วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน – ตอนที่ 909 เป็นเพียงแค่ตัวแทน

ลู่จิ่งเซินชะงักไป เงยหน้ามองไปทางเธอ

จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“บางทีน่าจะใช่ ”

ทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่ง ดูเวลาดึกมากแล้ว จึงกลับไปพักผ่อนในห้อง

และเวลานี้ อีกด้านหนึ่ง

ภายในคฤหาสน์ของหนานมู่หรง

หลินเยว่เอ๋อร์นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูใบหน้าที่แต่งแต้มสวยงามในกระจก

เธอรู้สึกเองว่าตัวเองสวย แต่ว่าทำไม ไม่ว่าเธอจะทำเช่นไร ก็ไม่มีวันชนะคนของชายหนุ่มคนนั้น ?

แม้จะเสี่ยงอันตราย มาอยู่ข้างกายของชายหนุ่มอีกคนที่นี่เพื่อเขา ในใจของเขาก็มีเพียงผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลา

เมื่อคิดถึงผู้หญิงคนนั้น เธอก็อดที่จะเกลียดไม่ได้

เฉียวฉีเอ๋ยเฉียวฉี ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน

ครั้งนี้ หากคุณตายแล้วยังดี แต่หากคุณไม่ตาย………..

แววตาของเธอโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที และเวลานี้ จู่ๆ ประตูห้องนอนก็ถูกคนผลักออกจากข้างนอก หนานมู่หรงที่กลิ่นเหล้าเต็มตัวเดินเข้ามา

หลินเยว่เอ๋อร์ตกใจ รีบลุกขึ้น

เธอหันหน้ามา ใบหน้าฝืนยิ้มเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปหาหนานมู่หรง

“คุณหนาน คุณกลับมาแล้วหรือ ”

หนานมู่หรงมองดูเธอ เพราะว่าดื่มเหล้ามากไป เวลานี้แม้ว่ายังมีสัมปชัญญะอยู่ แต่ไม่ค่อยได้สติแล้ว

เขามองดูผู้หญิงเดินเข้ามาใกล้ทีละเล็กละน้อย ใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นราวกับกระแสน้ำที่ไหลผ่านกาลเวลา พริบตาเดียวก็มาถึงตรงหน้าเขา

เขายื่นมือไป ลูบใบหน้าเธอ แล้วเรียกชื่อขึ้นมาอย่างคลั่งไคล้

“อะหลัน………..”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเยว่เอ๋อร์แข็งทื่อ

ช่วงเวลานี้ เธออยู่ข้างกายหนานมู่หรง คนทั้งหมดล้วนคิดว่าเธอได้รับความโปรดปราน ไม่ว่าอย่างไร หนานมู่หรงดีกับเธอมาก ไม่เพียงแต่พาเธอไปด้วยทุกที่ ยิ่งรับปากว่าจะมอบตำแหน่งให้เธอ และจดทะเบียนสมรสกับเธอแล้ว

นี่เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงมากมาย แต่ก็ไม่อาจจะได้

แต่ว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกครั้งเวลากลางคืนที่เขากลับมา ตอนที่มองดูตัวเองอย่างนี้ เรียกชื่อของผู้หญิงอีกคน

ดังนั้น ความโปรดปรานที่น่าอิจฉาในสายตาของคนนอกนั้น จึงไม่ได้มอบให้เธอ

แต่ให้ผู้หญิงที่อยู่ในใจของเขาคนนั้น ส่วนตัวเอง เป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นเท่านั้น

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของเธอก็อดที่จะหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้

หนานมู่หรงไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ ยังคงพูดตามใจตัวเอง

“อะหลัน คุณกลับมาแล้วใช่ไหม? คุณจะไม่มีวันจากผมไปอีกแล้วใช่ไหม?อะหลัน…………..”

หลินเยว่เอ๋อร์จับมือเขาไว้ ประคองเขาไปบนเตียง แล้วกระซิบเสียงเบาว่า“ใช่แล้ว ฉันกลับมาแล้ว จะไม่จากคุณไปอีกแล้ว คุณหนาน ฉันไปเอาผ้าชุบน้ำร้อนมาเช็ดหน้าให้คุณก่อนดีไหม?”

พูดพลาง กำลังจะหันหลังเดินไปที่ห้องน้ำ

แต่พอจะลุกขึ้น ก็ถูกหนานมู่หรงคว้าไว้

เขามองเธอด้วยสายตางัวเงีย แล้วพึมพำว่า“อย่าไป อะหลัน อย่าจากผมไป ”

หลินเยว่เอ๋อร์อึ้งไป

ในใจรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ก็ยังอดทน กล่าวเสียงอ่อนโยนว่า“ฉันไม่ไป คุณหนาน คุณคลายมือก่อนดีไหม? เสื้อผ้าบนตัวคุณเลอะไปหมดแล้ว ฉันจะไปเอาตัวใหม่มาให้คุณเปลี่ยน แล้วค่อยล้างหน้า ดีไหม?”

ก็ไม่รู้ว่าฟังที่เธอพูดเข้าใจหรือเปล่า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตางัวเงียนั้นรู้สึกตัวเล็กน้อย

เขาพยักหน้า แล้วกล่าวว่า“โอเค”

หลินเยว่เอ๋อร์จึงลุกขึ้น เข้าไปในห้องอาบน้ำ

ไม่นาน เธอก็นำผ้าขนหนูผืนสะอาดมา แล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เขาด้วย

ช่วยเขาเช็ดหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า ปรนนิบัติให้เขานอนลง

ชายหนุ่มกุมมือเธอไว้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและโปรดปราน แล้วกล่าวว่า“อะหลัน มานอนเป็นเพื่อนผม ”

หลินเยว่เอ๋อร์พยักหน้า พิงขึ้นไป

ย่อมเป็นคืนที่สับสนวุ่นวาย

เวลาผ่านไปทีละเล็กละน้อย ก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ จู่ๆหลินเยว่เอ๋อร์ก็รู้สึกตัวขึ้นมา

เธอลืมตาขึ้น รอบกายมืดสนิท ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงมองเห็นสิ่งของรอบๆบ้างเล็กน้อย

เห็นเพียงเตียงที่กว้างใหญ่ในห้องนอนของคฤหาสน์ตระกูลหนาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น ไม่รู้ว่าหนานมู่หรงหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่

เธอตกใจ รีบพลิกตัวขึ้นมานั่ง แล้วเดินไปข้างนอก

มีแสงไฟสลัวในห้องหนังสือ

เธอคลำไปในความมืดจนถึงข้างนอกของห้องหนังสือ ผ่านช่องประตูคับแคบ มองเห็นหนานมู่หรงนั่งอยู่ในนั้น มองดูจอใหญ่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

เห็นเพียงเป็นฉากวิดีโอของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวาดรูปอยู่ ใบหน้าเธออ่อนโยน สวยงาม ตอนที่มองมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ถามเขาว่า“พี่หรง ฉันวาดได้เหมือนไหม?”

น้ำเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น “เหมือน เหมือนมาก”

หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจ แสงแดดเจิดจ้า ส่องไปบนใบหน้าของเธอ เหมือนกับเจ้าหญิงที่น่าอิจในปราสาท

ทันใดนั้น นิ้วมือของหลินเยว่เอ๋อร์แข็งทื่ออยู่ตรงนั้น

เธอมองดูภาพข้างใน รู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วหัวใจ

ไม่กล้าออกเสียงใดๆ หันหลังเดินกลับไปในห้องนอน

วันรุ่งขึ้น

กู้ซือเฉียนมาปลุกฉินเยว่แต่เช้ามืด ถามผลการตรวจสอบจากเขา

ฉินเยว่บอกข่าวที่มีในตอนนี้ให้เขา ไม่นาน ก็นำข่าวพวกนี้ไปแบ่งปันให้ลู่เจิ่งเซินกับจิ่งหนิง

คนสามคนของตระกูลหนานที่ปรากฏตัวจุดที่เฉียวฉีหายตัวไปนั้น ตอนนี้หาเจอแล้ว

ตอนนี้พวกเขาอยู่ในบ่อนพนันใต้ดินแห่งหนึ่งในประเทศF ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือการเฝ้าระวัง

ลู่จิ่งเซินมองดูเอกสารที่ตรวจสอบได้มา ขมวดคิ้วแน่น ดูอย่างไรก็รู้สึกแปลกๆ

เขากล่าวเสียงเคร่งขรึม “พวกคุณทำให้พวกเขารู้ตัวยัง?”

ฉินเยว่ส่ายหน้า “ยัง เมื่อได้ที่ซ่อนตัวของพวกเขา ผมก็รีบกลับมาทันที ทางนั้นแม้จะส่งคนไปจับตาดูแล้ว แต่ผมก็ได้บอกพวกเขาแล้วว่า ไม่มีคำสั่งพวกเขาจะไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น ”

ลู่จิ่งเซินพยักหน้า

กู้ซือเฉียนลุกขึ้น แล้วกล่าวว่า“ผมจะไปประเทศFเดี๋ยวนี้ ”

เมื่อลู่จิ่งเซินได้ยินเช่นนั้น ก็ขวางเขาไว้

เขาถามว่า“ผมคิดว่า คุณจะไปพบหนานมู่หรงก่อนไหม?”

สายตากู้ซือเฉียนหม่นหมอง

ลู่จิ่งเซินอธิบายว่า“พวกเขาเป็นคนของตระกูลหนาน ตอนนี้เรายังไม่แน่ใจ กลุ่มอำนาจลึกลับนั้น ใช่ตระกูลหนานจริงหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่จำเป็น ทางที่ดีไม่ต้องแตกหักกับพวกเขา คุณไปหาหนานมู่หรงก่อน ทางนั้นผมจะส่งคนไปช่วยคุณค้นหาที่อยู่ของเฉียวฉีเอง ลงมือทั้งสองทาง จะปลอดภัยและมั่งคงเล็กน้อย”

สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง ดังนั้น แม้กู้ซือเฉียนยังคงใจร้อนเล็กน้อย แต่ก็ยังรับปาก

ตอนเที่ยงของวันนั้น เขาก็ได้มาถึงคฤหาสน์ของหนานมู่หรง

หนานมู่หรงเห็นเขามา กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“ว้าว วันนี้ลมอะไรพัดซือเฉียนคุณมาที่นี่ รีบเข้ามานั่ง ”

ที่จริงหนานมู่หรงไม่ใช่สมาชิกคนสำคัญของตระกูลหนาน แต่เป็นเพราะว่าเขาเป็นคนมีไหวพริบ ฉลาดและมีหัวสมอง สองปีมานี้ได้รับความสำคัญจากทางตระกูลหนานมาก

กู้ซือเฉียนเดินเข้าไปอย่างไร้อารมณ์ แล้วกล่าวเสียงเคร่งขรึมว่า“ที่ผมมาในวันนี้ มีเรื่องหนึ่งอยากถามคุณ”

หนานมู่หรงชะงักไปครู่หนึ่ง

สังเกตดูสีหน้าอยู่หลายวินาที แม้ว่าบนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่ว่ารอยยิ้มนั้นได้กลายเป็นรอยยิ้มที่ห่างเหินเกรงใจขึ้นมา

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

วิวาห์หวาน นายซาตานที่รักของฉัน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset