สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ – ตอนที่ 78 เพื่อเหล้าของผมแล้ว ผมเลยตัดสินใจช่วยคุณ

จี้หนานเฟิงไม่ได้นั่งอยู่ข้าง ๆ ซูสือเยว่นานมากนัก

ด้วยเพราะตำแหน่งและฐานะของเขา ดังนั้นทุกสื่อเลยพุ่งความสนใจมาที่เขา ซูสือเยว่จึงรู้สึกไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่

ดังนั้นหลังจากที่จี้หนานเฟิงได้พูดคุยสนทนากันง่าย ๆ กับเธอแล้ว ก็ได้ลุกขึ้นและจากไป

เพียงไม่นาน เซี่ยงหวั่นฉิงก็คล้องแขนเฉิงเซวียนเดินขึ้นพรมแดง

ก่อนหน้านี้คู่นี้เคยคุยโวโอ้อวดว่าเลิกกันแล้ว แต่พอมาวันนี้กลับมาปรากฏตัวด้วยกันอีกครั้ง ฉับพลันนั้นจึงทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นภายในงาน

เลนส์กล้องถ่ายภาพของนักข่าวทุกคนพุ่งเป้าไปที่พวกเขา

“คุณเฉิงเซวียน ก่อนหน้านี้ไม่นานคุณได้เลิกกับเซี่ยงหวั่นฉิงไปแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงควงแขนมาปรากฏตัวด้วยกันล่ะ?”

“หรือว่าก่อนหน้านี้ที่บอกว่าเลิกกันนั้นเป็นข่าวปลอม?”

“หรือจะบอกว่าเรื่องก่อนนั้นนี้ยังมีความจริงที่ถูกปกปิดเอาไว้?”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถามซักไซ้ไล่เลียงของพวกนักข่าว เฉิงเซวียนก็แค่ยิ้มแล้วเอ่ยปากว่า “ทุกคนอย่าคิดมากจนเกินไป พวกเราเลิกกันแล้วแน่นอน แต่ก็ไม่มีใครกำหนดนี่ว่าหลังจากที่เลิกกันแล้วจะกลับมาเป็นเพื่อนกันไม่ได้?”

“อย่างนั้นก็หมายความว่า ตอนนี้พวกคุณมาร่วมงานพิธีมอบรางวัลด้วยกันในฐานะเพื่อน?”

เฉิงเซวียนพยักหน้า “แน่นอน ทุกคนจะถือเสียว่าผมกำลังไล่ตามจีบคุณเซี่ยงหวั่นฉิงก็ได้ครับ”

“เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ผมคิดว่าเซี่ยงหวั่นฉิงเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้าย ดังนั้นก็เลยเลิกกับเธอไปด้วยความโกรธ”

“หลังจากนั้นผมก็มาพบว่าเซี่ยงหวั่นฉิงเองก็มีความลำบากใจอยู่เหมือนกัน แต่เธอไม่ยอมกลับมาคบกับผม ผมก็เลยทำได้แค่เพียงตามจีบเธอใหม่”

“’งานเลี้ยงในคืนนี้ ก็เป็นผมเองที่ตามขอร้องอยู่นาน เธอถึงได้ยอมตอบตกลงผม”

เซี่ยงหวั่นฉิงยิ้มอย่างใจกว้าง “นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเรา ทุกคนอย่าให้ความสำคัญมากจนเกินไปเลยค่ะ สิ่งที่สำคัญในวันนี้ก็คือรางวัล”

สองคนนี้คนหนึ่งร้องอีกคนหนึ่งรับ เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาผู้คน

สื่อจำนวนมากที่อยู่ในงานต่างก็รับว่าทั้งสองคนอาจจะได้รับรางวัลในคืนนี้ ดังนั้นจึงทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะเล็งกล้องมาที่เฉิงเซวียนและเซี่ยงหวั่นฉิง

ซูสือเยว่มองดูคนทั้งสองที่ยืนอยู่กลางพรมแดงอย่างสง่างาม แล้วก้มลงมองดูเวลาแวบหนึ่ง

ไกลออกไป เซี่ยงหวั่นฉิงมองเห็นซูสือเยว่ที่นั่งอยู่ตรงมุมนั้นแล้วก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถืออยู่

เธอก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

เธอรู้ดีว่า เมื่อกี้นี้ซูสือเยว่กำลังปากแข็งอยู่!

ตอนนี้เธอกับเฉิงเซวียนถูกสื่อมวลชนพากันจับจ้องอยู่ ก็จะรู้สึกอิจฉาริษยามากเลยสินะ?

เซี่ยงหวั่นฉิงหัวเราะอย่างเย็นชาอยู่ในใจ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งดูงดงามมากขึ้น

เพื่อค่ำคืนนี้แล้ว เธอได้เตรียมตัวมายาวนานมากเหลือเกิน

เธอแต่งตัวให้ดูสวยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด แม้แต่ความโค้งของขนตาก็ยังควบคุมอย่างเข้มงวดทุกอย่าง

เธอต้องการใช้ภาพลักษณ์ที่สวยที่สุด เพื่อรับรางวัลในวงการบันเทิงเป็นครั้งแรกในชีวิตของตัวเอง

หลังจากที่คืนนี้ผ่านพ้นไป เธอก็จะสามารถเหยียบซูสือเยว่ให้จมดินโดยสิ้นเชิง ให้หล่อนลืมตาอ้าปากไม่ได้ไปอีกตลอดชีวิต!

“ติ๊ง——!”

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแจ้งเตือนอีเมลใหม่ดังขึ้นภายในงานต่อเนื่องกันไปเป็นระลอก

นักข่าวแทบจะทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็ได้รับอีเมลฉบับใหม่นี้

ทุกคนต่างพากันก้มหน้าดู

บรรยากาศภายในงานยังคงดูคึกคัก แต่ในตอนที่นักข่าวทุกคนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตากลับมีประกายหยอกล้อเพิ่มขึ้นเป็นบางส่วน

เฉิงเซวียนกับเซี่ยงหวั่นฉิงที่ยังไม่เข้าใจกระจ่างดีก็ยังคงยิ้มและแสดงความรักใคร่กันต่อไป “ผมคิดว่าอย่างไรเสียผมกับเซี่ยงหวั่นฉิงก็มีความรักเป็นพื้นฐาน การตามจีบเธอคงจะมีปัญหาแค่เพียงเรื่องของเวลา”

นักข่าวที่ตามติดเขาเป็นกลุ่มเมื่อก่อนหน้านี้ต่างก็เงียบไปเช่นกัน

เฉิงเซวียนผู้น่าสงสารยังคงถูกปิดบังความจริงเอาไว้อยู่สินะ?

ในเวลานี้เอง นักข่าวสาวคนหนึ่งก็ได้ไอกระแอมออกมาคำหนึ่ง “คุณเซี่ยงหวั่นฉิง คุณเฉิงเซวียน ขออนุญาตเรียนถามหน่อยนะคะว่าพวกคุณรู้จักเฉินจื้อผู้กำกับเฉินไหมคะ?”

“ต้องรู้จักอยู่แล้ว”

เซี่ยงหวั่นฉิงยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยบอกว่า “ผู้กำกับเฉินดูแลฉันเป็นอย่างดีค่ะ ฉันเองก็ยังเกือบจะเป็นนักแสดงนำหญิงในละครเรื่องใหม่ของเขาด้วยนะคะ”

“แต่ก็แค่เกือบไม่ใช่เหรอคะ?”

นักข่าวหญิงยิ้มอย่างเย็นชา แล้วเปิดรูปในโทรศัพท์ขึ้นมา “คุณเซี่ยงหวั่นฉิง คุณกับผู้กำกับเฉินทำกันถึงขั้นนี้แล้ว ยังคาดไม่ถึงอยู่อีกเหรอคะว่าจะคว้าตำแหน่งนักแสดงนำหญิงเอาไว้ไม่ได้”

พอได้ยินนักข่าวหญิงพูดถึงผู้กำกับเฉิน เซี่ยงหวั่นฉิงก็ค่อย ๆ รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ในใจ แต่ก็ยังคงยิ้มอย่างแข็งทื่อเล็กน้อยแล้วมองดูเธอ “ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงอะไร…”

ยังไม่ทันจะได้พูดจบ ใบหน้าที่ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางของเธอก็พลันแปรเปลี่ยนไปขาวซีด!

รูปที่อยู่ในมือของนักข่าว ฉับพลันนั้นมันก็คือภาพลับของเธอกับผู้กำกับเฉินนั่นเอง!

ในขณะที่เซี่ยงหวั่นฉิงเห็นรูปนี้ เฉิงเซวียนเองก็เห็นเช่นกัน

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นขาวซีดขึ้นมาทันตา

“คุณเฉิงเซวียน ขออนุญาตถามหน่อยว่าที่คุณเซี่ยงหวั่นฉิงมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้กำกับเฉิน คุณทราบเรื่องนี้หรือเปล่า?”

“คุณเซี่ยงหวั่นฉิง ขออนุญาตถามว่าคุณกับผู้กำกับเฉินรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้นานแค่ไหนแล้วคะ? เป็นเพราะคุณออกนอกลู่นอกทางเอง หรือว่าเฉิงเซวียนเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำอยู่เงียบ ๆ คะ? ”

“เฉิงเซวียน ได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณเองก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับเฉินเช่นเดียวกัน ที่คุณได้รับนั้นก็เป็นเพราะคุณยอมมอบแฟนสาวของตัวเองให้ใช่หรือเปล่า?”

“เซี่ยงหวั่นฉิง ผู้กำกับเฉินเป็นผู้กับคนแรกที่คุณใช้ทางลัดด้วยหรือเปล่า? หรือว่ายังมีคนอื่นอีก?”

……

ฉับพลันนั้น พวกนักข่าวก็รัวคำถามกันราวกับสาดกระสุนเป็นเม็ด ๆ แล้วยิงตรงดิ่งไปที่เฉิงเซวียนและเซี่ยงหวั่นฉิง

ทั้งคู่ต่างก็ตกตะลึงกันโดยฉับพลัน

บรรยากาศของการสัมภาษณ์ที่ผ่อนคลายและคึกคักในตอนแรกฉับพลันนี้ก็ได้กลายเป็นการทำให้สถานการณ์ทั้งสองฝ่ายเกิดความตึงเครียดกัน

เฉิงเซวียนแย่งโทรศัพท์มือถือมาจากมือของนักข่าว

แล้วค้นหารูปภาพในโทรศัพท์ ทุกรูปภาพที่ปรากฏออกมาราวกับมีมือที่ยื่นออกมายาว ๆ กำลังสะบัดตบหน้าของเขาอย่างดุเดือด!

รูปภาพเหล่านี้ มีรูปที่เซี่ยงหวั่นฉิงกับผู้กำกับเฉินจูบกันริมชายหาด มีรูปที่พวกเขากำลังเล่นสนุกกันอยู่ในพุ่มดอกกุหลาบ ทั้งยังมีตรงระเบียง…

“ขอโทษนะคะ ทั้งหมดนี้มันคือรูปตัดต่อ ฉันสามารถตรวจสอบเรื่องนี้ในภายหลังได้ ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งคาดเดากันจนเกินไป!” 

เซี่ยงหวั่นฉิงหน้าขาวซีดไปหมดแล้ว พยายามคิดที่จะแก้ต่างให้ตัวเองอย่างสุดชีวิต “สีหน้าของผู้หญิงในรูปดูไม่ชัดขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นฉันไปได้อยู่แล้วค่ะ”

“ไม่มีทางเป็นไปได้เหรอ?”

เฉิงเซวียนกัดฟันแน่นแล้วจ้องไปที่เซี่ยงหวั่นฉิง “เธอเป็นยังไง ฉันรู้ดีที่สุด!”

ชายหนุ่มคว้าคอเสื้อของเซี่ยงหวั่นฉิงเอาไว้ แล้วจ้องด้วยความเดือดดาล “เซี่ยงหวั่นฉิง ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะหักหลังฉัน!”

“ครั้งก่อนฉันก็ช่วยให้เธอได้เป็นคำค้นหายอดฮิตขึ้นมา ฉันได้เอาเงินทั้งหมดออกมาให้เธอหมดแล้ว!”

“แต่สุดท้ายไม่นึกเลยว่าเธอจะหักหลังฉัน…”

“เซวียน คุณฟังฉันก่อนนะ ต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ ๆ เป็นความเข้าใจผิด…”

เซี่ยงหวั่นฉิงกัดฟัน แล้วรีบอธิบายกับเฉิงเซวียนอย่างร้อนใจ พร้อมทั้งยกมือขึ้นปิดบังเหล่านักข่าวที่กำลังถ่ายท่าทางที่น่าอัปยศอดสูของเธอพวกนั้น “รูปนี้จะต้องเป็นรูปตัดต่อแน่นอนค่ะ…”

“รูปภาพตัดต่อได้ แต่วิดีโอคงจะตัดต่อไม่ได้หรอกมั้ง?”

ในขณะนี้เอง ลั่วเยียนที่สวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูเดินควงแขนฉินหนานเซิงเข้ามา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

ประโยคนี้ ทำให้เสียงที่ดังวุ่นวายภายในงานนั้นสงบลงทันที

ทุกคนมองไปที่ลั่วเยียนอย่างอึ้ง ๆ

ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีพุ่งเข้ามาในหัวใจ เซี่ยงหวั่นฉิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างอึ้ง ๆ “หมายความว่าอย่างไร…”

ลั่วเยียนหัวเราะอย่างแผ่วเบาเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่หน้าจอขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนเวทีที่อยู่ไม่ไกล “ให้เวลาหนึ่งนาที ผู้ปกครองรีบพาเด็ก ๆ ออกไปก่อน”

ผู้ปกครองของเหล่าดาราเด็กไม่กี่คนหน้าเปลี่ยนสีทันที แล้วรีบพาลูกของตัวเองออกไป

ทุกคนรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

ใบหน้าของเซี่ยงหวั่นฉิงยิ่งดูขาวซีดขึ้นไปอีกก่อนที่จะแอบจับมุมเสื้อของลั่วเยียนเอาไว้ “พี่ลั่วเยียน…”

“ตอนนี้รู้จักเรียกพี่แล้วอย่างนั้นเหรอ?”

ลั่วเยียนหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “ลืมไปแล้วเหรอว่าก่อนหน้านี้เธอเคยกุข่าวลือว่าฉันเกาะผู้ชายจนได้นั่งในตำแหน่งปัจจุบัน?”

“น้องสาว รอรับจดหมายจากทนายเถอะ”

เมื่อพูดจบแล้ว หน้าจอที่อยู่ไม่ไกลก็สว่างวาบขึ้นมา

……

ทุก ๆ คนต่างก็ตกตะลึงพูดอะไรไม่ออก

ซูสือเยว่ที่นั่งอยู่มุมห้องขมวดคิ้วแล้วมองดูวิดีโอ

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เธอเพียงแค่อยากจะใช้รูปของเซี่ยงหวั่นฉิงกับผู้กำกับเฉิน แล้วมีวิดีโอออกมาได้อย่างไร?

“ผมให้คนแอบถ่ายเอาไว้”

เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้นที่ด้านข้างเธอ

ซูสือเยว่อึ้งไปสักพัก แล้วหันไป แล้วก็พบว่าฉินโม่หานกำลังนั่งอยู่ตรงที่จี้หนานเฟิงเคยนั่งเมื่อก่อนหน้านี้ด้วยแววตาที่เรียบเฉย “เพียงแค่รูปไม่กี่รูปทำให้ยอมไม่ได้หรอก”

“คุณโง่ขนาดนี้ ถ้าหากถูกคนอื่นวางแผนเล่นงานเข้า ก็ไม่แน่ว่าอาจจะต้องดื่มเหล้าของผมอีกรอบ”

 ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “เพื่อเหล้าของผมแล้ว ผมเลยตัดสินใจช่วยคุณ”

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

สามีบอสของฉันทั้งเลวทั้งซื่อ

หลังข่าวลือที่เสียโฉม ท่านชายฉินโหดร้ายอำมหิต ทำคู่หมั้นตายติดต่อกันสองคน ผู้หญิงทั้งเมืองไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย แต่ซูสือเยว่กลับแต่งสาวน้อย ต่อไปให้ฉันปกป้องเธอเองเพิ่งแต่งงาน เธอก็ถูกลูกน้อยน่ารักน่าหยิกสองคนแย่งกันอย่างคลั่งใคล้ซะแล้ว……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset