สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ – ตอนที่ 184ยังคิดจะหนีอีกมั้ย

“ผมยังไม่แพ้”

จี้หนานเฟิงที่ถูกฉินโม่หานกดไว้ ยังคงดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ “ผมยังไม่แพ้!”

“คุณแพ้แล้ว”

ชายหนุ่มค่อยๆแย้มริมฝีปากขค้น แล้วปล่อยจี้หนานเฟิงออก

เขายืนขึ้น จ้องมองลงไปยังจี้หนานเฟิงที่ลุกแทบไม่ขึ้นแล้ว “คุณแพ้แล้ว อย่าดิ้นรนอีกเลยครับ”

ไม่ว่าจะทางไหน เขาก็แพ้แล้ว

การต้องมาวุ่นวายกับคนที่รู้สึกสิ้นหวังนั้นทำให้ฉินโม่หานต้องเบื่อเหลือเกิน

เขายืนขึ้นมา ยกมือขึ้นมาตบๆที่ไหล่ของเหลียงหยูซิน”ดูแลเขาด้วย”

หลังจากพูดแบบนั้นไป ชายหนุ่มก็อุ้มซูสือเยว่ขึ้นมา

เมื่อจู่ๆร่างกายก็ลอยขึ้น ซูสือเยว่ก็ได้กรีดร้องออกมาตามสัญชาตญาณ

เธอเอื้อมมือไปโอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว “คุณทำอะไรคะ?”

“คุณคิดไงล่ะ?”

ชายหนุ่มอุ้มเธอแล้วเดินดุ่มๆไปทางห้อง

ซูสือเยว่ขมวดคิ้วแล้วหันกลับไปมองจี้หนานเฟิงที่ถูกเหลียงหยูซินพยุงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เขานั่งอยู่ที่พื้นอย่างผู้พ่ายแพ้และกระแทกหมัดลงพื้นอย่างรุนแรง

เหลียงหยูซินรีบกุมมือของเขาอย่างเป็นกังวล แล้วพูดเกลี้ยกล่อมเขา

เมื่อมองผ่านหัวไหล่ของฉินโม่หาน เธอก็สามารถมองเห็นความสิ้นหวังและความโศกเศร้าของจี้หนานเฟิง

“อย่าโทษที่ผมลงมือแรงไป”

ชายที่อุ้มเธอพูดเบาๆ

เสียงที่ทุ้มต่ำของเขาสั่นสะเทือนอยู่ตรงหน้าอกและสั่นสะเทือนมาถึงเธอ

“นี่คือการต่อสู้ระหว่างลูกผู้ชาย”

“เขาชอบคุณและต้องการไขว่คว้าถึงมันตลอด แต่ผมคิดว่าเขายังถือเป็นสุภาพบุรุษอยู่”

หากจี้หนานเฟิงตั้งใจที่จะฉวยโอกาสในช่วงที่ทำงานกับซูสือเยว่นั่น ต่อให้มือของฉินโม่หานจะยาวแค่ไหน มันก็ไม่สามารถห้ามได้อยู่ดี

เขาไม่สามารถปกป้องซูสือเยว่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่จี้หนานเฟิงนั้นต้องถ่ายซีรี่ย์กับเธอวันละเป็นสิบชั่วโมง

แต่ชายคนนั้นก็ถือเป็นคนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา แม้ว่าเขากำลังตามจีบ แต่เขาก็ยังสามารถควบคุมอารมณ์และยอมเปิดใจ

ในเรื่องนี้ ฉินโม่หานเองก็รู้สึกชื่นชมเขาเหมือนกัน

แต่ความชื่นชมก็ส่วนชื่นชม ยังไงซะ คนที่จี้หนานเฟิงชอบก็คือภรรยาของเขา

การต่อสู้ในคืนนี้ เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของเขากับจี้หนานเฟิง และน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

พอคิดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา ยกมือขึ้นไปบีบจมูกของซูสือเยว่เบาๆ

“คุณนั่นแหละที่ผิด”

ถ้าจี้หนานเฟิงไม่ได้ชอบซูสือเยว่ เขาอยากจะเป็นเพื่อนกับคนอย่างจี้หนานเฟิงเหมือนกัน

ซูสือเยว่ถูกบีบอย่างไม่รู้อะไรเลย

หญิงสาวเบ้ปากอย่างไม่ชอบใจ “จะโทษฉันทำไมคะ?”

“โทษคุณที่มีเสน่ห์เกินไป”

ซูสือเยว่เบ้ปาก “ฉันไม่มีเสน่ห์ซะหน่อย”

ก่อนที่จะได้พบกับฉินโม่หาน เธอยังมองว่าตัวเองด้อยค่าอยู่เลย

เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา

เพราะเธอมีแฟนหนุ่มที่เจิดจรัสอย่างเฉิงเซวียน แต่เธอนั่นเป็นแค่สแตนด์อินคนหนึ่งเท่านั้น

แต่หลังจากที่ได้เจอกับฉินโม่หาน เธอเพิ่งได้รู้ว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอก็สามารถพบรักแท้ได้เหมือนกัน

“คุณมี”

ชายหนุ่มกอดแขนของซูสือเยว่ไว้แน่นๆ แล้วโน้มตัวลงมาพูดที่ข้างหูของเธอเบาๆว่า “คุณมีเสน่ห์ที่สุด ตอนอยู่บนที่นอนครับ”

“และคืนนี้ ผมต้องการพัฒนาเสน่ห์ของคุณให้มากขึ้น”

ซูสือเยว่ : “……”

ก่อนที่ผู้หญิงจะได้ปฏิเสธ ฉินโม่หานก็ได้เปิดประตูห้องเธอออกแล้ว

เขาไม่ได้เปิดไฟ

ท่ามกลางความมืด ร่างกายของซูสือเยว่ถูกโยนลงบนเตียงนุ่มๆขนาดใหญ่

จากนั้นร่างกายของชายหนุ่มก็ดันขึ้น

จากนั้น……

“บูม–!”

ก็มีเสียงดัง

“…ที่รัก เตียงพังค่ะ”

“ฉันรู้แล้ว”

“ทำยังไงดีคะ?”

ใบหน้าของซูสือเยว่ร้อนผว่าด้วยความอับอาย “จะให้เจ้าของบ้านซ่อมเตียงให้มั้ยคะ?”

เธอรู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างในชนบทนั้นค่อนข้างเรียบง่าย แต่นี่มันก็…เรียบง่ายเกินไปแล้ว!

“ไม่เป็นไรครับ”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ กอดเธอด้วยมือข้างหนึ่ง และอีกมือดึงผ้าห่มลงพื้น กางออก

“เรายังไม่ได้ลองบนพื้นเลยใช่มั้ยครับ?”

ซูสือเยว่: “!!!”

“ฉันขอปฏิเสธได้ไหมคะ?”

“สายไปแล้วครับ”

ชายหนุ่มกัดติ่งหูของเธออย่างชั่วร้าย “แต่ถ้า คุณไม่ชอบอยู่บนพื้น……”

“เราไปบนภูเขากันไหมครับ? แสงจันทร์ข้างนอกมันสวยดี”

ดวงตาของซูสือเยว่เบิกกว้างขึ้นมาทันที

“บะ…… บนพื้นก็ดีเหมือนกันค่ะ!”

หญิงสาวรีบเอื้อมมือไปกอดเขาเอาไว้ “ตกลงตามนี้ค่ะ!”

เธอไม่มีทางขึ้นไปบนเขาแน่!

ถ้ามีคนมาเห็นเข้านี่ขายหน้าตายเลย!

เมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิของหญิงสาวตัวเล็ก ฉินโม่หานก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “ได้ครับ”

………

คืนที่วุ่นวาย

วันต่อมาด้านนอกก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

ทีมงานถูกบังคับให้หยุดงาน

ฉินโม่หานตื่นมาทำงานตั้งแต่เช้า

เนื่องจากสัญญาณในบ้านเตี้ยไม่ดี เขามีการประชุมที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อไม่มีทางเลือก ไป๋ลั่วจึงย้ายที่ทำงานของฉินโม่หานไปยังห้องเก็บของที่อยู่ชั้นบนสุดของเกสเฮ้าส์

ส่วนซูสือเยว่นั้นนอนขี้เกียจอยู่บนที่นอน จนถึงเที่ยงวันถึงยอมลุกขึ้นจากเตียง

หลังอาบน้ำเสร็จ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมีมะเขือเทศหลายลูกของเธอที่อยู่ในห้องครัว แถมเมื่อคืนยังบอกกับถังถังแล้วว่าจะกินด้วยกัน

พิดถึงตรงนี้ เธอก็หมุนตัวแล้วเดินไปที่ห้องทันที หยิบมะเขือเทศขึ้นมา แล้วเดินไปหาถังถังที่บ้านเจ้าของบ้าน

แต่เธอกลับไม่เจอถังถัง เจอแต่แม่ของถังถังที่น้ำตาคลอเบ้า

“ถังถังหายตัวไป!”

หญิงสาวตากฝนจนเปียกปอนไปทั้งตัว ราวกับว่าเธอเพิ่งถูกฉุดขึ้นมาจากน้ำ

เธอพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา “ถังถังบอกกับฉันว่าเธออะไปให้อาหารกระต่าย แต่ผ่านไปตั้งนานเธอยังไม่กลับมาฉันจึงไปดูที่คอกกระต่าย ไม่เพียงถังถังที่หายไป แม้แต่กระต่ายก็หายไปด้วย!”

หญิงสาวพูดไป น้ำตาก็เอ่อล้นลงมาอีกรอบ “กระต่ายน่าจะหนีไป เธอเลยวิ่งตากระต่ายไปแน่ๆ!”

“สภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้ เด็กคนนั้นวิ่งออกไปคนเดียวแบบนี้ ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นละก็……”

พูดจบหญิงสาวก็กัดริมฝีปาก หยิบร่มขึ้นมา หันหลัง “ฉันจะไปหาอีกรอบ”

พอเห็นท่าทางที่ร้อนรนของหญิงสาว ซูสือเยว่ไม่แม้แต่จะคิดหยิบล่มที่อยู่ข้างๆขึ้นมา “ฉันจะช่วยหาอีกแรง เราแยกกันหา!”

แม่ของถังถังจ้องมองซูสือเยว่ด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากค่ะ!”

พูดจบ หญิงสาวกางร่มขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปในสายฝน

ซูสือเยว่ถอนหายใจออกมา แล้วกางร่มขึ้นมาเหมือนกัน จากนั้นก็วิ่งออกไปในทางตรงกันข้ามกับแม่ของถังถัง

ฝนยิ่งตกยิ่งหนัก เสียงฝนกลบเสียงที่อยู่รอบข้างจนหมด

ซูสือเยว่จำเป็นต้องตะโกนออกมาเสียงดัง

“ถังถัง…!”

“ถังถัง…!”

“ถังถัง…!”

เธอกางร่มไว้แล้วเดินไปตะโกนไป โดยไม่รู้เลยว่า ได้มีคนตัวเล็กคนหนึ่งตามหลังเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ซูสือเยว่ตามหาอยู่กลางสายฝนไปพักใหญ่ นานจนเสียงของเธอแหบซ่าน

ในที่สุดฝนก็เบาลงบ้างแล้ว

เธอเงยหน้าขึ้น มองดูพาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคย แล้วก็ได้รู้ว่าเธอได้เดินออกมาจากเกสเฮ้าส์ไกลแล้ว

ถังถังเพิ่งอายุแค่หกขวบ เด็กคนนั้นไม่น่าจะออกมาได้ไกลขนาดนี้

พอคิดได้แบบนั้น เธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังเตรียมที่จะกลับไป

ทันทีที่หันหลังไป ผู้ชายที่อยู่ด้านหลังก็ทำให้เธอต้องตกใจ

เธอจำเขาได้ เขาคือหนึ่งในทีมงานของกองถ่าย

ตอนนี้ บนใบหน้าของเขากำลังปรากฏรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา ในมือยังถือมีดปอกผลไม้ที่ดูเงางามอยู่เล่มหนึ่ง

ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม สีหน้าที่แสดงออกมาก็ดูเลวทรามมาก

ซูสือเยว่ก้าวถอยหลังก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ถ้าเป็นอยู่ในสถานการณ์ปกติ ด้วยฝีมือของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องกลัวเขาเลย

แต่ตอนนี้ เธอเดินมาไกลมาก ตะโกนมาก็นาน ร่างกายจึงค่อนข้างล้า

บวกกับฝนที่กำลังตกลงมา จนทำให้พื้นถนนลื่น……

สิ่งที่เธอนึกออกเพียงอย่างเดียวก็คือ…วิ่ง!

คนชุดดำข้างหลังนั่นคงนึกไม่ถึงว่าเธอจะวิ่งเด็ดขาดขนาดนี้ เขาจึงยกเท้าแล้ววิ่งตามไป

สมรรถนะร่างกายของชายหญิงมันแตกต่างกันอยู่แล้ว บวกกับซูสือเยว่ที่กำลังตื่นตระหนก…

เสียง “ตุบ!” ดังขึ้น เธอล้มจ้ำเบ้าลงกลางถนน

“ยังคิดจะหนีอยู่อีกมั้ย?”

ที่ด้านหลัง เสียงที่ชั่วร้ายกับเสียงฝีเท้าของชายหนุ่ม ค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

หลังข่าวลือที่เสียโฉม ท่านชายฉินโหดร้ายอำมหิต ทำคู่หมั้นตายติดต่อกันสองคน ผู้หญิงทั้งเมืองไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย แต่ซูสือเยว่กลับแต่งสาวน้อย ต่อไปให้ฉันปกป้องเธอเองเพิ่งแต่งงาน เธอก็ถูกลูกน้อยน่ารักน่าหยิกสองคนแย่งกันอย่างคลั่งใคล้ซะแล้ว……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset