วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน – ตอนที่ 485 เธอจะคลอดแล้ว

บทที่ 485 เธอจะคลอดแล้ว

“มันดึกแล้ว ฉันจะไปแล้ว”

เขาพูด พร้อมกับลุกขึ้นยืน

เฟิงยี่กลับดึงเขาไว้

“เห้ย จะกลับทำไม? กลับบ้านไปกอดตัวเองร้องไห้อยู่คนเดียวหรอ? มีเหตุผลหน่อยได้ไหม? ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวไม่ใช่หรอ? คนเก่าไม่ไปคนใหม่ไม่มา!”

เขาพูดจบ ยังส่งสายตามาให้ลู่จิ่งเซิน “พี่รอง พี่ว่าใช่ไหม?”

คิดไม่ถึงว่าลู่จิ่งเฟินจะเพียงแค่ตอบออกมาอย่างหน้าไร้อารมณ์ว่า “ฉันไม่มีคนเก่าคนใหม่ ฉันมีแค่คนเดียว”

พูดจบ ยังดึงจิ่งหนิงมาไว้ในอ้อมกอดอีกด้วย

จิ้นเหลียงเฉิงยิ่งเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นในทันที

นี่มาปลอบเขาซะที่ไหน มาอวดความรักแท้ๆ

มาแสดงความรักต่อหน้าคนอกหก อย่างไม่กลัวตาย

เขาโกรธจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นด้วยใบหน้าเมินเฉย

เฟิงยี่เห็นดังนั้น รีบมากดเขาไว้

“ฉันว่า นายอย่ามีท่าทีจะเป็นจะตายอย่างนี้ได้ไหม? ไม่ไหวจริงๆ นายไม่ชอบคนใหม่ นายก็ไปแย่งคนเก่ากลับมาสิ!”

จิ้นเหลียงเฉิงจ้องไปที่เขาอย่างโหดเหี้ยม “คนเขาแต่งงานไปแล้ว แย่งอะไรอีก? นายคิดว่าคนอื่นเขาจะอันธพาลเหมือนนายรึยังไง?”

เฟิงยี่โดนด่า ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่กลับเอามือมาลูบคาง “แต่งงานแล้วยังไงหล่ะ? แต่งงานแล้วก็หย่าได้ไม่ใช่หรือไง!”

เขาพูด และเดินไปเทชาให้ตัวเองแก้วหนึ่ง ดื่มไปอึกนึง ถึงพูดต่อว่า “ฉันจะช่วยนายวิเคราะห์นะ นายดูพวกเขาสองคนเป็นการแต่งงานข้ามชาติ แฟนเก่าของนายคนนั้นก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการออกต่างประเทศ อยู่ดีๆแต่งงานไปแน่นอนว่าต้องมีแนวคิดทางวัฒนธรรมที่ไม่สอดคล้องมากมาย นายก็ฉวยโอกาสนี้ แสดงการกระทำออกมาดีๆสักหน่อย ดีที่สุดคือการที่ทำอะไรเกี่ยวกับความประทับใจตอนสมัยมอปลายของพวกนาย ยังไงก็เป็นรักแรก และยังรักมาตั้งนานอีก เลิกมันเลิกกันได้ แต่ความรู้สึกมันไม่ใช่จะบอกว่าไม่มีก็คือไม่มี ไม่ใช่ยังมีอีกประโยคหนึ่งหรอ? แค่เพียงขว้างจอบไปดี ไม่มีกำแพงมุมใดที่เราขุดไม่ได้ นายรอเธอเปิดใจ ค่อยไปแย่งเธอกลับมาก็ได้ นายว่าไง?”

“เฟิงยี่ นายไม่ต้องพูดประโยคดีๆเพื่อปลอบใจฉันได้ไหม? ทำลายคนอื่นนั่นเป็นเรื่องที่ฉันสามารถทำได้ไหม? มีแค่คนที่เป็นโจรแบบนายเท่านั้นแหละที่จะสามารถทำได้!”

ลู่จิ่งเซินยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมจนถึงป่านนี้นายยังหาเมียไม่ได้”

กำลังพูด นอกจากนี้ยังตั้งใจโอบจิ่งหนิงเข้ามาในอ้อมแขนอีก ท่าทีที่แสดงให้เห็นอย่างเปิดเผย เป็นพิเศษ ยิ่งทำให้คนแค้นใจ

จิ่งหนินค้อนเขากลับไป

เฟิงยี่ตบมือและหัวเราะอย่างเสียงดัง “ใช่ พี่รองมันจะพูดประโยคที่ยุติธรรมเสมอ”

ต้องรู้ ในตอนแรกถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเขาเจอเธอ และแย่งจิ่งหนิงมาจากมือของฉู่จื่อเฟิง

เนื่องจากความนิยมของเธอแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะไปอยู่ในมือของใคร?

จิ้นเหลียงเฉิงขบฟัน กันฟัดและพูดว่า “แซ่ลู่ นายอย่ามั่นใจมากเกินไป! ฉันว่าเป็นเพราะสาวน้อยคนนี้อายุยังน้อย ใสซื่อบริสุทธิ์เลยโดนนายหลอก ระวังวันไหนที่เธอตาสว่าง ถึงวันนั้นนายอย่ามาร้องไห้กับฉันก็แล้วกัน!”

ลู่จิ่งเซินส่งเสียงต่ำออกมา “นายนี่มันคิดมากไปแล้ว พวกเราสองคนเซ็นต์สัญญากันไว้ตลอดชีวิตแล้ว ไม่มีทางที่ใครจะมาจับเราแยกออกจากกันได้ ใช่ไหมครับภรรยา?”

จิ่งหนิงเม้มปากยิ้มน้อยๆ พยักหน้า

จิ้นเหลียงเฉิงโมโหยิ่งกว่าเดิมทันที พูดออกมาเสียงดัง “ใครพาพวกเขามา มาแสดงความรักกันไปทั่วอยู่ที่นี่! รีบพาพวกเขาไปๆ”

ท่าทีของเขาในตอนนี้ แม้แต่เฟิงยี่ที่นั่งไม่พูดอยู่ข้างๆมาตลอดยังอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา

แต่พอหลังจากเสียงดังเอะอะไป สำหรับจิ้นเหลียงเฉิงอาการอกหักกลับเบาบางลงอยู่ไม่น้อย

จิตใจเหมือนจะเปิดกว้างขึ้นอยู่ไม่น้อย

เห็นสีหน้าของเขากลับมาดีขึ้น พวกเราก็ไม่ต้องการจะไปสะกิดแผลของเขา ไม่ไปยุ่งกับปัญหานี้อีก

ถึงอย่างไร เรื่องของความรู้สึก ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องเป็นตัวเองที่เป็นคนจัดการ ตัวเองที่เป็นคนเรียนรู้เข้าใจ ทุกคนปลอบใจไปก็เท่านั้น

ระหว่างคู่รักคบๆเลิกๆล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ในตอนที่อยู่ด้วยกันก็ควรจะเห็นคุณค่า ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆแล้ว ก็พูดได้เพียงแค่ว่าไม่มีโชคชะตาร่วมกัน

จะให้พวกเขาไปทำให้คู่สามีภรรยาที่รักกันแยกออกจากกัน พวกเขาคงทำไม่ได้

เฟิงยี่เห็นเขาไม่ค่อยมีชีวิตชีวา เทน้ำชา และพูดว่า “เอาหล่ะเอาหล่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราจะไม่พูดเรื่องที่ทำให้เสียใจแล้ว วันนี้เป็นวันเกิดคุณพ่อ พวกเรามาดื่มด้วยกัน หวังว่าทุกคนจะรักใคร่ปรองดอง สมปรารถนาในทุกๆอย่าง!”

คำพูดของเขา ทำให้คนสองสามคนหัวเราะออกมา

หัวใจที่มืดครึ้มของเขาก็ผ่อนคลายลงไปเล็กน้อย ยกแก้วขึ้น

เสียงชนแก้วที่ไพเราะดังขึ้น ทุกคนดื่มชาในแก้วจนเกลี้ยง

คนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ร้านชานานนัก

ถึงอย่างไรแม้งานเลี้ยงจะเลิกราไปแล้ว แต่ยังมีแขกไม่น้อยที่ยังอยู่

ในฐานะพี่น้องตระกูลฟู่ที่เป็นเจ้าภาพไม่สามารถหายไปจากงานนานเกินไป

จิ้นเหลียงเฉิงเองก็ต้องการพื้นที่สำหรับอยู่กับตัวเองเงียบๆสักพัก คนกลุ่มนั้นจึงบอกลา แต่ละคนก็ออกไป

ลูกของจิ่งหนิงเกิดในวันไหว้บ๊ะจ่างพอดี

เดิมทียังห่างจากวันกำหนดคลอดอีกหลายวัน จิ่งหนิงไม่ชอบกลิ่นในโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าจะจองห้องคลอดระดับสูงไว้โดยเฉพาะ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าอยู่ไม่ค่อยสบายอยู่ดี

ดังนั้นตอนนั้นเลยไม่ได้ไปโรงพยาบาลล่วงหน้า

แต่อยู่ที่บ้านตลอด คิดว่าจะรอถึงก่อนวันนัดคลอดสองสามวันค่อยเข้าไป

คาดไม่ถึงว่า ล่วงหน้าก่อนครึ่งเดือนเต็มๆ บอกจะคลอดก็คลอดเลย

เช้าวันนั้น เธอเจ็บจนเหงื่อเต็มไปหมดทั้งหัว ลู่จิ่งเซินเห็นสถานการณ์ไม่ดี ก็รีบโทรไป โรงพยาบาลทันที หลังจากนั้นก็ตื่นและพาเธอไปโรงพยาบาล

เข้าโรงพยาบาลไป หลังจากหมอตรวจดู ก็พบว่าน้ำคร่ำแตกแล้ว

ไม่รู้ว่าแตกตั้งแต่ตอนไหน สถานการณ์อันตราย พิจารณาไม่ง่ายนัก แผนการเดิมที่นัดคลอดไว้หยุดชะงักไปทันที ตอนนี้ทำได้เพียงผ่าคลอดเท่านั้น

ใบหน้าของลู่จิ่งเซินตึงเครียด ทั้งร่างกายเหมือนอยู่ในที่ความกดอากาศต่ำ

จิ่งหนิงกลับใจเย็น ถึงแม้ว่าจะเจ็บท้องอยู่ แต่ตัวเองรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น สั่งให้ชายหนุ่มเซ็นต์เอกสารยอมรับการผ่าตัด

หลังจากนั้นก็กำชับให้เขาจำไว้ว่าให้กลับบ้านไปเอาของที่ต้องใช้หลังคลอดที่ก่อนหน้านี้เตรียมไว้

ลู่จิ่งเซินตอบเป็นอย่างๆไป มองเห็นท่าทีของเธอที่ปวดท้องจนหน้าซีด ปวดร้าวหัวใจอย่างมาก

จิ่งหนิงก็กำชับเขาอีกว่าอย่าบอกเรื่องจริงกับพวกคุณย่า ให้บอกว่าปวดท้อง ต้องคลอดก่อนกำหนด

ถ้าให้พวกเขารู้ว่าน้ำคร่ำแตก พวกเขาจะต้องเป็นกังวลอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มทำหน้าบึ้ง แต่ก็ตอบรับทั้งหมด

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เธอถึงให้คนเข็นเธอเข้าไปในห้องคลอด

การผ่าคลอดมีเงื่อนไขเยอะมากกว่าการคลอดธรรมชาติ คือไม่อนุญาตให้คนในครอบครัวเข้าไป

ดังนั้นลู่จิ่งเซินจึงทำได้เพียงรออยู่ด้านนอก

คนตระกูลลู่มาถึงไวมาก คนกลุ่มนึงกำลังรีบร้อนอยู่ มันยากลำบากมากสำหรับคุณยายและคุณตาที่อายุมากขนาดนั้นแล้ว ปกติเดินช้ามาก วันนี้แข็งแกร่งเหมือนตอนเดินที่เท้ามีลมออกมา

พอเข้ามา ก็ถามทันที “เป็นยังไง? สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”

ลู่จิ่งเซินตอบอย่างเสียงต่ำ “เพิ่งจะเข็นเข้าไป”

“ทำไมอยู่ดีๆถึงคลอดก่อนหล่ะ? การตรวจก่อนคลอดไม่ใช่ดีทั้งหมดหรอ?” คุณตาถามอย่างรีบร้อน

คุณยายมองค้อนเขาไปหนึ่งที “คุณถามเขาเขารู้ที่ไหน? ผู้หญิงจะคลอดลูกก็ไม่ใช่ว่าจะเลือกเวลาได้”

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset