สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ – ตอนที่ 248 ตอนนี้ผมมีเธอแล้ว

ซิงหยุนลังเลไปชั่วขณะ

เงยหน้าขึ้นไปอีกครั้งเขาก็เห็นความแน่วแน่ในดวงตาของซูสือเยว่ ก็ได้ย่นคิ้วออกมาจางๆ “หม่ามี๊ หม่ามี๊แน่ใจเหรอว่าจะไปงานแถลงข่าวนั่นจริงๆ?”

ซูสือเยว่พยักหน้าออกมาอย่างแรง

เธอจะต้องได้ยินคำอธิบายจากฉินโม่หานมาด้วยตัวเองให้ได้

ไม่อย่างนั้นคำพูดของคนอื่นเธอจะไม่ฟังมันเลยสักประโยคเดียว!

เห็นเธอแน่วแน่อย่างนี้แล้ว ซิงหยุนก็ถอนหายใจออกมา กุมมือเธอไปเงียบๆ “งั้นก็ได้ ผมไปเป็นเพื่อนหม่ามี๊เอง”

บริเวณราวบันไดตรงชั้นสองซิงเฉินกำลังมองร่างซิงหยุนที่กำลังเดินออกไป อดไม่ได้ที่จะเรียกเขาเอาไว้ “พี่ชาย พี่…”

ไม่ใช่ว่าปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่เห็นใจหม่ามี๊มากที่สุดหรือไง?

ทำไมในเวลาแบบนี้ เขาก็รู้อยู่นี่ว่าให้หม่ามี๊ไปงานแถงข่าวมันรังแต่จะทำให้หม่ามี๊ต้องเสียใจ แต่กลับยังจะไปเป็นเพื่อนเธออีก?

ซิงหยุนชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย

หลังจากที่ผ่านไปสักพัก เขาก็หันมายิ้มให้กับซิงเฉิน “ผู้หญิงมั้ยล่ะ ก็ต้องตามใจเธอหน่อย”

“เธออยากทำอะไร แค่สนับสนุนเธอก็พอ”

ซิงเฉินกลอกตาออกมา “แต่จะหลับหูหลับตาตามใจกันไม่ได้นะ”

ฟู๋เชียนเชียนที่อยู่ข้างๆถลึงตาจ้องมองไปยังซิงเฉิน “หลับหูหลับตาอะไรกัน?”

“หม่ามี๊ของเธอทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว!”

พูดจบเธอก็อดไม่ได้ที่ยื่นมือออกไปเขกหัวซิงเฉิน “ปกติเห็นเธอก็เป็นห่วงหม่ามี๊มากด้วยเหมือนกันนี่ ทำไมเวลานี้เธอกลับไม่ยอมแม้แต่จะให้หม่ามี๊ของเธอเขาไปยืนยันด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ?”

ซิงเฉินถูกเขกหัวจนเจ็บขึ้นมา จึงกุมหัวเอาไว้ทันที “คุณน้าไม่เข้าใจ”

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้เหมือนกันว่าหม่ามี๊จะต้องเจ็บปวดเสียใจไปสักพักนึงอยู่แล้ว

แต่เขาไม่อยากเห็นหม่ามี๊โศกเศร้าเสียใจเร็วขนาดนั้น

ถึงยังไง…มันก็จะสามารถยื้อเวลาเอาไว้ได้อีกสักนิดขออีกสักนิดเถอะ

เพราะถึงยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงที่เขารักที่สุดล่ะนะ

แต่ซิงหยุนกลับไม่คิดอย่างนี้

เขาจับมือของซูสือเยว่เอาไว้แน่น “วางใจเถอะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะมีผมอยู่ด้วยเสมอ”

ซูสือเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้าออกมา กุมมือของซิงหยุนเอาไว้ สองแม่ลูกสาวเท้าก้าวใหญ่ๆเดินออกจากตัววิลล่าไป

บนระเบียงตรงชั้นสอง ซิงกวงมองรถของซูสือเยว่กับซิงหยุนแล้วไกลออกไป ก็ได้ยกมือขึ้นมานวดตรงระหว่างคิ้วไปด้วยความจนใจ

“แด๊ดดี้ แด๊ดดี้จะต้องทำอย่างนี้ให้ได้เลยเหรอ?”

“อันที่จริงพวกเราสามารถลองคิดหาวิธีอื่นกันได้”

“แด๊ดดี้ไม่กลัวว่าหลังจากที่เรื่องมันผ่านไปแล้ว หม่ามี๊จะไม่ยอมยกโทษให้แด๊ดดี้เหรอ?”

ข้อความส่งออกไป อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมา

เด็กน้อยมองแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าไปด้วยความจนใจ

บนหน้าจอ ฉินโม่หานกำลังยืนอยู่ด้วยกันกับหยางชิงโยว ตอบคำถามของพวกนักข่าวเหล่านั้น

  ……

ในตอนที่ซูสือเยว่กับซิงหยุนมาถึงสถานที่จัดงานแถลงข่าวนั้นเอง ฉินโม่หานก็กำลังประกาศวันแต่งงานของพวกเขาอยู่กับหยางชิงโยว

เป็นช่วงสิบวันหลังจากนี้

มันกะทันหันมาก

ซูสือเยว่ที่กำลังยืนอยู่ตรงประตูทางเข้างานแถลงข่าวได้มองดูชายหนุ่มที่กำลังถูกหยางชิงโยวคล้องแขนอยู่บนเวที น้ำตามันก็ได้ไหลออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

ระหว่างทางก่อนหน้านี้เธอเอาแต่บอกตัวเองว่าจะต้องเป็นการเข้าใจผิด

มันจะต้องไม่ใช่อย่างที่ฟู๋เชียนเชียนพูดออกมาอย่างแน่นอน

ฉินโม่หานเขาจะต้องมีเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้แน่ๆ

เป็นไปไม่ได้…

แต่ว่าตอนนี้ เธอกำลังยืนอยู่ในเหตุการณ์ มองภาพชายคนนั้นกำลังยิ้มแล้วพูดอะไรบางอย่างอยู่กับหยางชิงโยวไปอย่างเลื่อนลอย หัวใจมันเจ็บเหมือนกับว่าถูกมีดคอยกรีดวนขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

เธอกัดริมฝีปากแน่น เดินไปทางบนเวทีตรงจุดที่จัดงานไปทีละก้าวๆ

มีนักข่าวกำลังถามออกมา

“คุณฉิน ทำไมคุณถึงได้ประกาศเรื่องงานแต่งงานกับคุณหยางกันกะทันหันอย่างนี้ มันเกี่ยวกับวิกฤติของตระกูลเจี่ยนหรือเปล่าคะ?”

“คุณก็เหมือนกับสังคมภายนอกด้วยเหมือนกันใช่มั้ยที่คิดว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเจี่ยนแต่งงานกับคุณชายตระกูลจี้ เป็นทางรอดเดียวของตระกูลเจี่ยน?”

ฉินโม่หานแสยะยิ้มออกมา

“มันไม่ใช่เลย”

พูดไปแล้ว เขาก็ได้มองหยางชิงโยวไปด้วยความอ่อนโยน “สาเหตุที่ผมหมั้นกับเธอรวดเร็วขนาดนี้…”

“อย่างแรกเป็นเพราะว่าการหมั้นหมายนี้เป็นคำสัญญาที่ผู้อาวุโสของตระกูลเจี่ยนกับผู้อาวุโสของตระกูลจี้ได้ตกลงกันเมื่อก่อน เป็นมิตรภาพของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เกิดจากความนับถือที่มีต่อผู้ใหญ่ พวกเราควรจะทำความต้องการของพวกท่านให้เสร็จสมหวังโดยเร็วที่สุด”

“อย่างที่สองนั้นเป็นเพราะว่า เพราะอย่างที่ทราบกันอยู่บ้างแล้ว การหมั้นหมายของผมกับหยางชิงโยวจะต้องได้รับการต่อต้านจากพวกคนที่ไม่เกี่ยวข้องต่างๆอย่างแน่นอน ก็เลยยิ่งลงตัวเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะแทรกเข้ามา”

“บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องต่างๆที่จะต่อต้านพวกคุณที่คุณหมายถึงคือฉันหรือเปล่า?”

ทันทีที่เสียงของชายหนุ่มหลุดออกไป ทางประตูทางเข้าของที่ประชุมแห่งนั้นก็มีเสียงเย็นชาของผู้หญิงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

กลุ่มคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นหันมามองตามเสียงนั้นกันทันที

ซูสือเยว่กุมมือของซิงหยุนเอาไว้แน่น น้ำตาไหลลงมาจากทุกทิศทาง ร่างเริ่มจะสั่นออกมาเล็กน้อย “ฉินโม่หาน พวกคนที่ไม่เกี่ยวข้องนั่นที่คุณพูดออกมาใช่ฉันหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มที่อยู่บนเวทีย่นคิ้วออกมาแน่น

เขามองไปยังซิงหยุนที่อยู่ข้างๆซูสือเยว่ทันที

สายตาของสองพ่อลูกแลกเปลี่ยนกัน

ฉินโม่หานย่นคิ้วออกมา สายตาเหมือนกับว่ากำลังถามออกไปว่า “ทำไมนายถึงพาเธอมา?”

ซิงหยุนสบตากับเขาโดยที่ไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย สายตาเองก็กำลังตอบกลับออกไปอย่างเยือกเย็นเช่นเดียวกันว่า “ถึงยังไงไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องรู้อยู่ดี”

เห็นลูกชายไม่ได้ยืนอยู่ทางฝั่งตัวเองแล้ว ฉินโม่หานได้สูดหายใจเข้าลึกๆ ควบคุมอารมณ์เอาไว้ สายตามองใบหน้าซูสือเยว่ไปนิ่งๆ “ใช่”

“ตูม—!”

ในห้องประชุมแห่งนี้มันเหมือนกับหม้อที่ได้ระเบิดออกมาทันที เหล่านักข่าวก็เริ่มยกกล้องขึ้นมากันอย่างบ้าคลั่ง พยายามถ่ายไปที่หน้าของซูสือเยว่กันสุดชีวิต

หัวของซูสือเยว่มีเสียงดังก้องไปหมด

สุดท้ายเธอก็ได้รับคำตอบของเขามาแล้ว

ถึงแม้ว่าคำตอบนี้มันจะไม่ใช่คำตอบที่เธอต้องการ

หญิงสาวสูดจมูก น้ำตามันเริ่มไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่

“ฉินโม่หาน ให้เหตุผลกับฉันมาหน่อยได้มั้ย?”

ทั้งๆที่…

ทั้งๆที่พวกเขารักกันเสียขนาดนั้น ไม่ใช่เหรอ?

“ไม่มีเหตุผล”

สายตาของชายหนุ่มนิ่งเรียบ “ก็แค่เหนื่อยเท่านั้นเอง”

ร่างของซูสือเยว่โอนเอนขึ้นมา

“เหนื่อย?”

“ใช่”

สายตาของชายหนุ่มเยือกเย็นเสียจนไม่มีความรู้สึกใดๆเลยแม้แต่น้อย

“ตั้งแต่ที่คุณกับผมคบกัน ผมก็รู้สึกผิดในใจต่อคุณ ปกป้องคุณ คอยจัดการเรื่องต่างๆแทนคุณมาโดยตลอด”

“ตั้งแต่เรื่องเฉิงเซวียนกับเซี่ยงหวั่นฉิงในตอนแรก จนถึงเรื่องของตระกูลซูกับซูโม่ในช่วงหลังจากนั้น ต่อจากนั้นมาอีกก็เป็นเรื่องของเย่เชียนจิ่ว…”

“ทุกปัญหาที่คุณเจอล้วนแล้วแต่จะพึ่งพาผมคอยแก้ปัญหาให้กับคุณ”

ร่างของซูสือเยว่สั่นออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจก็เหมือนกับถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งบีบเข้ามาอย่างแรง

เธอกัดริมฝีปากเอาไว้ “ฉันจำไม่ได้…”

ในดวงตาของฉินโม่หานมีความเจ็บปวดทอดผ่านออกมา

เขาเบือนหน้าออกไป ไม่กล้าสบตากับเธอ เขากลัวว่าเห็นภาพที่เธอโศกเศร้าเสียใจเข้าแล้ว ละครฉากนี้ของเขาจะแสดงต่อไปไม่ได้อีก

“คุณจำไม่ได้ไม่เป็นไร ผมสามารถบอกคุณได้”

“ซูสือเยว่ ตั้งแต่เริ่มแรกคุณก็พึ่งพาผม คอยใช้ประโยชน์จากผม”

“ผมทำเพื่อคุณมาตั้งมากมาย สุดท้ายคุณกลับจำผมไม่ได้เลยสักนิด”

“ในใจของคุณผมไม่ใช่คนที่สำคัญที่สุด ใช่หรือเปล่า?”

“ไม่ ไม่ใช่”

ในดวงตาที่ร้องไห้จนพร่าเลือนออกมา เธอมองใบหน้าเย็นชาของเขา อยากจะเรียกคืนเขากลับมาอย่างสุดกำลัง “ฉันลืมคุณไป ไม่ใช่เพราะว่าคุณไม่สำคัญ”

“ไม่ว่าจะเป็นฉันตอนก่อนที่จะเสียความทรงจำไป หรือว่าฉันตอนหลังที่เสียความทรงจำไปแล้ว ล้วนแล้วแต่จะชอบคุณทั้งนั้น”

“คุณก็ควรจะเข้าใจนี่…”

ฉินโม่หานหลับตาลง

แน่นอนว่าเขาจะต้องเข้าใจอยู่แล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะรักมาก จะลืมได้ยังไง?

เหมือนกับเจี่ยนหมิงจงพ่อแท้ๆของซูสือเยว่ ถ้าไม่ใช่เพราะรักมากเกินไป จะลืมหลิวหรูเยียนไปเป็นยี่สิบปีได้ยังไง…

“ไม่สำคัญแล้ว”

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ จับแขนเสื้อของหยางชิงโยวเอาไว้ แสดงท่าทีที่ดูสนิทสนมออกมา “ตอนนี้ผมมีเธอแล้ว”

“พวกเรามีฐานะที่คู่ควรกัน แล้วก็ยังหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก”

“ในเมื่อคุณมาแล้ว ผมก็ขอแจ้งให้คุณรู้เอาไว้เลย”

“พวกเราจบกันแล้ว”

“สิบวันหลังจากนี้ ผมจะใช้งานแต่งงานที่หรูหราที่สุดในโลกมาแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ที่แท้จริงของตระกูลเจี่ยน”

  

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

หลังข่าวลือที่เสียโฉม ท่านชายฉินโหดร้ายอำมหิต ทำคู่หมั้นตายติดต่อกันสองคน ผู้หญิงทั้งเมืองไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย แต่ซูสือเยว่กลับแต่งสาวน้อย ต่อไปให้ฉันปกป้องเธอเองเพิ่งแต่งงาน เธอก็ถูกลูกน้อยน่ารักน่าหยิกสองคนแย่งกันอย่างคลั่งใคล้ซะแล้ว……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset