สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ – ตอนที่ 24 พูดโกหกหน้าตาย

        ปัง! เสียงประตูปิดสนิทดังมาจากในห้อง

        หลิวซุนซื่อเรียกให้เด็กๆ  เก็บข้าวของ บอกว่าจะกลับไปพรุ่งนี้เช้า

        หลิวจู่เอ๋อร์ย่อมดีใจอยู่แล้ว เพราะอยู่ในบ้านนี้ เรื่องใดๆ ก็มิอาจเทียบกับหลิวเสี่ยวหลันได้ จึงไม่พอใจมานานแล้ว

        นางโยนสะดึงผ้าปักทิ้งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “แม่ ดีมากเลย อยู่ที่นี่ของอร่อยทุกอย่างต้องเก็บไว้ให้อาเล็ก ที่เหลือจากที่นางไม่ชอบถึงยกให้ข้า”

        “แม่ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว รอเรากลับไปในเมือง จะให้พ่อเจ้าเอาของอร่อยจากโรงเตี๊ยมกลับมาให้ เราแม่ลูกจะได้กินอาหารอร่อยๆ ”

        หลิวจูเอ๋อร์ยิ้มและพูดทันทีว่า “ท่านแม่ เรากลับกันตั้งแต่วันนี้เถอะ อาศัยตอนที่ย่าไม่เห็นแล้วรีบไป ถึงอย่างไรก็ต้องกลับมาเพื่อเอาเสบียงอยู่แล้ว รอให้อาสามมาแบกกลับไปก็พอ”

        หลิวซุนซื่อหวั่นไหวจึงเอ่ย “รีบไปเรียกน้องชายสองคนของเจ้ากลับมา ไม่รู้ว่าไปเล่นที่ใด เรื่องเสบียงให้แม่จัดการเอง”

        ในตอนเที่ยงหลิวเต้าเซียงเก็บฟืนเสร็จแล้วหอบกลับมาที่บ้าน แต่ขณะที่ออกไปเก็บนั้นก็ได้แอบเข้าไปในห้วงมิติเพื่อดูไก่ ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ รู้สึกว่าห้วงมิติเหมือนจะมีพื้นที่สูงขึ้นเล็กน้อย

        ตอนนี้ไก่สองตัววางไข่มากกว่าสามสิบฟอง และไข่สามสิบฟองนั้นก็มีขนาดเท่ากับไข่ธรรมดา เมื่อเก็บไข่ไก่ไว้ในคลังเก็บของแล้วก็จัดการทำความสะอาดเขตเพาะเลี้ยงให้เรียบร้อย

        ศูนย์ศูนย์เจ็ดบอกว่าปุ๋ยที่ใช้เป็นของเหลวที่ไม่มีสารเจือปน ดังนั้นทางโปรดิวเซอร์จะไม่เรียกคืนมูลไก่ หลิวเต้าเซียงดีใจ มูลไก่นั้นสามารถเป็นปุ๋ยที่ดีในอนาคตได้ ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ใช้ แต่ต่อไปก็ไม่แน่

        นางนําโอ่งสูงที่มีรอยแหว่งกับไม้กวาดอันใหม่มาจากโรงเก็บของในบ้านแล้วเก็บไว้ในมุมของเขตเพาะเลี้ยง ถึงอย่างไรโอ่งที่แหว่งเป็นรอยใหญ่เช่นนี้คงไม่ได้ใช้งานแล้ว จึงรู้สึกว่าสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่ขัดกับศีลธรรม

        พื้นที่เขตเพาะเลี้ยงนั้นเป็นดินที่เรียบและแห้ง นางปัดกวาดแล้วเก็บมูลไก่ออกมาไว้ในโอ่ง โชคดีที่โอ่งไม่ใหญ่นักและยาวพอที่จะเก็บมูลไก่ได้มาก

        หลังจากทําความสะอาดแล้วก็ไปเติมน้ำและให้อาหารไก่ จากนั้นก็ไปที่ภูเขาเพื่อเก็บเห็ด แต่เก็บได้ไม่มากนัก และยังได้ผักจี่ไช่ที่ตั้งใจว่าหลังข้าวเย็นจะรอให้หลิวฉีซื่อปิดประตูลงกลอน แล้วจะใช้หม้อเล็กในห้องของตนต้มกินกับน้ำแกงไข่ คิดว่ารสชาติคงไม่เลว

        หลิวเต้าเซียงเลียปาก ครั้งหน้าที่ไปในเมืองต้องซื้อเกลือสักหน่อย แต่น้ำมันหมูนี่คงจะยาก ซื้อกลับมาทำเองดีกว่า กลิ่นที่หอมหวนนั้นคงจะปิดไม่มิด หากทำให้ย่าจอมโหดนั่นรู้เข้า ก็ไม่รู้จะอาละวาดเช่นไรบ้าง

        นางตบหน้าท้องเล็กๆ ที่ดูไส้แห้ง ช่างเถอะ ให้คิดว่าลดความอ้วนอยู่ก็แล้วกัน กินได้ดีแล้วยังไม่อ้วน อืม ต่อไปต้องกลายเป็นสาวงามแน่นอน

        ช่วงที่ผ่านมานี้พวกนางได้กินไข่เยอะขึ้น หลิวเต้าเซียงรู้สึกว่าคนในครอบครัวก็เริ่มดูมีชีวิตชีวามากขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องตื่นเพราะหิวกลางดึกจนต้องนับแกะจนถึงเช้าอีก

        หลิวเต้าเซียงชอบกินปลามาก ระหว่างทางกลับบ้านเห็นคนกำลังจับปลาอยู่ที่ลำธารได้ตัวใหญ่

        ห่างออกไปไม่กี่เมตร นางมองเห็นปลาตัวนั้นกลายเป็นปลาต้มผักเปรี้ยวที่หอมโชย อยากจะคีบผักเปรี้ยวมาสักคำ ในความเปรี้ยวนั้นมีความสดใหม่ปนอยู่ด้วยและกลิ่นที่เย้ายวนใจ จากนั้นก็คีบเนื้อปลาที่นุ่มนิ่มเข้าปาก นางคนเดียวสามารถกินได้หนึ่งกะละมังใหญ่

        หลิวเต้าเซียงเบนสายตาออกอย่างยากลำบาก จากนั้นก็จำต้องหอบฟืนแล้วพึมพำว่า ปลาผักเปรี้ยว ปลาตุ๋น ปลาตุ๋นน้ำแดง ปลานึ่งสมุนไพร ปลาน้ำลาย…

        นางพึมพำจนถึงหน้าประตูบ้าน รายการอาหารที่มีปลาที่อยากกินก็ยังร่ายออกมาไม่หมด

        เมื่อแบกฟืนเข้ามาในลานบ้านก็เห็นหลิวซานกุ้ยกำลังซ่อมด้ามจอบ ตัวด้ามเป็นไม้ ใช้นานไปจึงเกิดความเสื่อมสภาพโดยง่าย

        หลิวเต้าเซียงรีบเก็บฟืนไว้ตรงทางเดินที่ไปห้องปีกตะวันออก ก่อนจะวิ่งไปหาพ่อ กลืนน้ำลายพร้อมกับเอ่ย “พ่อ ตอนที่ข้ากลับมา ข้าเห็นมีคนจับปลาตรงปากทางหมู่บ้านได้ตัวใหญ่ที่สุดเลยล่ะ”

        หลิวซานกุ้ยเงยหน้ามองลูกสาวคนรองที่ดูหิวโหย จึงยิ้มออกมา

        “อืม นั่นคือพ่อของหู่โถว”

        หลิวเต้าเซียงกลืนน้ำลายอีกหน “พ่อ ปลาตัวนั้นยาวเท่านี้ หัวใหญ่เท่านี้ เกล็ดบนตัวหนามาก”

        หลิวซานกุ้ยกลั้นขำแล้วทำทีจริงจัง “นั่นคือปลาฮุ่นจื่อ คนรวยชอบกินอย่างมาก ขายได้ราคาดีเลยล่ะ”

        ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนี้ พ่อจ๋า ประเด็นคือนางอยากกินปลามาก

        เห็นได้ชัดว่าคือปลาเฉา ทำไมจึงเรียกปลาฮุ่นจื่อ ทว่าหลิวเต้าเซียงไม่สนใจว่ามันจะเรียกว่าอะไร ที่นางสนใจก็คือ ที่ลำธารนั่นอนุญาติให้จับปลาได้

        เมื่อพูดถึงเรื่องนี้หลิวซานกุ้ยจึงเอ่ยเสริมว่า “เฮ้อ ในนาเราก็มีเรื่องให้ทำเต็มไปหมด ไม่อย่างนั้นคงอาศัยฤดูนี้จับปลา ยิ่งเป็นช่วงที่ปลาฮุ่นจื่อยังไม่สืบพันธุ์ กำลังเป็นช่วงที่เนื้อเยอะเชียว”

        “ท่านพ่อ ได้ยินว่าลำธารนั่นมีเศรษฐีซื้อไปแล้วไม่ใช่หรือ?”

        “ไม่ นั่นเป็นขององค์ฮ่องเต้” คำตอบของหลิวซานกุ้ยช่างสูงส่งเหลือเกิน

        ความหมายของเขาคือใต้ท้องหล้า ย่อมเป็นผืนดินของกษัตริย์

        ในที่สุดหลิวเต้าเซียงก็ไม่ได้เอ่ยปากว่าอยากกินปลา เมื่อเห็นท่าทีของหลิวซานกุ้ยจึงรู้ว่าเขาไม่เคยคิดจะจับปลามากิน

        ในช่วงบ่ายหลิวฉีซื่อถูกเชิญให้ไปสอนงานเย็บปักถักร้อยให้บุตรสาวคนรวย โดยเป็นคนรวยในหมู่บ้านเดียวกัน

        หลิวเต้าเซียงยังคงสงสัยว่าเหตุใดตอนมื้อเที่ยงหลิวซุนซื่อถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ตอนเช้ายังโวยวายอยากกลับเข้าเมือง

        ตอนที่นางกลับมาก็ได้ยินหลิวซุนซื่อมาหาหลิวซานกุ้ย บอกว่าหลายวันมานี้ฟ้ามืดครึ้ม จึงเกรงว่าฝนจะตกจึงอยากพาเด็กๆ กลับเมือง ประจวบเหมาะกับเรื่องที่หลิวจือไฉถึงเวลาต้องไปเรียนแล้ว เหตุผลนั้นจึงเหมาะสมอย่างยิ่ง

        หลิวซานกุ้ยไม่พูดอะไรสักคํา จากนั้นก็ไปเรียกรถวัวของเหล่าหวังมาแล้วช่วยนางแบกข้าวสารขึ้นรถไปสามกระสอบ

        หลิวซุนซื่อเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้าน ประดับผมด้วยปิ่นผีเสื้อหนึ่งคู่ นางยิ้มหน้าระรื่นแล้วเอ่ยกับหลิวต้าฟู่ “ท่านพ่อ ข้าบอกกับท่านแม่แล้ว วันนี้ช่วงบ่ายจะกลับไปในเมือง ท่านแม่ถูกเชิญไปสอนเย็บปัก เกรงว่าข้าคงไม่ได้อยู่รอ อีกเดี๋ยวฟ้าจะมืดแล้วจะเดินทางไม่สะดวก”

        หลิวต้าฟู่เป็นคนไม่ชอบพูดมาก เขาทำเพียงพยักหน้าและสูบบุหรี่แห้งของตัวเองต่อไป

        ในตอนเย็นหลิวฉีซื่อกลับมาบ้านด้วยใบหน้าที่มีความสุข แต่หลังจากได้ยินว่าหลิวซุนซื่อหนีกลับเมืองไปตอนที่นางไม่อยู่ ก็หน้าดำคร่ำเครียดยิ่งกว่าก้นหม้อ แม้ว่าบนโต๊ะอาหารจะมีปลาตุ๋นน้ำแดง แต่นางก็ไม่ได้ดีใจ

        ปลาตัวนี้หลิวซานกุ้ยจับมาเพราะเอ็นดูบุตรสาวคนรองของตน ก่อนที่เขาจะไปทำนาก็เห็นหู่โถวกำลังกินข้าว พร้อมกับแคะเนื้อปลาจนเปื้อนแก้มเต็มไปหมด

        หลินซานกุ้ยนึกถึงใบหน้าอดอยากของบุตรสาวคนรองก็นึกเอ็นดู กระนั้นจึงอ้อมไปหาพ่อของหู่โถวเพื่อยืมฉมวก แล้วไปจับปลาฮุ่นจื่อตัวใหญ่ได้หนึ่งตัวในลำธาร ใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งที่พ่อของหู่โถวจับได้ เดาว่าน่าจะหนักห้ากิโลกรัม

        ระหว่างทางที่เขาหิ้วปลากลับมา คนในหมู่บ้านต่างก็อิจฉา ไม่นานนักก็มีหลายบ้านที่แบกฉมวกไปจับปลาเช่นเดียวกัน

        ทันทีที่เข้าบ้านแล้วเห็นบุตรสาวคนรองนั้นยิ้มปากไม่หุบ ดวงตาเป็นประกาย จดจ้องปลาในมือของเขา ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน สายตาของนางก็จะตามไปด้วย

        “ลูกรัก คืนนี้เราจะกินปลากัน บอกให้พี่เจ้าไปจัดการทำปลาให้สะอาดเรียบร้อย”

        “จ้ะ พ่อ” หลิวเต้าเซียงตอบรับอย่างสดใส

        ปลาจ๋า ปลา นางยอมไม่กินเนื้อในมื้อนั้น แต่ต้องมีเนื้อปลา เห็นได้ชัดว่านางชอบกินปลามากแค่ไหน

        หลังจากที่หลิวซานกุ้ยโยนปลาลงบันไดหน้าห้องครัว เขาก็ออกไปทำงานหนักที่นาต่อ

        หลิวเต้าเซียงมองด้านหลังของพ่อที่รีบออกไป มือเล็กๆ กำหมัดแน่น ต้องมีสักวันที่นางจะพาคนทั้งครอบครัวหลุดพ้นจากที่แห่งนี้ให้ได้

        ปลาตุ๋นน้ำแดงที่หลิวเต้าเซียงเป็นคนลงมือทำเอง สำหรับคนที่เป็นสายกินแล้ว ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นมาทำลายความอร่อยของมันได้ เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยก็ยืนน้ำลายยืดเป็นทาง

        “น้องรอง เจ้าใส่น้ำมันเยอะเพียงนี้ ย่าจะด่าเอาได้”

        หลิวเต้าเซียงเบ้ปากแล้วเอ่ย “ด่าก็ด่าไปสิ พี่ พี่ต้องเรียนรู้ที่จะหน้าด้านเข้าไว้ ไม่อย่างนั้น คนที่เสียเปรียบก็จะเป็นเรา พี่ลองดูอาเล็ก ป้ารอง กับพี่จูเอ๋อร์สิ มีใครไม่หน้าด้านบ้าง แต่พวกนางล้วนได้กินดีอยู่ดีกว่าพวกเรา”

        หลิวชิวเซียงคิดอย่างรอบคอบ จริงตามนั้น อืม เชื่อคำพูดของน้องรอง มีแต่ได้กินของอร่อย!

        หลิวเต้าเซียงขยิบตาให้นาง “อีกอย่าง วันนี้ย่าไม่มีอารมณ์ต่อว่าข้าแน่ ไม่เห็นหรือวันนี้ป้ารองแอบหนีย่ากลับไปในเมือง”

        “ป้ารองบอกย่าแล้วไม่ใช่หรือ?”

        “พี่ ตอนเช้าท่านก็เห็น ย่าไม่เห็นด้วยเรื่องให้ป้ารองกลับไปนี่นา”

        “ใช่ แต่มันเกี่ยวอะไรกับที่เจ้าใส่น้ำมันเยอะด้วย?” หลิวชิวเซียงที่มีความไร้เดียงสานั้นยังคิดเรื่องนี้ไม่ตก

        “ย่าโกรธป้ารอง แล้วจะยังมีอารมณ์มาใส่ใจว่าใส่น้ำมันเยอะหรือเปล่าได้อย่างไร” หลิวเต้าเซียงตัดสินใจขุดหลุมให้หลิวซุนซื่อ ถือเป็นการแก้แค้นเรื่องที่เคยมาหาเรื่องหลิวชิวเซียง นางเป็นคนคิดจริงทำจริง

        หลิวฉีซื่อยังคงโกรธที่หลิวซุนซื่อกลับไปโดยไม่ลา ไม่เห็นผู้อาวุโสอยู่ในสายตา แต่หลิวต้าฟู่บอกว่านางเป็นคนตอบรับตอนที่สะใภ้รองคนนี้ขอกลับบ้านด้วยตนเอง

        นางไม่สามารถขัดคำพูดของตนเองได้ เพราะนั่นเป็นการบอกคนในบ้านว่าคำพูดของตัวเองนั้นไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วจะทำให้นางวางอำนาจกับครอบครัวของหลิวซานกุ้ยได้อีกหรือ

        หลิวต้าฟู่บอกให้นางรีบกิน หลิวฉีซื่อจึงเก็บอารมณ์แล้วเริ่มยกถ้วยข้าวขึ้นมา พบว่าทุกคนต่างใช้ตะเกียบคีบไปที่ปลาตุ๋นน้ำแดงจานนั้น

        นางก็คีบเข้าปากหนึ่งคำ รสชาติสดใหม่ ไม่มีกลิ่นคาว อีกทั้งสัมผัสนั้นอร่อยกว่ารสชาติปกติเสียอีก

        หลิวเต้าเซียงไม่มีทางบอกนางว่าใส่น้ำมันเยอะ หลังจากที่ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆ น้ำมันก็ซึมเข้าเนื้อปลา

        ยิ่งกว่านั้น นางยังเจ้าเล่ห์ ถึงอย่างไรหลิวซุนซื่อก็ไม่อยู่ ไม่มีใครจับตาดู นางจึงทำน้ำแกงปลาสีน้ำนมแล้วยกไปให้จางกุ้ยฮัว บอกว่าถ้ากินไม่หมดก็จะขอเททิ้ง ไม่อยากเก็บไว้ให้ผู้อื่นกิน ทำให้จางกุ้ยฮัวต้องดื่มน้ำแกงปลาชามใหญ่จนหมด

        “วันนี้ใครเป็นคนทำปลา?” หลิวฉีซื่อกินและรับรู้ได้ถึงรสชาติน้ำมันที่เข้มข้น

        หลิวเต้าเซียงกินปลาชิ้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ย่า ข้าได้ยินป้ารองบอกว่า การทอดปลาต้องใส่น้ำมันเยอะๆ ปลาวันนี้ตัวใหญ่มาก ในท้องมีแต่น้ำมันปลา ข้าจึงเอาไปทอดแล้วเอามาตุ๋น”

        นี่เป็นหลุมพรางแรก ความสนใจของหลิวฉีซื่อเปลี่ยนไปทันที

        หลิวชิวเซียงเพิ่มประโยคตามหลังเสียงอ่อน “ป้ารองบอกว่าเวลาที่ทำกินที่บ้านนางก็ทำเช่นนี้”

        ใบหน้าของหลิวฉีซื่อนั้นเคร่งเครียด อะไรนะ? ตัวนางเองยังต้องประหยัดกิน แต่นางสะใภ้ตัวดีกลับกล้ามือเติบใช้เงิน เงินนั่นบุตรชายของนางเป็นคนหามานะ

        หลิวเต้าเซียงรู้ว่าสิ่งนี้ได้ผล จึงกรีดเพิ่มไปอีกหนึ่งแผล “ก็นั่นน่ะสิ ทั้งๆ ที่วันนี้ป้าบอกให้พ่อช่วยขนข้าวเปลือกไปด้วย แต่กลับบอกว่ารสชาติสู้ของในเมืองไม่ได้ อีกทั้งการซื้อข้าวมากินก็ยังไม่ต้องเสียแรงสีข้าวเองและทำให้มือหยาบกร้าน บอกว่ายอมขายข้าวราคาถูกลงหน่อย พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อข้าวกินดีกว่า”

        —–

สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ

สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ

Status: Ongoing
อ่านนิยายสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษใครว่าการข้ามมิติไม่ใช่งานที่ต้องใช้เทคนิค? จู่ๆ เด็กสาวแสนหวานก็กลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยในครอบครัวยากจน นางอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ ครอบครัวยากจน พ่อแม่ขี้ขลาด ญาติพี่น้องทุบตี โดนกดขี่สารพัด…. ยังไม่พอ… ระบบตัวดียังจะขอให้เธอเป็น ‘หลิวเต้าเซียง’ เด็กสาวแสนสวยในชนบท จิตใจดีและขยัน ประเด็นสำคัญคือคำสุดท้าย “ขยัน” แต่เพื่อพ้นความจนที่ข้นแค้นและครอบครัวที่โหดร้าย นางจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ร่ำรวยขึ้นมาให้ได้!! “เจ้าระบบ หวานใจของพี่ รีบบอกพี่สาวหน่อยว่าต้องทำอย่างไรถึงสามารถสร้างตัวได้เร็วที่สุด” ตอนนี้เลือดในกายนางกำลังเดือดพุ่งพล่าน เพื่อความสุขสบายของครอบครัว และหนุ่มเอ๊าะๆ หลิวเหม่ยจวิน (ในร่างหลิวเต้าเซียง) คนนี้ ขอสู้ตาย!!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset