิดไม่ออกจริงๆ ว่าตนเองทำอะไรผิด ถึงทำให้บริษัทตัดสินใจแบบนี้”

หลี่มู่หัวเราะเสียงเบา

เสียงหัวเราะนั้น เย็นชาราวกับกำลังประชดประชัน ราวกับรู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว

หร่วนชิงชิงหน้าซีดไปเล็กน้อย

“ หร่วนชิงชิง ฉันเคยเตือนเธอแล้ว อยู่ในวงการนี้ ตนเองมีเรื่องใหญ่แค่ไหนก็เหมือนถือถ้วยใหญ่เท่านั้น อย่าเอาแต่โลภสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง

แต่เธอฟังไหม? เธอไม่ฟัง ไม่เพียงไม่ฟัง ยังใช้วิธีโง่ๆ และสกปรกขนาดนั้น นอกจากทำร้ายอะไรเขาไม่ได้แล้ว ยังขุดหลุมฝังตัวเอง ตอนนี้เธอจะมาร้องไห้กับฉันมันมีประโยชน์เหรอ?”

หร่วนชิงชิงที่ได้ยินแบบนั้นร้อนรนในทันที

“พี่มู่ ฉันไม่ได้…”

“เธอไม่ได้อะไร? ไม่ได้ให้คนยัดยาเสพติดให้ถังลั่วเหยา หรือไม่ได้บอกให้พวกนักข่าวไปถ่ายข่าวอื้อฉาวของเธอ?”

หร่วนชิงชิงเบิกตากว้าง

เสียงหัวเราะของหลี่มู่เย็นชาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสุดท้ายแล้วก็ไม่เหลือความอบอุ่นแม้เสี้ยวหนึ่ง

“เธอโทรมาอยากให้ฉันช่วย กลับไม่กล้ายอมรับแม้แต่ความผิดของตัวเอง ยังคิดจะปิดบังฉัน ทำไม? เธออยากให้ฉันโง่เหมือนเธอ ไม่ดูตาม้าตาเรือก็ช่วยเธอแล้ว?

ไม่พูดว่าเรื่องนี้ฉันช่วยเธอไม่ได้ ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่ยินดีช่วยเธอ ต่อให้ฉันเต็มใจช่วย ตอนนี้ก็ไม่มีทางแล้ว เป็นการตัดสินใจของกรรมการที่แบล็กลิสต์เธอ มีเรื่องอะไรเธอไปคุยกับพวกเขาเองเถอะ! ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่ ไม่ว่างคุยกับเธอแล้ว ตามนั้นแล้วกัน”

พูดจบ โทรศัพท์ดัง “ติ๊ด” วางสายไป

“ฮัลโหล!พี่มู่,พี่มู่!”

หร่วนชิงชิงคิดไม่ถึงว่าหลี่มู่จะไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ พูดว่าจะวางสายก็วางเลย

อย่างไรเธอก็รู้จักกับเขามาสามปีแล้ว สามปีนี้เขาก็ดีกับเธอ ดูแลทรัพยากรมากมาย เพียงแค่ตนไปไม่แย่งชิง ผลงานไม่ได้รับความชื่นชมมาตลอด

เธอคิดว่า หลี่มู่ใจกว้างกับเธอ ไม่มองศักยภาพของเธอ ก็มองความลำบากวางแผนสามปีมานี้ ก็จะไม่ทอดทิ้งเธอ

แต่เมื่อสักครู่คิดไม่ถึงว่าพูดว่าวางสายเขาก็วางไปเลย

เป็นไปได้อย่างไร?

หร่วนชิงชิงตะโกนอย่างเสียเปล่าหลายครั้ง ก็ไม่สามารถรั้งหลี่มู่ไว้ได้

ดื้อดึงโทรกลับไป แต่อีกฝ่าไม่ได้รับสาย

โทรไปหลายครั้ง คิดว่าสุดท้ายรำคาญแล้วจึงปิดเครื่องไป

หร่วนชิงชิงถึงรู้ตัวว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงแล้ว

เธอนั่งทรุดตัวลงบนโซฟา มองในบ้านที่ว่างเปล่า รู้สึกเหมือนใจหล่นไปในเหวที่ไม่มีที่สิ้นสุด จมลงไปแล้วก็จมลงไปอีกเรื่อยๆ

เธอรู้แล้ว เธอจบสิ้นแล้ว!

ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะก้าวสู่อาชีพศิลปิน แต่ในวันนี้ก็ถึงจุดจบจริงๆ แล้ว

ผ่านไปสักพัก ดวงตาเธอค่อยๆ ฉายประกายความเกลียดชัง

ทั้งหมด เป็นถังลั่วเหยาทำร้าย

เป็นเพราะผู้หญิงสารเลวคนนั้น!

เรื่องคืนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยั่วโมโหตน เธอจะโกรธจนทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร!

ในวงการบันเทิง ใครจะไม่รู้ว่าเธอเจ้าอารมณ์ และเพราะความเจ้าอารมณ์นี้ เป็นที่มาของภาพลักษณ์ตรงไปตรงมามานาน

ดังนั้นปกติเวลาทุกคนเห็นเธอ ล้วนพูดอย่างสุภาพ

ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้น ถังลั่วเหยารู้ดีว่าเธอเจ้าอารมณ์ ยังตั้งใจพูดคำไม่น่าฟังพวกนั้นกระตุ้นเธอ

จนทำให้เธอหลงทำผิด แบบนี้ ความสนใจก็ไม่อยู่ที่เธอแล้ว

แล้วเธอเองก็จะได้เลื่อนตำแหน่งอย่างราบรื่น

ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่

สายตาของ หร่วนชิงชิงเริ่มเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งขึ้นมา เธอลุกขึ้นนั่ง กวาดทุกอย่างบนโต๊ะกาแฟลงพื้น

จ้องไปข้างหน้า เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยลอดไรฟันทีละคำ: “ถังลั่วเหยา! นังผู้หญิงสารเลว คอยดูเถอะ!”

……

ถังลั่วเหยาที่ไม่รู้เรื่องว่าตนถูก หร่วนชิงชิงเกลียดอย่างไม่มีสาเหตุแล้ว

《ตำนานรักข้ามพิภพ》ปิดกล้องไปแล้ว แต่《ตามหาฝัน》ยังคงถ่ายทำอยู่ เพราะแบบนี้เธอจึงไม่ว่าง

จิ่งหนิงกำลังจะเข้าร่วมทีม หลินซูฝานกำหนดวันเปิดกล้องไว้อีกสามอาทิตย์ข้างหน้า บอกว่าได้ฤกษ์วันแล้ว วันนี้เป็นวันดี เหมาะกับการเปิดกล้อง

จิ่งหนิงไม่ได้เชื่อคำพวกนี้ แต่ในเมื่อหลินซูฝานกำหมดเวลาแล้ว เธอก็ไม่พูดอะไร ถือโอกาสที่บริษัทไม่มีเรื่องอะไร อ่านบทอยู่ที่บ้านหลายวันแล้ว

ลู่จิ่งเซินกลับมาจากดูงานนานแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ยุ่งนั้นยุ่งมาก แต่ช่วงหลายวันนี้ว่างแล้ว

เห็นเธอว่างอยู่จึงยกผลไม้เข้ามาแล้วถามเธอ “อีกกี่วันเข้าร่วมทีม?”

จิ่งหนิงนับนิ้ว

“อืม…ห้าวัน!”

“ได้บอกไหมว่าถ่ายที่ไหน?”

“บอกว่าสตูดิโอที่นั่น”

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset