วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน – ตอนที่ 612 เขาบ้าไปแล้ว

ตอนนี้เฟิงยี่ยังไม่รู้เรื่องที่เหอศื่อฆ่าคนมามากมายขนาดนั้น แต่ถังลั่วเหยาที่ถูกเขาลักพาตัวไปก่อนหน้านี้ รู้สึกกลัวมาก จึงพูดออกไปแบบนี้

ดังนั้นจึงพยักหน้า ยื่นมือออกไปกุมมือปลอบเธอ

เขาหันไปพูดกับเหลิ่งเม่ย“กุมตัวเขาไปก่อน แจ้งให้ทางตำรวจมาที่นี่ พอพวกเขามาแล้ว ให้พวกเขาจับกุมตัวไปขัง แล้วรอฉันมาจากนั้นค่อยดำเนินการ”

เหลิ่งเม่ยพยักหน้า“ครับ”

จากนั้นก็กุมตัวเขาจากไป

ตอนที่เหอศื่อถูกกุมตัวออกไป ปากก็กำลังจะพูดอะไรออกมา แต่กลับถูกเหลิ่งเม่ยใช้ของยัดปากไว้ก่อน

ตอนนี้เฟิงยี่จึงหันกลับไปหาถังลั่วเหยาอีกครั้ง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง? ได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม?”

ถังลั่วเหยาส่ายหัว

“ฉันไม่เป็นไร เขาไม่ได้ทำร้ายฉัน”

นอกจากมือและขาที่ถูกมัดไว้นานจนทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายแล้ว ที่ตัวก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

เฟิงยี่จึงวางใจลงได้ ก่อนจะสั่งให้คนขับรถขับกลับไป

ยี่สิบนาทีผ่านไป รถมาจอดที่ใต้คอนโดของถังลั่วเหยา

เสี่ยวฉิงได้รับข่าว ว่าพวกเขาถึงเรียบร้อยแล้ว

จึงรีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ตอนที่เห็นถังลั่วเหยาที่อยู่ในอ้อมกอดของเฟิงยี่ เธอก็เดินตรงเข้ามา ในตาก็เริ่มแดงขึ้นทันที

“พี่ลั่วเหยา!”

เธอวิ่งเข้ามาอย่างเร็ว

ถังลั่วเหยายื่นมือออกมารับเธอ ถูกเธอพุ่งเข้ามากอดอย่างแรง

เนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันทั้งคืน แถมถูกมัดเอาไว้นานขนาดนั้นอีก แม้ว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังร่างกายก็อ่อนแออยู่ดี

ถูกเธอชนเข้าไปแบบนั้น ตัวก็มีโยกๆเซๆบ้าง โชคดีที่มีเฟิงยี่คอยประคองเอาไว้อยู่จึงไม่ได้ถูกชนจนล้มลงไป

เธอพูดขึ้นมาอย่างอดยิ้มไม่ได้“ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องกลัว ฉันกลับมาแล้ว”

เสี่ยวฉิงร้องไห้โฮๆ พลางกอดเธอไม่ยอมปล่อยมือ

“พี่ลั่วเหยา คุณทำให้ฉันตกใจหมดเลย!ฉันนึกว่า……ฉันนึกว่า……”

ถังลั่วเหยายิ้มเบาๆ“เธอนึกว่าต่อจากนี้จะไม่ได้เจอฉันอีกแล้วใช่ไหม?”

เสี่ยวฉิงยิ่งร้องไห้ขึ้นมากกว่าเดิม

เฟิงยี่ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเร่งเร้าให้เธอออกไป จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“พอได้แล้ว!พูดอะไรซ้ำๆซากๆอยู่ได้”

เสี่ยวฉิงตกใจจนหดตัวลง ตอนนี้จึงปล่อยเธอออกมา มองเฟิงยี่ด้วยความขี้ขลาด

ถังลั่วเหยาหันไปมองเฟิงยี่ด้วยความไม่พอใจ

“คุณอย่าใจร้ายขนาดนี้สิ เธอตกใจหมดแล้ว”

เฟิงยี่สบถหึออกมา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร โค้งตัวลงอุ้มถังลั่วเหยาขึ้นมา แล้วก็เดินเข้าไปข้างในทันที

ตอนนี้ถังลั่วเหยาขาไม่ได้ชาอีกต่อไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าจู่ๆเขาจะอุ้มตัวเองขึ้นมา จึงรู้สึกตกใจ

ดึงเสื้อของเขาทันที พร้อมกับพูดเสียงเบาๆ“คุณทำอะไร?”

เฟิงยี่สีหน้าเย็นชา“มองไม่ออกเหรอ? พาคุณกลับบ้านไง”

“ฉันเดินเองได้”

“เหอะ!ผมดูออก”

ถังลั่วเหยา“……”

ไม่เข้าใจว่าผู้ชายคนนี้จะมีอารมณ์แบบไหนอีก แต่ว่าอุ้มก็อุ้มไปเถอะ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

มาถึงข้างบน เปิดประตูเข้าไป หลังจากที่เข้ามาในห้องแล้ว เฟิงยี่ก็วางเธอลงบนโซฟา

เขาหันไปสั่งเสี่ยวฉิง“ให้เจ้านายของพวกคุณอาบน้ำซะ จากนั้นก็ทำอะไรให้เธอทานสักหน่อย ดูแลเธอให้ดีๆ”

เสี่ยวฉิงถูกท่าทีที่ร้ายกาจของเขาเมื่อตะกี้ ทำให้รู้สึกถึงความน่าเกรงขาม ตอนนี้จึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่ประโยคเดียว

พอได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารัวๆ

เฟิงยี่จึงหันกลับไปมองถังลั่วเหยา

โค้งตัวเล็กน้อย นั่งยองลงตรงหน้าเธอ

กุมมือของเธอเอาไว้ พร้อมกับพูดปลอบ“ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะให้พวกเหลิ่งเม่ยคอยคุ้มกันอยู่ข้างนอก ที่นี่ปลอดภัยมาก นอกจากผมแล้วจะไม่มีทางมีใครเข้ามาได้อีก”

ถังลั่วเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามขึ้นทันที“คุณจะไปไหน?”

เฟิงยี่ยิ้มๆ

“นี่คุณกำลังเป็นห่วงผมใช่ไหม?”

“ฉัน……”

แน่นอนว่าเป็นห่วง แต่ว่าถูกผู้ชายคนนี้พูดออกมาขนาดนี้ เลยรู้สึกไม่ยอมรับแบบบอกไม่ถูก

เธออึกๆอักๆอยู่สักพัก ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์“ใครเป็นห่วงคุณไม่ทราบ? เข้าข้างตัวเองให้มันน้อยหน่อยๆ”

เฟิงยี่ยิ้มๆ รู้ว่าเธอปากแข็ง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร

พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาๆและอ่อนโยน“ผมจะไปให้ความร่วมมือในการตรวจสอบที่สถานีตำรวจสักหน่อย คุณหาอะไรกินแล้วก็พักผ่อนก่อนนะ พรุ่งนี้พวกเขาอาจจะมาหาคุณ ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง”

ถังลั่วเหยาก็คิดไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ จึงพยักหน้าตอบกลับไป

เฟิงยี่พูดขึ้น“ทางด้านของสื่อก็ปิดเป็นข่าวไว้แล้ว รวมถึงทางกองถ่ายด้วย ดังนั้นจะไม่มีคนรู้เรื่องนี้เด็ดขาด แล้วก็จะไม่มีคนรู้ถึงสถานภาพของเหอศื่อด้วย คุณไม่ต้องเป็นห่วง”

เขาจัดการทำเรื่องต่างๆไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ก็ล้วนแต่จัดการได้อย่างเหมาะสมทั้งนั้น ถังลั่วเหยารู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย

เธอพยักหน้า พูดขึ้น“ฉันรู้แล้ว”

เฟิงยี่จึงลุกขึ้นมา

ตอนที่เขากำลังจะเดินออกไปข้างนอก จู่ๆถังลั่วเหยาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เปิดปากพูดขึ้น“รอเดี๋ยว!”

เฟิงยี่หยุดฝีเท้าลง หันกลับมามองเธอ

ถังลั่วเหยาลุกขึ้นยืน เดินมาข้างๆเขา คิดๆก่อนจะพูดขึ้น“มีอีกหนึ่งเรื่อง คือก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันถูกเหอศื่อจับตัวเอาไปไว้ในบ้านที่ชานเมือง ที่นั่น ยังมีคนอีกสองสามคนที่อยู่กับเขาด้วย คุณบอกเรื่องนี้กับพวกตำรวจไปด้วย ให้พวกเขาลองตรวจหาดู”

แม้ว่าคนพวกนั้นจะไม่ใช่คนดีอะไรก็ตาม

แต่ถังลั่วเหยาก็รู้สึกว่า จะให้พวกเขาตายไปอย่างไม่มีสาเหตุไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น จะช้าจะเร็วยังไงเรื่องนี้ก็ต้องถูกตรวจสอบออกมาอยู่ดี เธอบอกพวกเขาก่อน จะได้ไม่ให้พวกเขาไม่เดินทางผิดไปมากเท่าไร

ข้อหาในครั้งนี้ของเหอศื่อ ไม่ใช่การลักพาตัวง่ายๆขนาดนั้น เขาบ้าไปแล้ว ไม่มีทางรอดพ้นจากการลงโทษของกฎหมายไปได้แน่นอน

เฟิงยี่ได้ยินแบบนี้ ก็ช็อกตกใจอย่างทันที เขาคิดไม่ถึง

“มีกี่คน?”

ถังลั่วเหยาขมวดคิ้ว นึกย้อนกลับไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน“ประมาณสี่ห้าคน ตัวเลขแน่ชัดฉันไม่ค่อยชัวร์เท่าไร ถ้าเกิดต้องการล่ะก็ ฉันสามารถพาพวกคุณไปที่นั่นได้นะ ฉันจำทางไปที่นั่นได้”

เพราะว่าตอนที่กลับมา เหอศื่อบังคับให้เธอเป็นคนขับรถเอง

ดังนั้น เธอจึงจำทางได้ดีเป็นพิเศษ

เฟิงยี่พยักหน้า สายตาหันมองมายังเธอ ในใจเต็มไปด้วยความรักความเป็นห่วงเป็นใย

จู่ๆเขาก็ยื่นมือออกมา เอาเธอเข้ามากอดในอ้อมแขน กอดเอาไว้อย่างแรง

ถังลั่วเหยารู้สึกสับสนไม่เข้าใจ พอเขาปล่อยออกมา จึงเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความสงสัย

แต่ เขากลับไม่ได้พูดอะไร แค่ก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธอเท่านั้น

จากนั้นก็ปล่อยออกมา ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ“รอผมกลับมานะ”

ถังลั่วเหยาพนักหน้า

ก่อนที่เฟิงยี่จะออกไป

ตอนนี้เหลิ่งเม่ยพาคนมาแล้ว พาคนสองคนมาเฝ้าหน้าประตูของถังลั่วเหยาเอาไว้ด้วยตัวเอง แถมยังมีรถหนึ่งคันคอยเฝ้าอยู่ข้างล่างคอนโดอีกด้วย

ถึงห้องจะใหญ่มาก แต่เฝ้าระวังคุ้มกันแบบนี้ เรียกได้ว่าไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างแน่นอน

จริงๆเหอศื่อก็ถูกขังไว้แล้ว พูดกันตามหลักเหตุผลก็คือไม่น่าจะมีอันตรายอะไรแล้ว

แต่เฟิงยี่กลับยังเตรียมการพวกนี้ให้กับเธออย่างละเอียดรอบคอบอยู่

หนึ่ง เพื่อป้องกันเหอศื่อยังมีพรรคพวกคนอื่นอีก พอได้รู้ว่าเขาถูกจับตัวไป แล้วจะมาแก้แค้นถังลั่วเหยา

สอง ก็เพื่อให้ถังลั่วเหยาสบายใจ ถึงยังไงก็เพิ่งจะเจอกับสถานการณ์ที่โหดร้ายมา ในเวลานี้ จำเป็นต้องมีคนคอยเฝ้าคุ้มกันอยู่ข้างนอก แม้ว่าจะไม่มีอันตรายจริงๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset