สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ – ตอนที่ 67 คุณปู่ที่อายุเยอะมากแล้ว

เซี่ยงหวั่นฉิงต้องเอาแต่มองอยู่ในห้องออดิชั่นและมองดูซูสือเยว่กับจี้หนานเฟิงเซ็นสัญญาร่วมงานเรื่อง《ความทรงจำที่ขาดหาย》 รปภ.ถึงจะยอมให้ออกมา

หน้าตึกสถานีโทรทัศน์เหลยถิง เฉิงเซวียนรออยู่ที่นั่นตลอด

พอเซี่ยงหวั่นฉิงออกมา เขาก็รีบพุ่งเข้าไป แล้วก็ดึงมือเธออย่างอ่อนโยน “หวั่นฉิง เป็นยังไงบ้าง? ”

“ผ่านไหม? ได้บทนี้ไหม? ”

“ซูสือเยว่ได้ช่วยเธอรึเปล่า? ”

พอได้ยินเขาพูดถึงซูสือเยว่ เซี่ยงหวั่นฉิงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที!

ซูสือเยว่ ซูสือเยว่!

เฉิงเซวียนยังคิดว่าซูสือเยว่คือซูสือเยว่คนเดิมที่ยอมให้พวกเขาควบคุมได้อยู่ยังงั้นเหรอ?

ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนรักของซูสือเยว่ ที่จริงแล้วเซี่ยงหวั่นฉิงก็รู้ดีว่า ซูสือเยว่นั้นเป็นคนขี้ใจอ่อน เมื่อก่อนยอมทน เพราะว่าเธอไม่อยากจะมีปัญหา แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่าเธอยังคงมีความรู้สึกต่อเฉิงเซวียนอยู่อย่างที่เขาคิด

แต่ว่าตอนนี้……

เห็นได้ชัดว่าซูสือเยว่ไม่ยอมทนอีกต่อไปแล้ว

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ซูสือเยว่ไม่ได้ช่วยฉัน”

“เธอได้บทนางเอกไป”

“คนที่ชนะในการออดิชั่นครั้งนี้ ก็คือเธอ”

เฉิงเซวียนอึ้งไป

ในตอนนี้เอง ซูสือเยว่ก็ออกมาจากตึกพร้อมกับลั่วเยียน

เขาพุ่งเข้าไปทันที แล้วก็ดึงซูสือเยว่มาด้านข้าง “สือเยว่ เธอเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ”

“ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าหนังเรื่องนี้มันสำคัญกับหวั่นฉิงมาก……”

“หนังเรื่องนี้มันก็สำคัญกับฉันเหมือนกันนี่”

ซูสือเยว่มองหน้าเฉิงเซวียน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเขาน่าสงสาร

เธอหายใจเข้าลึกๆ หลังจากควานหาในกระเป๋าอยู่นาน สุดท้ายก็ควานเจอพวงกุญแจเต่าน้อยสีเขียว

นี่คือสิ่งที่ฟู๋เชียนเชียนซื้อมาตอนที่อยู่ริมทะเลเมืองถงเพราะคิดว่ามันน่ารักดี แล้วก็เอาใส่กระเป๋าซูสือเยว่ไว้ตลอด

เธอยัดเต่าน้อยเข้าไปในมือของเฉิงเซวียน แล้วก็ยิ้ม “ฉันให้ ใจเย็นๆ นะ”

“ต่อให้เซี่ยงหวั่นฉิงจะเสียบทนี้ไป แต่ว่าเธอก็ได้นายนะ”

“ฉันน่ะ ก็เหมือนกับที่นายพูดนั่นแหละ ท่านชายฉินไม่ได้ใส่ใจฉัน ฉันก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่เหมือนกับเซี่ยงหวั่นฉิงหรอก ที่พึ่งพานายได้”

“ดังนั้น บทนี้ฉันเอาไปก่อนนะ นายก็ช่วยเธอหาอย่างอื่นเอาแล้วกัน”

พอพูดจบ ผู้หญิงคนนี้ก็ยิ้มแล้วก็เดินออกไป

เฉิงเซวียนขมวดคิ้ว ก้มหน้ามองพวงกุญแจเต่าน้อยสีเขียว แล้วก็คิ้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างรุนแรง

ซูสือเยว่หมายความว่ายังไง

เต่าสีเขียว หรือกำลังแช่งให้เขาโดนสวมเขายังงั้นเหรอ?

ตลกแล้ว!

เขากับเซี่ยงหวั่นฉิงคบกันมาห้าปีกว่าแล้ว ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอย่างมาก เธอต้องอิจฉาริษยาแน่ๆ!

……

พอทิ้งเฉิงเซวียนมาได้ ซูสือเยว่พึ่งจะเดินมาริมถนน ก็มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ด้านข้างเธอ

“อาสะใภ้เล็ก ผมไปส่งไหม? ”

พอกระจกรถถูกลดลง ก็เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและสดใสของฉินหนานเซิง

ซูสือเยว่ยิ้ม เปิดประตูรถแล้วก็เข้าไปนั่ง

ที่นั่งด้านหลังรถนั้น ลั่วเยียนก็นั่งอยู่พอดี

พอเห็นซูสือเยว่ เธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ยินดีด้วย”

“ขอบคุณค่ะ”

ฉินหนานเซิงนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ เขายิ้มไปด้วยแล้วก็มองผู้หญิงที่อยู่ในกระจกหลังไปด้วย “แต่ว่าการแสดงของอาสะใภ้เล็กในวันนี้ทำให้ผมประทับใจมากเลยนะ”

“เมื่อก่อนผมแค่รู้สึกว่าการแสดงของอาสะใภ้เล็กน่าจะไม่เลว แต่ไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้!”

ซูสือเยว่รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย “เพราะว่าพวกเขาขับให้ฉันเด่นขึ้นมากกว่า”

“ที่จริงการแสดงของฉันก็ปกติธรรมดามาก ยังห่างชั้นกับลั่วเยียนอีกเยอะ”

“ไม่ต้องมาสรรเสริญฉันเลย คุณแสดงได้ดีมากจริงๆ ”

ลั่วเยียนยิ้มแล้วก็ส่งน้ำให้เธอขวดหนึ่ง

“ใช่สิ”

ซูสือเยว่เงยหน้าขึ้นมองลั่วเยียน “ฉันต้องขอบคุณครูฉินที่คุณช่วยแนะนำให้ฉันด้วย”

“ถ้าไม่มีครูฉิน ก็จะไม่มีการออดิชั่นของพวกเราในวันนี้ และฉันก็คงไม่ได้บทนี้มา”

ลั่วเยียนอึ้งไป ผ่านไปนานถึงจะนึกได้ ดูเหมือนว่าฉินหนานเซิงโกหกว่าเป็นครูฉิน?

เธอกระแอม “ครูฉิน……เขาเป็นคนที่ดีมากเลย”

“อืม”

ซูสือเยว่พยักหน้าอย่างจริงจัง “ฉันรู้สึกว่าครูฉินค่อนข้างจะใกล้ชิดกับวัยหนุ่มสาวอย่างพวกเรานะ”

“ฉันชื่นชมชายแก่คนนี้จริงๆ เลย”

“อุ้บ——!”

ฉินหนานเซิงที่กำลังดื่มน้ำอยู่ด้านหน้าก็พ่นน้ำออกมา

ถ้าเกิดว่าทายไม่ผิดล่ะก็ “ชายแก่”ที่อาสะใภ้เล็กพูดถึงนั้น ก็น่าจะเป็นอาเล็ก ฉินโม่หานสินะ!

เขากลั้นขำ “จริงๆ ด้วย ครูฉินเป็นชายแก่ที่มีความคิดค่อนข้างวัยรุ่น”

ซูสือเยว่เม้มปาก ดูเหมือนว่าเธอจะทายไม่ผิด ครูฉินคนนี้เนี่ย น่าจะเป็นชายแก่อายุประมาณ50ได้

ดังนั้นเธอก็เลยยิ้มและพูดต่อ “ฉันอยากจะซื้อของขวัญไปให้ครูฉินหน่อย”

“ถึงแม้ว่าฉันจะคิดว่าคนสถานะอย่างเขาเนี่ยน่าจะไม่ได้ขาดแคลนของขวัญอะไร แต่ว่ามันก็แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของฉัน”

พอพูดจบ เธอก็มองลั่วเยียนอย่างจริงจัง “ช่วยจัดให้ฉันกับครูฉินเจอหน้ากันหน่อยได้ไหมคะ? ”

ลั่วเยียนอึ้งไป แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองฉินหนานเซิง

“ได้สิ!”

ฉินหนานเซิงชอบดูเรื่องที่น่าสนุก “ลั่วเยียนกับครูฉินนั้นสนิทกัน ให้เธอจัดการให้แล้วกัน”

ลั่วเยียน:“……”

เธอไม่ได้สนิทกับฉินโม่หานโอเคไหม!

แต่ว่าในเมื่อฉินหนานเซิงพูดแบบนี้แล้ว เธอก็ทำได้แค่พยักหน้าอย่างกระอักกระอ่วน “ได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้”

“ถ้ายังงั้นให้ฉันลงที่สี่แยกด้านหน้าแล้วกัน”

ซูสือเยว่มองไปนอกหน้าต่าง บังเอิญมีห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่ตรงสี่แยกด้านหน้าพอดี

“เดี๋ยวตอนนี้ฉันจะไปซื้อของขวัญ จะได้รวดซื้อของกินให้ซิงหยุนกับซิงเฉินไปด้วยเลย!”

ฉินหนานเซิงพยักหน้า แล้วก็สั่งคนขับรถให้ปล่อยซูสือเยว่ลง

“ทำไมไม่บอกเธอไปล่ะ ว่าที่จริงแล้วครูฉินก็คืออาเล็ก?”

ลั่วเยียนขมวดคิ้ว พร้อมกับเอ่ยถามเสียงเบา

“ฉันบอกเธอก็ไม่สนุกสิ”

ฉินหนานเซิงมองดูแผ่นหลังของซูสือเยว่ มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บนใบหน้าของเขา “ให้อาเล็กคาดหวังว่าจะได้เจออาสะใภ้เล็ก หลังจากนั้นก็พบว่าอาสะใภ้เล็กเห็นเขาเป็นชายแก่คนหนึ่ง เธอว่าเขาจะมีท่าทียังไง? ”

“ฉันแม้แต่ว่าอยากจะแอบตามไปในวันพรุ่งนี้ ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเพื่อแอบถ่ายรูป สีหน้าของอาเล็กต้องยอดเยี่ยมมากอย่างแน่นอน”

ลั่วเยียนกลอกตา “ถ้ายังงั้นเงินในกระเป๋านายในอนาคตก็น่าจะยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ”

ฉินหนานเซิง:“……”

ช่างเถอะๆ ดูเรื่องตลกมันจะไปสำคัญเท่าเงินในกระเป๋าได้ยังไงกัน!

……

พนักงานขายในห้างอธิบายอยู่นานมาก สุดท้ายซูสือเยว่ก็ซื้อปากกาหนึ่งแท่ง และชาหนึ่งกล่องให้ครูฉิน

พนักงานขายบอกว่านี่เป็นแบบที่ผู้สูงอายุในชนชั้นสูงชอบ

ถึงแม้ว่าราคามันจะเจ็บนิดหน่อย ซูสือเยว่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า

เธอซื้อของอร่อยกลับไปให้เด็กสองคน แล้วก็กลับบ้าน

ที่บ้านนั้น พ่อลูกทั้งสามคนอยู่กันครบ

ฉินโม่หานนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาด้วยท่าทางที่สง่างาม ซิงหยุนก็นั่งเล่นแล็ปท็อปอยู่บนโซฟาเหมือนกัน ส่วนซิงเฉินก็นั่งอยู่บนพรมและต่อจิ๊กซออยู่

“คุณนายกลับมาแล้ว!”

พอได้ยินเสียงเปิดประตู ซิงเฉินก็โยนจิ๊กซอในมือทิ้ง ซิงหยุนก็วางแล็ปท็อปลง ส่วนฉินโม่หานก็เงยหน้าขึ้นมา

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของผู้ชายทั้งสาม ซูสือเยว่ก็กระแอมอย่างประหม่า “แค่กๆ ——ทุกท่าน การออดิชั่นของฉันประสบความสำเร็จแล้ว!”

“ฉันจะได้เป็นนางเอกหนังแล้ว!”

คำพูดของผู้หญิงคนนี้ ทำให้ซิงเฉินกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น “ดีจังเลย!”

“กระต่ายตื่นตูม”

“พอประสบการณ์น้อยและเจอของใหม่ก็ตื่นเต้นแบบนี้ล่ะ”

พ่อและลูกชายอีกคนยังคงดูหนังสือพิมพ์ และอีกคนก็เล่นแล็ปท็อปต่อไป

สือเยว่ ซูสือเยว่:“……”

ซิงเฉินกะพริบตาให้เธอ แล้วก็มองดูถุงที่อยู่ในมือของซูสือเยว่ แล้วแอบพูดว่า “ที่จริงแล้วพวกเขาเป็นห่วงหม่ามี๊มากกว่าผมอีกครับ”

“ตอนนี้ทำมาเป็นไม่สนใจ ทำเป็นนิ่งไปได้!”

ซูสือเยว่เขาเงยหน้าขึ้นและเหลือบไปที่พ่อและลูกชายที่ยังคงแกล้งทำเป็นจริงจัง และรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอ

“หม่ามี๊ นี่มันอะไรเหรอ? ”

ซิงเฉินหยิบกล่องชาและปากกาพร้อมกับเอ่ยถาม

“อย่าจับมั่วซั่วนะ”

ซูสือเยว่รีบเก็บกล่องนั้นมา “นี่คือของขวัญที่แม่จะให้ครูฉิน”

พอเธอพูดว่า “ครูฉิน” สองคำนี้ออกมา มือของฉินโม่หานที่ถือหนังสือพิมพ์อยู่นั้นก็หยุดลง แล้วมุมปากของเขาก็คลี่ยิ้มขึ้นมา

“ครูฉินคือใครเหรอ? ”

“คือคุณปู่ที่แก่มากแล้ว”

ฉินโม่หาน:“……”

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

หลังข่าวลือที่เสียโฉม ท่านชายฉินโหดร้ายอำมหิต ทำคู่หมั้นตายติดต่อกันสองคน ผู้หญิงทั้งเมืองไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย แต่ซูสือเยว่กลับแต่งสาวน้อย ต่อไปให้ฉันปกป้องเธอเองเพิ่งแต่งงาน เธอก็ถูกลูกน้อยน่ารักน่าหยิกสองคนแย่งกันอย่างคลั่งใคล้ซะแล้ว……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset