หนึ่งในใต้หล้า The Great Ruler – ตอนที่ 1345 ขัดขวาง

เมื่อภารกิจเจดีย์สี่เทวะสิ้นสุดลง

การเดินทางของจอมยุทธ์ในแดนเซิ่งยวนโบราณก็ปิดฉากลงด้วย ผู้คนเริ่มทยอยออกไป ทว่าก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ได้ไปไหนแต่พยายามใช้ช่วงเวลาสุดท้ายเพื่อค้นหารอบๆ และดูว่าตนเองจะได้พบกับโชคลาภบ้างหรือไม่

สำหรับพวกมู่เฉินซึ่งได้รับการเก็บเกี่ยวมหาศาล พวกเขาไม่ได้อยู่ในแดนเซิ่งยวนโบราณต่อ พวกเขาบดขยี้เครื่องรางออกจากแดนนี้ไป

ที่มุมหนึ่งของแดนเซิ่งยวน

มิติบิดเบี้ยว เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้น แต่ละคนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิดก็รู้สึกโล่งใจ แดนเซิ่งยวนโบราณราวกับคุกที่ทำให้พวกเขารู้สึกกดดันขณะที่อยู่ภายใน

“ไปที่เมืองเซิ่งยวนกันก่อนเถอะ” มู่เฉินโบกมือเซียนชื่อเหยียนคงรอฟังข่าวดีจากลั่วหลีอยู่แน่

ทุกคนพยักหน้า เมื่อเทียบกับแดนเซิ่งยวนโบราณซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย การอยู่ในเมืองเซิ่งยวนทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายมากกว่า

จากนั้นทุกคนก็ระเบิดความเร็วจากไป พวกเขาเดินทางต่อไปอีกหลายชั่วโมงก่อนที่ท้องฟ้าจะสว่างขึ้น มองเห็นโครงร่างเมืองใหญ่ทีละน้อย

ฟิ้ว ฟิ้ว!

ริ้วแสงมากมายพุ่งมาจากทุกทิศทุกทาง ก่อนที่จะมาหยุดตรงประตูเมือง ทั้งเมืองคึกคักด้วยความมีชีวิตชีวา

ความมีชีวิตชีวานี้เป็นภาพแบ่งชัดเจนกับแดนเซิ่งยวนโบราณที่รกร้างและมีแต่ซากปรักหักพัง ภาพนี้ทำให้กลุ่มของมู่เฉินผ่อนคลายลงหลายส่วน

เมื่อแลกเปลี่ยนสายตากันพวกเขาก็ยิ้มก่อนจะกลายเป็นร่างแสงพลิ้วลงที่ประตูเมือง จากนั้นก็เข้าไปในเมืองทันที

เมืองยังคงครึกครื้นเหมือนเคย มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ทว่ามู่เฉินสัมผัสได้ว่ามีความแปลกประหลาดเนื่องจากผู้คนต่างเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางหนึ่งด้วยสายตาซับซ้อน

ดังนั้นกลุ่มของมู่เฉินก็เงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย เมื่อพวกเขามองไปที่ศิลาสังหารปีศาจที่ยืนอยู่ใจกลางเมือง ฝีเท้าของพวกเขาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นด้านบนนั่น แม้แต่สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

“นั่นอะไร?” หลงเซี่ยงขยี้ตา ดูเหมือนเขาจะเห็นชื่อราชันสังหารปีศาจสองคนและหนึ่งในนั้นก็คือมู่เฉิน

เวินชิงเฉวียน เวินซื่อหยู่และคนอื่นๆ ก็ฉายความตกตะลึงบนใบหน้า ครู่หนึ่งต่อมาพวกเขาก็หันขวับไปทางมู่เฉิน “เจ้าอย่าบอกพวกข้านะว่าเจ้าคือมู่เฉินบนนั้นน่ะ?”

พวกเขารู้ชัดเจนว่าราชันสังหารปีศาจเป็นตัวแทนของอะไร นั่นคือการดำรงอยู่บนยอดพีระมิดในวังมหาพันภพ ซึ่งสูงกว่าพวกแขกและผู้อาวุโสด้วยซ้ำ

เผชิญหน้ากับราชันสังหารปีศาจ แม้แต่ตระกูลเวินยังต้องรักษามารยาทและความเคารพ

สายตาของลั่วหลีก็มองไปที่มู่เฉินด้วยความสงสัยเช่นกัน มู่เฉินได้ป้ายสังหารปีศาจพร้อมกันกับนาง แต่ตอนนี้ตัวนางยังคงเป็นมือสังหารปีศาจขั้นต่ำอยู่เลย แล้วจู่ๆ มู่เฉินกระโดดขึ้นสู่อันดับที่น่ากลัวของราชันสังหารปีศาจได้อย่างไร?

มู่เฉินอดไม่ได้ที่จะลูบใบหน้า ขณะยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะเล่ารายละเอียดว่าเขาดูดซับวิญญาณจอมปีศาจเทียนเสี่ยเจียงเข้าไปในป้ายได้อย่างไร

เมื่อทุกคนได้ยินก็ตกตะลึงไป ก่อนจะอดอุทานออกมาไม่ได้ “นี่ก็ได้เหรอ?”

มู่เฉินยักไหล่ “ดูจากภาพตอนนี้เหมือนจะได้นะ”

เวินชิงเฉวียนและคนที่เหลือแลกเปลี่ยนสายตากัน แม้ว่าวิธีของมู่เฉินคือกลโกง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเลียนแบบสิ่งที่เขาทำได้ เหมือนกับที่มีเศษวิญญาณของจอมปีศาจระดับเทียนอยู่สี่คน แต่ก็มีเพียงมู่เฉินเท่านั้นที่ทำได้

แต่…ขุมพลังของมู่เฉินตอนนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ

“เจ้าทำลายประวัติศาสตร์ของวังมหาพันภพ… ไม่เคยมีราชันสังหารปีศาจที่ต๊อกต๋อยขนาดนี้มาก่อนเลย” เวินชิงเฉวียนแซว

มู่เฉินยังยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนั้นเขาแค่ลองดูว่าจะได้ผลหรือไม่ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผลเช่นนี้จริงๆ

“ก็ต้องดูว่าทางวังมหาพันภพจะยอมรับเรื่องนี้หรือไม่” ลั่วหลีกล่าว

ทุกคนพยักหน้า หากทางวังมหาพันภพไม่ยอมรับเรื่องนี้ ชื่อของมู่เฉินในฐานะราชันสังหารปีศาจก็น่าจะถูกปลดออก

ทว่ามู่เฉินไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มาก ตอนแรกเขาก็แค่จะลองดู หากวังมหาพันภพไม่ยอมรับ เขาก็ไม่ได้ลำบากอะไร

ขณะที่ทุกคนพูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงตำหนักหมื่นพันแล้ว

ที่ตำหนักยังคงคึกคักกันเช่นเคย แต่มู่เฉินก็ได้ยินเสียงลอยเข้าหูเกี่ยวกับหัวข้อราชันสังหารปีศาจคนใหม่อยู่ตลอด

นั่นทำให้เขาส่ายหน้าจนใจ เขาไม่เคยคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นของตนเองจะทำให้เกิดความโกลาหลเช่นนี้ คงจะต้องมีมือสังหารปีศาจมากมายอยากเห็นว่าเขาที่เป็นราชันสังหารปีศาจคนใหม่จะเป็นสัตว์ประหลาดแบบใด

“ฮ่าฮ่านี่ไม่ใช่ราชันสังหารปีศาจคนใหม่ของเราเหรอ!”

ขณะที่มู่เฉินตั้งใจเข้าไปเงียบๆ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังออกมา ทำให้ทั้งตำหนักเงียบลง สายตามากมายมารวมตัวกันที่มู่เฉิน

“เขาคือราชันสังหารปีศาจคนใหม่—มู่เฉินเหรอ?!”

“แต่…ทำไมเขาถึงเป็นแค่จอมยุทธ์เกือบจะบรรลุระดับตี้จื้อจุนขั้นเต็มเท่านั้น?!”

“เขากลายเป็นราชันสังหารปีศาจได้ยังไง?”

“…”

ความเงียบสงบกินเวลาชั่วครู่ ก่อนที่ทั้งตำหนักจะเข้าสู่ความโกลาหล สายตานับไม่ถ้วนรวมตัวกันที่มู่เฉิน พวกเขาทั้งหมดสงสัยว่าชื่อของเขาในฐานะราชันสังหารปีศาจเป็นของจริงหรือไม่

ทันทีที่กลายเป็นจุดรวมสายตา มู่เฉินก็เหลือบมองไปที่ชื่อเหยียนที่ยิ้มขี้เล่นแบบกวนๆ จากนั้นเขาก็นำลั่วหลีและคนที่เหลือเดินไปหาถามอย่างไม่เกรงใจว่า “ท่านยังอยากได้วิชาช่องแสงวิญญาณโบราณรึเปล่า?”

ดวงตาของชื่อเหยี่ยนสว่างวาบก่อนที่จะมองลั่วหลีด้วยความสุขบนใบหน้า “เจ้าทำสำเร็จจริงๆ รึ?”

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าลั่วหลีมีโอกาสดีที่จะประสบความสำเร็จ แต่เมื่อเป็นจริงใบหน้าของชื่อเหยียนก็เต็มไปด้วยความสุข

ลั่วหลีไม่ตอบกลับ แต่มองไปที่มู่เฉินด้วยรอยยิ้ม

“ดีมาก เจ้าเด็กบ้าสองคน คิดจะกลั่นแกล้งตาแก่คนนี้เรอะ” เมื่อเห็นสายตาลั่วหลีที่ต้องการช่วยเหลือมู่เฉิน ชื่อเหยียนก็ควันออกหู ก่อนที่เขาจะหันกลับมาตะโกนลั่น “พวกเจ้าทุกคนหุบปาก!”

เมื่อร่องรอยแรงกดดันของจอมยุทธ์ขุมพลังเทียนจื้อจุนเล็ดลอดออกมา ทั้งตำหนักก็เงียบเสียงลง ไม่ว่าพวกเขาจะยโสโอหังแค่ไหน พวกเขาก็ต้องหดหัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับระดับเทียนจื้อจุน

หลังจากระงับความวุ่นวาย ชื่อเยียนก็ถูมือพลางหัวเราะเบาๆ ไปทางลั่วหลี

เมื่อเห็นการตอบสนองของเขา ลั่วหลีก็ยิ้มขณะพยักหน้า “ข้าไม่ทำให้ผิดหวัง โชคดีได้รับมรดกของท่านบรรพบุรุษไท่หลิงมา”

ฮา

ชื่อเหยียนเหมือนยกภูเขาออกจากอก เผ่าไท่หลิงคลุมเครือกับเรื่องนี้มาหลายปี ในที่สุดก็ได้รับการแก้ไข

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็ไปกันเถอะ ลั่วหลีตามข้าไปยังเผ่าไท่หลิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือธิดาเทพคนใหม่!” ชื่อเหยียนโบกมือขณะที่พูด

เมื่อเห็นว่าชื่อเหยียนต้องการพานางไปที่เผ่าไท่หลิง นั่นไม่ได้หมายความว่านางต้องแยกกับมู่เฉินอีกครั้งเหรอ? เรื่องนี้ทำให้ลั่วหลีตกตะลึงไปช่วงสั้นๆ ขณะที่นางกำลังจะพูดเสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังออกมาจากภายในตำหนัก

“ต้องการออกไปเหรอ? จะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง?!”

สายตาทุกคู่จ้องไปที่ต้นเสียงก็เห็นกลุ่มคนย่างสามขุมเข้ามาพร้อมกับรัศมีดุร้าย โดยมีจอมยุทธ์ขุมพลังเทียนจื้อจุนสองคนนำหน้า ซึ่งก็คือเฮยกวางและมั่วหยิงนั่นเอง

ที่ด้านหลังเฉวียนหลัวและมั่วซินก็ตามมา พร้อมกับที่จ้องมองมู่เฉินด้วยสายตาอาฆาตที่น่ากลัว

สายตาของจอมยุทธ์ขุมพลังเทียนจื้อจุนทั้งสองก็จับจ้องไปที่มู่เฉิน ขณะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปล่อยแรงกดดันซึ่งทำให้มู่เฉินรู้สึกหนักหน่วงออกมา

สายตาของมู่เฉินเปลี่ยนเป็นเย็นชาเมื่อมองไปที่เฉวียนหลัวและมั่วซิน เห็นได้ว่านี่เป็นแผนของไอ้วายร้ายสองคนคิดขึ้นมา

“เฮ้ ไอ้แก่หน้าด้านสองคนคิดรังแกเด็กเหรอ?” ร่างสูงวัยปราดมาที่เบื้องหน้ามู่เฉิน ต่อต้านแรงกดดันที่มาจากเฮยกวางและมั่วหยิง

นี่เป็นใครไม่ได้ขอกจากชื่อเหยียน

“ชื่อเหยียนเรื่องนี้เป็นเรื่องของเผ่าฝูถูไม่เกี่ยวกับแก!” เฮยกวางตะเบ็งเสียงใส่ด้วยสายตามืดมน

มั่วหยิงมองไปที่มู่เฉินอย่างน่าขนพองสยองเกล้าขณะที่แผดเสียงลั่น “ไอ้เด็กเวรส่งมอบวิชาเจดีย์แปดองค์มาให้ซะดีๆ ถ้ารู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเอง มิฉะนั้นวันนี้เราจะนำแกกลับไปที่เผ่าเพื่อรับโทษ!”

มู่เฉินเยาะเย้ย “พวกแกไม่มีปัญญาได้รับการยอมรับจากท่านบรรพบุรุษ จะโทษใครได้?”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นใบหน้าของเฉวียนหลัวและมั่วซินก็น่าเกลียดลงมาก

มั่วหยิงตอบด้วยเสียงเคร่งเครียด “ท่านบรรพบุรุษแค่ปลอบโยนเจ้าที่ฆ่าปีศาจ แต่วิชาเจดีย์แปดองค์ไม่ใช่สิ่งที่แกจะครอบครองได้!”

“มั่วหยิง แกหน้าหนามาก ถ้าบรรพบุรุษรู้เรื่องนี้เข้าละก็ เขาจะต้องกลับมาจากความตายเพราะความโกรธที่มีลูกหลานโง่เขลา” ชื่อเหยียนทอดถอนหายใจ

พอได้ยินคำถากถางของชื่อเหยียนเปลือกตาของมั่วหยิงก็กระตุกก่อนที่เขาจะมองไปที่อีกฝ่ายด้วยท่าทางมืดมน พูดช้า-ชัดว่า “ชื่อเหยียน แกคิดจะแส่เรื่องนี้ใช่ไหม?”

“มู่เฉินเป็นคนที่ข้าพามา ดังนั้นข้าไม่ปล่อยให้พวกแกพาเขาไปได้” ชื่อเหยียนหัวเราะเยาะขณะที่พูดโดยไม่มีความลังเลใดๆ หลังจากได้ยินน้ำเสียงของมั่วหยิง

มั่วหยิงและเฮยกวางสบตากัน แสงเย็นเยือกพล่านในดวงตา วันนี้พวกเขาต้องพามู่เฉินกลับไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม วิชาเจดีย์แปดองค์ตกอยู่ในกำมือของไอ้เด็กนี่ไม่ได้!

“ในเมื่อเป็นแบบนี้”

รัศมีเทียนจื้อจุนไม่ปกปิดอีกต่อไป ระเบิดออกฉับพลันทำให้ท้องฟ้าเมืองเซิ่งยวนมืดลง

แรงกดดันน่ากลัวแผ่ซ่านไปทั่ว

สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่ชื่อเหยียนราวกับกระบี่คมกริบ

“งั้นพวกข้าสองคนก็จะพาไอ้เด็กกาลกิณีนี่กลับไปให้ได้!”

The Great Ruler | หนึ่งในใต้หล้า

The Great Ruler | หนึ่งในใต้หล้า

หนึ่งในใต้หล้าจากปลายปากกาของเทียนฉานถูโต้ว กล่าวถึงมู่เฉิน เด็กหนุ่มจากสำนักศึกษาเป่ยหลิง ผู้ที่ได้รับเลือกให้เข้าฝึกในสงครามเทพยุทธ์ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนเก่งกาจ ทว่า… อยู่ดีๆ เขากลับถูกขับไล่ออกมาด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครล่วงรู้ มู่เฉินพยายามฝึกหนักอีกครั้งเพื่อจะพาตัวเองกลับเข้าไปในเส้นทางแห่งนี้ เขาจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้เป็นใบเบิกทางเพื่อเข้าศึกษาที่ภาคเบญจภาคี เพื่อ… ปกป้องหญิงสาวที่ตนรัก และยิ่งกว่านั้นคือเพื่อค้นหาเบาะแสของมารดาที่หายสาบสูญไป ‘มหาพันภพ’ เป็นที่ที่มิติทั้งหลายเชื่อมต่อกันในระบบสุริยจักรวาล สถานที่แห่งนี้มีขั้วอำนาจมากมายอาศัยอยู่ จักรพรรดิที่มาจากพิภพเขตล่างต่างเป็นตำนานที่ผู้อื่นปรารถนาขึ้นไปบนเส้นทางแห่งกฎของโลกไร้ขอบเขตนี้ แคว้นหวู่จิ้งฮั่ว เทพจักรพรรดิอัคคีควบคุมเปลวเพลิงกวาดข้ามสวรรค์ แคว้นหวู เทพจักรพรรดิสงครามผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ทั้งสวรรค์และโลกหวาดกลัว ตำหนักซีเทียน จักรพรรดิสัประยุทธ์ที่แข็งแกร่งไม่มีผู้ใดเทียบเท่า ในเนินเขารกร้างทางเหนือ ดินแดนวั้นมู่ของจักรพรรดิอมตะครองเหนือภพ เด็กหนุ่มจากมณฑลเป่ยหลิงออกท่องยุทธภพกับวิหคโลกันตร์คู่ใจ มุ่งหน้าสู่โลกภายนอกที่เต็มไปด้วยสีสัน ใครกันที่จะเป็นผู้กุมชะตากรรมในเส้นทางการเป็นหนึ่ง? ในมหาพันภพที่สงครามนับหมื่นอุบัติ ข้าคือผู้กุมชะตาฟ้าดิน… The Great Thousand World. It is a place where numerous planes intersect, a place where many clans live and a place where a group of lords assemble. The Heavenly Sovereigns appear one by one from the Lower Planes and they will all display a legend that others would desire as they pursue the road of being a ruler in this boundless world. In the Endless Fire Territory that the Flame Emperor controls, thousands of fire blazes through the heavens. Inside the Martial Realm, the power of the Martial Ancestor frightens the heaven and the earth. At the West Heaven Temple, the might of the Emperor of a Hundred Battles is absolute. In the Northern Desolate Hill, a place filled with thousands of graves, the Immortal Owner rules the world. A boy from the Northern Spiritual Realm comes out, riding on a Nine Netherworld Bird, as he charges into the brilliant and diverse world. Just who can rule over their destiny of their path on becoming a Great Ruler? In the Great Thousand World, many strive to become a Great Ruler.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset