สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ – ตอนที่ 293 เอาวิธีการติดต่อกับฉินหลิงยี่บอกฉันมา

ซูสือเยว่ขมวดคิ้วทันที พลางเงยหน้าและยิ้มให้เฉินเจี้ยนฮั๋วตามปกติ “ทำไมฉันไม่สามารถปรากฏตัวที่นี่ได้ล่ะ?”

เธอทำปากยอกย้อนกลับ พลางเดินอ้อมคู่สามีภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋ว พร้อมทั้งเดินจ้ำอ้าวมุ่งหน้าไปทางห้องผ่าตัด “ที่พวกคุณก่อเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าต้องการอยากจะเจอฉันไม่ใช่เหรอ?”

เฉินเจี้ยนฮั๋ว ชะงักทันที พร้อมทั้งรีบเดินตาม “สวี่หรงเรื่องนี้แกก็เห็นกับตาแล้ว เพราะว่าแก ที่ทำร้ายลูกสาวของฉันต้องได้รับบาดเจ็บหนักหนาขนาดนี้!”

“ปกติแล้วเธอก็มีจิตใจปกติดีมาตลอด ถ้าไม่ใช่ว่าเมื่อวานนี้ถูกแกทรมานทำร้ายมาแล้วกลับไปคิดสั้น แล้วทำไมต้องเลือกที่จะฆ่าตัวตายด้วยล่ะ?”

“เรื่องที่ลูกสาวฉันฆ่าตัวตาย แกต้องรับผิดชอบทั้งหมด!”

ซูสือเยว่ฝีเท้าชะงักทันที พลางหันกลับมามองด้วยสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคู่สามีภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋ว “ดังนั้นเมื่อถึงจุดสุดท้ายแล้ว ก็คือต้องการเงิน ใช่ไหม?”

“คุณเฉินคุณคู่ควรแล้วกับใช้ชีวิตด้วยการอาศัยเรียกร้องค่าเสียหายมาตั้งหลายปี”

“ขนาดลูกสาวของตัวเอง ยังสามารถทำได้ลงคอ”

เฉินเจี้ยนฮั๋วหรี่ตาลง พลางหันศีรษะไม่กล้าสบตาซูสือเยว่ “ฉันไม่รู้ว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่!”

“งั้นดี”

น้ำเสียงแสยะยิ้มของหญิงสาว “แม้ว่าต้องการใช้เงินมาจัดการปัญหา พวกเราก็ยังต้องรอให้การผ่าตัดของเฉินตานตานเสร็จสิ้นเสียก่อน”

พูดจบ เธอก็ก้าวเท้าออก เดินจ้ำอ้าวมุ่งหน้าไปทางห้องผ่าตัด

ฟู๋เชียนเชียนเดินตามหลังด้วยท่าทางขมวดคิ้วตาม พร้อมทั้งกวาดตาจ้องมองคู่สามีภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋วอย่างเย็นชา “ไม่เคยพบไม่เคยจอคนที่น่าสะอิดสะเอียนอย่างพวกคุณมาก่อนเลย!”

เธอก้าวเท้า แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตามหลังไป

คุณแม่เฉินยืนอยู่ที่เดิม พร้อมทั้งจ้องมองด้านหลังของผู้หญิงสองคนที่เดินไปไกลแล้ว พร้อมทั้งขมวดคิ้วนิ่วหน้า และเขยิบเข้าหาเฉินเจี้ยนฮั๋วพร้อมทั้งกระซิบพูด “จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตานตานจริงๆ ใช่ไหม?”

“ไม่เป็นไรหรอก”

เฉินเจี้ยนฮั๋วกระซิบเสียงต่ำ “แค่กระโดดตึกลงมา 4 ชั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง”

“อีกอย่าง…คุณฉินหลิงยี่คนนั้น เขาได้เตรียมการเครื่องมือป้องกันอย่างครบครันให้แก่พวกเราอย่างแข็งแรงพอ ยิ่งตรงพื้นยังมีอุปกรณ์ป้องกันการกระแทกกับพื้นอีก ไม่เป็นไรหรอก”

คุณแม่เฉิน ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก “ถ้าไม่ใช่ว่าคุณฉินคนนั้นให้เงินมากมายกับพวกเรา….”

“ฉันจะไม่ให้ลูกสาวไปเสี่ยงชีวิตขนาดนี้หรอก”

เมื่อสิ้นเสียงการพูดคุยของทั้งสองคนแล้ว ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก

คุณหมอดันเตียงของเฉินตานตานที่เพิ่งทำการผ่าตัดเสร็จแล้วออกมา

ซูสือเยว่ขมวดคิ้ว พลางเดินขึ้นดักด้านหน้าเพื่อสอบถามทันที “เป็นอย่างไรบ้างคะ?”

คุณหมอถอนหายใจ “ขาหักทั้งสองข้าง อาการหนักมาก ต้องดูอาการตอบสนองต่อจากนี้ ถ้าหนักมาก ก็จำเป็นต้องตัดขาทิ้ง”

คำพูดประโยคเดียว ณ วินาทีนั้น ทำให้คุณแม่เฉินที่อยู่ไกลๆ ถึงกับทรุดลงนั่งกองอยู่กับพื้นทันที

ทำไมถึงได้หนักหนาขนาดนี้?

ตัดขาทิ้ง?

ลูกสาวที่เป็นหน้าตาสะสวยของเธอ หรือว่าอีกครึ่งชีวิตที่เหลือจะต้องนั่งบนรถเข็นไปตลอดชีวิตจริงๆ เหรอ

“ผิดที่แกนั่นแหละ!”

เธอเม้มริมฝีปากเอาไว้ พลางพุ่งตัวเข้าใส่ซูสือเยว่อย่างคนบ้าคลั่ง

“ถ้าไม่ใช่แก ลูกสาวของฉันก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้หรอก!”

“ถ้าเธอต้องตัดขาจริงๆ ฉันจะให้แกไปคุกเข่าเพื่อเป็นการขอโทษเธอ!”

ซูสือเยว่ขมวดคิ้ว พลางยกมือขึ้นเพื่อขวางให้คุณแม่เฉินห่างจากตัวไปอีกช่วงตัวอย่างคล่องแคล่ว “คุกเข่าขอโทษเหรอ?”

“คิดว่าคุณจะคิดมากไปแล้ว”

พูดจบ หญิงสาวก็ถีบเท้าออกไปทันที

เสียง “ฟุบ” คุณแม่เฉินก็นั่งคุกเข่าต่อหน้าซูสือเยว่พอดี

“ถ้าคุณมาคุกเข่าต่อหน้าฉันยังพอได้อยู่นะ”

ท่ามกลางแววตาตื่นตระหนกของฟู๋เชียนเชียน ซูสือเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางเดินไปนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวข้างทางเดิน พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างาม

“มาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นพวกเรามาคิดบัญชีค่าเสียหายกันเลยเถอะ”

“อันดับแรก เมื่อวานนี้ฉันได้บอกกับพนักงานบริการและพนักงานของฉันอย่างชัดเจนแล้ว ไม่อนุญาตให้เฉินตานตาน และรวมถึงพวกคุณสองคนด้วย เข้ามาในสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉัน”

“ไม่ทราบว่าพวกคุณเข้าไปได้อย่างไร?”

“แอบแทรกซึมเข้ามา? หรือเดินเสนอหน้าเข้ามาตรงๆ เลย?”

แววตาของเธอจ้องมองคนวัยกลางคนสองคนอย่างเย็นยะเยือก มุมปากแสยะยิ้มอย่างเย็นชา “เรื่องที่สอง สถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉันชั้นหนึ่งเป็นสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวชั้นสองขนาดนักเรียนที่มาเรียนที่สถานฝึกศิลปะป้องกันตัวยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเลย”

“เมื่อวานฉันเอารายชื่อเฉินตานตานออกไปจากนักเรียนของฉันเรียบร้อยแล้ว เธอไม่มีสิทธิ์ในการเข้ามาในสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉันด้วยซ้ำ แล้วมีสิทธิ์อะไรที่บุกรุกเข้ามาในห้องใต้หลังคาทางด้านหลังของสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวที่เป็นสถานที่ส่วนบุคคล?”

“ข้อสุดท้ายคือ มากระโดดตึกตรงหน้าประตูสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉัน ทำให้ชื่อเสียงสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉันต้องเสียหายมาก เรื่องพวกนี้พวกคุณเองก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วย”

เมื่อพูดคำพูดเหล่านี้จบแล้ว ซูสือเยว่ถึงกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ตอนนี้ฉันจะแจ้งตำรวจ ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการเรื่องนี้”

“ส่วนเรื่องที่พวกคุณใช้วิธีไหนในการบุกรุกเข้าไปในสถานฝึกศิลปะป้องกันตัวของฉัน ใช้วิธีการบุกรุกและล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคลของฉันและคนในครอบครัว หาวิธีในการกระโดดตึกในบ้านของฉันทำให้ชื่อเสียงเสียหาย….ฉันจะเอากล้องวงจรปิดทุกตัวส่งให้กับทางตำรวจ และใช้กฎหมายมาจัดการลงโทษ”

คำพูดของหญิงสาว ทำให้เฉินเจี้ยนฮั๋วถึงกับตกตะลึงทันที

สัญชาตญาณของเขาพลางสบตากับภรรยาทันที

ปฏิกิริยาของซูสือเยว่ ไม่เหมือนกับที่พวกเขาได้คาดคิดไว้ก่อนเลย

พวกเขาคิดว่า เมื่อมาเจอเรื่องกระโดดตึกพรรค์นี้แล้ว ซูสือเยว่จะเหมือนกับทุกคนที่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่พวกเขาเหมือนพวกคนก่อนๆ ที่ขี้ขลาดตาขาวขึ้นสมอง กลัวจะกระทบกับชื่อเสียงยิ่งแย่กว่าเก่า ดังนั้นเลยยินยอมจ่ายเงินจำนวนสูงมากเพื่อจัดการปิดปาก

ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า..

ซูสือเยว่กล้าที่จะแจ้งความกลับ!?

ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจะกดโทรศัพท์ออกไปแล้ว คู่สามีภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋วทั้งสองคนเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมาทันที

พวกเขารีบพุ่งเข้าหา ผู้หญิงจัดการกดตัวของซูสือเยว่เอาไว้ ส่วนผู้ชายนั้นก็แย่งโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของซูสือเยว่ออกไป

ถ้าให้ทางตำรวจเห็นภาพในกล้องวงจรปิด พวกเขาก็จบเห่แล้ว!

ถึงตอนนั้น ไม่ใช่แค่ไม่ได้เงินค่าเสียหาย แต่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับการถูกลงโทษทางกฎหมายด้วย!

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ได้ คู่สามีภรรยาทั้งสองคนก็พยายามยื้อแย่งโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของซูสือเยว่อย่างเอาเป็นเอาตาย

ซูสือเยว่ขมวดคิ้วเอาไว้

เดิมเธอคิดว่าตัวเธอสามารถต่อสู้กับคนสองคนนี้ได้

ทว่า ตอนที่คนสองคนที่เป็นผู้ใหญ่ใช้แรงฉุดกระชากลากถูเพื่อต้องการจะแย่งของบางอย่างนั้น แม้ว่าตัวเธอจะมีสัญชาตญาณใช้ศิลปะในการป้องกันตนเองอยู่แล้ว ยังยากมากที่จะไม่ถูกบีบบังคับจนโดนกดตัวลงมาจนได้

ฟู๋เชียนเชียนที่อยู่ไกลๆ ตอนแรกก็กำลังหาความเคลื่อนไหวของข่าวในเวลานี้ ก็คิดว่าซูสือเยว่คนเดียวก็สามารถต่อสู้กับคนวัยกลางคนสองคนได้

แต่เมื่อเงยหน้ามา ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอตาเบิกโตทันที พร้อมทั้งรีบเก็บโทรศัพท์และพุ่งตัวเข้าหา

ฟู๋เชียนเชียนวิ่งได้เพียงไม่กี่ก้าว เงาดำก็พุ่งเลยเหนือตัวเธอขึ้นไป พลางใช้มือคว้าเหมือนกับกำลังถือไก่ตัวผู้ออก และดึงคอเสื้อของเฉินเจี้ยนฮั๋วเอาไว้ จากนั้นก็ดึงกระชากตัวเขาออกจากร่างกายของซูสือเยว่ทันที

เสียง “โครม” ดังขึ้น ร่างกายของชายวัยกลางคนถูกฉินโม่หานโยนกองไปอยู่กับพื้น

ปัจจัยที่พละกำลังของชายหนุ่มรุนแรงมาก จึงทำให้ร่างกายของเฉินเจี้ยนฮั๋วหมุนติ้วออกไป 2 รอบ จนสุดท้ายก็ชนเข้ากับกำแพง

หลังจากที่ไม่มีแรงกดทับของ เฉินเจี้ยนฮั๋วแล้ว ซูสือเยว่ก็ใช้มือตั้งการ์ดเหมือนมีด พลางจัดการเหวี่ยงผู้หญิงวัยกลางคนที่อยู่บนตัวของตนเองไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

คู่สามีภรรยาถูกเหวี่ยงไปทางเดียวกัน จนกระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรง

สุดท้าย ตรงทางเดินมีเสียงคนร้องระงมโอดโอยกันอยู่สองคน

“พวกแกทำร้ายคน! ต้องชดใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วย!”

ซูสือเยว่แสยะยิ้มให้ พลางเดินจ้ำอ้าวเข้ามาพร้อมทั้งกวาดตามองจ้องหัวจรดเท้าคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า “คิดดีแล้วเหรอ?”

“ค่ารักษาพยาบาลของฉันไม่ใช่ให้กันได้ง่ายๆ นะ”

“อยากจะเอาค่ารักษาพยาบาลไป งั้นฉันจะได้ทำร้ายต่อ”

คำพูดของหญิงสาว วินาทีนั้นทำให้เฉินเจี้ยนฮั๋วถลึงตาใส่ทันที สัญชาตญาณพลางกอดภรรยาของตนเองเอาไว้ในอ้อมอกทันที “แกกล้าเหรอ!”

“ไม่มีอะไรที่ฉันไม่กล้า”

ซูสือเยว่แสยะยิ้มออกมา “พวกแกกล้าคิดบัญชีกับฉันซะขนาดนี้แล้ว แล้วการที่ฉันทำร้ายคนมันจะยังไงล่ะ?”

ฉินโม่หานขมวดคิ้ว พร้อมทั้งดึงข้อมือซูสือเยว่ที่ถูกภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋วกำจนแดงออกมา พลางเอามาวางในมือและถูให้อย่างแผ่วเบา

ชายหนุ่มทั้งถูมือให้กับภรรยาตัวน้อยของตนเอง พร้อมทั้งเหลือบตามองคู่สามีภรรยาเฉินเจี้ยนฮั๋วไปด้วย

“เอาช่องทางการติดต่อของฉินหลิงยี่มาให้ฉัน”

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

หลังข่าวลือที่เสียโฉม ท่านชายฉินโหดร้ายอำมหิต ทำคู่หมั้นตายติดต่อกันสองคน ผู้หญิงทั้งเมืองไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย แต่ซูสือเยว่กลับแต่งสาวน้อย ต่อไปให้ฉันปกป้องเธอเองเพิ่งแต่งงาน เธอก็ถูกลูกน้อยน่ารักน่าหยิกสองคนแย่งกันอย่างคลั่งใคล้ซะแล้ว……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset